ตู้เย็น
ไอ้นนท์ดูแปลกไป จู่ ๆ มันก็ขี่มอไซด์เหมือนคนเพิ่งเริ่มหัด พอขับพ้นรถติดมาได้ มันก็แวะจอดข้างทาง ผมเห็นว่าไม่น่าดีเลยลงจากรถก่อน เดินไปจะถามไถ่ แต่ต้องตกใจกับใบหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาดของมัน
“เฮ้ยไอ้นนท์! มึงเป็นอะไรไปวะ?”
ไอ้นนท์ทำสีหน้าไม่ดี ท่าทางดูพะอืดพะอม
“กูไม่ค่อยไหวว่ะ ปกติเห็นเลือดออกนิดเดียวก็ใจไม่ดีแล้ว แต่นี่มาเห็นคนเลือดท่วมอย่างนี้กูไม่ไหวจริง ๆ ว่ะ”
“มึงกลัวเลือดเหรอวะ? งั้นจอดรถทิ้งไว้แล้วลงมาก่อนดีกว่า”
ไอ้นนท์ดับเครื่องมอไซด์แล้วลงจากรถมา ผมช่วยประคองเพราะมันดูอ่อนแรงเหลือเกิน
อ้วก…กกก!
มันอ้วกเอาก๋วยเตี๋ยวที่กินเมื่อตอนกลางวันออกมาเลอะพื้น ผมเอามือไปลูบหลังให้มัน หวังช่วยบรรเทาอาการ
“ลูบขึ้นดิวะ”
“โทษที ๆ” ผมเปลี่ยนมาลูบจากกลางหลังแล้วไล่ขึ้นมาข้างบน
“ยังไงต้องเอาอาหารไปส่งให้ได้ ลูกค้ากำลังรออยู่ มึงช่วยขับแทนกูได้ไหม?”
ขนาดรู้สึกไม่สบาย มันยังมีความรับผิดชอบ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะช่วยเหลือมันไม่ได้ ผมขึ้นไปนั่งบนมอไซด์แล้วสตาร์ทเครื่อง พอไอ้นนท์ขึ้นซ้อนท้ายผมก็ออกรถ แผนที่ในแอพบอกให้เลี้ยวซ้ายด้านหน้าอีก 100 เมตร จากนั้นเข้าซอย 3 ไปอีก 200 เมตรก็มาถึงบ้านของลูกค้าที่สั่งอาหาร
“โทรหาลูกค้าจากในแอพ กดปุ่มตรงรูปโทรศัพท์ได้เลย”
ไอ้นนท์บอก ผมทำตาม ไม่นานก็มีคนรับสาย
“เอาอาหารที่สั่งมาส่งครับคุณลูกค้า อ๋อ… ได้ครับ ให้แขวนไว้ที่รั้วเลยนะครับ ขอบคุณครับ”
ผมวางสายแล้วเดินไปหยิบถุงใส่อาหารออกมาจากกระเป๋าท้ายรถ เอาไปแขวนไว้บนรั้วเหล็กตามที่ลูกค้าบอก จากนั้นก็กลับมาขี่มอไซด์ มุ่งหน้ากลับคอนโด
“เป็นยังไงบ้างวะ?” ผมหันไปถามคนข้างหลัง เมื่อเอามอไซด์ไปจอดในช่อง
“ดีขึ้นแล้วว่ะ ขอบใจมึงมากนะที่อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนกูวันนี้ ถ้าไม่ได้มึงช่วยกูแย่แน่ ๆ ว่ะ เออ… แล้วเย็นนี้เราจะกินอะไรกันดีวะ? ของในตู้เย็นที่ห้องมึงหมดเกลี้ยงแล้ว กูลืมบอกให้มึงแวะซื้อของที่ตลาด”
เป็นขนาดนี้มันยังห่วงเรื่องมื้อเย็นวันนี้
“ไม่เป็นไร ไว้ค่อยไปตลาดกันวันหลัง เย็นนี้สั่งอาหารจากในแอพมากินก่อนแล้วกัน” ผมลุกไปตบหลังมัน แล้วเราสองคนก็ขึ้นไปบนห้อง
แล้วก็มาถึงวันประกวดดาวเดือน ตามจริงผมไม่อยากมางานพวกนี้เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้นนท์คะยั้นคะยอว่าผมต้องมาให้กำลังใจมันให้ได้ อีกอย่างที่งานคืนนี้มีอาหารเลี้ยง เลยช่วยผมประหยัดค่าข้าวไปได้ 1 มื้อ
ช่วงนี้ผมใช้เงินประหยัดกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงเทศกาลเกมลดราคา ผมเก็บเงินไว้ซื้อเกมมาทำคอนเทนต์ลงช่องยูทูบ บางเกมที่ผมจ้องอยากได้ ลดราคาลงมาถึง 50 เปอร์เซนต์เลยก็มี ช่วงนี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่น่าซื้อเกมมาดองไว้ในคอม
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไอ้นนท์มาสิงอยู่ที่คอนโดผม เพื่อให้ผมสอนมันเล่นอูคูเลเล่สำหรับขึ้นแสดงในคืนนี้ ระหว่างที่มันมาอยู่ด้วยก็ช่วยทำความสะอาดห้อง รีดชุดนักศึกษาให้ ทำอาหารเช้าอร่อย ๆ ให้กิน นอกจากตอนเรียนกับตอนไปทำงานพิเศษ พวกเราสองคนเรียกว่าแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ผมกำลังเริ่มชินกับวิถีชีวิตที่มีไอ้นนท์อยู่ด้วย แค่คืนนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว
ไอ้นนท์ถือว่ามีพัฒนาการที่ดี สำหรับเวลาฝึกแค่ 1 สัปดาห์กว่า ๆ ในการเล่นอูคูเลเล่เป็นเพลงและร้องเพลงไปด้วย เพลงที่มันเล่นมีเพียง 4 คอร์ดพื้นฐาน มันฝึกเล่นจนเปลี่ยนคอร์ดได้โดยไม่ต้องก้มไปมอง ผมฟังมันร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ มาเป็นร้อยรอบ จนไม่รู้ว่าเพราะหรือไม่ คงต้องให้กรรมการประจำเวทีคืนนี้เป็นคนตัดสิน
พี่แป้งรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวที สร้างบรรยากาศคืนนี้ให้คึกคักสนุกสนาน และคอยส่งเข้าสู่การแสดงของผู้เข้าประกวด ตอนนี้เวลา 2 ทุ่มกว่า ๆ มีการแสดงไปแล้ว 3-4 คน บางคนร้องเพลง บางคนเต้นโคฟเวอร์เพลงเกาหลี การแสดงของแต่ละคนดึงเสน่ห์เฉพาะตัวของคน ๆ นั้นออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัส ผมรอดูว่าไอ้นนท์จะทำแบบนั้นได้หรือเปล่า แต่คนต่อไปที่ขึ้นมาแสดงบนเวทียังไม่ใช่มัน แล้วมือถือในกระเป๋ากางเกงของผมก็สั่น
“มึงยังอยู่ที่งานใช่ไหม? คิวต่อไปเป็นคิวกูแล้วนะเว้ย” น้ำเสียงไอ้นนท์ฟังดูร้อนรน
“กูนั่งอยู่หน้าเวทีกับพวกพี่ริวเนี่ย แล้วมึงเป็นไงบ้าง ตื่นเต้นไหมวะ?”
“ตื่นเต้นดิวะถามได้ กูโคตรตื่นเต้นเลยเนี่ยตอนนี้ ไม่เคยแสดงอะไรต่อหน้าคนเยอะ ๆ แบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า?” เสียงไอ้นนท์ประหม่า
“เอาน่า… มึงซ้อมมาขนาดนั้นต้องออกมาดีสิวะ เอาให้เหมือนตอนที่มึงเล่นให้กูฟังก็โอเคแล้ว”
ผมได้ยินเสียงถอนหายใจยืดยาวดังมาจากในมือถือ
“แค่นี้แหละ มึงเตรียมตัวเถอะ สู้ ๆ นะเว้ย กูเป็นกำลังใจให้”
พูดแค่นั้นผมก็ชิงวางสาย ไม่อยากคุยต่อให้ยืดยาว อยากให้ไอ้นนท์ใช้เวลาทำสมาธิ จดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังจะทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ามากกว่า
“โอ้โห… เต้นเป๊ะปังอลังการเวอร์ นี่นึกว่าเด็กฝึกค่ายวายจีมาเต้นเองเลยนะเนี่ย เอาล่ะค่ะ เรามาสัมภาษณ์ทำความรู้จักกับผู้เข้าประกวดสาวคนนี้หน่อยดีกว่า”
พี่แป้งถามคำถามกับผู้เข้าประกวดคนนี้ที่เพิ่งเต้นโคฟเวอร์เพลงของวงแบล็กพิงค์ด้วยคำถามไม่ค่อยต่างจากที่ถามผู้เข้าประกวดคนอื่นสักเท่าไหร่
“เอาล่ะค่ะ… ต่อไปเรามาดูการแสดงของหนุ่ม ๆ กันบ้างดีกว่า หนุ่มคนนี้เรียกว่าเป็นขวัญใจแม่ยกคณะเราเลยทีเดียว โดยเฉพาะแก๊งสันทนาการปี 2 ของดิฮั้น ไม่รอช้า ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้กับน้องนนท์นนท์!”
กรี๊ด…ดดด!
หน่นน๊น… นนน!
ไอ้นนท์เดินขึ้นเวทีมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พร้อมอูคูเลเล่ในมือ มันมายืนหน้าไมโครโฟน รอให้เสียงเชียร์เงียบลงสักนิด แล้วก็พูดแนะนำตัว
“สวัสดีครับ ชื่อนนท์นะครับ ชื่อจริงชื่อนนท์ ชื่อเล่นก็ชื่อนนท์ครับ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นี่เลยเรียกผมว่านนท์นนท์ วันนี้ผมจะมาร้องเพลงพร้อมเล่นอูคูเลเล่ไปด้วยครับ บอกไว้ก่อนว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมยังเล่นอูคูเลเล่ไม่เป็น ร้องเพลงยังไม่เอาไหนอยู่เลย ตอนนี้คิดว่าทำทั้งสองอย่างได้ดีขึ้นมาหน่อยแล้ว ยังไงฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ผมจนจบการแสดงด้วยนะครับ”
ไอ้นนท์พูดเกริ่นเสียยืดยาว มันสูดหายใจ จับอูคูเลเล่ขึ้นมาอยู่ในท่าถนัด แล้วก็เริ่มดีดอินโทรเพลงด้วยคอร์ดซี สายตาของมันมองมายังหมู่ผู้ชม แล้วก็เริ่มร้องเพลง
ฝนตกอีกแล้ว
คืนนี้คงหนาวกว่าคืนไหน ๆ
เพลงที่ไอ้นนท์เลือกมาแสดงในคืนนี้คือเพลงฝนตกไหมของวงทรีแมนดาวน์ เนื้อหาเล่าถึงคืนที่ฝนตก ชายคนหนึ่งนึกเป็นห่วงสาวที่เขาแอบชอบ เลยเผลอโทรมาถามว่าตรงที่เธออยู่ฝนตกหรือเปล่า ถ้าเธอเกิดกลัวฟ้าร้องหรือไม่มีคนคอยดูแล เขาพร้อมจะไปหาและอยู่เป็นเพื่อน แต่จริง ๆ แล้วในใจเขารู้ดีว่าข้างกายของเธอมีคนคอยดูแลอยู่แล้ว เขาจึงได้แต่อยู่คนเดียวเหงา ๆ ในคืนที่ฝนโปรยลงมา
อารมณ์เพลงออกจะเหงา น้อยใจเปล่าเปลี่ยว แต่น้ำเสียงที่ไอ้นนท์ใช้และสายตาที่มันสื่ออารมณ์ส่งมายังคนดู ได้เปลี่ยนอารมณ์ของเพลงให้เหมือนกับว่ามันกำลังอ้อนใครสักคนว่าอยากไปหาในคืนฝนตก บรรดาสาว ๆ หน้าเวทีแพ้ลูกอ้อน จินตนาการว่าสาวคนที่มันจะไปหาคือตัวเอง
ตลอดการแสดง ไอ้นนท์มองคนดูอย่างทั่วถึง ตอนแรกผมคิดว่ามันจะประหม่าตื่นเวที จนไม่กล้าสบตาใคร การแสดงที่ดีต้องรักษาอายคอนแทคกับคนดูแบบนี้แหละ ระหว่างที่มันกวาดสายตามองมาแถวที่ผมนั่งอยู่ ผมก็ชูมือโบกน้อย ๆ พอให้มันเห็นว่าผมดูมันจากตรงนี้
พอมันเห็นผม ไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงได้แกล้งส่งจูบมาให้ เกิดเสียงกรี๊ดชอบใจจนคนดูหันมามองตามว่ามันส่งจูบให้ใคร ผมรีบหดมือกลับ กลัวมีคนสังเกตว่าเมื่อกี้ผมกับมันสื่อสารกัน
ไอ้นนท์ร้องเพลงจบและดีดโน้ตตัวสุดท้าย เสียงโห่ร้องด้วยความชอบใจดังขึ้นกระหึ่ม พี่แองโจลี่คว้าดอกไม้ประดับโต๊ะในแจกัน ติดมือขึ้นไปบนเวที เอาไปให้ไอ้นนท์
“โอ้… ขอบคุณครับพี่”
พี่แองโจลี่สวมกอดไอ้นนท์แล้วจุ๊บหลอก ๆ ที่แก้มมันหนึ่งที สร้างเสียงกรี๊ดหัวเราะเฮฮา แล้วพี่แองโจลี่หันมาหาคนดูหน้าเวที ทำหน้าเชิดหยิ่งให้คนดูหมั่นไส้เล่น
“เดี๋ยวนะคะ ๆ คุณจะมาทำอย่างนี้กับผู้เข้าแข่งขันของดิฮั้นไม่ได้นะคะคุณแองโจลี่” พี่แป้งพูดแซวออกไมค์แล้วเดินขึ้นมาบนเวที
เมื่อผู้เข้าประกวดดาวเดือนขึ้นแสดงความสามารถพิเศษบนเวทีครบทุกคนแล้ว กรรมการก็รวบรวมคะแนนเพื่อหาผู้ชนะที่ได้รับตำแหน่งดาวเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ ผู้เข้าชิงทั้ง 20 คน ขึ้นมายืนรวมกันบนเวที ทำให้เวทีที่เล็กอยู่แล้ว ดูคับแคบขึ้นมาทันที
การประกาศผลจะเริ่มจากรองอันดับ 2 ดาวคณะ แล้วสลับมาประกาศรองอันดับ 2 เดือนคณะ ซึ่งไอ้นนท์พลาดตำแหน่งนี้ มาถึงตำแหน่งรองอันดับ 1 เดือนคณะก็ยังไม่ใช่มัน เอาล่ะ… มาถึงนาทีที่ทุกคนได้ลุ้นไปพร้อมกัน พี่แป้งประกาศว่าคนที่ได้เป็นดาวคณะวิศวกรรมประจำปีนี้คือ นานะ สาวหน้าตาน่ารักที่เต้นโคฟเวอร์เพลงของวงแบล็กพิงค์ได้เหมือนเป๊ะ อย่างกับไปซ้อมกับศิลปินตัวจริงมา
ต่อไปเหลืออีกตำแหน่งเดียวคือเดือนคณะ ตอนนี้เหลือผู้ท้าชิงอยู่ 4 คน แต่คนที่มีโอกาสลุ้นคงมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นคือไอ้นนท์กับไอ้เนส ตอบจบการแสดงของ 2 คนนี้ได้รับเสียงตอบรับพอ ๆ กัน และก็หน้าตาดีด้วยกันทั้งคู่
“และผู้ที่ได้รับตำแหน่งเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ได้แก่…” พี่แป้งเว้นจังหวะให้ดนตรีขึ้น “น้องนนท์นนท์จากสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ค่า…”
ไอ้นนท์เบิกตาโต ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ตำแหน่งนี้ พี่ปี 2 นำเอาสายสะพายและมงกุฎดอกไม้มาใส่ให้มัน จากนั้นให้มายืนคู่กับนานะตรงกลางเวทีให้คนมาถ่ายรูป แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปและมือถือถูกยิงวิบวับ ดูแล้วน่าเวียนหัวแทนคนที่อยู่บนเวที
วันนี้วันจันทร์ พวกเราวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟมาเล่นดนตรีสดกันที่ร้านลมเย็นบาร์เหมือนเช่นเคย อีกวันหนึ่งที่มาเล่นที่นี่คือวันพฤหัส ถึงแม้พวกเราจะเพิ่งมาเล่นได้ไม่กี่ครั้ง แต่ก็มีแฟนคลับกับเขาแล้ว วันนี้มีก๊วนพี่ ๆ แฟนคลับของพวกเราจำนวน 3-4 คน จองโต๊ะหน้าสุด ผมคิดว่าพวกเขาติดตามเพราะชอบการเอนเตอร์เทนและเสียงร้องของไอ้ดินปืน
พอถึงเวลา 4 ทุ่มครึ่ง พวกเราก็จบการแสดง คืนนี้ไอ้ดินปืนจะขี่มอไซด์ไปส่งผมที่คอนโด ระหว่างที่เดินมาที่รถ มันก็ถามผมขึ้นมาว่า
“เออนี่… ได้ยินมาว่าไอ้นนท์ได้เป็นเดือนคณะมึงเหรอ?”
ไม่แปลกที่คนต่างคณะจะรู้ว่าไอ้นนท์ได้เป็นเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ เพราะคลิปตอนมันขึ้นแสดง ถูกอัพโหลดขึ้นเฟซบุคและแชร์กันไปอย่างกว้างขวางในหมู่นักศึกษามหาลัยของผม
“ใช่… ทำไมวะ?”
“มึงจำวันนั้นที่พี่จั๊บ พี่รหัสกูบ่นเรื่องคิดหัวข้องานส่งอาจารย์ไม่ออกได้หรือเปล่า? เมื่อวานพี่แกโทรมาบอกว่าคิดงานออกแล้ว จะถ่ายเอ็มวีอะไรนี่แหละ แล้วอยากได้ไอ้นนท์มาเป็นพระเอก มึงช่วยติดต่อมันให้หน่อยสิ พี่จั๊บเขามีค่าจ้างให้ด้วยนะ”
Leave a comment