นิยาย

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 4

Share

ในห้องทำงานของณเรศ เป็นห้องที่โอ่อ่ากว้างขวางสำหรับคนแค่คนเดียว โต๊ะทำงานอยู่ด้านในสุดของห้อง มีคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งวางอยู่ ข้างโต๊ะทำงานด้านซ้ายมีโทรทัศน์จอใหญ่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกม ถัดมาเป็นลำโพงชุดใหญ่ที่พร้อมจะแปลงห้องนี้ให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ ฝั่งขวาเรียงรายไปด้วยบรรดาเครื่องออกกำลังกายนานาชนิด บริหารร่างกายได้ทุกส่วน จัดวางชิดติดหน้าต่างกระจกใสที่มองทะลุเห็นทัศนียภาพด้านนอกจากมุมสูง

ณเรศตั้งใจอ่านข้อความบนจอคอมพิวเตอร์ หน้าที่การงานของเขาทุกวันนี้ต้องขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์  อ่านรายชื่อและตรวจประวัติผู้ยื่นขอกู้สินเชื่อรายใหญ่ ก่อนจะส่งให้ไอยราผู้บริหารลงชื่ออนุมัติ

ก๊อก ๆ ๆ

ณเรศละสายตาจากหน้าจอ มองมาที่ประตู เขารอดูว่าใครจะปรากฎ ในที่สุดคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดก็เข้ามาในห้องอย่างทุลักทุเล พร้อมหอบแฟ้มเอกสารมากมายมาเต็มมือ เธอเดินมาวางทั้งหมดบนโต๊ะทำงานของเขา เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ยกมือขึ้นจับคางตัวเอง

“นี่เอกสารที่คุณต้องเซ็นภายในวันนี้ค่ะ ฉันตรวจดูให้แล้ว ไม่มีอะไรขาดหายหรือเกิน หรือถ้าคุณอยากอ่านทวนเองอีกรอบก็ได้นะคะ”

ณเรศตบโต๊ะด้วยมือทั้งสองข้าง

ปัง!

“เอกสารอะไรมันจะเยอะขนาดนี้ ทุกทีฉันได้เซ็นแค่วันละสองสามแผ่นเอง”

ณเรศแกล้งทำเป็นโมโห แค่อยากให้เธอปวดหัวเล่น และทนทำงานที่นี่ต่อไม่ได้เท่านั้น

“ก็ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องสรุปงบประมาณของบริษัทนี่คะ เอกสารมันก็เยอะมากเป็นพิเศษอย่างที่คุณเห็น ที่ผ่านมาฉันเดาว่าคุณคงไม่ค่อยได้เข้ามาในบริษัท เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรอย่างนี้ใช่ไหม?” แป้งหอมแอบเหน็บแนม

“รายชื่อที่ฉันยังต้องพิจารณายังมีอีกเยอะแยะ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาเซ็นเอกสารมากมายพวกนี้ให้เธอทันในวันนี้”

“ก็เอาเวลาที่คุณดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมมาเซ็นเอกสารยังไงล่ะคะ เมื่อเช้าฉันเห็นนะว่าคุณอู้งานแล้วแอบดูหนังแทนน่ะ”

ณเรศมองหน้าไม่พอใจแป้งหอม รู้สึกไม่ชอบคนที่จุนจ้านชีวิตเขาแบบนี้

“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่เซ็นเอกสารอะไรให้เธอทั้งนั้น ขืนฉันเซ็นเอกสารทั้งหมดนี่ให้เธอมีหวังได้มือหงิกแน่”

“ถ้าขี้เกียจเซ็นจะปั๊มลายนิ้วมือเอาก็ได้นะคะ เหมือนคนแก่ที่สายตาไม่ดีเขาทำกัน เสร็จเร็วด้วยนะมือคุณก็ไม่หงิกด้วย” แป้งหอมพูดน้ำเสียงทะเล้นหวังยั่วโมโหเขา ในเมื่อฝ่ายนั้นพยายามกวนประสาทเธอ เธอจะทำแบบนั้นบ้างก็ไม่เห็นเป็นอะไร

ณเรศส่ายหัวเนื่องด้วยระอากับความคิดบ้า ๆ บอ ๆ ของเลขาสาว

“ใครเขาปั๊มลายนิ้วมือกันสมัยนี้ โบราณจะตายชัก ถ้าอยากได้ลายเซ็นฉันก็ปลอมเอาเองสิ” ณเรศแสยะยิ้มที่มุมปาก การกระทำแบบนั้นผิดกฎหมาย ไม่มีเลขาคนใดในโลกเขาทำกัน

“ถ้าฉันหลงเชื่อ ทำอะไรโง่ ๆ อย่างที่คุณบอก ฉันก็โดนไล่ออกและแพ้พนันคุณน่ะสิ อย่ามาหลอกกินหมูกันเสียให้ยากเลยค่ะคุณณเรศ” แป้งหอมเชิดหน้ายิ้มรู้ทันณเรศ

ณเรศพยักหน้าหงึกหงัก ชื่นชมไหวพริบของหญิงสาว เขาอาจประเมินเธอต่ำไป มุกกินนิ่มที่ใช้กับเธอเมื่อครู่นี้ไม่ได้ผล แต่เขายังมีลูกล่อลูกชนอีกมากไว้หลอกให้เธอหลงกล แล้วถูกปัดให้พ้นจากตำแหน่งเลขา

“เอ่อ… ตอนบ่ายสามโมงคุณมีประชุมนะคะ ฉันบอกคุณให้เตรียมตัวไว้ก่อน ถึงเวลาจะมาเชิญคุณเข้าที่ประชุมค่ะ” แป้งหอมพูดหลังจากเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดบันทึกเล่มหนา

“เสร็จธุระหรือยัง?”

แป้งหอมยืนฉงน

ณเรศผายมือไปทางประตู

“เชิญ”

แป้งหอมรู้แล้วว่ากำลังถูกไล่ เธอหันหลังขวับ รีบจ้ำอ้าวออกจากห้อง กลับสู่โต๊ะทำงานของเธอซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องของณเรศ

เมื่อเห็นว่าตัวเกะกะออกไปแล้ว ณเรศก็ปิดจอคอมพิวเตอร์ แล้วลุกขึ้นเดินมานั่งหน้าเครื่องเล่นเกม เขากดปุ่มเปิดมันและจอโทรทัศน์ ไม่นานอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงทั้งสองก็พร้อมทำงาน เกมที่ณเรศเล่นค้างไว้เมื่อวาน วันนี้เขาจะเล่นให้ผ่านหมดทุกด่านเลย

ใกล้ช่วงเวลาเข้างานภาคบ่าย พนักงานแต่ละแผนกเริ่มทยอยกลับที่ทำงานกันบ้างแล้ว แป้งหอมก็เหมือนกัน หลังเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อกลางวันที่ร้านข้าวแกงหน้าบริษัท เธอก็รีบกลับเข้าที่ทำงาน แต่ยังไม่อยากขึ้นไปประจำตำแหน่ง ขอนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เกาะติดกระแสโลกที่ชั้นล่างสักเดี๋ยว

แป้งหอมเลือกหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ขึ้นมา “ฆ่าข่มขืน” คือพาดหัวข่าวใหญ่ประจำวันนี้ หญิงสาวคิดในใจ ไอ้ข่าวฆ่าแล้วข่มขืนแบบนี้ ทำไมบ้านเรามีให้เห็นกันบ่อยนัก

แป้งหอมมองหาที่นั่งว่าง เพื่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วเธอก็เจอที่หนึ่ง จึงรีบเดินเข้าไปทันที

“ขอโทษนะคะ เก้าอี้ตัวนี้ฉันขอนั่งได้ไหม?” แป้งหอมเอ่ยเสียงหวานถามชายหนุ่มในชุดสูท ซึ่งนั่งติดกับเก้าอี้ตัวที่ว่าง

ชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้ามามอง พร้อมตอบว่า

“อ๋อ… เชิญนั่งครับ”

ทั้งสองคนมองหน้ากัน ต่างคนก็ต่างจำกันได้

“เอ๊ะ! คุณใช่คนที่เดินชนผมตรงหน้าลิฟต์เมื่อเช้านี้หรือเปล่าครับ?”

แป้งหอมยิ้มแห้งอย่างเขินอายให้ชายหนุ่ม ก่อนจะทิ้งก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง

“ฉันขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉันไว้เมื่อเช้านี้ ถ้าตอนนั้นคุณไม่ช่วยฉันไว้ล่ะก็ ฉันคงล้มเจ็บตัวไม่น้อยทีเดียว”

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่เจ้านาย เอ้ย! พนักงานที่ดีคนหนึ่งของบริษัทเท่านั้นเองครับ”

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะคะ?”

“เอ่อ… อ๋อ เมื่อกี้ผมจะบอกคุณว่า ผมทำตามหน้าที่พนักงานที่ดีคนหนึ่งเท่านั้น”

เด็กประถมยังดูออกว่าชายคนนี้กำลังโกหกอะไรแป้งหอมอยู่

“อ๋อ… เหรอคะ คุณเป็นพนักงานที่นี่เหมือนกันเหรอ แล้วคุณทำงานตำแหน่งอะไรคะ?”

“ผมเป็น… เอ่อ…”

แป้งหอมจ้องหน้าอย่างกดดัน รอฟังคำตอบ

“เป็นคนเดินเอกสารในตึกน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบ ตามด้วยส่งยิ้มแห้ง

“พนักงานส่งเอกสาร?” เธอทวนคำพูดของเขา “แล้วทำไม่พนักงานส่งเอกสารต้องใส่สูททำงานด้วยล่ะคะ ฉันคิดว่าพนักงานส่งเอกสารที่นี่จะสวมแค่แจ็คเก็ต เหมือนบริษัทอื่นซะอีก”

“เอ่อ… มันเป็นนโยบายน่ะครับ ที่นี่เป็นบริษัทเกี่ยวกับการเงิน พนักงานทุกคนต้องแต่งตัวดูดี น่าเชื่อถือ จะทำให้บริษัทดูมั่นคงและลูกค้าอุ่นใจขึ้นครับ”

“อืม… อย่างนี้นี่เอง” แป้งหอมผงกหัว เออออไปกับเขาด้วย แต่ในใจไม่คิดเชื่อคำกล่าวอ้างของเขา

ชายหนุ่มหลบหน้ามาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ฉันเป็นเลขาประจำตัวผู้ช่วยผู้บริหารที่นี่ค่ะ แต่ฉันไม่ชอบตำแหน่งนี้เลย”

ชายหนุ่มหันมามองอย่างแปลกใจ

“อ้าว… ทำไมล่ะครับ ตำแหน่งเลขาเงินเดือนก็ไม่น้อย แถมยังเป็นเลขาของผู้ช่วยผู้บริหารอีก เงินเดือนคงจะเยอะทีเดียว”

“ฉันรู้สึกอึดอัดใจน่ะค่ะ ทำงานที่นี่มันไม่สนุกเลย ถึงเงินเดือนจะมากก็เถอะ”

“แล้วคุณเป็นเลขาของใครล่ะครับ?”

“คุณณเรศค่ะ”

คู่สนทนาดูแปลกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินแป้งหอมพูดถึงณเรศ

“คุณณเรศ คุณหนูที่เอาแต่ใจ ลูกชายตัวดีของคุณไอยราน่ะเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ทำไมคุณรู้จักคุณณเรศดีจัง สนิทกันเหรอคะ?”

“เปล่าครับ คือผมเอาเอกสารไปส่งให้เขาบ่อยน่ะครับ ก็เลยรู้จักพอสมควร”

“อืม… ตอนนี้คุณคงไม่ต้องไปส่งเอกสารให้เขาแล้ว เพราะฉันมารับกรรมแทนคุณแล้ว” แป้งหอมพูดติดตลก

ชายหนุ่มหัวเราะ

“แถมเขายังมาพนันกับฉันอีกนะคะ ว่าฉันจะทำงานที่นี่ครบหนึ่งเดือนหรือเปล่า ต่อจากนี้เขาคงหาทางแกล้งฉันสารพัดเลยมั้ง คงต้องเตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีแล้ว” สายตาแป้งหอมดูแน่วแน่และฮึดสู้

“คุณณเรศก็อย่างนี้แหละครับ ชอบท้าพนันคนอื่นไปทั่ว แต่ก็ไม่มีใครใจกล้ารับคำท้าอย่างคุณหรอก คุณก็ไม่ต้องกังวลหรือกลัวอะไรไปนะ ถ้าเมื่อไหร่คุณโดนแกล้ง มาบอกผมได้ ผมจะฟ้องแม่ของเขาให้ ท่านกับผมเรารู้จักกันดี”

“แหม… ฟังคุณพูดแล้วดูคุณจะสนิทกับบ้านนั้นมากเลยนะคะ ทั้งคุณณเรศ ทั้งคุณน้าไอยรา”

“เอ่อ… ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้สนิทอะไรกับพวกเขามากมายหรอกครับ” ชายหนุ่มยิ้มเฝื่อน

“ฉันไม่อยากเข้าใกล้คุณณเรศเลยค่ะ เขาชอบใช้อารมณ์รุนแรง ดูถูกเหยียดหยามและไม่ให้เกียรติฉัน  โชคร้ายจังเลยนะคะฉันเนี่ย” แป้งหอมหัวเราะเบา ๆ ใส่ตัวเอง

“โถ่… คุณก็พูดเกินไป คุณณเรศก็มีส่วนดีอยู่บ้าง นี่ท่าทางคุณจะไม่ชอบเขาจริง ๆ นะครับเนี่ย คุณก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก คุณเจอเขาวันละแปดชั่วโมงเอง อย่างวันนี้เหลืออีกแค่สี่ชั่วโมงก็เลิกงานแล้ว กลับบ้านไปคุณก็หาอะไรทำให้มันผ่อนคลาย จะได้สบายอารมณ์”

“ฉันคงทำอย่างที่คุณแนะนำไม่ได้หรอกค่ะ ฉันกำพร้า ไม่มีญาติที่ไหนเหลือแล้ว คุณน้าไอยราท่านอุปการะฉันไว้”

“งั้นก็หมายความว่า…”

“ค่ะ! ฉันอยู่บ้านเดียวกันเขา”

“ฮ่า ๆ ๆ บังเอิญจังเลยนะครับ เหมือนอย่างที่คนโบราณว่าไว้ไม่มีผิด เกลียดอะไรได้อย่างนั้น”

แป้งหอมไม่ตลกด้วยเลย เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่

“คุยกันมาก็นานแล้ว ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ฉันชื่อแป้งหอมนะคะ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”

“ผมชื่อศกรครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

ศกรยื่นมือไปจับกับแป้งหอม

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แป้งหอมดูมีความสุขที่ได้พูดคุยระบายสิ่งที่อัดอั้นกับศกร ชายหนุ่มที่ยอมฟังทุกความรู้สึกของเธอ

“อุ้ย! คุยกับคุณเพลินไปหน่อย เลยเวลาเข้างานแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“ครับ แล้วพบกันใหม่”

แป้งหอมลุกขึ้น เดินเอาหนังสือพิมพ์ที่ยังไม่ได้อ่านไปเก็บเข้าที่เดิม เธอวิ่งหายแวบเข้าลิฟต์ ไม่ทันเห็นศกรลุกเดิน ผ่านพนักงานคนไหน คนนั้นก็ไหวด้วยความเคารพ

แป้งหอมวิ่งแจ้น เข้าประจำตำแหน่งของเธอ เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องชะงัก เจ้านายที่สุดแสนจะเคารพนั่งกระดิกเท้าอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเธอ

ณเรศยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

“สายไปห้านาที ฉันจะส่งเรื่องนี้ให้แม่ไล่เธอออก” ณเรศประกาศกร้าว

“สายอะไรกัน ตอนนี้บ่ายโมงพอดีเป๊ะ” แป้งหอมเดินเข้ามาหาณเรศ ยกข้อมือให้เขาดูเวลาที่นาฬิกา มันบอกเวลาว่าเพิ่งจะบ่ายโมงเมื่อกี้นี้เอง

ณเรศปัดมือแป้งหอมให้ห่างจากใบหน้าของเขา เขาลุกขึ้นยืน ตอนนี้ทั้งคู่กำลังเผชิญกันซึ่งหน้า

“ฉันไม่สนคำแก้ของเธอ นาฬิการาคาถูกที่เธอสวมมันจะไปเชื่อถือได้ยังไง ฉันจะถือเวลาที่นาฬิกาของฉันบอกเท่านั้น”

แป้งหอมรู้สึกเคืองมากที่ณเรศพูดจาดูหมิ่นเธอแบบนี้ เรื่องเล็กน้อยอย่างเรื่องนาฬิกา เขาสามารถยกมาดูถูกคนได้ ช่างเป็นผู้ชายที่น่าระอาซะจริง เธอยอมณเรศได้ทุกเรื่องเว้นแต่เรื่องพูดจาดูถูก ไม่รอช้าเธอรีบสวนกลับเขาไปทันที

“ถึงนาฬิกาที่ฉันใส่มันจะราคาถูกและกระจอกเกินไปสำหรับคนอย่างคุณ แต่มันก็เดินตรงเวลาเสมอไม่เคยคดโกง เจ้าเล่ห์เพทุบายเหมือนคนบางคนที่วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องว่าร้ายให้คนอื่น”

“นี่เธอกำลังว่าฉันอยู่ใช่ไหม!” ณเรศผลักไหล่แป้งหอม

“โอ๊ย นี่คุณ! ฉันเจ็บนะ”

แป้งหอมผลักณเรศคืน แต่ชายหนุ่มไม่สะทกสะท้าน

“ใช่! ฉันกำลังว่าคุณ ท่าทางคุณก็รู้ตัวนี่ว่านิสัยแย่ แต่ทำไมไม่รู้จักปรับปรุงตัวเองให้เป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้ ฉันเห็นใจคุณน้าไอยรานะที่มีลูกชายแย่ นิสัยพาลเหมือนเด็กเหลือขออย่างคุณ”

“พอ! พอได้แล้ว ฉันไม่มีเวลาว่างมาฟังเธออวดเก่งนะ อย่าผยองให้มากนักเลย วันนี้ฉันจะให้อภัยเธอ แต่วันหลังถ้าเธอสายอีกฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ฉันจะเอาชนะเธอให้ได้ และต้องทำให้เธอยอมกราบเท้าขอโทษฉันให้ได้ ไว้คอยดูแล้วกัน”

ณเรศพูดและชี้หน้าแป้งหอม พูดจบเขาก็เดินเข้าห้องแล้วปิดประตูประชดเสียงดัง

“ฉันต้องทำให้คุณยอมรับความจริงของตัวเองให้ได้” แป้งหอมพูดสีหน้าแน่วแน่


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

error: Content is protected !!