รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 9

Share
Share

ตู้เย็น

หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ ผมก็มาที่ห้องสมุดคณะเพื่อติวหนังสือกับไอ้นนท์ มาถึงก็เห็นมันนั่งอยู่ในห้องกระจกห้องเดิม ผมเปิดประตูเข้าไป ถอดกระเป๋าสะพายแล้วนั่งตรงข้ามมัน

“วันนี้ติวภาษาอังกฤษนะ มึงเรียนเป็นไงบ้าง ฟังที่อาจารย์พูดออกทุกคำไหม?” ไอ้นนท์ถาม

“กูฟังไม่รู้เรื่องทุกคำขนาดนั้น แต่ก็พอจับใจความสำคัญได้”

“มีตรงไหนที่มึงอยากเสริมไหม พวกหลักแกรมม่าข้อไหนที่มึงยังไม่เข้าใจบ้าง?”

“ไม่รู้ดิ กูไม่ได้แกรมม่า เลยไม่รู้ว่าตัวเองอ่อนตรงไหน”

“จริง ๆ ภาษาอังกฤษใช้ไม่ถูกหลักแกรมม่า ฝรั่งก็พอจะเดาออกจากบริบท สิ่งสำคัญในการสื่อสารทุกภาษาคือ มึงต้องมีคลังศัพท์ภาษานั้นในหัวเยอะ ๆ จะได้มีคำพอให้มึงใช้อธิบายสิ่งที่มึงต้องการสื่อสารได้ กูเลยปริ้นท์ 1,000 คำศัพท์ภาษาอังกฤษมาให้มึงท่อง”

ไอ้นนท์บอกแล้วเลื่อนปึกเอกสารมาไว้ตรงหน้าผม

“จากนี้ไปทุกวันก่อนติว มึงต้องท่องศัพท์ให้ได้วันละ 20 คำ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลย”

ผมหยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมาเปิดดูข้างในผ่าน ๆ

“โห… ศัพท์ยากจังวะ ยาว ๆ ทั้งนั้นเลย วันละ 20 คำใครจะไปจำไหววะ” ผมพูดเมื่อเห็นศัพท์หน้าตาแปลก ๆ ในนั้น

“มึงเรียนมหาลัยแล้วนะเว้ย จะมาหวังท่อง แคทแมว ด็อกหมา อยู่หรือไงวะ”

ไอ้นนท์สอนผมเรื่องเทนซ์ มันคือการผันกริยาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบอกว่าประโยคนั้นพูดถึงอดีต, ปัจจุบัน หรืออนาคต เทนซ์แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาตามที่บอกไว้เมื่อกี้ และทั้ง 3 ช่วงเวลายังแบ่งออกตามลักษณะของเหตุการณ์ได้อีก 4 แบบ ดังนั้นเมื่อนับรวมกันจะมีทั้งหมด 12 เทนซ์ วันนี้ไอ้นนท์อธิบาย 4 เทนซ์แรกที่ใช้บอกเล่าเหตุการณ์ในปัจจุบัน

“ไหนลองทบทวนความรู้หน่อย ถ้ามึงจะบอกใครสักคนว่าตอนนี้ฝนตกมา 3 ชั่วโมงแล้ว มึงจะใช้เทนซ์ไหน?”

ผมนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามของไอ้นนท์ มันเพิ่งสอนผมไปได้ 4 เทนซ์ คำตอบคือ 1 ใน 4 นี่แหละ ผมก้มมองชื่อเทนซ์ทั้ง 4 ในสมุดที่ขีดปากกาไฮไลท์ไว้ ต้องเลือกสุ่มตอบไปสักอัน สำหรับผมมันคือคำถามวัดดวง ไม่ใช่วัดความรู้

“เพรสเซนท์ เพอร์เฟค คอนทินิวอัส” ผมตอบไม่เต็มเสียง เพราะไม่มีความมั่นใจเลยนี่นา

“ถูกต้อง! แสดงว่ามึงเข้าใจนี่ งั้นวันนี้พอแค่นี้ คืนนี้อย่าลืมท่องศัพท์ไว้ด้วยล่ะ วันละ 20 คำ”

รอดตัวไป การติวจบลงแค่นี้ ผมผ่อนคลายตัวเองขึ้น ไอ้นนท์เริ่มเก็บของพร้อมชวนผมคุยไปด้วย

“วันนี้วงมึงเล่นดนตรีสดครั้งแรกนี่ ตื่นเต้นไหมวะ?”

“กูเฉย ๆ แต่ไอ้ดินปืนกับไอ้หมอกนอนไม่หลับเมื่อคืน แถมวันนี้ก็ดีดกันใหญ่ในกรุ๊ปไลน์ เออ… แล้วมึงจะไปดูพวกกูเล่นปะ?”

ไอ้นนท์เงยมองผม เหมือนผมถามอะไรแปลก ๆ ออกไป

“คืนนี้กูก็ทำงานที่ร้านนั้น ยังไงก็เห็นวงมึงเล่นอยู่แล้วป่าววะ”

เออ… จริงนี่หว่า ผมลืมไปว่าไอ้นนท์ทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ลมเย็นบาร์

“แล้วนี่มึงจะไปที่ร้านเลยปะ ร้านพี่สุเมธเปิด 4 โมงนี่ ตอนนี้ก็ใกล้เวลาแล้ว” ผมถาม

“กูเข้างานที่ร้านพี่สุเมธ 2 ทุ่มครึ่ง ก่อนหน้านั้นต้องไปทำงานที่ร้านคาเฟ่”

“คาเฟ่อะไรวะ?”

“กรีนเฮาส์คาเฟ่”

“กรีนเฮาส์คาเฟ่? ร้านที่พี่ข้าวนัดเจอมึงเมื่อวันก่อนอะนะ?”

“อืม… ที่นั่นเขาขาดคนพอดี กูเลยได้ไปช่วยงานเขา เข้างาน 5 โมง เลิก 2 ทุ่ม”

“โห… มึงรับงานหลายจ๊อบจังวะ ทุกวันนี้มึงมีรายได้ทางไหนบ้าง บอกให้กูฟังหน่อยสิ”

“จันทร์ถึงศุกร์ก็มีติวหนังสือให้มึง เสร็จแล้วก็ไปทำงานที่คาเฟ่ จากนั้นไปทำงานที่บาร์ถึงเที่ยงคืน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ทั้งวันขับรถส่งอาหารเดลิเวอรี”

“ทำงานเยอะขนาดนี้ ไม่เหนื่อยบ้างเหรอวะ?”

“ไม่เหนื่อยนะ แบบนี้กูมีความสุขดี ยิ่งเห็นยอดเงินในบัญชีเพิ่มขึ้น ๆ กูยิ่งชื่นใจ แล้วมึงอ่ะ วันนี้จะไปที่ร้านพี่สุเมธยังไง?”

“เดี๋ยวไอ้ดินปืนมารับที่คอนโด จะไปกินข้าวเย็นกันก่อนแล้วค่อยเข้าไปที่ร้านตอน 2 ทุ่มครึ่ง”

“มึงจะกลับคอนโดเลยปะ เดี๋ยวกูแวะไปส่ง”

“เออ รบกวนมึงด้วยแล้วกัน”

ไอ้นนท์มาส่งผมที่คอนโด ผมขึ้นห้องแล้วแต่งชุดสำหรับออกไปเล่นดนตรีคืนนี้ ไม่ได้เลือกชุดที่หล่อมาก แค่ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวหลวม ๆ กับกางเกงเข้ารูปสีขาว แล้วเอาเสื้อใส่ในกางเกง ผมดูตัวเองในกระจก แหม… นี่อุตส่าห์เลือกชุดที่ไม่หล่อมากแล้วนะ แต่ทำไมแต่งออกมาแล้วดูดีจังหว่า นั่งเล่นเกมมือถือได้ 2 ตา ไอ้ดินปืนก็โทรมาหา

“ฮัลโหลไอ้นนท์ อยู่ที่คอนโดป่าววะ เดี๋ยวกูไปรับ”

ผมยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ยังไม่ 6 โมงเลย

“ไหนตอนแรกนัดจะมารับกูตอนทุ่มหนึ่งไง นี่มันยังไม่ 6 โมงเลยนะ รีบไปไหนวะ”

“กูตื่นเต้นนี่หว่า อยู่แต่ในห้องมันว้าวุ่น อยากออกไปสูดอากาศ ออกไปเดินเล่นให้มันโล่ง ๆ มึงไปเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”

“แล้วมึงอยากไปไหน?”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”

“อืม… งั้นมานั่งเล่นที่ห้องกูไหม มึงยังไม่เคยมาเลยนี่”

“โอเคเพื่อน งั้นเดี๋ยวกูออกไปเจอมึงที่ห้องก่อน แล้วไว้ทุ่มหนึ่งค่อยออกไปเจอไอ้หมอกด้วยกัน กินข้าวเย็นเสร็จแล้วค่อยเข้าไปที่ร้าน”

“ได้ มึงมาถึงแล้วโทรบอกนะ เดี๋ยวกูลงไปรับ”

ไอ้ดินปืนมาถึง ผมลงไปรับมันขึ้นมาบนห้อง หาน้ำผลไม้กับขนมให้มันกินระหว่างนั่งดูทีวีช่องสารคดี พอได้เวลา 1 ทุ่ม ผมก็โทรไปหาไอ้หมอก นัดแนะร้านที่จะไปกินมื้อเย็นแล้วก็ออกไปพร้อมกับไอ้ดินปืน เราทั้งคู่หิ้วกีตาร์ไปคนละตัว กินมื้อเย็นอิ่มแล้วก็ขี่มอไซด์เข้าไปที่ร้านลมเย็นบาร์ มาถึงก็เจอกับไอ้นนท์ที่เพิ่งจะจอดมอไซด์ไว้ใต้ต้นหูกระจงที่หน้าร้าน

“อ้าวไอ้นนท์ เพิ่งมาถึงเหมือนกันเหรอ?” ไอ้หมอกทัก เมื่อขี่รถเข้าไปจอดข้าง ๆ รถของไอ้นนท์

“วันนี้จะจัดเต็มกันเลยใช่ไหม ดูจากจำนวนรถแล้ว ในร้านลูกค้าน่าจะแน่นเชียวล่ะ” ไอ้นนท์พูด

“หูย… คนอย่างเยอะเลยว่ะไอ้ตู้เย็น” ไอ้ดินปืนหันมาบอกผม เมื่อมันชะเง้อมองเข้าไปในร้าน

“มีเท่าไหร่โชว์ออกมาให้หมดเลยนะ วงพวกมึงเจ๋งอยู่แล้ว กูจะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างล่าง งั้นขอตัวไปทำงานก่อน” พูดจบไอ้นนท์ก็เดินเข้าไปในครัว

พวกเราทั้งหมดเดินไปที่บาร์ หวังจะได้เจอกับพี่สุเมธ แต่ที่บาร์มีบาร์เทนเดอร์ยืนชงเครื่องดื่มอยู่ พวกเรากำลังจะถามหาพี่สุเมธจากบาร์เทนเดอร์คนนั้น ประจวบกับพี่สุเมธเดินออกมาจากในครัวพอดี พอเห็นพวกเราพี่แกก็ยิ้มกว้าง เดินจ้ำเข้ามาหา

“มากันแล้วเหรอ พร้อมหรือยังล่ะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเปิดเวทีให้”

พี่สุเมธไม่รอฟังพวกเราตอบ พี่แกกระโดดขึ้นเวทีแล้วคว้าไมโครโฟน เสียงเพลงที่เปิดคลอบรรยากาศถูกปิด แล้วเสียงกระตืนรือร้อนของพี่สุเมธก็ดังออกลำโพง

“สวัสดีคุณลูกค้าทุกท่านครับ ต้อนรับเข้าสู่ร้านลมเย็นบาร์ในวันที่อากาศสบาย ๆ นะครับ ร้านของเรานอกจากอาหารจะอร่อย เครื่องดื่มรสชาติดีแล้วเนี่ย อีกไฮไลท์เด็ดเลยคือดนตรีสด วันนี้ทางร้านภูมิใจเสนอวงดนตรีหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฎตัวสู่สาธารณะชนมาก่อน แต่ผมรับรองว่าวงนี้เนี่ยมีทีเด็ด เป็นว่าที่เพชรเม็ดงามที่จะส่องประกายเฉิดฉายอยู่ในวงการเพลง ขอเสียงปรบมือต้อนรับวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟ”

สิ้นเสียงของพี่สุเมธมีเสียงปรบมือเปาะแปะ ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนที่คิดแฮะ ถ้าเสียงปรบมือดังเกรียวกราวกว่านี้ พวกผมคงจะเกิดความฮึกเหิมขึ้นบ้าง พี่สุเมธลงจากเวทีแล้ว พวกเราจึงต้องขึ้นไปเพื่อไม่ให้ขาดตอน

ผมกับไอ้หมอกเข้าประจำที่ จัดแจงเครื่องดนตรีให้พร้อม ไอ้ดินปืนมายืนหลังไมโครโฟน ท่าทางมันดูประหม่า ผมเห็นมันสูดหายใจฮึบ แล้วเข้าสู่โหมดเอาจริงเอาจัง พลังงานมาเต็มเหมือนตอนมาออดิชันเมื่อวันก่อน

“สวัสดีครับ พวกเราวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟนะครับ เป็นวงน้องใหม่ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ เริ่มต้นเพลงแรก พวกเราขอเล่นเพลงจากวงที่มีสมาชิกเป็น 3 หนุ่มเหมือนกันนะครับ ใครเป็นแฟน บีจีส์ บ้างครับ เดาได้ไหมเอ่ยว่าพวกเรากำลังจะเล่นเพลงอะไร ใบ้ให้ว่าเป็นเพลงประกอบหนัง เป็นเพลงแนวบัลลาด บรรยายถึงความสัมพันธ์ของคน 2 คนที่มีต่อกันได้สวยงามราวกับบทกวี ขอเชิญทุกคนฟังเพลง ฮาวดีพอิสยัวร์เลิฟ ได้เลยครับ”

สิ้นเสียงไอ้ดินปืนพูดจบ ไอ้หมอกที่รอพร้อมอยู่ก็ขึ้นอินโทรเพลง

ไอโนว์ยัวร์อายส์อินเดอะมอร์นิ่งซัน

ไอฟีลยูทัชมีอินเดอะพัวริงเรน

เล่นไปได้ครึ่งเพลง ลูกค้าด้านล่างที่ตอนแรกเพิกเฉยพวกเรา เริ่มมีบางโต๊ะที่หันมาดูพวกเราบนเวที ยิ้มกันอย่างพออกพอใจแล้วโยกตัวเบา ๆ ไปกับเสียงเพลง พอเพลงจบมีเสียงปรบมือดังกว่าเมื่อตอนขึ้นมาบนเวที ถือว่าพอใช้ได้สำหรับเสียงตอบรับในการเล่นเพลงแรก

“ต่อกันอีกสักเพลงนะครับ กับเพลงของบีจีส์ ผมดูแล้วเนี่ยมีหลายคนนะที่ชอบเพลงของวงนี้ เพลงต่อไปเป็นเพลงที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อพูดถึงวงบีจีส์ นั่นคือเพลง ทูมัชเฮฟเวน

ไอ้ดินปืนพูดสำหรับเข้าเพลงที่ 2 เสร็จ ไอ้หมอกก็ขึ้นดนตรีทันที พอถึงท่อนฮุกของเพลง ผมเห็นหลายคนร้องตามได้ เชื่อเถอะว่าแม้ไม่ได้เป็นแฟนวงบีจีส์ ก็ต้องเคยได้ยินเพลงนี้ผ่านหูมาบ้าง

โนบอดี้เก็ทส์ ทูมัชเฮฟเวนโนมอร์

อิทส์มัชฮาร์ดเดอร์ทูคัมบาย แอมเว็ตติงอินไลน์

พอเพลงนี้จบ เสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวทั้งร้าน บางคนเป่าปาก โห่ฮาอย่างชอบใจ พวกเขาคงชอบที่ไอ้ดินปืนร้อง เพราะเพลงนี้ขึ้นชื่อว่าคัฟเวอร์ยากที่สุดในโลกเพลงหนึ่ง

ไอ้นนท์ที่เอาอาหารมาเสิร์ฟให้ลูกค้าที่โต๊ะหันมาชูนิ้วโป้งให้ผม ก่อนจะแวบกลับไปในครัว ผมพอใจกับผลตอบรับมาก ยังเหลือเวลาเล่นอีกตั้งเยอะ ผมหวังว่าทุกคนจะชอบเพลงที่พวกเราเล่นและอยู่ฟังไปด้วยกันจนจบ

มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งลุกมากันหน้าเวที 3 คน แต่ละคนถือแก้วเครื่องดื่มติดมือมาด้วย ยื่นให้พวกเราคนละแก้ว ไอ้ดินปืนก้าวเข้าไปรับพร้อมยิ้มขอบคุณ มันหันมาพยักพเยิดให้ผมกับไอ้หมอกมารับเครื่องดื่มด้วย ผมกับไอ้หมอกออกไปรับ แล้วพวกเราก็ดื่มเครื่องดื่มพร้อมกันจนหมดแก้ว

ผมหน้าเหยเก ไม่เคยกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนในชีวิต และไม่คิดว่ารสชาติมันจะแย่ขนาดนี้ พอกลืนลงไปผมรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ในอก เหมือนมีไฟกำลังลุกอยู่ในนั้น

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่อร่อยเหรอน้อง ไว้เดี๋ยวพี่ชงเหล้ามาให้ใหม่นะ รับรองอร่อยกว่าแก้วนี้แน่” ลูกค้าคนที่ให้เครื่องดื่มกับผมพูด

พวกเราส่งแก้วคืนให้ ไอ้ดินปืนดูคึกคักขึ้นมา ผมรู้สึกว่ามันเริ่มเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบรรยากาศในตอนนี้แล้ว การออกมาเล่นดนตรีกลางคืนคงเลี่ยงลูกค้าที่พอใจเอาเครื่องดื่มมาให้อย่างนี้ไม่ได้

ลูกค้าคนเดิมไม่ได้พูดเล่นว่าจะชงเครื่องดื่มแก้วใหม่มาให้ พอพวกเราเล่นเพลงที่ 3 จบ เขาก็ถือแก้วเครื่องดื่มมาแล้วยื่นมาทางผม ไอ้ดินปืนแซวและพูดออกไมค์ให้ผมไปรับ

ผมเดินไปรับ ครั้งนี้เครื่องดื่มในแก้วเป็นสีฟ้า รสชาติเหมือนน้ำผลไม้ กลิ่นไม่แรงเท่าแก้วแรก ตอนนี้ในท้องของผมร้อนรุ่ม เหมือนมีกาต้มน้ำอยู่ในนั้น

พวกเราเล่นกันต่ออีก 1 ชั่วโมง ผมรู้สึกในหัวมันหนัก ๆ ตื้อ ๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว ดวงไฟในร้านเดี๋ยวแยกเป็น 2 ดวงบ้าง 3 ดวงบ้าง ท้องไส้ผมปั่นป่วน ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่างกาย ผมเริ่มไม่รับรู้แล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้สึกเวียนหัวมาก แล้วขาก็ยืนพยุงตัวเองไม่อยู่ ร่างของผมล้มตึงไปกลางเวที ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่เห็น


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!