สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเวลานี้คับคั่งไปด้วยผู้คน ทั้งผู้ใหญ่จูงลูกจูงหลานมาเที่ยว ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาวที่สนใจมาดูดารานักร้องขวัญใจของพวกเขา แม้ประตูเพิ่งจะเปิดให้เข้า แต่คนก็แห่มาจนเริ่มเต็มพื้นที่และยังคงทยอยมาเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าถ้างานเริ่มคนจะล้นทะลักออกนอกสถานที่จัดงานหรือเปล่า
ขณะนี้บนเวทียังไม่มีการแสดง กระทั่งหญิงสาวร่างอ้อนแอ้นในชุดเดรสเข้ารูปสีขาว เดินออกมาหยุดกลางเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้องด้วยความชื่นชม
พี่นิตา!
กรี๊ด… ดดด!
“ขอบคุณค่ะ” นิตาโค้งคำนับ ฉีกยิ้มกว้างส่งความสดใส
“ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีผู้ชมทุกท่านนะคะ ที่วันนี้เป็นเกียรติมาร่วมยินดีกับการเติบโตขึ้นอีกก้าวของโนว่า เอฟเอ็ม ดิฉันดีเจนิตาค่ะ”
กรี๊ด… ดดด!
ไม่เฉพาะหนุ่ม ๆ เท่านั้นที่ชื่นชอบในน้ำเสียงอันสดใสร่าเริงของนิตา วัยรุ่นสาว ๆ ก็คลั่งไคล้นิตาด้วยเหมือนกัน พวกเธอชื่นชอบและอยากก้าวไปโดดเด่นในฐานะดีเจสาวอย่างนิตาบ้าง
นิตาพูดกรอกไมโครโฟนไปเรื่อย ๆ อย่างอัธยาศัยดี เพื่อเป็นการคั่นเวลาระหว่างรอดารานักร้องมาถึง รถยนต์คันที่เพิ่งไปรับคนเจ็บออกมาจากโรงพยาบาล แล่นฉิวผ่านแขกเรื่อวัยรุ่นมากมายที่กำลังพยายามมองทะลุกระจกเข้าไป เนื่องด้วยอยากเห็นหน้าเจ้าของรถหรูคันนี้
มอดหยุดรถ เปิดประตูลงไปเตรียมวีลแชร์มาให้ณเรศนั่ง หลังจากช่วยมอดพยุงณเรศขึ้นนั่งบนวีลแชร์ได้แล้ว แป้งหอมก็อ้อมมาทำหน้าที่ของเธอด้านหลังวีลแชร์
“นี่… ถ้ามีใครถามเรื่องฉัน ให้เธอรับหน้าแทนนะ เข้าใจไหม?” ณเรศบอกแป้งหอม
“ค่ะ แล้วคุณจะไปตรงไหนก่อนคะ?”
“ไปไหว้ผู้ใหญ่ทางโน้นแล้วกัน” ณเรศชี้ไปยังกลุ่มผู้ใหญ่ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของเขา ที่กำลังยืนคุยกัน
แป้งหอมเข็นวีลแชร์พาณเรศไปตามที่เขาสั่ง เมื่อผู้ใหญ่เห็นสภาพณเรศต่างก็เอ่ยปากถามว่าเป็นมาได้ยังไง แป้งหอมต้องเล่าเรื่องยาว จริงบ้างแต่งเติมบ้าง อธิบายให้ผู้ใหญ่ท่านเข้าใจ ท่านแล้วท่านเล่า
กิจกรรมบนเวทีผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากไอยราและวรากล่าวปราศรัยเกี่ยวกับโนว่า เอฟเอ็มจบ ดารานักร้องที่ถูกจ้างมาก็ขึ้นมาแสดง สร้างความบันเทิงแก่ผู้ชมด้านล่าง จนเวลาจวนจะ 5 โมงเย็น การแสดงบนเวทีก็จบลง ดารานักร้องมานั่งแจกลายเซ็นให้แฟนคลับที่ด้านล่างเวที ซึ่งนิตาดีเจสาวประจำสถานีก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
“ขอบคุณค่ะ อย่าลืมติดตามฟังโนว่า เอฟเอ็มของเราต่อไปนะคะ”
นิตากล่าวขอบคุณแฟนคลับที่เข้ามาขอลายเซ็นและร่วมถ่ายรูปกับเธอ คิวต่อไปเป็นชายฉกรรจ์คนหนึ่ง รูปร่างบึกบึน หนวดเครายาว ดูแล้วคงจะเป็นนักเลงแถวนี้ เดินเข้ามาขอลายเซ็นเธอ เมื่อเห็นชายหนุ่มท่าทางไม่น่าไว้ใจ นิตาก็ตกใจ
ชายฉกรรจ์ยิ้มกริ่ม เผยฟันเกบิดเบี้ยว แล้วพูดกับนิตา
“แหม… คุณนิตานี่ทั้งเสียงหวาน หน้าก็สวย แถมหุ่นยังดีอีกนะครับ” มันจ้องมองสัดส่วนเธออย่างหื่นกระหาย
“ขอบคุณค่ะ” นิตายิ้มแห้ง รีบเซ็นชื่อแล้วส่งให้ชายฉกรรจ์แปลกหน้า
ชายฉกรรจ์จับหมับเข้าที่มือของนิตา นิตาหน้าเสีย ทำอย่างไรต่อไปไม่ถูก
“มือทั้งขาว ทั้งนุ่ม ถ้าได้เป็นแฟนสักวันจะไม่มีวันลืมเลย” ชายฉกรรจ์พูด ทำหน้าเคลิ้มหื่น เคล้าคลึงที่มือนิตา
ศกรที่ยืนอยู่ห่างออกไปเห็นว่าท่าทางไม่ดี เดินปรี่เข้ามาสะกิดไหล่ชายฉกรรจ์ พอมันหันมาเขาก็ผลักเต็มแรง ทำเอามันปลิว เซถลาถอยห่าง
“อนุญาตแค่ขอลายเซ็นได้อย่างเดียว อย่างอื่นห้าม!” ศกรพูดเสียงแข็ง
ชายฉกรรจ์ลุกขึ้นมาต่อปาก
“อะไรกันวะ แค่ขอจับไม้จับมือแค่นี้ ถึงกับต้องผลักกันอย่านี้เลยเหรอ?”
“แต่ฉันไม่เห็นแกจะขออนุญาตคุณนิตาเขาเลยสักคำ แกรีบออกจากที่นี่ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนจากผลักไปเป็นอัดแกแทน” ศกรชกกำปั้นเข้ากับฝ่ามือ เชิงขู่มัน
ชายฉกรรจ์ฮึดฮัด รีบวิ่งหนีไป ศกรเดินมาดูนิตาที่กำลังเสียขวัญ เขารีบพาเธอฝ่ากลุ่มฝูงชนเพื่อหลบเข้าหลังเวที
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้นิตาต้องกลับแล้ว ขอทางหน่อยนะครับ หลีกทางให้พวกเราหน่อย”
ศกรประคองไหล่นิตาฝ่าแฟน ๆ เข้ามาหลังเวที ที่นี่ทุกคนอยู่กันครบ ทั้งณเรศ แป้งหอม ไอยรา แสงสรวล และวรา ไอยราได้ยินเสียงเอะอะจากข้างนอกจึงเอ่ยปากถามศกร
“เกิดอะไรขึ้นเหรอศกร?”
“คือ… นิตาถูกโรคจิตลวนลามครับ ตอนนี้ผมไล่มันไปแล้ว”
“แล้วหนูนิตาเป็นไงบ้างจ๊ะ?” ไอยราเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง
“นิตาไม่เป็นอะไรค่ะคุณน้า”
วราหน้าเข้ม พูดขึ้นมา
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ทำงานอย่างนี้ต้องมีคนชอบคนปลื้มบ้างเป็นธรรมดา จับไม้จับมือ ต้องเนื้อต้องตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ เขาจะได้ชื่นชอบในตัวเรามากขึ้นไง”
นิตาส่ายหน้า เอือมระอากับวิสัยทัศน์พิสดารของผู้เป็นพ่อ
“ผมว่าเราพักเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วไปเลี้ยงฉลองที่งานของเราผ่านพ้นไปด้วยดีกันดีกว่า” แสงสรวลแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
“อืม… ก็ดีเหมือนกันค่ะ ไปกันตอนนี้เลยไหม ฉันมีร้านอร่อย ๆ อยากแนะนำ” ไอยราเสริม
ทั้งหมดพากันเดินออกไป ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาปองร้ายของชายฉกรรจ์โรคจิตที่แอบมองมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ มันไม่ปล่อยให้ตนเองต้องขายหน้าอยู่ฝ่ายเดียวแน่ ใครทำอะไรมันไว้ มันจะเอาคืนเป็นแสนเท่าล้านเท่า
รถยนต์สามคันขับมาจอดเรียงกันหน้าร้านอาหารหรู ผู้โดยสารจำนวนเจ็ดคนพากันเข้าไปในร้าน พนักงานในชุดเรียบร้อยผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปใช้บริการ
“สวัสดีค่ะ มากันทั้งหมดเจ็ดท่านนะคะ เชิญโต๊ะนี้เลยค่ะ” พนักงานเดินพาลูกค้ามาที่โต๊ะรับประทานอาหารซึ่งมีเก้าอี้ที่นั่งได้เพียงสี่คน ไม่พอสำหรับทุกคนที่มาด้วยกัน
“เอาเป็นว่าให้เด็ก ๆ นั่งกินกันตรงนี้ เราไปหาโต๊ะว่างที่อื่นกันดีกว่า” แสงสรวลพูดขึ้น แล้วผู้ใหญทั่งสามก็เดินตามพนักงานต่อไป
แป้งหอมเอาเก้าอี้ตัวหนึ่งออก แล้วเข็นณเรศเข้าไปแทน เธอนั่งเก้าอี้ตัวข้างเขา ประจันหน้ากับนิตา ข้างนิตามีศกรนั่งเคียง พนักงานอีกคนเดินมาพร้อมเมนูอาหารสี่เล่ม พวกเขาพลิกดูแล้วเริ่มสั่งอาหาร ไม่นานอาหารปรุงเสร็จร้อน ๆ ก็มาถึง วางเรียงเต็มโต๊ะ
“แป้งหอมเคยกินอันนี้ไหม?”
ศกรตักสปาเก็ตตี้ซอสเห็ดทรัฟเฟิลใส่จานให้แป้งหอม
“อร่อยนะ ลองกินดูสิ” ศกรเชื้อเชิญ
ณเรศมองศกรและแป้งหอมที่ส่งสายตาสานสัมพันธ์ให้กันก็เกิดอาการหมั่นไส้ พูดขัดคอขึ้นมา
“อะแฮ่ม! แป้งหอมเธอช่วยตักอาหารเหมือนของเธอให้ฉันหน่อยสิ”
แป้งหอมได้ยินดังนั้นก็กำลังจะใช้ช้อนตักสปาเก็ตตี้ซอสเห็ดทรัฟเฟิลให้ณเรศ แต่ศกรพูดดักขึ้นก่อน
“ไม่ต้องแป้งหอม ถ้าเขาตักเองไม่ได้ก็ปล่อยให้อดตายไป ชอบทำตัวเป็นภาระคนอื่นอยู่เรื่อย”
ณเรศถลึงตาใส่ศกร
“ทำไม! ใช้แค่นี้จะลำบากเท่าไหร่กันเชียว แป้งหอมเป็นเลขาฉัน ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำ”
“ใช่ แป้งหอมเป็นเลขาแก แต่ไม่ได้เป็นคนใช้ แกจะมาสั่งโน่นสั่งนี่ จุกจิกกับเธออย่างนี้ไม่ได้”
“ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ”
ระหว่างที่สองหนุ่มกำลังว่ากันไปมา นิตาก็ยืนขึ้นปรามทั้งสอง
“หยุด! เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ นิตาจะคอยบริการคุณณเรศเอง” พูดแล้วนิตาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ อ้อมมาที่หลังเก้าอี้ของแป้งหอม
“ลุกสิยะ! ไปนั่งข้างคุณศกรของแกโน่น” นิตาปัดมือไล่
แป้งหอมลุกจากที่นั่ง สลับที่กับนิตา นิตาที่นั่งข้างณเรศคอยบริการตักอาหารหลายอย่างใส่จานให้เขา เขาไม่มีทีท่าสนใจเธอเลย มองแต่ศกรที่คอยบริการตักอาหารให้แป้งหอมด้วยสายตาหมั่นไส้
ทุกคนรับประทานอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญ บนโต๊ะตอนนี้เหลือเพียงภาชนะเปล่า อาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทอแสงสีทองแสงสุดท้ายของวัน ศกรลุกขึ้นจากที่นั่ง เขาปวดเข้าห้องน้ำ
“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
ศกรเดินแยกออกมาจากพรรคพวก เขาเปิดประตูหลังร้าน เดินไปยังห้องน้ำที่ทำแยกจากตัวร้านต่างหาก ห้องน้ำแบ่งเป็นสองห้องชายกับหญิง บริเวณด้านหน้าจัดเป็นสวนไม้พุ่ม ล้อมไว้เหมือนเป็นรั้ว ศกรก้าวไปตามทางเดินที่ใช้แผ่นหินปู มือลึกลับสะกิดที่ไหล่เขา เขาเหลียวมามอง
พลั่ก!
ศกรเหลียวมาเจอชายฉกรรจ์ที่ลวนลามนิตา มันฟาดไม้หน้าสามอัดเข้าศีรษะของเขา ศกรยังไม่ทันรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็สลบล้มลง เท่านั้นยังไม่พอ มันและพวกอีกสองคนใช้ไม้หน้าสามรุมตีทำร้ายคนหมดสติหลายครั้งจนสาแก่ใจ จากนั้นพวกมันก็รีบเผ่นหนีไป
ในร้าน ผู้ใหญ่เดินมาหาที่โต๊ะของหนุ่มสาว บอกกับพวกเขาว่าควรจะกลับกันได้แล้ว แต่ศกรยังไม่กลับมาจากห้องน้ำ เขาหายไปนานมาก ผู้ใหญ่จึงบอกให้หนุ่มสาวอยู่รอเขา พวกตนจะไปรอที่รถ
“นี่คุณศกรหายไปนานมากแล้วนะคะ ฉันไปตามก็แล้วกัน” แป้งหอมพูดแล้วลุกขึ้นจะไปตามศกร
นิตาปราม ลุกขึ้นพูด
“ไม่ต้องหรอก ฉันกำลังจะไปห้องน้ำพอดี ถ้าทำธุระเสร็จจะตามหมอนั่นให้” นิตาพูดแล้วเธอก็แยกออกมาทางหลังร้าน ชื่นชมกับบรรยากาศสวยงามตรงนี้ หญิงสาวก้าวไปตามทางเดินผ่านพุ่มไม้หนา แล้วสะดุดกับบางอย่างเข้า
“โอ๊ะ!”
นิตาอุทาน พยายามประคองตนเองไม่ให้ล้ม เธอหันไปมองสิ่งที่ทำให้ตัวเองสะดุด แล้วก็ตกใจ เพราะเห็นเป็นขาของคน เธอมองไล่ขึ้นไปดูหน้า เมื่อเห็นหน้าเจ้าของร่างก็สะดุ้งโหยง ศกรนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น
“คุณศกร!”
ทุกคนเคร่งเครียด นั่งรอฟังผลอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ศกรเข้าห้องฉุกเฉินไปหลายชั่วโมงแล้ว จะเป็นไงบ้างไม่มีใครรู้ นิตาดูท่าจะห่วงศกรมากกว่าคนอื่นไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้อง เธอภาวนาในใจขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดช่วยคุ้มครองศกรด้วย
ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุด หมอผู้ทำการรักษาให้ศกรเปิดประตูเดินออกมา ทุกคนพากันเข้ารุมล้อมเอ่ยปากถามไถ่อาการของศกร
“ลูกชายผมเป็นไงบ้างครับหมอ?” แสงสรวลถาม
“ปลอดภัยดีครับ แต่อาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ สมองของคนไข้ถูกกระทบกระเทือน อวัยวะภายในบอบช้ำ หมอจึงจำเป็นต้องให้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และต้องอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดครับ”
คุณหมอแถลง ทำเอาทุกคนโล่งใจ ไม่นานเตียงที่ศกรนอนก็ถูกเข็นออกมา เขายังไม่ได้สติ นอนสลบและมีสายต่าง ๆ ห้อยโยงติดกับตัวแล้วต่อเข้าเครื่องนั้นเครื่องนี้เต็มไปหมด ที่ศีรษะมีผ้าหนาพันเอาไว้ ดูแล้วน่าสงสาร ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ด้วย
“ถ้าศกรอาการไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” ไอยรากล่าวลาแสงสรวล
“ครับ คืนนี้ผมจะอยู่เฝ้าอาการเจ้าศกรมันเอง ขอบคุณคุณไอยรามากนะครับที่อุตส่าห์ตามมา” แสงสรวลเอ่ย
แล้วไอยรา ณเรศ และแป้งหอมก็เดินออกมา
วราคิดแผนเอาใจแสงสรวลได้
“คุณแสงสรวลครับ คุณไม่ต้องอยู่ดูอาการลูกชายหรอกครับ วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะครับ ทางนี้ผมอาสาให้ยายนิตาลูกสาวผมอยู่ดูแลลูกชายคุณจนกว่าเขาจะหายดีเอง”
นิตาหันมาว่าให้พ่อ
“อะไรกันคะคุณพ่อ ยังไม่ได้ถามหนู…”
วราทำหน้าดุใส่ลูกสาว แล้วหันมายิ้มให้แสงสรวล
“คืนนี้คุณแสงสรวลพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมลูกชาย”
“ถ้านิตาเธอเต็มใจ ผมก็ขอบคุณ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ หากมีเหตุด่วนอะไรให้หนูนิตาโทรหาผมได้ทุกเมื่อนะ”
“ครับ เชิญครับ”
“ลาก่อนครับ”
แสงสรวลยกมือร่ำลาวราแล้วเดินจากไป ตอนนี้เหลือเพียงสองพ่อลูกเจ้าของสถานีวิทยุ นิตาหน้ามุ่ยยืนกอดอกหันหลังให้คุณพ่อ วราเดินเข้ามาอ้อนลูกสาว
“โถ่… ลูกพ่อ อย่าทำหน้าอย่างนี้สิ”
“พ่อคะ พ่อไปพูดแบบนั้นได้ไง หนูไม่ได้อาสาจะอยู่ดูแลหมอนั่นสักหน่อย”
“นิตา… เราทำธุรกิจร่วมกัน ควรจะแสดงน้ำใจให้ฝ่ายนั้นเห็นบ้าง อีกอย่างคนอย่างศกรก็ออกเพียบพร้อม หน้าตาหล่อเหลา เงินทองชื่อเสียงก็ไม่น้อยหน้าใคร ถ้าลูกได้คบกับเขา พ่อรับรองว่าลูกจะสบายไปทั้งชีวิต”
“แต่หนูไม่ได้ชอบเขานี่คะ”
“แล้วลูกชอบใครล่ะ ณเรศงั้นเหรอ คนนั้นพ่อเห็นสนิทกับหนูแป้งหอมจะตาย ลูกอย่าสนใจเขาเลย”
“สองคนนั้นก็แค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นแหละค่ะ”
“ช่างเถอะ ๆ ใครจะเป็นอะไรกับใครก็ช่างเขาไป ตอนนี้พ่อรู้เพียงอย่างเดียวคือ คืนนี้ลูกต้องอยู่เฝ้าศกรเขา เข้าใจไหม?”
“ไม่ค่ะ หัวเด็ดตีนขาดยังไงหนูก็ไม่ยอมอยู่เฝ้าหมอนั่น”
“นิตาลูกพ่อ… แค่คืนเดียวเอง ทำให้พ่อไม่ได้เหรอ พ่อรับปากเขาไปแล้วนะลูก” วราส่งสายตาอ้อนวอน
นิตามองหน้าพ่อก็ใจอ่อน
“ก็ได้ค่ะ ทีหน้าทีหลังอย่ารับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก มันเดือดร้อนหนู”
“จ้ะ ๆ พ่อจะพยายาม”
“สัญญาสิคะ”
“จ้ะ ๆ สัญญาก็สัญญา”
พูดจบวราก็เดินจากไป ทิ้งนิตาให้อยู่คนเดียวหน้าห้องฉุกเฉิน เธอหันหลังไปพิงผนัง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน พลางบ่นพึมพำออกมา
“คุณนี่ยังไงกัน ชอบหาเรื่องให้ฉันกลุ้มใจอยู่เรื่อย”
Leave a comment