ยามเช้าที่บ้านดิเรกธานนท์ ในห้องอาหารมีศกรนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ไม่นานแป้งหอมก็เดินเข้ามา ชายหนุ่มรีบทิ้งใบหน้าเฉยชาแล้วเปลี่ยนมายิ้มแย้ม เขากล่าวทักทายเธอ
“อรุณสวัสดิ์แป้งหอม วันนี้ลงมาเร็วนะ หรือว่าไอ้ณเรศโทรมาเร่งให้คุณไปทำงานก่อนเวลา?”
“เปล่าค่ะ คุณอย่าพูดชื่อนั้นอีกเลยนะคะ ฉันขอร้อง”
ศกรรู้สึกดีใจที่เห็นแป้งหอมเกิดอาการรำคาญณเรศ เขาเห็นหน้าตาเธอวันนี้ดูหม่นหมองผิดปกติ เธอมีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่า
“ถ้าคุณมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ผมฟังได้นะ”
แป้งหอมยิ้มเจื่อน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันว่าเรารีบกินข้าวเช้ากันเถอะค่ะ”
แป้งหอมลงมือตักข้าวร้อน ๆ ใส่จานให้ตนเอง วันนี้ป้าสีทำกับข้าวน่ากินหลายอย่าง แต่กลับไม่ยั่วน้ำลายแป้งหอมเลย ถึงจะได้ยินเธอยืนยันจากปากว่าไม่เป็นอะไร แต่ศกรก็อดสงสัยไม่ได้ หน้าตาอมทุกข์ขนาดนั้น ต้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่แน่
แป้งหอมกินข้าวเพียงนิดเดียวก็บอกว่าอิ่ม เธอหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วลุกจากเก้าอี้ ศกรเห็นว่าวันนี้เธอกินข้าวน้อยกว่าทุกวันจึงเอ่ยถาม
“คุณไม่สบายหรือเปล่า? วันนี้กินข้าวน้อยนะ”
“ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วง” แป้งหอมแค่นยิ้ม ลุกเดินออกไปรอศกรที่หน้าบ้าน
“เดี๋ยวสิแป้งหอม” ศกรเรียก
แป้งหอมชะงักหันมามอง ศกรเดินเข้ามาหา
“เอ่อ…” เขาอ้ำอึ้ง
“มีอะไรเหรอคะ?”
“คือ…” จู่ ๆ ใบหน้าของศกรก็มีสีอมแดง “แต่งงานกับผมนะ”
แป้งหอมตกใจกับคำพูดของเขา เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะขอเธอแต่งงานอย่างกะทันหัน สาวกำพร้าฐานะยากจนอย่างเธอมีอะไรให้น่าหลงใหล
แป้งหอมวางหน้าไม่ติด “อย่าล้อเล่นกันสิคะ”
“ผมพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น คุณแต่งงานกับผมนะ” ศกรคุกเข่า หยิบแหวนวงเล็กออกมาให้แป้งหอม พร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้
นี่ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ชายแสนจะเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อมทุกอย่างเช่นศกรมาขอเธอแต่งงาน ถ้าเธอตอบตกลง ชีวิตของเธอต้องดีขึ้นแน่นอน แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่ได้รักเขา แต่เธอเชื่อว่าจะรักคนดีอย่างเขาได้ไม่ยาก
“ว่าไง ตกลงคุณจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า?” ศกรย้ำถาม รอยยิ้มอบอุ่นยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้า
“ตกลงค่ะ”
ศกรยิ้มหน้าบาน นำแหวนมาสวมที่นิ้วนางข้างขวาของแป้งหอม จากนั้นลุกขึ้นสวมกอดเธอแน่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข แสงสรวลที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ยิ้มอย่างยินดีกับลูกชาย
“ขอบคุณที่คุณเชื่อใจผม ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ดีที่สุดไปตลอดชีวิต”
ห้องทำงานอันโอ่อ่า ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์และเครื่องปั้นหรูหรา ไอยราเจ้าของห้องนั่งบนเก้าอี้เบาะหนังชั้นดี กำลังทำงานบนโต๊ะไม้หลังใหญ่ที่แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตร
ศกรในชุดสูทเรียบร้อยเปิดประตูเข้ามาในห้อง ไอยราเงยหน้าขึ้นมอง ลดแว่นลงเพื่อจะเห็นหน้าเขาได้ชัดขึ้น
“อ้าวศกร… มีธุระอะไรถึงมาหาน้าที่ห้องได้?”
ศกรเผยยิ้มก่อนจะตอบ
“คือ… ผมอยากให้แป้งหอมมาเป็นเลขาของผมครับ ก็เลยมาขออนุญาตคุณน้า”
“ทำไมต้องเป็นแป้งหอมด้วยล่ะ แป้งหอมเขาเป็นเลขาของณเรศแล้ว คนอื่นมีเยอะแยะ ทำไมศกรไม่เลือกสักคน”
“แป้งหอมเธออึดอัดที่ต้องทำงานกับณเรศน่ะครับ อีกอย่างผมกับเธอกำลังจะแต่งงานกัน ผมเลยอยากดูแลเธออย่างใกล้ชิดครับ”
ไอยราประหลาดใจ
“อ้าว… นี่ศกรกำลังจะแต่งงานกับแป้งหอมเหรอ?”
“ครับ เธอเพิ่งจะตอบตกลงผมเมื่อเช้านี้เอง”
“อืม… น้ายินดีด้วยนะจ๊ะ ถ้าศกรอยากดูแลแป้งหอมน้าก็ไม่ว่าอะไร ให้แป้งหอมไปเป็นเลขาก็ได้” ไอยรากล่าวยิ้ม ๆ
“ขอบคุณคุณน้ามากครับ” ศกรไหว้ไอยรา รีบลาแล้วออกจากห้องมุ่งไปสู่จุดหมายคือโต๊ะทำงานหน้าห้องณเรศ เขาหวังจะได้เจอแป้งหอมแล้วบอกข่าวดีนี้กับเธอ
แป้งหอมนั่งเขียนเอกสารยิก ๆ อยู่บนโต๊ะ ศกรเดินมาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แป้งหอม” ศกรเรียกพลางยิ้มอบอุ่น “ทำงานหนักทุกวันอย่างนี้ ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”
“ฉันเหนื่อยไม่ได้หรอกค่ะ ความรู้อย่างฉันก็ทำได้แต่งานอย่างนี้แหละค่ะ”
“แล้วคุณอยากทำงานสบายกว่านี้ไหมล่ะ ไปเป็นเลขาส่วนตัวของผมนะ ผมขออนุญาตคุณน้าไอยราแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันทำงานนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย ขอบคุณคุณมากนะคะที่อุตส่าห์หวังดีกับฉัน”
“อย่าพูดอย่างนี้สิแป้งหอม เรากำลังจะแต่งงานกันนะ อีกอย่างผมอยากดูแลคุณให้ใกล้ชิดกว่านี้ ตกลงคุณไปทำงานเป็นเลขาผมนะ”
แป้งหอมลังเลที่ต้องตัดสินใจ
“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณน้าไอยราอนุญาตแล้ว”
ศกรยิ้มหน้าบาน
“งั้นคุณย้ายไปทำงานกับผมตอนนี้เลย ผมให้คนเตรียมโต๊ะทำงานไว้ให้แล้ว” ศกรพูดพลางมือก็เก็บของบนโต๊ะแป้งหอม
ณเรศเดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นศกรและแป้งหอมช่วยกันเก็บของก็ถามด้วยสีหน้าเย็นชา
“ทำอะไรกัน เก็บข้าวของจะไปไหน?”
แป้งหอมตกใจหันมามองณเรศ ณเรศต้องโกรธแน่ที่ย้ายตำแหน่งกะทันหันโดยไม่บอกอะไรก่อน
“แป้งหอมจะย้ายไปทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของฉัน” ศกรบอก
“ได้ไงกัน แป้งหอมเป็นเลขาส่วนตัวฉัน แกจะมาแย่งไม่ได้ ฉันไม่อนุญาต”
“แต่คุณน้าไอยราท่านอนุญาตแล้ว”
“อ๋อ… เห็นว่าตัวเองมีตำแหน่งใหญ่โตคับบริษัท จะสั่งโยกย้ายใครปุ๊บปั๊บก็ได้งั้นเหรอ?”
“ฉันขี้เกียจมีเรื่องกับแก วันนี้ไม่ขอต่อปากต่อคำกับแกก็แล้วกัน”
ณเรศไม่ยอมเสียแป้งหอมไป ดึงเธอเข้ามาหาตัว
“ฉันไม่อนุญาต แป้งหอมเป็นสิทธิ์ของฉัน เธอต้องทำงานเป็นเลขาฉันเท่านั้นและต้องทำไปตลอดชีวิตด้วย” ณเรศกล่าวด้วยเสียงกร้าน
“ฉันว่าแกตัดสินใจคนเดียวมันไม่ถูกนะ ให้แป้งหอมเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่า ว่าจะเลือกทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของใคร ระหว่างฉันกับแก”
ศกรยื่นข้อเสนออันยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย แป้งหอมหนักใจที่ต้องเป็นคนตัดสินใจ เธอทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของณเรศจนทุกอย่างเข้าที่หมดแล้ว จะให้เปลี่ยนไปเป็นเลขาศกรคงต้องปรับตัวอะไรอีกซึ่งอาจใช้เวลา ฉะนั้นข้อเสนอนี้จึงตัดสินใจได้ไม่ยาก
“ฉันจะทำงานเป็นเลขา…”
ณเรศและศกรลุ้น ต่างคนต่างต้องการให้แป้งหอมเลือก
“…ให้คุณศกร”
แป้งหอมพูดน้ำเสียงเด็ดขาด ศกรยิ้มหน้าบานที่ได้กำชัยชนะ ลูกจ้างกับนายจ้างใหม่เก็บข้าวของเดินออกจากที่เดิม ทิ้งให้ณเรศเคว้งคว้างอยู่กับความพ่ายแพ้และความอ้างว้าง ชายหนุ่มกำหมัดแน่น แสดงสีหน้าโกรธและริษยาคนทั้งสองที่เพิ่งเดินจากไป เขาต้องทนกับรสชาติชีวิตที่ข่มขื่นอีกนานเพียงใด
หญิงสาวร่างอ้อนแอ้นในชุดเข้ารูปสีม่วงเลื่อมประกาย ในมือถือกระเป๋าสีเงิน สวมแว่นกันแดดสีชา แม้จะเข้ามาในอาคารแล้ว แต่เธอยังไม่ยอมถอดมันออก เดินบิดสะโพกเข้าไปหาประชาสัมพันธ์
“นี่เธอ คุณณเรศเข้ามาหรือยัง?”
“หือ… คะ? เดี๋ยวดูให้นะคะ”
ประชาสัมพันธ์หันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์
“คุณณเรศเข้ามาได้สักพักแล้วค่ะ คุณนิตาจะให้ดิฉันโทรไปเรียนไหมว่าคุณมาขอพบ”
“ไม่ต้อง ขอบใจมาก ฉันจะขึ้นไปหาเขาเอง”
ว่าแล้วหล่อนก็พาร่างอ้อนแอ้นเดินสง่าเข้าลิฟต์ไป ไม่นานมันก็พาเธอมาถึงจุดหมาย เธอรีบเดินออกมามุ่งไปที่ห้องทำงานของณเรศ เมื่อเห็นว่าเลขาไม่อยู่ เธอก็เปิดประตูเข้าห้องเขาไปเลย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะณเรศ!”
นิตากล่าวทักทายชายหนุ่มผู้กำลังกดปุ่มบังคับตัวละครในเกมส์อยู่ เธอเดินเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง ซบแก้มลงบนไหล่ของเขา
ณเรศวางจอยบังคับเกมลง หันมาสนใจสาวผู้คลอเคลียเขาอยู่
“เอ่อ… มาหาผมมีธุระอะไร?” เขาเอ่ยนำเสียงแฝงความรำคาญ
“อย่างนิตาต้องมีธุระก่อนเหรอคะถึงจะมาหาคุณได้ นิตาแค่คิดถึงคุณน่ะค่ะ พักนี้ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ได้เห็นหน้าคุณแค่ไม่กี่วันใจนิตาก็สั่น เต้นผิดจังหวะไปหมด ไม่เชื่อคุณลองจับดูก็ได้นะ”
พูดแล้วเธอจะดึงมือณเรศให้มาจับหน้าอกเธอ แต่ณเรศดึงมือกลับ ไม่ได้แตะตัวสาวเจ้าตามที่เธอหวัง
“อ้าว… ทำไมไม่ลองจับดูล่ะคะ แล้วจะได้รู้ไงว่านิตาโกหกคุณหรือเปล่า”
ณเรศทำหน้าอึดอัดใจ จะไล่เธอไปก็กลัวเสียสัมพันธ์ทางธุรกิจ
“วันนี้คุณมีงานที่ต้องออกไปทำข้างนอกหรือเปล่า จะรังเกียจไหมถ้านิตาขอติดไปกับคุณด้วย ช่วงนี้นิตาเครียด อยากออกไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
“เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูความคืบหน้าที่บ้านเนินดอย”
“งั้นนิตาไปด้วยคนนะ”
“ไม่ต้องไปหรอก ผมไปทำงานนะ ที่นั่นไม่มีอะไรน่าสนุก กลัวว่าคุณไปจะเบื่อซะเปล่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับคุณ นิตาก็สนุกแล้ว”
ณเรศคิด จะให้นิตาไปด้วยดีไหม?
“ก็ได้ครับ”
นิตายิ้มหน้าบาน กระโดดมาหอมแก้มณเรศฟอดใหญ่
“ขอบคุณค่ะ คุณนี่น่ารักที่สุดเลย”
รถของณเรศขับเข้ามาจอดในพื้นที่เขตก่อสร้างบ้านเนินดอยรีสอร์ท เบื้องหน้ามีรถคันหนึ่งที่มาถึงก่อนจอดทิ้งไว้ มองดูถึงได้รู้ว่าเป็นรถของศกร ศกรคงพาแป้งหอมมาหวานแถวนี้น่ะสิ อะไรมันจะทำตัวโรแมนติกเกินหน้าเกินตาอย่างนี้ ณเรศรีบออกมาจากรถแล้วมองหาคนทั้งสอง
“มองหาใครคะ?” นิตาเข้ามาสวมแขน
“ปะ… เปล่าครับ”
“ที่นี่อากาศดีนะคะ คุณพานิตาเดินชมบรรยากาศรอบ ๆ หน่อยได้ไหม?”
“ผมไม่สะดวกตอนนี้ ขอตัวไปทำงานก่อนนะ”
ณเรศผละจากนิตาแล้วเดินขึ้นเนิน เบื้องหน้าปรากฏให้เห็นอาคารที่จะใช้เป็นห้องพักแก่ลูกค้าในสภาพเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งการตกแต่งภายนอกก็ตรงตามแบบแผนไม่ผิดเพี้ยน ณเรศยิ้มชื่นชมกับผลงาน
“คุณว่าตรงนี้เอาต้นอะไรมาวางไว้ดี”
“ต้นวาสนาดีไหมคะ?”
เสียงสนทนาที่ดังมาจากภายในอาคารทำให้ณเรศต้องมองเข้าไป แป้งหอมกับศกรกำลังพูดคุยกันสีหน้ามีความสุข
ณเรศเดินเข้าไป นิตาที่เดินมาถึงทีหลัง เข้าสวมกอดแขนเขาแสดงความเป็นเจ้าของ
“อ้าวณเรศ… แกมาที่นี่ด้วยเหรอ ฉันกับแป้งหอมมาช่วยดูแลเรื่องการจัดตกแต่งภายใน” ศกรกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร
“ขอบใจ แต่โครงการนี้ฉันรับผิดชอบเองได้ คนอื่นไม่ต้องช่วย”
“อะไรกัน ฉันอุตส่าห์มาช่วยงานแกเพราะอยากให้รีสอร์ทเปิดเร็ว ๆ ทางผู้ใหญ่จับตามองโครงการนี้ ว่าจะออกมาประสบความสำเร็จแค่ไหน ถ้าฉันกับแป้งหอมเข้ามาช่วยดูแลอีกแรง โครงการนี้อาจจะดีขึ้นก็ได้” ศกรหน้านิ่ว
“บอกว่าไม่ต้องยุ่งก็ไม่ต้องยุ่งไง ฉันทำทุกอย่างมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมจะทำต่อไม่ได้”
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ศกรหันไปพูดกับแป้งหอม “แป้งหอมเรากลับกันเถอะ ดูเหมือนว่าคนแถวนี้ไม่อยากต้อนรับเราเท่าไหร่”
ศกรเขม่นณเรศแล้วจูงมือแป้งหอมเดินออกไป
“ไปเลย ชิ้ว!” นิตาไล่
แป้งหอมและศกรเดินออกมาก็พบกับลุงเข้ม
“อ้าวลุงเข้ม… สวัสดีค่ะ” แป้งหอมไหว้ทักทาย
ลุงเข้มรับไหว้
“วันนี้ไม่เห็นแทนใจเลยนะคะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน?”
“เอ่อ… อ่า… คือ…” ลุงเข้มอ้ำอึ้ง “มันก็เล่นซนกับเด็กแถว ๆ นี้แหละ”
ลุงเข้มตอบแล้วรีบเดินหลบหน้า ดูเหมือนชายผู้นี้จะมีความลับอะไรปิดบังไว้ แต่แป้งหอมก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร คิดว่าลุงเข้มคงมีธุระด่วนที่ต้องรีบไปสะสาง
Leave a comment