รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 11

Share
Share

ตู้เย็น

ผมค่อย ๆ ตื่นจากการนอนหลับ ความงัวเงียค่อย ๆ หายไป ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วมองสำรวจไปรอบ ๆ ตอนนี้ผมอยู่ในห้องนอนที่คอนโด แต่ว่ามาอยู่อย่างนี้ได้ยังไงผมจำไม่ได้ เมื่อวานผมกับเพื่อนในวงไปเล่นดนตรีสดกันครั้งแรกที่ลมเย็นบาร์ มีลูกค้าเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาให้ ผมกินไป 2 แก้ว แล้วเล่นต่อไปได้ 3-4 เพลง จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยจนถึงตอนนี้

ผมคอแห้ง แถมรู้สึกมีรสชาติเปรี้ยว ๆ ติดอยู่ที่ลิ้นและคอ จึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกจากห้องนอนตรงไปที่ตู้เย็น เปิดเอาน้ำออกมารินใส่แก้วแล้วดื่ม อ้า… ค่อยชื่นใจหน่อย ผมมองดูนาฬิกา ตอนนี้ใกล้จะ 6 โมงเช้าแล้ว ตั้งแต่ออกมาอยู่คนเดียว ผมยังไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อนเลย จะกลับไปนอนต่อ แต่ก็ไม่รู้สึกง่วงแล้ว

ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรดี ผมได้ยินเสียงน้ำไหลจากฝักบัว ดังมาจากในห้องน้ำ ผมเปิดฝักบัวทิ้งไว้เหรอ ไม่น่าจะสะเพร่าขนาดนั้นนะ แต่ถ้าเมื่อคืนเมาก็ไม่แน่ ผมเลยเดินไปหน้าประตูห้องน้ำ พอไปถึงเสียงน้ำไหลก็หยุด

มีคนอยู่ข้างในแน่ ๆ แต่ว่าเป็นใครล่ะ เช้าขนาดนี้ไม่น่าจะใช่พี่ข้าว หรือจะเป็นไอ้ดินปืนหรือไอ้หมอก เมื่อคืนหลังจากเล่นดนตรีเสร็จ พวกมันสักคนคงมาส่งผม ในกรณีที่แย่ที่สุดอาจจะเป็นโจร แต่โจรประเภทไหนมาอาบน้ำห้องคนอื่นสบายใจอย่างนี้ ผมไม่ปล่อยให้ความสงสัยคาราคาซัง เอื้อมมือไปจับลูกบิดจะผลักเปิดเข้าไปดู แต่ประตูถูกดึงเปิดออกซะก่อน

“เชี่ยไอ้ตู้เย็น! มาอยู่ทำไมตรงนี้วะ”

“ไอ้นนท์ มึงมาอยู่ห้องกูได้ไงเนี่ย?”

ผมยืนประจันหน้ากับไอ้นนท์ สภาพมันเปียกมะล่อก ยืนเปลือยท่อนบน ท่องล่างนุ่งผ้าเช็ดตัวสีเขียวของผมไว้ ผมมองส่วนที่เปลือยเปล่าของมัน ไอ้นนท์ผอมกว่าที่ผมคิดไว้ หัวไหล่ หน้าอก ท่อนแขนดูแฟบเล็ก หน้าท้องแบนราบไม่มีซิกแพ็กสักลูก ถ้ามันผอมกว่านี้อีกนิด ผมว่าคงเห็นกระดูกซี่โครงมันแล้ว แต่ผมประหลาดใจสีผิว ผิวมันเป็นสีขาวน้ำนม เนียนเรียบไร้ริ้วรอย หัวนมก็เป็นสีชมพูคล้ายลูกเบอร์รีลูกเล็ก ๆ

“มึงจ้องหัวนมกูอยู่หรือเปล่าเนี่ย!” ไอ้นนท์ทำเสียงดังจนผมตกใจ มันยกมือ 2 ข้างขึ้นมาปิดหน้าอก

“ไอ้บ้า! ยังกับหุ่นมึงน่ามองอย่างงั้นแหละ” ผมละสายตา เลิกมองส่วนที่เปลือยเปล่าของมัน

ไอ้นนท์ลดมือลง มันยิ้มเหมือนหลอกผมได้ ผมหลีกทางให้มันเดินออกมาจากห้องน้ำ

“กูยืมเสื้อผ้ามึงใส่หน่อยดิ”

“เรื่องอะไรกูต้องให้มึงยืมวะ แล้วมึงมาอาบน้ำห้องกูได้ไงเนี่ย?”

ไอ้นนท์เขม่นคิ้ว

“นี่มึงจำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม ว่าทำเรื่องอะไรกับกูไว้ เมื่อคืนมึงเมาจนหมดสภาพ กูเนี่ยเป็นคนพามึงกลับมานอนห้อง แล้วเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว มึงก็ครวญครางอย่างกับคนกำลังจะตาย กูเลยลุกไปดู รู้ไหมกูเจออะไร? เจอมึงอ้วกใส่อ่ะดิวะ”

“จริงเหรอวะ?” ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ไม่เชื่อมึงก็ไปดมเสื้อผ้ากูที่แขวนไว้ในห้องน้ำ กูพยายามซักไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่กลิ่นอ้วกมึงก็ยังติดอยู่ไม่หาย สงสัยต้องทิ้งชุดนั้นแล้ว”

ผมไม่อยากไปพิสูจน์หรอก เลยยอมมัน

“ให้ยืมก็ได้ มึงไปเลือกเอาในตู้เสื้อผ้าในห้องกู เออ… ใส่เสร็จแล้วมึงซักก่อนเอามาคืนด้วยนะ”

ไอ้นนท์เดินยิ้มเข้าไปในห้องนอน มันหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดออก

“ให้กูยืมชุดไหนได้บ้าง?” มันถามพลางค้นราวแขวนผ้าไปด้วย

“ได้หมดอ่ะ อยากใส่ชุดไหนก็หยิบมาเลย”

ไอ้นนท์ค้นอยู่แป๊บเดียวก็หยิบเสื้อยืดสีเทาออกมาแล้วเอาพาดบ่าไว้ จากนั้นนั่งลงคุ้ยกางเกงที่ผมเรียงไว้ตรงชั้นล่างของตู้ มันเลือกเสื้อผ้าสบายใจอย่างกับเป็นตู้เสื้อผ้าของมันงั้นแหละ หลังจากได้กางเกงขาสั้นสีดำแล้ว มันก็เปิดลิ้นชัก

“กูยืมกางเกงในตัวหนึ่งนะ”

“เฮ้ยไม่ได้! ของส่วนตัวขนาดนั้นใครเขาให้ยืมกัน”

ไอ้นนท์หันมามองผม

“แล้วมึงจะให้กูใส่แค่กางเกงขาสั้นแล้วปล่อยให้ข้างในโทงเทงเหรอวะ กูขี่มอไซด์กลับหอ คนอื่นก็เห็นน้องนนท์น้อยกันพอดีสิ” พูดจบมันก็หยิบกางเกงในของผมออกมาตัวหนึ่ง แล้วเริ่มแต่งตัว “มึงจะยืนดูกูแต่งตัวทำไมไม่ทราบ ออกไปข้างนอกก่อนไป๊!”

ผมเดินออกมาจากห้องนอน พูดอย่างกับว่าผมอยากจะดูมันแต่งตัวอย่างงั้นแหละ กางเกงในที่มันเอาไป ถ้ามันซักมาคืน ผมคงไม่กล้าเอามาใส่อีก ไม่รู้จะมีโรคในร่มผ้าแฝงมาด้วยหรือเปล่า

ผมเดินมาที่หน้าคอม กดเปิดเครื่องแล้วรอให้คอมติด สักพักไอ้นนท์ก็เดินออกมา ถือผ้าเช็ดตัวแล้วเอาไปตากไว้ตรงระเบียง มันเพิ่งเคยมาห้องผมครั้งแรก แต่ทำตามใจเหมือนกับว่าที่นี่เป็นห้องของมันยังงั้นแหละ

“โห… คอมท่าทางจะแรงนะเนี่ย เอาไว้เล่นเกมเหรอ?”

ผมพยักหน้าแทนคำตอบ

“มึงมีขาตั้งกล้องกับไฟวงกลมไปทำไมวะ หรือมึงเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ไลฟ์แต่งหน้าออนไลน์เหรอ?” ไอ้นนท์แซวแล้วหัวเราะ

“ไอ้บ้า! กล้องกับไฟนี่กูไว้อัดคลิปเล่นเกมลงยูทูบเว้ย” ผมพูดกับมัน แต่ตาสนใจอยู่ที่หน้าจอ มีคนมาคอมเมนต์คลิปใหม่ของผมอื้อ

“เฮ้ย มึงเป็นยูทูบเบอร์เหรอว่ะ ช่องชื่ออะไร ขอกูกดซับหน่อย”

แม้ผมจะอยากให้ช่องยูทูบของผมมีผู้ติดตามเยอะ ๆ แต่กับคนรู้จักผมไม่เคยบอกให้ใครมากดซับช่องผมเลย แม้แต่พี่ข้าว ไอ้ดินปืนหรือไอ้หมอกก็รู้แค่ว่าผมมีช่องยูทูบ แต่ไม่รู้ว่าช่องชื่ออะไร ผมไม่กล้าให้คนรู้จักดูคลิปของผม มันเขินยังไงบอกไม่ถูก

“มึงไม่ต้องรู้หรอกน่า”

“ช่องชื่อไร บอกหน่อย ไม่อยากได้ซับเพิ่มเหรอ เดี๋ยวกูช่วยโปรโมทให้”

“ไม่ต้องช่วยหรอก ช่องกูดังอยู่แล้ว”

“งั้นบอกชื่อช่องมึงมาหน่อย กูอยากเห็นว่านิ่ง ๆ อย่างมึง อัดคลิปลงยูทูบแล้วจะเป็นยังไง”

นั่นแหละที่ผมอาย ไม่อยากให้คนรู้จักมาเห็นอีกด้านของผมตอนอยู่หน้ากล้อง ผมกำลังอ่านคอมเมนต์ของแฟนคลับในยูทูบ ก็รู้สึกถึงสายตาของใครอีกคนจ้องที่หน้าจอสะท้อนอยู่ในจอคอม ผมหันไปมอง เห็นไอ้นนท์ยื่นหน้ามาดูว่าผมกำลังพิมพ์อะไร ผมเลยปิดหน้าต่างเว็บไป

“งก! มึงจะหวงอะไรนักหนาวะ แค่บอกชื่อช่องยูทูบก็ไม่ได้ คอยดูนะไว้กูจะสืบเองจนรู้ให้ได้ แล้วจะเอาไปโพสประจานในกลุ่มเฟซบุ๊กคณะ”

ผมพาไอ้นนท์ไปกินราดหน้าที่ร้านหน้าคอนโด เป็นร้านที่ผมยังไม่เคยกินเหมือนกัน เลยไม่กล้ารับประกันว่าจะอร่อยไหม ผมสั่งราดหน้าทะเลหมี่กรอบ ไอ้นนท์สั่งราดหน้าหมูเส้นใหญ่ พออาหารมาถึงไอ้นนท์ก็หยิบพวงเครื่องปรุงทันทีเลย มันจะไม่ชิมก่อนปรุงสักหน่อยเหรอ ว่ารสชาติดั้งเดิมของร้านเป็นยังไง ผมเห็นมันตักพริกดองน้ำส้มใส่ลงไปในราดหน้าตั้ง 3 ช้อน อดตกใจแล้วทักมันไม่ได้

“เฮ้ย! มึงกินเปรี้ยวขนาดนั้นเลยเหรอวะ เดี๋ยวก็ปวดท้องขี้แตกพอดี”

“อ้าว… กูชอบของกูอ่ะ”

ว่าแล้วมันก็ตักพริกป่นใส่ลงไปอีกครึ่งช้อน น้ำตาลครึ่งช้อน น้ำปลาอีกนิดหน่อยแล้วคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน ผมส่ายหัวให้มันแล้วลงมือกินราดหน้าของตัวเองโดยไม่ปรุง ถือเป็นการให้เกียรติคนทำอาหารตามที่แม่ผมสอนมา

“มื้อนี้กูเลี้ยงมึงเอง ถือเป็นการขอบคุณที่มึงช่วยดูแลกูเมื่อคืน” ผมบอกไอ้นนท์

“อ้าว… ไม่บอกตั้งแต่ทีแรกวะ กูจะได้สั่งราดหน้าทะเลแบบมึง” ไอ้นนท์พูดทีเล่นทีจริง

“โลภนะมึงอ่ะ งั้นเดี๋ยวกูไม่เลี้ยงละ”

“โอเคครับ ขอบคุณที่เลี้ยงครับ” มันพูดแล้วทำหน้ายิ้มแป้นแล้นใส่ผม

กินเสร็จไอ้นนท์ก็เดินไปเอามอไซด์ที่จอดไว้คอนโดผม เพื่อกลับไปเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาสำหรับเข้าเรียนวันนี้ คาบแรกของพวกเราเริ่ม 8 โมงเช้าเหมือนกัน ไอ้นนท์บอกจะแวะมารับ พอมันจะออกจากหอก็โทรมาบอกให้ผมออกไปรอ ผมมารอมันที่หน้าคอนโดฝั่งรั้วมหาลัย รออยู่แป๊บเดียวไอ้นนท์ก็โผล่มา ผมขึ้นซ้อนท้ายแล้วมันก็ขี่เข้ามหาลัย

“นั่งรถกูบ่อยขนาดนี้ สงสัยมึงต้องช่วยกูออกค่าน้ำมันแล้วละมั้ง”

“กูเพิ่งเคยนั่งรถมึงกี่ครั้งเอง แหม… แค่นี้ทำบ่น มึงก็งกเหมือนกันนี่หว่า”

ไอ้นนท์ไม่ตอบอะไร แต่มันหัวเราะ ผมไม่เห็นว่ามีอะไรตลกเลยสักนิด แต่มันหัวเราะอร่อยมากจนผมยิ้มตาม เรามาถึงคณะแล้ว ผมยืนรอมันอยู่หน้าลานจอดรถ พอมันจอดรถเสร็จก็เดินออกมาเจอกัน จากนั้นเราร่ำลากันเพราะเรียนคนละตึก

“วันนี้กูเลิกเรียนก่อน ไว้จะไปจองห้องติวที่ห้องสมุดให้นะ มาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ” ไอ้นนท์ว่า

ผมไม่ตอบแต่พเยิดหน้าแทน แล้วเดินแยกทางกับมัน หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ ผมก็รีบมาที่ห้องสมุดคณะเพื่อติวหนังสือกับไอ้นนท์ มาถึงห้องติวห้องประจำก็เห็นมันนั่งจ้องมือถือ พอผมไปนั่งด้วยมันก็พูดขึ้น

“มึงเห็นที่พี่ปี 2 โพสประกาศลงในกรุ๊ปหรือยัง?”

“วันนี้กูยังไม่ได้จับมือถือเลย ประกาศเรื่องอะไรวะ?”

ไอ้นนท์อ่านข้อความประกาศให้ผมฟัง

“พรุ่งนี้พี่ปี 2 ขอนัดน้อง ๆ ปี 1 คณะวิศวะที่ลานหน้าคณะเวลา 4 โมงเย็น เพื่อคุยเรื่องกิจกรรมประกวดดาวเดือนและเปิดสายรหัส ขอให้น้อง ๆ มาโดยพร้อมเพรียงกัน ในชุดกิจกรรมรับน้องนะ แล้วเจอกันจ้า”

วันต่อมาที่ลานคณะวิศวะ เวลาเกือบ ๆ 4 โมงเย็นก็เห็นเด็กปี 1 ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์ม เริ่มมารวมตัวกัน พี่แป้งรุ่นพี่ปี 2 เดินถือโทรโข่งออกมากลางลาน แล้วประกาศเสียงดัง

“น้อง ๆ ปี 1 มารวมตัวกันทางนี้จ้า จัดแถวตอนลึก 10 แถวนะ แล้วนั่งลงเลยจ้า”

ใช้เวลาไม่นาน ลานหน้าคณะก็ถูกถมด้วยคนใส่ชุดดำ พี่แป้งประกาศต่อ

“ที่เรียกน้อง ๆ มาวันนี้เพื่อจะแจ้งว่าเราจะมีกิจกรรมประกวดดาวเดือนเพื่อหาตัวแทนคณะไปประกวดดาวเดือนมหาลัย ใครที่รู้ตัวว่าสวยหล่อพอเป็นหน้าเป็นตาให้คณะของเรา เดินออกมายืนข้างหน้านี้เลยจ้า”

เด็กปี 1 ทุกคนมองกันไปมา รอดูว่าใครจะมั่นใจในใบหน้าของตัวเองขนาดออกมาเองไหม ปรากฎว่าไม่มี

“โอเค… เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ ๆ ปี 2 จะเข้าไปคัดตัวน้อง ๆ ออกมา เพื่อนข้างใครสวยหล่อชี้พิกัดได้นะจ๊ะ”

สิ้นเสียงพี่แป้ง รุ่นพี่ปี 2 ที่ยืนอยู่รอบ ๆ กลุ่มพวกเราก็เดินแทรกเข้ามาในแถว สายตาสอดส่องหาคนหน้าตาดี ผมไม่อินกับกิจกรรมประเภทนี้ มันเป็นการตีกรอบความสวยความหล่อ ว่าคนหน้าตาดีต้องหน้าตาแบบนี้ ผิวสีนี้ พิมพ์นิยมเท่านั้นถึงจะเรียกว่าคนสวยหล่อ คนที่ไม่เข้าเกณฑ์จะถูกปัดให้เป็นคนไม่น่าสนใจ ไม่ได้อยู่ใต้แสงสปอตไลท์

การให้ค่าคนด้วยเปลือกกายภายนอกแบบนี้ดูฉาบฉวยเกินไป คนหน้าตาดีไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนดี คนเก่ง กิจกรรมประกวดดาวเดือนเป็นเพียงกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับคนกลุ่มหนึ่งในมหาลัยเท่านั้น ไม่ใช่กิจกรรมที่มีขึ้นสำหรับนักศึกษาทุกคน ผมว่านี่คือความไม่เท่าเทียม

เพื่อนปี 1 บางคนทั้งผู้ชายผู้หญิงเริ่มถูกพี่ ๆ ปี 2 ดึงตัวออกไปยืนหน้าแถว เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ มองจากด้านหลังผมคุ้น ๆ รุ่นพี่จูงผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากแถว พอผู้ชายคนนั้นหันหน้ามา ผมถึงเห็นว่าเป็นไอ้นนท์

“กรี๊ด… ดดด! น้องนนท์นนท์”

“โหวตค่าโหวต เอาตำแหน่งไปเลยค่า”

รุ่นพี่กรี๊ดมันกันใหญ่ หน้าตาอย่างไอ้นนท์เนี่ยนะจะเอาไปเป็นเดือนคณะ เฮอะ… ตลก หน้าตามันไม่ได้ดีมาก ออกไปทางกวนโอ้ยแกมน่ารักนิดหนึ่งซะมากกว่า ก็แค่นิดหนึ่งเท่านั้นเอง


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!