รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 6

Share

นนท์

หลังเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ ผมก็รีบบึ่งมอไซด์ออกจากคณะ เย็นนี้ผมนัดพี่กับข้าวไว้ที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ เพื่อไปเจอหน้าเจอตาและไปทำความรู้จักกับลูกศิษย์ จะเรียกอย่างนั้นได้ไหมนะ ไปเจอคนที่ผมจะต้องติวหนังสือให้ คือน้องชายแท้ ๆ ของพี่กับข้าว และเห็นว่าเรียนคณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์มหาลัยเดียวกับผม แต่เรียนภาคพิเศษ

ไม่ต้องเปิดกูเกิ้ลแมพให้นำทาง ผมก็ขี่มอไซด์มาถึงร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ได้ ตอนปิดเทอมผมวิ่งรับอาหารจากร้านนี้ไปส่งให้ลูกค้าอยู่บ่อย ๆ ไม่ได้จะอวยตัวเองนะ แต่ละแวกนี้ผมรู้เหนือรู้ใต้หมดว่าร้านไหนอยู่ตรงไหน

ผมเลี้ยวมอไซด์เข้ามาในร้านที่นัดไว้ บรรยากาศที่นี่ร่มรื่น ตัวร้านทำเป็นเรือนกระจกสมกับชื่อร้านที่ตั้งว่ากรีนเฮาส์คาเฟ่ ผมเดินมาหน้าประตู ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักประตู สายตาก็สะดุดกับกระดาษเอสี่ที่แปะอยู่ข้าง ๆ มันเขียนเอาไว้ว่า

รับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์ ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง จะเป็นน้องนักศึกษาหารายได้เสริมก็ยินดีร่วมงาน บุคลิกภาพดี มีใจรักการบริการ เลือกวันและเวลาเข้างานได้ สนใจติดต่อพี่ส้ม 06-xxxx-xxxx

โอ้โห ดีแฮะ ผมกำลังหางานพาร์ทไทม์ทำหลังเลิกเรียนอยู่พอดี ร้านนี้บรรยากาศดีดูน่าทำงาน แถมยังยินดีรับนักศึกษาเข้าทำงานอีก ผมล้วงมือถือออกมาถ่ายป้ายประกาศไว้ แล้วผลักประตูเข้าไปในร้าน กระดิ่งที่แขวนอยู่ตรงประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง

“อ๊ะ มาแล้ว ๆ”

ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้านโบกไม้โบกมือให้ผม พอเห็นหน้าผมก็จำได้ทันทีว่าคือพี่กับข้าว ตัวจริงเหมือนในรูปโปรไฟล์เป๊ะ ผมเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหา ยกมือไหว้กล่าวทักทาย

“สวัสดีครับพี่กับข้าว มาถึงกันนานแล้วเหรอครับ?”

“เพิ่งมาถึงเองจ้ะ”

ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกับพี่กับข้าว หันหน้ามามองผม

“อ้าว… ไอ้นนท์”

ผมสะดุ้งที่โดนเรียกชื่อ ไม่นึกว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่ พอมองคนที่ทักให้ดีถึงรู้ว่าเป็นใคร

“อ้าว… ตู้เย็น”

พี่กับข้าวอึ้งไปพักหนึ่ง ผมกับไอ้ตู้เย็นก็เหมือนกัน ไม่นึกว่าจะเจอมันที่นี่

“นั่งก่อน ๆ เป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยหรือเปล่า? จะกินอะไรก็สั่งได้เลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับพี่”

ผมเดินไปนั่งข้าง ๆ ไอ้ตู้เย็น ยังสับสนกับเหตุการณ์อยู่นิดหน่อย พี่กับข้าวพาไอ้ตู้เย็นมาด้วย แสดงว่าเป็นพี่น้องกันเหรอ แต่ชื่อไม่ได้คล้องจองกันเลยนะ ถ้าเป็นพี่น้องกันจริง แสดงว่าคนที่ผมต้องติวให้คือไอ้ตู้เย็นจอมอคติคนนี้น่ะสิ

จู่ ๆ ไอ้ตู้เย็นก็โพล่งขึ้น

“นี่เจ๊ อย่าบอกนะว่าติวเตอร์ที่เจ๊หาไว้ให้คือไอ้นนท์”

พี่กับข้าวพยักหน้า “ใช่… นนท์นี่แหละคือติวเตอร์ที่เจ๊จ้างให้มาติวหนังสือให้ตี๋ คงไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้วเนาะ เป็นเพื่อนคณะเดียวกันนี่”

“ทำไมเจ๊จ้างคนรุ่นเดียวกันมาเป็นติวเตอร์ให้ล่ะ ปกติเขาต้องจ้างคนที่เรียนสูงกว่าไม่ใช่เหรอ แล้วผมจะได้ความรู้อะไรจากมันไหมเนี่ย?”

ผมโดนไอ้ตู้เย็นสบประมาทเข้าให้แล้ว ผมทำได้แค่นิ่งเฉย เพราะเกรงใจพี่กับข้าว

“แต่นนท์เขาเก่งมาเลยนะตี๋ เป็นนักเรียนทุนมหาลัยเชียวนะ ได้เพื่อนรุ่นเดียวกันมาติวให้ก็ดีนะ ความรู้ยังสดใหม่” พี่กับข้าวช่วยโน้มน้าวไอ้ตู้เย็น

“เอาอย่างงี้ไหมครับ ลองติวดูสักสัปดาห์หนึ่งก่อน ถ้าผมติวไม่รู้เรื่อง หรือตู้เย็นเขาไม่ชอบวิธีการสอนของผม จะยกเลิกไปก็ได้ เอาแบบที่ทุกคนสบายใจดีกว่าครับ” ผมพูด

“ตกลงตามนี้” พี่กับข้าวโพล่งขึ้น เหมือนต้องการตัดจบการสนทนา

“เจ๊ไม่ปรึกษาผมก่อนเหรอ?”

ไอ้ตู้เย็นกำลังจะประท้วง แต่พี่กับข้าวแทรกขึ้นซะก่อน

“เอาตามนี้แหละตี๋ เดี๋ยวแลกไลน์ แลกเบอร์โทรกัน แล้วตี๋ก็ส่งตารางเรียนของเทอมนี้ให้นนท์นะ นนท์เขาจะได้จัดตารางเวลาติวได้ถูก”

ไอ้ตู้เย็นทำหน้าไม่ยอมรับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน มันพูดออกมาคำหนึ่งที่เกือบทำผมหลุดขำ

“เผด็จการ!”

นนท์

อยู่ไหนแล้ว?
ตู้เย็น

กำลังไป เพิ่งเลิก

ผมนัดกับไอ้ตู้เย็นว่าจะติวให้ทุกวันหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะ คาบสุดท้ายของผมวันนี้เรียนที่ตึกเรียนประจำคณะ พอเลิกเรียนจึงเดินมาที่ห้องสมุดคณะได้เลย ส่วนคาบสุดท้ายของไอ้ตู้เย็นเรียนภาษาอังกฤษที่ตึกคณะมนุษย์ ต้องใช้เวลาเดินกลับมายังคณะวิศวกรรม

ที่ห้องสมุดคณะของเรามีห้องกระจกเอาไว้สำหรับติวหนังสือหรือประชุมงานแบบเป็นส่วนตัว ผมไปจองกับพี่บรรณารักษ์เอาไว้ห้องหนึ่ง นั่งรอไอ้ตู้เย็นเกือบ 15 นาทีมันก็โผล่หน้ามาสักที

“วันนี้เราจะติววิชาแคลคูลัสกันนะ นี่เป็นชีทสรุปเนื้อหาบทแรก เดี๋ยวสอนมึงเสร็จ กูมีตัวอย่างข้อสอบให้ทำ” ผมพูดพร้อมยื่นปึกกระดาษในมือส่งให้ไอ้ตู้เย็น

ไอ้ตู้เย็นยืนนึ่งไม่ยอมรับไป มันถอดกระเป๋าสะพานวางลงไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้ามผม ผมจึงวางชีทสรุปไว้ตรงหน้ามัน

“ขอพักแป๊บได้ไหมวะ อากาศข้างนอกร้อนนะเว้ย คนเพิ่งเดินมาเหนื่อย ๆ”

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู “แต่นี่มันเลยเวลามาแล้วนะ กูจองห้องไว้ชั่วโมงเดียว”

“แต่กูเหนื่อยอยู่ไง ติวไปตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่องหรอก” ไอ้ตู้เย็นเอนหลังพิงพนัก แล้วสะบัดคอเสื้อระบายความร้อน

“งั้นกูให้พัก 5 นาที”

“ขอบคุณคร้าบ…บบบ”

ไอ้ตู้เย็นทำเสียงยียวน ผมว่ามันแค่หาข้ออ้างถ่วงเวลาไว้เท่านั้นแหละ แล้วผมก็เห็นมันหยิบมือถือขึ้นมาไถเล่น แบบนี้ไม่เรียกว่าพักแล้ว แบบนี้เรียกว่าอู้ ผมเลยคว้ามือถือมันมา

“เฮ้ย! เอาคืนมานะ”

“ลิมิตของฟังก์ชันเขียนแทนด้วย… หมายถึง x จะมีค่าเข้าใกล้ a แล้ว…”

“เดี๋ยว ๆ ไหนมึงบอกให้กูพักได้ 5 นาทีไง นี่มันยังไม่ถึง 10 วิเลยมั้ง”

“ก็มึงเล่นมือถือนี่ แบบนี้กูไม่เรียกว่าพัก”

ไอ้ตู้เย็นโวยวาย “อะไรวะ เล่นมือถือมันไม่พักตรงไหน เวลาเบื่อ ๆ ใครเขาก็เอามือถือมาเล่นกันทั้งนั้น”

“มึงเล่นมือถือเดี๋ยวตาก็ล้า จะติวหนังสือไม่รู้เรื่องเอาอ่ะดิ มา ๆ เริ่มติวกันเลยดีกว่า”

“เอามือถือกูคืนมาก่อน” ไอ้ตู้เย็นโน้มตัวข้ามโต๊ะ ยืนมือจะมาแย่งมือถือของมันคืน

“เดี๋ยวกูคืนให้ตอนติวเสร็จ”

“กูขอเล่นมือถือก่อน แล้วอีก 5 นาทีค่อยเริ่มติว”

ก๊อก… ก๊อก…

เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้น ทั้งผมแล้วไอ้ตู้เย็นหันไปดู เห็นพี่บรรณารักษ์แง้มประตูโผล่หน้ามาดุว่า

“เงียบกันหน่อยสองหนุ่ม ที่นี่ห้องสมุดนะ เกรงใจเพื่อนคนอื่น ๆ หน่อยจ้า ถ้ายังเสียงดังกันอยู่อีก พี่ต้องเชิญพวกเราออกนะ”

“ขอโทษครับ” ผมกล่าวเสียงอ่อย พลางก้มหัวปลก ๆ

พี่บรรณารักษ์งับประตูปิดไว้เหมือนเดิมแล้วเดินจากไป ไอ้ตู้เย็นยังไม่เลิกงอแง คราวนี้มันประท้วงเสียงเบาราวกับกระซิบ

“เอามือถือกูคืนมา”

ผมนึกอะไรสนุก ๆ แกล้งไอ้ตู้เย็นออก ผมแกะเคสมือถือของมันออกมา แล้วเอาส่วนที่เป็นด้านหลังของเคส ประกบเข้ากับหน้าจอมือถือ คราวนี้มันก็ไถหน้าจอไม่ได้ละ ผมส่งมือถือคืนให้มัน

“เล่นอะไรของมึงวะเนี่ย กูไม่เล่นแล้วก็ได้วะ มึงจะติวก็รีบติวมาเลย จะได้จบ ๆ กูอยากกลับบ้านแล้ว” เสียงไอ้ตู้เย็นอ่อนลง มันรับมือถือคืนไปแล้วคว้าชีทสรุปตรงหน้าไปอ่าน

ผมอธิบายวิธีการหาลิมิตของฟังก์ชัน และทำโจทย์ตัวอย่างให้ไอ้ตู้เย็นดู 5 ข้อ มันฟังไปพยักหน้าหงึกหงักไป ไม่ท้วงไม่ถามอะไรสักคำ หวังว่ามันจะเข้าใจเรื่องที่ผมอธิบายนะ ไว้เดี๋ยวได้รู้กันตอนมันทำตัวอย่างข้อสอบที่ผมเตรียมมา

“ที่กูอธิบายไปทั้งหมด มีอะไรสงสัยไหม?”

ไอ้ตู้เย็นส่ายหัว

“งั้นเอาโจทย์ไปทำ 3 ข้อ ถ้าทำเสร็จแล้วเดี๋ยวกูตรวจให้เลย จากนั้นมึงก็กลับบ้านได้”

ผมดึงกระดาษตัวอย่างข้อสอบออกมาจากแฟ้ม แล้วส่งให้ไอ้ตู้เย็น ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ยังเหลือเวลาอีก 20 นาทีก่อนจะต้องคืนห้อง โจทย์ที่ผมให้ไปไม่ยากมาก พลิกแพลงจากโจทย์ตัวอย่างนิดหน่อย ถ้าไอ้ตู้เย็นมันเข้าใจบทเรียนที่ผมอธิบายไป ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ทำเสร็จแล้ว

“พรุ่งนี้มึงเลิกเรียนบ่าย 2 โมง แต่กูเลิกบ่าย 3 งั้นพรุ่งนี้มึงมาจองห้องที่นี่ให้หน่อยนะ วิชาที่จะติวพรุ่งนี้คือ ADT เอ… พรุ่งนี้มึงก็มีเรียนวิชานี้ด้วยนี่ งั้นดีเลยกูจะได้ทบทวนให้ แล้วก็สอนล่วงหน้าให้เลย” ผมพูดกับไอ้ตู้เย็น แต่สายตาของผมก้มมองตารางเรียนของมันอยู่

“เงียบ ๆ หน่อยดิวะ คนกำลังใช้ความคิดอยู่” น้ำเสียงไอ้ตู้เย็นขุ่นเขือง หน้าตาของมันตอนนี้ดูเคร่งเครียด จดจ่อกับโจทย์ปัญหาตรงหน้า

“กูบอกว่าพรุ่งนี้ให้มึงมาจอง…”

“เออ… รู้แล้วน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้กูมาจองห้องให้ ทีนี่มึงจะเลิกทำกูเสียสมาธิได้หรือยังวะ?”

ผมไม่พูดอะไรอีก นั่งมองไอ้ตู้เย็นพยายามแก้โจทย์ปัญหา มือข้างขวาของมันจับดินสอเอาไว้ แต่ไม่เขียนอะไรลงกระดาษสักที ส่วนมือข้างซ้ายมันยกขึ้นขึ้นมาแทะเล็บ ผมเห็นหลายคนเวลาใช้ความคิดมักเผลอแทะเล็บตัวเอง แต่ทำอย่างนี้มันเสียบุคลิก ผมต้องเตือนมันสักหน่อย เตือนแบบแกล้ง ๆ

“แทะเล็บทำไมวะ เล็บมึงมันอร่อยนักหรือไง ไหนขอกูชิมหน่อยดิ”

พูดแล้วผมก็เอื้อมไปคว้ามือข้างซ้ายของไอ้ตู้เย็น แล้วยื่นหน้าไปกัดนิ้วของมันเบา ๆ ไอ้ตู้เย็นหน้าเหวอ รีบชักมือกลับ ใบหน้ากระวนกระวาย

“เล่นอะไรของมึงวะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดเอาหรอก” ไอ้ตู้เย็นโวยวาย หันหลังไปมองซ้ายขวาล่อกแล่ก

“มึงอย่าแทะเล็บอีกก็แล้วกัน มันเสียบุคลิก”

ไอ้ตู้เย็นทำตาเขียวใส่ผม ไม่พูดอะไรแล้วกลับไปสนใจแก้โจทย์ปัญหาตรงหน้าต่อ ผมยังไม่เคยเจอคนขี้โวยวายและขวัญอ่อนแบบมันเลย คนอย่างนี้สิถึงจะน่าแกล้ง


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!