รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 16

Share
Share

นนท์

วันนี้วันเสาร์ ผมมีนัดฝึกร้องเพลงกับไอ้ดินปืนที่คณะนิเทศ หลังจากกินมื้อเช้าที่ทำเองเสร็จแล้ว ผมกับไอ้ตู้เย็นก็มาหาไอ้ดินปืน เห็นมันนั่งอยู่ใต้ตึกคณะคนเดียว มันบอกว่าวันนี้มาช่วยงานพี่รหัส แต่พี่รหัสยังไม่มาเลยช่วยฝึกผมร้องเพลงไปก่อน ผมร้องเพลงฝนตกไหมให้มันฟังหนึ่งรอบ แล้วรอมันวิจารณ์

ผมนำคำแนะนำของไอ้ดินปืนมาปรับใช้ ช่วยได้มากจริง ๆ ผมไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองต้องร้องเสียงเพราะแบบนักร้องไมค์ทองคำ เพราะผมเพิ่งเริ่มหัดร้องเพลงได้ไม่ถึงสัปดาห์ ฝึกกันไปสักครึ่งชั่วโมง พี่รหัสของไอ้ดินปืนก็มาถึง หอบอุปกรณ์ถ่ายภาพมาพะรุงพะรัง

“โทษทีนะพี่มาช้าหน่อย รอนานหรือยังล่ะ?” พี่รหัสถามไอ้ดินปืน

“ไม่นานครับพี่”

พี่รหัสไอ้ดินปืนหันมามองผมกับไอ้ตู้เย็น แล้วหันไปมองไอ้ดินปืนด้วยสายตาเหมือนถามว่าไอ้สองคนนี้เป็นใคร

“สองคนนี้เพื่อนผมครับพี่จั๊บ คนนี้ไอ้ตู้เย็น เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น มันเป็นมือกีตาร์อยู่วงเดียวกับผม”

“ชื่อตู้เย็นจริงดิ ชื่อแปลกดีเว้ย เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินคนชื่อนี้” พี่จั๊บพูดแล้ววางข้าวของที่หอบอยู่

“ส่วนคนนี้ชื่อไอ้นนท์ ว่าที่เดือนคณะวิศวะปีนี้ครับ” ไอ้ดินปืนแนะนำผมซะเวอร์

“อ้าว… ลงประกวดเดือนคณะวิศวะเหรอ ขอให้โชคดีนะ แต่ถ้าหวังจะได้เป็นเดือนมหาลัยต้องลำบากหน่อยหนึ่งล่ะ เพราะต้องผ่านเด็กคณะนิเทศไปให้ได้ก่อน ฮ่า ๆ ๆ พี่ชื่อจั๊บนะ เป็นพี่รหัสไอ้ดินปืน”

“จะขึ้นไปเลยไหมครับ เดี๋ยวผมช่วยขนอุปกรณ์ขึ้นไป” ไอ้ดินปืนพูดกับพี่จั๊บ

“เออ ๆ ไปเลยก็ดี”

“งั้นมึงฝึกตามที่กูแนะนำไปก่อนนะ เดียวอีกสัก 1 ชั่วโมงกูลงมาดู ขอไปช่วยงานพี่จั๊บแป๊บ”

ผมอยู่ต่อที่ใต้ตึกคณะนิเทศกับไอ้ตู้เย็น ฝึกร้องให้มันฟังตามคำแนะนำของไอ้ดินปืน ผมว่าไอ้ตู้เย็นคงเบื่อ แต่ไม่พูดออกมา เล่นฟังผมร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ วนอยู่ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แถมเสียงผมก็ไม่ได้เพราะน่าฟังอะไร ใกล้เที่ยงไอ้ดินปืนกับพี่จั๊บก็ลงมาข้างล่าง พวกเราออกไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน

พี่จั๊บเล่าว่าตอนนี้แกค่อนข้างเครียด เพราะคิดงานส่งอาจารย์ไม่ออก โจทย์คือให้ส่งวิดีโอความยาวไม่เกิน 4 นาทีที่คนดูแล้วกระทบกับอารมณ์ อาจดูแล้วซึ้ง ตื่นเต้น หรือหวาดกลัวก็ได้ ผมกับไอ้ตู้เย็นที่ไม่มีหัวด้านสื่อบันเทิง ไม่รู้จะให้คำแนะนำยังไงดี เลยได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ

ผมอยู่ฝึกร้องเพลงกับไอ้ดินปืนต่อถึง 4 โมงเย็น จากนั้นก็กลับคอนโดกับไอ้ตู้เย็น มาฝึกเล่นอูคูเลเล่ต่อ ช่วงนี้ผมฝึกแบบดีดไปร้องไป ฝึกจนถึง 5 โมงครึ่งก็รู้สึกเจ็บคอ วันนี้ร้องเพลงมาทั้งวันเลยคิดว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่า เลยเดินมาหาไอ้ตู้เย็นที่เล่นคอมอยู่

“พรุ่งนี้มึงว่างหรือเปล่า?” ผมถาม

“ว่าง มีอะไรเหรอวะ?”

“พรุ่งนี้กูว่าจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารสักหน่อย หยุดไปนานเดี๋ยวไม่มีเงินใช้ มึงอยากลองเปิดประสบการณ์แนวนี้ดูไหม? ขี่รถส่งอาหารสนุกดีนะเว้ย”

“กูไปด้วยแล้วจะนั่งยังไง? ไม่ใช่ว่ารถมึงต้องติดกล่องเก็บอาหารไว้ท้ายรถเหรอวะ?”

“มึงก็นั่งซ้อนท้ายกูปกตินี่แหละ กล่องเก็บอาหารมันยื่นออกไปนอกรถ เบาะหลังเหลือที่ให้นั่งอีกคนหนึ่งได้ สนใจไหม ประสบการณ์อย่างนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะเว้ย”

“ขอคิดดูก่อน” ไอ้ตู้เย็นพูดแค่นี้ แล้วก็สนใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอต่อ

ผมไม่เซ้าซี้ เดินกลับมาที่โซฟาแล้วเปิดทีวีหาอะไรดู ตกเย็นผมหยิบของเหลือจากในตู้เย็นมาทำอาหาร ได้เป็นข้าวผัดหมู ทำเสร็จร้อน ๆ ก็เรียกไอ้ตู้เย็นให้มากิน

“พรุ่งนี้มึงจะออกไปวิ่งรับส่งอาหารกี่โมง?” ไอ้ตู้เย็นถามกลางโต๊ะอาหาร

“ปกติออกไป 10 โมง”

“งั้นกูขอไปด้วยแล้วกันวันพรุ่งนี้ อยู่ที่ห้องก็เบื่อ ๆ  อยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำ”

“ได้สิ กูรับรองว่าวันพรุ่งนี้มึงจะสนุกแน่”

วันนี้ผมและไอ้ตู้เย็นออกจากคอนโดประมาณ 9 โมงครึ่ง ต้องขี่มอไซด์ไปที่หอผม เพื่อไปเอาเสื้อแจ็คเก็ตและกระเป๋าใส่อาหาร มาถึงผมก็ชวนไอ้ตู้เย็นขึ้นไปบนห้อง พอเราสองคนมายืนอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ แคบ ๆ ผมก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันยังไงไม่ให้อึดอัด

“เป็นไง… ห้องกูกระทัดรัดดีไหม? เล็กกว่าห้องมึง 3 เท่าได้มั้ง”

“ห้องเล็กขนาดนี้ มึงไม่อึดอัดเหรอวะ?”

“คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก แต่ถ้าเป็นไปได้กูก็อยากอยู่ห้องใหญ่ ๆ แบบมึงนะ ได้หายใจหายคอดี ๆ หน่อย”

“งั้นมาอยู่กับกูไหมล่ะ กูว่าห้องกูใหญ่เกินกว่าจะอยู่แค่คนเดียว”

ผมประหลาดใจที่มันชวน “ได้จริงเหรอ? แต่ไม่เป็นไร กูเกรงใจมึงว่ะ”

“กูไม่ได้จะให้มึงมาอยู่ฟรี มึงต้องช่วยหารค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางกับกูคนละครึ่ง แล้วมึงต้องคอยทำงานบ้านทำอาหารแลกกับค่าเช่า”

“โห… นี่มึงให้กูไปเป็นรูมเมทหรือไปเป็นแม่บ้านวะ? เรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า ย้ายที่อยู่มันเรื่องใหญ่เหมือนกันนะ”

ผมหยิบแจ็คเก็ตและกล่องเก็บอาหาร จากนั้นก็ชวนไอ้ตู้เย็นลงมา แล้วติดตั้งกล่องเก็บอาหารเข้ากับท้ายรถมอไซด์ สวมแจ็คเก็ตให้เรียบร้อย หยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอพรับออเดอร์อาหาร เท่านี้ก็เริ่มทำงานได้

“กูเปิดรับออเดอร์แล้ว ถ้ามีลูกค้าสั่งอาหารจากร้านในละแวกนี้ก็จะเด้งขึ้นมาให้กูกดรับงาน แอพมีการแบ่งระดับคนขับด้วยนะ ถ้าใครรับงานบ่อยและได้คะแนนรีวิวดี ออเดอร์ก็จะเด้งไปหาคนนั้นก่อน ถ้าคนระดับบน ๆ ไม่รับงาน จะเด้งมาหาคนขับระดับรอง ๆ ไล่ลงมา สำหรับกูที่วิ่งแค่เสาร์อาทิตย์คงต้องรอสักพักกว่าจะได้ออเดอร์” ผมอธิบายวิธีการทำงานของแอพสั่งอาหารให้ไอ้ตู้เย็นทราบ มันดูตั้งใจฟังเรื่องที่ผมพูด

“คนทำแอพนี่เก่งเนาะ เขียนระบบอะไรซับซ้อนแบบนี้ได้”

“นี่แหละเหตุผลที่กูเลือกเรียนคณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์ กูอยากเป็นโปรแกรมเมอร์เก่ง ๆ เขียนแอพพวกนี้ได้ แล้วได้ไปทำงานที่บริษัทเจ๋ง ๆ ในซิลิคอนวัลเล่ย์ แล้วมึงอ่ะ เลือกเรียนคณะนี้เพราะอะไร?”

“พ่อกูบังคับให้เรียนคณะวิศวะ กูเลือกวิศวกรรมซอฟต์แวร์เพราะชอบเล่นเกม อยากจะทำเกม คิดว่าเล่นเกมมาเยอะน่าจะพอช่วยได้ แต่กูคงคิดผิด เกมที่เล่นมาไม่ช่วยอะไรด้านการเรียนกูเลย ตอนนี้กูขอแค่ไม่โดนรีไทร์ก็พอ”

ผมเอามือจับไหล่ไอ้ตู้เย็นเป็นการให้กำลังใจ

“เฮ้ย… อย่าท้อน่า มึงมีกูช่วยติวอยู่ทั้งคน จบ 4 ปีไปพร้อมกันเนี่ยแหละ แล้วไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยกัน ถ้าไม่ได้ไปซิลิคอนวัลเล่ย์ อย่างน้อยได้ไปทำงานที่สิงคโปร์ก็ยังดี”

ติ๊ง…

หน้าต่างสรุปออเดอร์เด้งขึ้นมากลางหน้าจอมือถือของผม เป็นออเดอร์ที่ให้ไปรับอาหารจากร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ ร้านที่ผมทำงานพิเศษอยู่ ผมกดรับออเดอร์แล้วแอพก็ขึ้นแผนที่นำทางไปที่ร้าน สำหรับผมไม่ต้องพึ่งแผนที่หรอก เพราะรู้ทางไปอยู่แล้ว มาถึงร้านและได้รับอาหารแล้ว ผมก็เอามาใส่ไว้ในกล่องเก็บอาหารเพื่อรักษาอุณหภูมิ จากนั้นขับเอาไปส่งให้ลูกค้า พอเสร็จงานแรก งานที่ 2 ที่ 3 ก็เด้งเข้ามาติด ๆ กัน

พอสักเที่ยงครึ่ง ผมก็หยุดรับออเดอร์ชั่วคราวเพื่อพักเติมพลัง แถวที่ผมอยู่ตอนนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านหนึ่งเด็ดมาก ไม่ได้กินมานานเพราะไม่ค่อยได้ผ่านมาแถวนี้ ผมลองชวนไอ้ตู้เย็นให้ไปกินร้านนี้ดู

“เที่ยงแล้ว เดี๋ยวพักกินมื้อกลางวันกันก่อน แถวนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือร้านหนึ่งอร่อยมาก ไปกินกันไหม?”

“กูได้หมด”

ผมชอบไอ้ตู้เย็นตรงที่มันเป็นคนง่าย ๆ ภายนอกมันอาจดูเฉยชา ไม่น่าเข้าหา แต่พอขอให้ช่วยหรือชวนทำอะไร มันไม่เคยปฏิเสธเลย อย่างขอให้มันช่วยสอนอูคูเลเล่ ขอให้ช่วยติดต่อไอ้ดินปืนเรื่องสอนร้องเพลง หรือแม้กระทั่งขอมาอาศัยอยู่ด้วยเป็นสัปดาห์ที่คอนโด มันก็ยอมให้ง่าย ๆ ทั้งที่เราสองคนเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ไม่รู้นะว่าไอ้ตู้เย็นมองว่าเราสนิทกันไหม แต่สำหรับผมมันคือเพื่อนที่สนิทที่สุดในคณะ และเจอหน้าบ่อยที่สุดในช่วงนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่ผมบอกชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแม่เพลินใจ ตอนเรามาถึงเป็นเวลาที่คนอื่นมากินมื้อเที่ยงเหมือนกัน คนเลยเยอะ ร้านค่อนข้างใหญ่แต่ไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลย ผมมองหาโต๊ะว่างทั่วร้าน แล้วก็เห็นใครคนหนึ่งโบกมือให้

“ไอ้นนท์นนท์! ทางนี้ ๆ มานั่งด้วยกันสิ”

คนที่โบกมือเรียกคือพี่ริวนั่นเอง ผมส่งยิ้มให้และพยักหน้าตอบรับ หันไปสะกิดไอ้ตู้เย็น แล้วพามันเดินไปหาพี่ริวที่โต๊ะ พี่แป้งก็มาด้วย เราสองคนสวัสดีทักทายพี่ ๆ

“พวกพี่สั่งกันหรือยังครับ?” ผมถาม

“สั่งไปแล้วเมื่อกี้ แต่คงอีกนานกว่าจะได้ ลูกค้าเยอะขนาดนี้ มึงสองคนรีบสั่งเลยดีกว่า เผื่อจะได้ทั้งหมดพร้อมกัน” พี่ริวว่า

เมนูที่ร้านมีให้เลือกไม่เยอะ ผมสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกลูกชิ้นหมู ไอ้ตู้เย็นสั่งเกาเหลาต้มยำหมูเด้งกับข้าวเปล่า

“เป็นไงบ้างนนท์นนท์ เตรียมการแสดงสำหรับวันศุกร์นี้ไปถึงไหนแล้ว?” พี่แป้งถาม

“ยังซ้อมไม่ถึงไหนเลยครับ แต่ผมจะพยายามให้ถึงที่สุด”

“สู้ ๆ นะ พี่เป็นกำลังใจให้”

“ชนะให้ได้นะเว้ย เห็นกูอย่างนี้ แต่เมื่อ 2 ปีก่อนกูเกือบได้เป็นเดือนคณะเลยนะเว้ย” พี่ริวโม้

พี่แป้งตีแขนพี่ริวดังป๊าบ

“แหม… ตัวอย่ามาโม้หน่อยเลย ถ้าอย่างตัวได้เป็นเดือนคณะ เค้าคงได้เป็นดาวมหาลัยแล้วล่ะ”

ร้านนี้รออาหารนานสมคำร่ำลือ แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยตั้งแต่เส้น น้ำซุป ไปจนใบโหระพาก็ยังอร่อย คุ้มค่ากับการเสียเวลาและราคาที่จ่ายไปมาก กินเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกับพี่ริวและพี่แป้ง ผมเปิดรับออเดอร์ต่อในแอพ บังเอิญเหลือเกินที่ออเดอร์ล่าสุดนี้สั่งอาหารจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแม่เพลินใจ ทำให้ผมกับไอ้ตู้เย็นต้องรอกันต่อที่ร้าน

“มึงเหนื่อยไหม? ถ้าอยากกลับเมื่อไหร่บอกนะ” ผมหันไปถามไอ้ตู้เย็น ตอนนี้พวกเราอยู่ระหว่างนำอาหารไปส่งให้ลูกค้า พระอาทิตย์คล้อยตกดินแล้ว

“ไม่เหนื่อย… กูจะเหนื่อยได้ไง แค่ซ้อนท้ายมึงเฉย ๆ นั่งกินลมชมวิวเมืองแบบนี้ก็เพลินดีเหมือนกัน”

“มึงไม่เหนื่อยก็ดี แต่กูเริ่มเหนื่อยแล้ว เอาเป็นว่าส่งออเดอร์นี้เป็นออเดอร์สุดท้าย แล้วก็จะกลับไปทำข้าวเย็นให้มึงกิน โอเคไหม?”

“แล้วแต่มึงเลย ถ้าเหนื่อยก็ควรกลับไปพัก”

ออเดอร์ที่ผมกำลังเอาไปส่งรับมาจากร้านยำ สถานที่ที่ต้องเอาไปส่งให้ลูกค้าอยู่อีกไม่ไกล ผมอยู่ในถนนเส้นที่คุ้นเคย แต่รู้สึกเหมือนรถค่อนข้างติด ปกติวันเสาร์เวลาแบบนี้ ถนนเส้นนี้ขับคล่องสบาย ๆ ไม่รู้ว่าข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า

ยิ่งขับเข้ามารถก็ยิ่งติด ถนนเปิดให้วิ่งเลนขวาเลนเดียว ผมเห็นแสงไปวิบวับสีแดงสลับสีน้ำเงิน ข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุแน่เลย ขออย่าให้ร้ายแรง ไม่มีใครเป็นอันตรายด้วยเถอะ ขออย่าให้ถึงขั้นเลือดตกยางออกเลย เพราะผมกลัวเลือด

ผมว่าจะไม่หันไปมองสถานที่เกิดเหตุ แต่ห้ามความซุกซนของสายตาตัวเองไม่ได้ แล้วก็เจอดีเข้าจนได้ เห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็น มีผู้ชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ที่พื้น ทั้งตัวเขาอาบไปด้วยสีแดง แขนข้างซ้ายหักจนเห็นกระดูกสีขาวแหลม ๆ แทงทะลุเนื้อออกมา ผมได้กลิ่นคาวเลือดที่มีกลิ่นเหมือนเหล็ก

พลันเลือดในร่างกายผมก็สูบฉีดได้ไม่ทั่ว รู้สึกเย็บเยียบที่ใบหน้า ในสมอง ที่มือและที่เท้า ผมพยายามประคองสติไม่ให้วูบ ขอขับให้พ้นสถานที่เกิดเหตุไปได้ซะก่อน


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!