รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 22

Share
Share

นนท์

ถึงแม้ตอนนี้ผมจะไม่พร้อมพูดคุยอะไรกับไอ้ตู้เย็นสักเท่าไหร่ แต่มันก็มัดมือชกทำผมเลี่ยงไม่ได้ ผมตามมันขึ้นมาบนห้อง หวังจะคุยกับมันให้จบ ๆ ไป แต่มันก็ยึกยักไม่ยอมเข้าเรื่องสักที ในที่สุดมันก็พูดความในใจออกมาว่าช่วงนี้มันคิดว่าผมดูแปลกไป ผมจึงรีบตอบไปว่ามันต่างหากที่ดูแปลกไป ก็ช่วง 2-3 วันมานี้มันดูไม่ใช่ไอ้ตู้เย็นที่ผมรู้จักจริง ๆ นี่หน่า

“หมายความว่าไงวะ กูก็เป็นกูปกติของกูเหมือนเดิม” ไอ้ตู้เย็นไม่ยอมรับ

“แล้วที่มึงพูดว่ากูดูแปลกไปเนี่ย กูแปลกไปยังไงวะ?”

“ก็… มึงพยายามหลบหน้ากู อารมณ์ไม่ดีใส่กู กูไม่เคยเห็นมึงอารมณ์ไม่ดีใส่ใครเลย พอมาอารมณ์ไม่ดีใส่กู กูก็เสียความรู้สึกนะเว้ย ถามจริงเถอะ มึงโกรธกูเรื่องอะไรวะ หลายวันมานี้กูพยายามคิด แต่ก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่ะ”

ถ้าผมบอกสาเหตุมันไป ไอ้ตู้เย็นจะมองผมไม่เหมือนเดิมไหม “ช่างมันเถอะ เรื่องนี้อย่าไปสนใจเลย”

“จะไม่ให้สนใจได้ไงวะ ถ้าเราจะคบกันเป็นเพื่อนต่อไป จะปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคาอยู่ได้ไง บอกกูทีเถอะว่ากูทำอะไรให้มึงไม่พอใจ”

ผมไม่กล้าบอกสาเหตุที่ผมไม่พอใจมันออกมา ผมพอใจสถานะเพื่อนที่ค่อยเป็นค่อยไปของเราในตอนนี้ หากพูดความรู้สึกออกไป แล้วไอ้ตู้เย็นจะตัดเยื่อใยทุกอย่างทิ้ง แม้แต่ความเป็นเพื่อนก็ไม่มีเหลือ แต่อีกใจผมก็ไม่อยากอมพะนำเก็บความรู้สึกเอาไว้อย่างนี้ มันทำให้ผมอึดอัดใจ เอาล่ะ… เป็นไงเป็นกัน ผมจะซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ผลจะออกมายังไงก็คงต้องยอมรับ

“ตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว ที่มึงเพิ่งเคยเจอนานะ มึงก็ดูแปลกไป”

ได้ยินแล้วไอ้ตู้เย็นก็ทำหน้าสงสัย

“กูแปลกไปยังไงวะ แล้วนานะเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?”

“ก็ตั้งแต่รู้จักกับมึงมา มึงคือไอ้เสือยิ้มยาก พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก แต่วันนั้นที่มึงคุยกับนานะ มึงดูเป็นอีกคนที่กูไม่เคยเจอมาก่อน มึงช่างพูดขึ้น ดูเอาใจใส่คนอื่น ดูมีความสุข ดูสดใสตอนที่ได้อยู่กับนานะ 2 คน ตั้งแต่รู้จักกับมึงมา มึงไม่เคยแสดงด้านนี้ให้กูได้เห็นเลย แต่กับนานะที่เพิ่งเจอกันวันแรก มึงกลับ…”

“นี่มึงหึงกูเหรอเนี่ย?”

ผมสะดุ้งกับคำที่ไอ้ตู้เย็นพูดออกมา มันใช้คำพูดตรงไปไหม แต่จะให้ปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างนั้นก็ไม่ได้

“กูไม่ได้คิดอะไรกับนานะเลยเว้ย แค่รู้สึกว่านานะนิสัยคล้ายเพื่อนสนิทสมัย ม.ปลายกูคนหนึ่ง กูเลยเผลอทำตัวสนิทสนมออกมามากไปหน่อยมั้ง ให้กูสาบานตรงนี้เลยว่ากูไม่ได้คิดอะไรกับนานะเลยจริง ๆ ไม่ได้หวังว่าต้องได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ” ไอ้ตู้เย็นพูดแล้วยกสิบนิ้วขึ้นมาชู “กูต่างหากที่เป็นฝ่ายคิดมาก เวลาเห็นมึงกับนานะเข้าซีนใกล้ชิดกัน ตอนที่กล้องกำลังถ่ายพวกมึงอยู่ กูเชื่อจริง ๆ นะว่ามึง 2 คนเป็นแฟนกัน ก็ดูเหมาะสมกันขนาดนั้น เดือนกับดาวคณะกันทั้งคู่นี่ กูต้องพยายามปลอบใจตัวเองตลอดว่าเป็นแค่การแสดง” ไอ้ตู้เย็นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “กูยอมรับก็ได้ว่ากูหึงมึง แต่กูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะไปหึงมึงทำไม มึงกับกูเป็นแค่เพื่อนกัน”

พอได้ฟังไอ้ตู้เย็นอธิบาย ผมก็เข้าใจในมุมมองมันมากขึ้น นี่เท่ากับว่าเราทั้งสองมองเหตุการณ์เดียวกันแล้วตัดสินอีกฝ่ายจากมุมมองของตัวเอง ไม่ยอมสอบถามเจตนาของอีกฝ่ายว่าตรงกับที่ตัวเองคิดหรือเปล่า ส่วนที่ไอ้ตู้เย็นบอกว่ามันหึงผม หมายความว่ามันก็คิดแบบเดียวกับผมอย่างงั้นสิ

“มึงหึงกูงั้นเหรอ?” ผมถามย้ำไปอีกที

ไอ้ตู้เย็นพเยิดหน้า

“เพื่อนกันหึงกันได้ด้วยเหรอวะ?”

“แล้วต้องอยู่ในสถานะไหน กูถึงจะมีสิทธิ์หึงมึงได้ล่ะ?”

ผมนิ่งคิดครู่หนึ่ง “อย่างน้อยก็ต้องเป็นแฟนกัน”

“แล้วกูมีสิทธิ์ได้สถานะนั้นจากมึงไหม?”

หูผมแดงแจ๋ “นี่มึงกำลังขอกูเป็นแฟนอยู่นะ”

“คงงั้นมั้ง กูไม่เคยตกหลุมรักใครเลย แต่กับมึงจะเรียกว่าตกหลุมรักได้ไหม กูชอบเวลาที่ได้เห็นหน้าของมึง มันทำให้กูรู้สึกเหมือนโลกสีหม่น ๆ รอบตัวดูสดใสขึ้นมา กูชอบที่มึงเป็นฝ่ายเข้าหากู ทั้งที่กูก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้น่าคบเป็นเพื่อนด้วยเท่าไหร่ กูชอบที่มึงมาจู้จี้จุกจิก จัดการชีวิตกูให้เข้าที่เข้าทางขึ้น กูมีความสุขมากเลยนะ ช่วงที่มึงมาอยู่ยาวที่คอนโดกับกู มึงมาอยู่แบบนั้นตลอดไปเลยได้ไหมวะ?”

“มึงพูดอย่างนี้กูจะเลิกเป็นเพื่อนกับมึงแล้วนะ เอากุญแจรถกูคืนมา กูจะกลับหอ”

ไอ้ตู้เย็นตกใจที่ได้ยินผมพูดออกไปแบบนั้น

“เฮ้ย! กูขอโทษที่พูดอะไรโง่ ๆ ออกไป มึงคงไม่พอใจที่มีผู้ชายมาขอเป็นแฟนใช่ไหม แต่อย่างน้อยมึงก็อย่าถึงขั้นตัดขาดความเป็นเพื่อนกับกูเลยนะ”

“กูหมายถึง… กูยอมคบมึงเป็นแฟนก็ได้ กูแอบชอบมึงตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกที่กิจกรรมรับน้องคณะแล้ว”

“แต่ตอนนั้นมึงแกล้งกูนี่ เวลามึงแอบชอบใคร มึงจะแสดงออกอย่างนั้นเหรอวะ?”

“กูคิดว่ามันจะช่วยให้เราสนิทกันขึ้นไง เออ… ขอกุญแจรถกูคืนได้หรือยังวะ?”

ไอ้ตู้เย็นแปลกใจที่ผมยังถามหากุญแจรถคืนจากมันอยู่

“คืนนี้มึงไม่ได้จะนอนค้างกับกูที่นี่หรอกเหรอ อยู่ด้วยกันเถอะนะ กูอยากกอดมึงให้สมกับที่มึงทำกูคิดมากเรื่องมึงมาตลอด 2-3 วันนี้”

“กูจะกลับหอไปเอาเสื้อผ้าไง”

ไอ้ตู้เย็นยิ้มผ่อนคลาย “มันดึกแล้ว คืนนี้นุ่งเสื้อผ้าขอกูไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปขนเสื้อผ้าจากหอมึงมาที่นี่ด้วยกัน” แล้วมันก็ตบที่นั่งข้าง ๆ “มาให้กอดทีหนึ่งได้ไหมคุณแฟน”

ผมหน้าแดงที่ถูกเรียกอย่างนั้น ยอมเดินไปนั่งข้าง ๆ มัน แล้วมันก็ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นมาโอบรอบตัวผม จากนั้นถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจ

“เฮ้อ… สบายใจจัง อยากกอดมึงแบบนี้มานานแล้ว คราวนี้เราสองคนก็ไม่ต้องเก็บความรู้สึกกันแล้วนะคุณแฟน”

“มึงเรียกกูแบบนั้นมันจั๊กจี้ยังไงไม่รู้ว่ะ”

“อ้าว… ไม่ชอบให้เรียกแฟนเหรอครับ งั้นให้เรียกว่าอะไรดี ตัวเอง? เตง? บี๋? ฮันนี่? หรือที่รักดี?”

“เรียกอย่างเดิมที่เราเรียกกันทุกวันนี้เถอะว่ะ ใช้มึงกูนี่แหละ มันติดปากกูไปแล้ว”

“เอางั้นก็ได้ ดีเหมือนกัน คนอื่นจะได้ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน มึงเป็นถึงเดือนคณะ มาคบกับผู้ชาย ถ้าคนอื่นรู้เข้ามีหวังได้เป็นข่าวซุบซิบใหญ่โตแน่ แถมกูจะโดนพี่ ๆ ในคณะที่เป็นแฟนคลับมึงเขม่นเอาอีก ดีไม่ดีอาจโดนเขม่นจากคนทั้งคณะ”

“มึงก็เวอร์ไป แต่กูไม่ได้ซีเรียสนะ ถ้าใครจะพูดถึงกูแบบนั้น ก็กูชอบผู้ชายจริงนี่หว่า กูไม่เคยคิดจะปิดบังว่าตัวเองเป็นเพศอะไร แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครถาม ก็เลยไม่เคยได้พูด”

“ดึกแล้วอ่ะ อาบน้ำด้วยกันไหมจะได้รีบนอนไว ๆ”

“ทะลึ่ง! อาบทีละคนดิวะ มึงจะอาบก่อนหรือจะให้กูอาบก่อน?”

“กูจะอาบพร้อมมึง”

ไอ้ตู้เย็นยังกอดผมแน่น น้ำเสียงแฝงแววอ้อน ต่างจากที่ผมเคยเห็นทุกที

“งั้นมึงไปอาบก่อนเลย” ผมแกะมือของมันออก แล้วผลักให้มันไปอาบน้ำ ที่ผมอยากให้มันอาบก่อน เพราะกลัวว่าถ้าผมอาบก่อนมันจะทะเล่อทะล่าเข้ามาอาบพร้อมผมได้ ถึงจะดีใจที่วันนี้ได้เป็นแฟนกัน แต่ผมยังไม่พร้อมให้มันได้เห็นเจ้านนท์น้อย

ผมตื่นแต่เช้าตามปกติเช่นทุกวัน ไอ้ตู้เย็นยังนอนอ้าปากกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ ผมลุกจากเตียงไปเปิดผ้าม่านตรงระเบียง ปล่อยให้แสงสว่างส่องเข้ามาเป็นการปลุกมัน

“โอ้ย… ปิดม่านก่อนไอ้นนท์ กูแสบตา” ไอ้ตู้เย็นงึมงำพลางพลิกตัวหันหลังให้ระเบียง

“ตื่นได้แล้วน่า มึงจะนอนไปถึงไหน ดูสิเนี่ยแดดออกขนาดนี้ ควรตื่นได้แล้ว”

“แต่มันยังเช้าอยู่เลย”

“มึงทำใจไว้เลยนะ ถ้าให้กูมาอยู่ด้วย มึงได้ตื่นเวลานี้ทุกวันแน่”

“เออ… แต่วันนี้กูขอตื่นสายสักหน่อยไม่ได้เหรอ?”

“ไม่ได้! อย่างอแงเป็นเด็กน้อยน่า”

พูดแล้วผมก็ไปยืนที่ปลายเตียง เอา 2 มือจับข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของมันไว้ แล้วดึงตัวมันลงมาครึ่งตัว

“เฮ้ย! ปล่อยกูนะ ตกเตียงไปเจ็บเหมือนกันนะเว้ย”

“งั้นก็ลุกได้แล้ว”

ไอ้ตู้เย็นยอมลุกขึ้นนั่งบนเตียง มันเอามือขยี้ตาท่าทางดูเหมือนเด็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมองผมพลางพูดว่า

“มึงไปทำข้าวเช้าหน่อย กูอยากกินข้าวฝีมือมึง”

“เอาอะไรมาให้กูทำล่ะ เมื่อคืนกูเปิดตู้เย็นห้องมึง เห็นมีแต่น้ำเปล่าแช่ไว้ งั้นเช้านี้เราไปตลาดกันไหม?”

ตอนพักกลางวันวันนี้ นานะส่งข้อความมาบอกผมว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ขอนัดเจอเวลาบ่าย 3 วันนี้ที่ห้องสมุดคณะ ผมสงสัยว่าเรามีเรื่องอะไรต้องคุยกัน ผมกำลังลังเลอยู่ว่าควรปรึกษาไอ้ตู้เย็นดีไหม แต่แล้วก็ตัดสินใจโทรไปหามัน

“ไอ้ตู้เย็น… อยู่ ๆ นานะก็ขอนัดคุยกับกูว่ะ กูควรเอายังไงดีวะ?”

“อ๋อ… กูเป็นคนขอให้นานะนัดคุยกับมึงเอง มึงจะได้สบายใจว่าเรื่องของเราสองคนจะไม่มีทางมีนานะเข้ามาเกี่ยวข้องได้”

คำพูดของมันตีความยากเหมือนกัน คำที่ว่าไม่มีทางเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ทำให้ผมคิดว่ามันมองนานะเหมือนเป็นนางร้ายที่จะเข้ามาแทรกกลางความรักคนอื่นอย่างนั้นน่ะ ไม่รู้ว่ามันไปพูดดี ๆ ขอให้นานะมาคุยกับผม หรือไปข่มขู่อะไร แต่ผมว่าคนอย่างมันไม่มีทางทำวิธีแบบหลังกับใครได้หรอก

ถึงเวลานัด ผมเจอนานะที่หน้าห้องสมุดคณะพอดี เราทักทายกัน เวลานี้คนใช้ห้องสมุดน้อย แต่เราก็เลือกที่นั่งด้านในสุด ซึ่งคิดว่าสามารถคุยกันได้โดยไม่มีใครมาได้ยิน นานะไม่รีรอ เธอเข้าเรื่องทันที

“เรารู้เรื่องนายกับตู้เย็นแล้วนะ ตู้เย็นเป็นคนบอกน่ะ ยินดีด้วยนะ” นานะพูดพร้อมยิ้มออกมาอย่างจริงใจ

อ้อ… เธอคงหมายถึงเรื่องที่ผมกับไอ้ตู้เย็นคบเป็นแฟนกัน

“ตู้เย็นบอกว่านายไม่สบายใจเรื่องเรา เราขอโทษนะที่ทำให้นายทั้งสองคนเข้าใจกันผิด เรื่องที่เรากำลังจะบอกนาย ตู้เย็นเขารู้แล้วล่ะ นายมั่นใจได้เลยว่าเราไม่มีทางกลายเป็นมือที่สามหรืออะไรแบบนั้นแน่นอน”

ผมชักสงสัยว่าเป็นเรื่องอะไร

“นานะจะบอกอะไรเราเหรอ?”

“คือเราเป็นเอเซ็กซ์ชวลน่ะ เคยได้ยินคำนี้ไหม?”

“เอเซ็กซ์ชวลเหรอ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะ”

“เราเป็นคนไม่สนใจเรื่องเซ็กซ์น่ะ ไม่พิศวาสกับเพศไหนเลย ไม่ว่าจะผู้ชาย ผู้หญิงด้วยกัน กับเกย์หรือกับเลสเบี้ยน ไม่มีอารมณ์ทางด้านนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราตายด้านนะ คนประเภทแบบเราน่ะเขาเรียกว่าเอเซ็กซ์ชวล เป็นรสนิยมทางเพศแบบหนึ่ง”

ผมไม่ได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเอเซ็กซ์ชวลที่นานะพูดถึง นิยามอย่างชัดเจนว่ายังไง แต่เอาเป็นว่าเธอไม่มีทางมาตกหลุมรักผมหรือไอ้ตู้เย็นแน่ ๆ เท่านี้ผมก็สบายใจ ไม่มีอะไรค้างคาอยู่ในอกแล้ว และต้องขอบคุณเธอด้วยที่กล้าหาญมาบอกรสนิยมทางเพศให้กับเพื่อนที่เพียงแค่รู้จักกันผิวเผินเช่นผมได้รู้


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!