รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 23

Share
Share

ตู้เย็น

นานะบอกผมว่าเธอเป็นเอเซ็กซ์ชวลตอนที่เราไปร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ด้วยกัน เธอสังเกตเห็นไอ้นนท์ฮึดฮัดท่าทางเหมือนไม่พอใจ เธอก็สันนิษฐานว่ามันน่าจะโกรธผมกับเธอหรือเปล่า ตอนนั้นผมยังไม่เชื่อเธอ แต่ตอนนี้รู้จากปากของไอ้นนท์เองแล้วว่ามันหึงผมกับนานะจริง

รสนิยมทางเพศ นอกจากชายจริงหญิงแท้ ผมก็รู้จักเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กซ์ชวลและทรานส์เจนเดอร์ แต่เอเซ็กซ์ชวลที่นานะพูดถึง ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน เธออธิบายว่าเอเซ็กซ์ชวลคือรสนิยมทางเพศแบบหนึ่งที่ไม่พิศวาส ไม่มีอารมณ์ทางเพศกับเพศไหนเลย

วันนี้ผมมาติวหนังสือกับไอ้นนท์เหมือนเช่นทุกวัน พอมาถึงห้องสมุดประจำคณะก็เห็นมันนั่งรออยู่ในห้องประจำห้องเดิม ที่มันมักมาถึงก่อนเพราะมันเรียนภาคปกติที่ส่วนใหญ่จะเรียนที่ตึกเดียวกันนี้ พอเรียนเสร็จมันก็เดินลงมาที่นี่ได้เลย ส่วนผมที่เรียนภาคพิเศษ จะเรียนอีกตึกซะเป็นส่วนใหญ่ ต้องเสียเวลาเดินมา

มาถึงผมก็เห็นไอ้นนท์สีหน้ายิ้มแย้มสดใสเหมือนเช่นปกติ แต่ดูดี ๆ วันนี้เหมือนมันจะยิ้มกว้างกว่าทุกที ตาของมันมองมาที่ผมเป็นประกาย พอผมนั่งลงตรงข้ามมัน มันก็พูดขึ้น

“วันอาทิตย์นี้มึงว่างไหม กูมีงานเดินแบบเสื้อผ้าเปิดตัวใหม่ มึงสนใจไปด้วยกันเปล่า?”

“จะให้กูไปเป็นเพื่อนมึงอีกแล้วเหรอ เสาร์อาทิตย์จะไม่ให้กูได้ทำอะไรเลย นอกจากคอยตามไปดูแลมึงอย่างเดียวหรือไง?”

“เปล่า… กูไม่ได้ชวนมึงไปเป็นเพื่อน กูจะชวนมึงไปทำงานด้วยต่างหาก”

ผมทำหน้าสงสัย “ชวนกูไปทำงานด้วย?”

“ใช่ งานนี้พี่แองโจลี่รับมาให้กู พี่แกบอกว่าต่อไปนี้จะเป็นผู้จัดการส่วนตัวคอยรับงานให้กู แล้วพี่เขาก็บอกว่ายังขาดนายแบบอีกหนึ่งคน เลยถามกูว่ารู้จักใครที่หน่วยก้านพอใช้ได้ไหม คนที่กูนึกออกก็มีมึงคนเดียวเนี่ยแหละ”

“หา… อย่างกูเนี่ยนะจะให้ไปเดินแบบ จะไหวเหรอวะ แล้วหน้าอย่างกูนี่เขาเอาด้วยเหรอ?”

“งานนี้เน้นหุ่น ไม่ได้เน้นหน้า ไหนมึงลองลุกขึ้นยืนให้กูดูหน่อย”

ผมบ้าจี้ยอมลุกขึ้นตามที่มันสั่ง

“ลองหมุนตัวไปรอบ ๆ สิ”

ผมบ้าจี้หมุนตัวไปรอบ ๆ

“กูว่าใช้ได้ เดี๋ยวกูขอถ่ายรูปมึงให้พี่แองโจลี่ก่อน พี่เขาจะได้ส่งให้ลูกค้าดู”

ไอ้นนท์หยิบมือถือขึ้นมาส่องผม

“กูต้องยิ้มไหมวะ”

“เออ… ยิ้มสักนิด เอาเท่าที่มึงยิ้มได้”

ผมยิ้มแห้ง ๆ ใส่กล้อง เสียงชัตเตอร์ดังออกมาจากมือถือของไอ้นนท์

“โธ่… ไอ้เสือยิ้มยากของกู” ไอ้นนท์พูดออกมา พลางมองรูปผมที่มันเพิ่งถ่ายไป “กูส่งรูปมึงให้พี่แองโจลี่ละ”

เอ… เมื่อกี้ผมบ้าจี้ ไหลลื่นยอมทำตามที่ไอ้นนท์สั่งมากไปหน่อยไหมนะ มาคิดดูดี ๆ ผมนึกสภาพตัวเองเดินแบบไม่ออก ผมทำตัวไปถูกแน่ ถ้าโดนสายตาหลายสิบหลายร้อยคู่จ้องมาที่ตัวเอง แถมหน้าตาของผมก็ไม่ได้ดีเท่าไอ้นนท์ ยิ้มไม่เก่งเท่า ดูไม่น่าดึงดูดเท่ามัน และผมยังไม่มีประสบการณ์อยู่ต่อหน้าคนหมู่มากมาก่อน ถ้ามีอะไรผิดพลาดสักเล็กน้อย ผมคงขายหน้าแย่

“ไม่เอาดีกว่า กูไปเป็นเพื่อนมึงได้ แต่ไม่รับงาน” ผมนั่งลงแล้วบอกไอ้นนท์ หลังจากคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว

“ทำไมล่ะ? ไหน ๆ ก็อุตส่าห์ไปด้วยกันแล้ว ก็ถือโอกาสทำงานไปด้วยเลยสิวะ เขาไม่ได้ให้เดินแบบฟรีนะโว้ย มีค่าตัวให้”

“เออ… ถึงจะได้เงินก็เถอะว่ะ แต่กูไม่เคยนี่หว่า อีกอย่างกูอาย ไม่ได้กล้าแสดงออกแบบมึง”

“แต่กูว่างานนี้มึงทำได้ เชื่อกู มึงอย่าอาย”

“พูดง่ายแต่ทำยากนี่หว่า ไม่เอาอ่ะ กูถอนตัว”

ไอ้นนท์มองมือถือที่เพิ่งส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าใหม่

“ไม่ทันละ พี่แองโจลี่ทักมาบอกกูว่าลูกค้าโอเคกับมึงแล้ว” มันพูดพร้อมหันหน้าจอมือถือมาให้ผมดูบทสนทนา

“โห… ฝากบอกพี่แองโจลี่ปฏิเสธเขาไปไม่ได้เหรอวะ”

“ทำยังงั้นได้ที่ไหน พี่แองโจลี่ก็เสียความน่าเชื่อถือหมดสิ คราวหลังถ้ามีงานอะไร ลูกค้าก็จะไม่เรียกเด็กในสังกัดพี่แกไปทำงานแล้ว มึงจะคิดมากทำไมกะอีแค่งานเดินแบบ เต็มที่ก็ 2 ชั่วโมง มาเดินแคทวอล์กกับถ่ายรูปนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่มีทางเกินนี้ เถอะน่า… มึงอาจพบว่าตัวเองชอบงานแบบนี้ก็ได้”

งั้นมาลองดูกันสักตั้ง ผมก็โตป่านนี้แล้ว น่าจะสะสมประสบการณ์ไว้หลาย ๆ ด้าน ป๊าเคยสอนผมว่าถ้ามีโอกาสเข้ามาหาต้องรีบคว้าไว้ ตอนนี้ผมยังหนุ่มยังแน่น สามารถรับงานที่มีคนจ้างไปเดินแบบได้ ถ้าอายุมากกว่านี้ มีรุ่นเด็กกว่ามาเป็นตัวเลือกใหม่ ๆ งานพวกนี้ก็จะหดหายไป

ในชีวิตผมไม่เคยคิดที่จะดูแลใบหน้าตัวเองเลย เดี๋ยวเย็นนี้ก่อนกลับคอนโด ผมจะแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อหาซื้อแผ่นมาส์กหน้ามาบำรุงผิวสักหน่อย ให้ใสพอสู้ไอ้นนท์ไอ้บ้าง ภายในเวลาอีก 4 คืน ก่อนจะถึงวันอาทิตย์

ผมอาบน้ำเสร็จก็มานั่งเล่นคอม ตั้งแต่ไอ้นนท์ย้ายมาอยู่ด้วย ผมเปลี่ยนเวลาเข้านอนมาเป็นเที่ยงคืนครึ่ง เพราะต้องรอให้มันกลับมาจากร้านลมเย็นบาร์ซะก่อน แล้วค่อยเข้านอนพร้อมกัน

ผมดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลา 23.30 น. ผมลุกไปเปิดตู้เย็น หยิบมาส์กออกมาแผ่นหนึ่ง ฉีกซองแล้วเอาแผ่นกระดาษสีขาวชุ่มน้ำลื่น ๆ ขึ้นโปะใบหน้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแผ่นมาส์กทำให้ผมรู้สึกสดชื่น แถมรู้สึกเย็นผ่อนคลายอีกด้วย เสร็จจากนั้นผมก็กลับไปนั่งเล่นคอมต่อ

พอเที่ยงคืน 15 นาที ผมก็ได้ยินเสียงไอ้นนท์ไขกุญแจเข้ามา มันเห็นผมเปิดไฟในห้องนั่งเล่นไว้ และยังไม่เข้านอนก็พูดขึ้นว่า

“กูบอกมึงไม่ต้องรอนอนพร้อมกู ตอน 5 ทุ่มถ้ามึงง่วงก็นอนไปก่อนเลย มึงนอนดึกก็ลำบากกูปลุกตอนเช้าอีก แล้วนี่ยังเล่นคอมอยู่อีกเหรอ เดี๋ยวก็แสบตาจนนอนหลับยากหรอก”

ไอ้นนท์เดินมายืนข้างหลังผม ผมหันหน้าไปมองมัน พอมันเห็นหน้าผมก็ตกใจ

“ไอ้เชี่ย! แม่งไอ้ตู้เย็น… มึงทำอะไรวะเนี่ย?” แล้วมันก็ยิ้ม “กูตกอกตกใจหมด มึงทำอะไรของมึงเนี่ย?”

“กูก็บำรุงหน้าสำหรับงานวันอาทิตย์นี้ไง เผื่อจะหล่อสูสีมึงได้บ้าง”

ไอ้นนท์หัวเราะใส่ผมเบา ๆ

“มึงไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไรเรื่องหน้ามึงหรอก”

“โธ่… งานแรกกูก็อยากให้ลูกค้าประทับใจ มึงรีบไปอาบน้ำได้แล้ว กูง่วงละ”

ถึงตอนแรกจะอยากปฏิเสธงานเดินแบบที่ไอ้นนท์แนะนำให้ไปด้วยกัน แต่ตอนนี้ผมกลับตื่นเต้นและรอคอยให้ถึงวันงานไว ๆ ในที่สุดก็เป็นเช้าวันอาทิตย์ ผมกับไอ้นนท์กินมื้อเช้าที่เราช่วยกันทำ จากนั้นก็นั่งมอไซด์มาที่ห้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานในวันนี้ ตอนนี้ห้างยังไม่เปิดให้บริการลูกค้า อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะพนักงานเท่านั้น เราขอจะเข้าไป แต่พี่ยามหน้าประตูไม่ให้เข้า ไอ้นนท์เลยโทรหาพี่แองโจลี่

“พี่แองโจลี่ ผมกับไอ้ตู้เย็นมาถึงห้างแล้วครับพี่ แต่จะเข้าไปข้างในยังไงครับ ยามหน้าประตูเขาไม่ให้เราเข้า”

“สองหนุ่มถึงกันแล้วเหรอ แป๊บนะจ๊ะ พี่กำลังพาน้องอีกคนเข้าไป รออีกแป๊บเดียวจริง ๆ พี่ติดไฟแดงอยู่แยกหน้าห้างนี้เองจ้า”

ผมว่าพี่แองโจลี่ไม่ได้ติดไฟแดงอยู่แยกหน้าห้างนี้แน่ ๆ พวกเรารอกันตั้ง 20 นาที กว่าพี่แกจะโผล่มา แกมาพร้อมกับเด็กหนุ่มที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม หน้าตาดีใช้ได้ น่าจะเป็นเดือนสักคณะหนึ่ง ผมปลุกใจตัวเองไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ากว่าคนเหล่านี้ จริง ๆ แล้วเราเป็นคนระดับเดียวกัน ได้รับการยอมรับในความหล่อให้มาเดินแบบเวทีเดียวกันเชียวนะ

“รถติ๊ดติดเนาะ กว่าจะมาถึงได้ แฮ่ะ ๆ” พี่แองโจลี่ยิ้มแห้งทักทายผมกับไอ้นนท์ “ป่ะ เข้าไปเตรียมตัวกันเลยดีกว่าเด็ก ๆ”

พวกเราตามพี่แองโจลี่ฝ่ายามหน้าประตูเข้ามาข้างในห้าง ขึ้นลิฟต์จากชั้นบีหนึ่ง ผ่านชั้น จี มายังชั้น 1 เดินไปยังลานโปรโมชั่นที่จะใช้สำหรับจัดงานในวันนี้ บนลานติดตั้งเวทีเตี้ย ๆ ที่มีทางเดินยาวประมาณ 5 เมตร มีเก้าอี้วางไว้หน้าเวทีจำนวนหนึ่ง พี่แองโจลี่หันมาพูดกับพวกเราทั้ง 3 คน

“เดี๋ยวพี่พาไปเจอพี่กุ้งเต้นที่เป็นออร์แกไนซ์จัดงานวันนี้ เจอพี่เขาแล้วทำตัวน่ารัก ๆ หน่อยนะ เผื่อมีงานหน้าพี่เขาจะได้นึกถึงพวกเราอีก”

พี่แองโจลี่พาพวกเราเดินมาหลังเวที ตรงนี้มีวัยรุ่นผู้ชายอีก 4-5 คน ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะเป็นนายแบบ พี่แองโจลี่เดินนำพวกเราเข้าไปหาพี่ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง พร้อมไหว้สวัสดีอย่างน้อมนอม เห็นอย่างนั้นพวกเราเลยทำตาม

“สวัสดีค่ะพี่กุ้งเต้น หนูพาน้อง ๆ มาแนะนำตัว จะได้คุ้นหน้าคุ้นตาน้อง ๆ เนาะ วันหน้าถ้ามีงานอะไรอยากเรียกใช้น้อง ๆ ติดต่อผ่านทางหนูเลยนะคะ คนนี้น้องไมค์ค่ะ เป็นเดือนคณะวิทยาศาสตร์ คนนี้น้องนนท์นนท์ เป็นเดือนคณะวิศวะ ส่วนคนนี้น้องตู้เย็น เป็นเพื่อนกับน้องนนท์นนท์ค่ะ”

“อืม… เด็กสมัยนี้ชื่อแปลกกันจัง น้อง ๆ ของแองโจลี่หล่อ ๆ กันทั้งนั้น เดี๋ยวพี่อธิบายงานวันนี้คร่าว ๆ นะ วันนี้จะมีการเดินแบบเปิดตัวคอลเลกชั่นเสื้อผ้าใหม่ มีนายแบบ 7 คน เดินกันคนละ 2 ชุด เดี๋ยวไปลองชุดกันดูกับน้อง ๆ นายแบบที่เหลือ พี่ไก่แจ้จะเป็นคนเลือกชุดให้ แล้วเดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมงจะเริ่มซ้อมเดินแบบ”

“โอเคค่ะ งั้นหนูขอพาน้อง ๆ ไปลองชุดกันทางโน้นนะคะ” พี่แองโจลี่พูดแล้วกำลังจะพาพวกเราเดินไปสมทบกันคนที่ยืนออเป็นกลุ่มกันอยู่ แล้วพี่กุ้งเต้นก็รั้งไว้ก่อน

“เออ… แองโจลี่ จำได้ว่าคนใส่ชุดมาสคอตเป็นเด็กของแองโจลี่ คนไหนล่ะที่จะมาใส่ชุดมาสคอต”

“น้องตู้เย็นค่ะพี่กุ้งเต้น” พี่แองโจลี่พูดพร้อมจูงมือผมเดินออกมาจากกลุ่ม

พี่กุ้งเต้นมองผมหัวจรดเท้า “อืม… รูปร่างสันทัดดูแข็งแรงดี ชุดวันนี้มันหนักหน่อย แต่น้องน่าจะไหว เดี๋ยวตู้เย็นมาลองชุดมาสคอตกับพี่ทางนี้นะ”

อะไรกันเนี่ย? ชุดมาสคอตอะไรกัน? ที่ผมมาทำงานกับไอ้นนท์วันนี้คือมาเดินแบบนะ ผมไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ เลยถอยออกมากระซิบถามข้างหูไอ้นนท์

“ชุดมาสคอตอะไรวะ?”

“ชุดมาสคอตที่มึงต้องใส่เดินในงานไง”

“อ้าว… นี่ไม่ได้จ้างกูมาเดินแบบเหมือนมึงเหรอ จริง ๆ แล้วจ้างกูมาใส่ชุดมาสคอต?”

“ใช่ ก็กูบอกแล้วไงว่างานนี้เหมาะกับคนอย่างมึง อยู่ในชุดมาสคอตไม่มีใครรู้ว่ามึงเป็นใคร มึงจะทำท่าทางอะไร จะเต้นทุเรศทุรังแค่ไหนก็ไม่ต้องอายใคร”

อ้าว… ผมเข้าใจผิดเหรอเนี่ย ที่แท้ถูกจ้างมาใส่ชุดมาสคอต ถึงว่าไอ้นนท์บอกว่างานนี้เน้นหุ่น ไม่เน้นหน้า ที่จริงมันเป็นแบบนี้นี่เอง ผมก็หลงคิดว่าตัวเองจะได้เดินบนแคทวอล์กหล่อ ๆ เท่ ๆ เลยซื้อมาส์กมาบำรุงหน้าอยู่ตั้งหลายวัน ไอ้นนท์นะไอ้นนท์ มันเห็นอย่างนั้นแล้วทำไมไม่บอกผมให้เคลียร์ ปล่อยให้ผมแปะแผ่นมาส์กฟรีมาตั้งหลายคืน


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!