ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

Share

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก

ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้”

ลุงเข้มหน้าซีด เขาจะเริ่มอธิบายอะไรก่อนดี

“เอ่อ… คือ… เจ้าแทนใจมันเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วครับ ทุกทีอาการไม่ได้หนักขนาดนี้ แต่พอเดือนก่อนเจ้าแทนมันไอเป็นเลือด ลุงเห็นว่าอาการท่าจะไม่ดี จึงพาส่งโรงพยาบาล แล้วคุณหมอก็บอกว่าต้องผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจโดยด่วน ลุงไม่มีเงินขนาดจ่ายค่าผ่าตัดแพงได้ เลยผลัดมาก่อน จน…”

“จนอาการมันหนักเกินรักษา” ณเรศกระชากเสียงใส่ “มีปัญหาเรื่องเงินทำไมไม่บอกผม ผมมีเงินจ่ายให้อยู่แล้ว ไม่ว่าค่ารักษามันจะแพงเท่าไหร่ก็ตาม”

“เราสองคนรบกวนคุณมากพอแล้ว ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนเพราะเราอีก” ลุงเข้มก้มหน้า ไม่ยอมสบตากับณเรศ

“เดือดร้อนอะไรกันครับ แทนใจเป็นลูกบุญธรรมผมนะ”

ลุงเข้มก้มหน้าอยู่อย่างนั้น เขากลัวคนเห็นน้ำตา

ณเรศเดินมานั่งข้างแป้งหอม หญิงสาวที่เอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“อย่าแสดงความอ่อนแอออกมาสิแป้งหอม ฉันว่าเธอควรเข้มแข็งเข้าไว้นะ แทนใจต้องการกำลังใจจากฉันและเธอ หยุดร้องไห้ได้แล้ว” ณเรศพูดให้กำลังใจ เขาเอามือมาปาดน้ำตาให้เธอ

“คุณณเรศ!”

แป้งหอมร้องหนักกว่าเดิม โผเข้าสวมกอดชายหนุ่ม เขากอดและลูบหลังเธอ  นอกจากทั้งคู่ยังมีสายตาของคนสองคนจ้องมองมา สายตาของศกรและนิตาดูหดหู่ เพราะผิดหวังกับความรัก

ศกรและนิตาเดินออกมานั่งที่ร้านกาแฟด้านนอกตึกคนไข้ ช่วงนี้ดวงใจของทั้งสองบอบช้ำจากความรัก คนที่พวกเขารักและหวังจะแต่งงานด้วย กลับมีความสัมพันธ์ให้กันเอง ความรู้สึกเช่นนี้ใช่ไหมที่ใครต่อใครเรียกกันว่าอกหัก

“มันเจ็บเนอะ” ศกรพูดหลังจากจิบกาแฟ

นิตาเงยหน้าขึ้นจากแก้วโยเกิร์ตปั่น

“อะไรของคุณคะ?”

“เจ็บปวดไงล่ะ เธอไม่รู้สึกเหรอ?”

นิตาเงียบ เอาหลอดเขี่ยโยเกิร์ตปั่น แต่ใจเหม่อลอยไปไหนก็ไม่รู้

“คนที่เรารักไม่ได้รักเราเลย อย่างนี้เราควรรักเขาต่อไปดีหรือเปล่า?” ศกรถามต่อ

“ถ้าเรารักเขาแล้วเป็นสุข ก็รักเขาต่อไปเถอะ”

“ถ้ารักเขาแล้วเราเป็นทุกข์ล่ะ ต้องตัดใจใช่ไหม?”

นิตานิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปน้ำเสียงหนักแน่น

“ใช่ค่ะ!”

“ตอนนี้เธอตัดใจจากไอ้ณเรศได้หรือยัง?”

นิตาจังงันกับคำถาม

“ไอ้ณเรศมันไม่ได้รักเธอ เธอจะรักมันให้เจ็บช้ำใจทำไม สู้รักคนที่รักเธอไม่ดีกว่าเหรอ?”

นิตาโคลงศีรษะ

“อย่างฉันไม่มีใครมารักหรอกค่ะ”

“กะ… ก็ฉันคนนี้ไงล่ะ” ศกรมองตานิตา เป็นสายตาที่ดูตั้งมั่นและจริงใจ  หวังว่าเธอจะไม่รังเกียจที่เขาบอกรักไปตรง ๆ อย่างนั้น เขาล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท มันเป็นกล่องเล็ก ๆ ศกรเปิดออก มีนาฬิกาหรูอยู่ภายใน

นิตาจำได้ว่านาฬิกาเรือนนี้เธอเคยเห็นเขาซื้อตอนบริษัทผู้ผลิตมาจัดแสดงที่บ้านเนินดอยรีสอร์ท เขาบอกว่าซื้อนาฬิกาเรือนนี้ให้แป้งหอม ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่เอาให้เธออีก

“หวังว่าเธอคงไม่รังเกียจที่จะรับมันไว้นะ” ศกรพูดพลางส่งนาฬิกาหรูให้นิตา

“แต่… คุณซื้อมันให้แป้งหอมนี่คะ แล้วเอามาให้ฉันทำไม?”

“ฉันว่าตอนนี้แป้งหอมคงไม่อยากได้มันแล้วล่ะ  ไม่รู้สิ? ฉันไม่ได้ตั้งใจซื้อให้แป้งหอมตั้งแต่แรกแล้ว ฉันตั้งใจซื้อให้เธอมากกว่า”

นิตามองศกร เผยยิ้มออกมาอย่างปีติ เธอเขินอายจนหน้าแดง หัวใจขนาดเท่ากำปั้นเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

“หะ… ให้ฉันจริง ๆ เหรอคะ”

“อืม… ยื่นแขนมาซิ” ศกรยิ้มเขินอาย

“คุณจะขอฉันแต่งงานเหรอคะ?”

“ใช่! เธอคงไม่ว่าที่ฉันไม่ได้ใช้แหวนขอเธอแต่งงานหรอกนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่างนี้ไม่เหมือนใครดี” 

ศกรจับมือเธออย่างเบามือแล้วเอานาฬิกาสวมให้เธอ นิตาหัวใจพองโตขึ้นมา ทั้งสองคนมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน ก่อนเขาจะจูมพิศลงบนหลังมือนุ่ม ๆ ของเธอ

ในห้องผ่าตัด แพทย์ผู้ชำนาญการและพยาบาลผู้ช่วยสี่ถึงห้าคน พยายามช่วยชีวิตแทนใจอย่างสุดความสามารถ ร่างเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่งนอนสลบอยู่บนเตียง มีผ้าสีเขียวแก่คลุมร่างเอาไว้ แสงไฟจากหลอดไฟแรงสูงหลายดวงสาดส่องลงมาทำให้เห็นก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นเต้นตุบ ๆ  สายต่าง ๆ นานาเชื่อมทั่วตัว ระโยงรยางค์เต็มไปหมด มีสายเส้นหนึ่งเชื่อมต่อเขาเข้ากับเครื่องตรวจวัดชีพจร บนจอแสดงกราฟจังหวะชีพจร กราฟที่ปรากฏนั้นดูไม่ชันไม่สูงเหมือนคนปกติทั่วไป กลับเป็นกราฟสั้น ๆ มีความถี่ห่างกันมาก นั่นแสดงถึงชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิด

ทุกคนคร่ำเครียดใจจดจ่ออยู่กับแทนใจ เด็กกำพร้าตัวน้อยผู้เผชิญวิบากกรรมในชีวิตมามากพอแล้ว ทำไมต้องมาประสบเคราะห์กรรมอย่างนี้อีก ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารเหลือเกิน

“ผมนี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ มัวเอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระ ละเลยหน้าที่ที่ต้องดูแลลูก ผมผิดเอง ถ้าผมใส่ใจแทนใจมากกว่านี้ เขาคงไม่ต้องมาเข้าห้องผ่าตัดแบบนี้ ผมมันเป็นพ่อที่แย่ที่สุด!” ณเรศด่าตนเอง น้ำใสคลอท่วมเบ้าตา จวนจะล้นออกมาอยู่แล้ว

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะคุณณเรศ ฉันก็ผิดด้วยเหมือนกัน ฉันมันไม่สมควรให้เขาเรียกว่าแม่ ถ้าฉันใส่ใจเขาบ้าง เขาคงไม่ต้องเจอเรื่องร้ายอย่างนี้” แป้งหอมกล่าวทั้งน้ำตา

ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง แพทย์ผู้เป็นหัวหน้าชุดการผ่าตัดในครั้งนี้ผลักประตูออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนที่รออยู่กรู่กันเข้ามารายล้อม ต่างถามไถ่อาการของแทนใจด้วยความเป็นห่วง

“หมอคะ แทนใจปลอดภัยดีใช่ไหมคะ?” แป้งหอมถาม เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ เพื่อรอฟังข่าวดี

“เขาไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมหมอ?” ณเรศถาม

ชายในชุดสีเขียวแก่ดึงหน้ากากอนามัยที่ปิดจมูกมาไว้ที่คาง เขานิ่งไม่ยอมตอบคำถามอะไร ปล่อยให้ทุกคนคิดต่าง ๆ นานาไปเอง

หมอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่าทางเขากำลังจะบอกข่าวร้ายเป็นแน่

“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คนไข้จากเราไปแล้ว ผมขอให้พวกคุณทุกคนทำใจนะครับ หมอพยายามช่วยสุดความสามารถแล้ว แต่อาการของคนไข้หนักเอาการจริง ๆ”

แป้งหอมได้ยินถึงกับเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงพื้น ดีที่มีไอยรายืนอยู่ข้างหลัง เธอช่วยประคองเอาไว้ อย่างไม่เสียดายน้ำตา แป้งหอมปล่อยมันออกมาเต็มที่ ด้วยความเสียใจกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคนที่เธอรักคนหนึ่งในชีวิต

“ไม่จริงใช่ไหมหมอ ตอบผมมาสิว่าไม่จริง หมอรักษายังไงของหมอ กับอีแค่เด็กคนหนึ่งยังช่วยชีวิตเขาไม่ได้!” ณเรศกระชากคอเสื้อของหมอ แหกปากร้องสุดเสียง

“ใจเย็นก่อนครับ ใจเย็นก่อน หมอช่วยสุดความสามารถแล้วจริง ๆ”

“สุดความสามารถยังไงกัน ถ้าคุณช่วยสุดความสามารถ แทนใจเขาต้องไม่เป็นอะไร ผมมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน คุณอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมา ขอแค่ทำให้แทนใจฟื้นขึ้นมามีชีวิตเท่านั้นก็พอ” ณเรศว่า น้ำตาไหลอาบสองแก้ม

“ณเรศ ลุงว่าปล่อยหมอก่อนดีกว่า หมอเขาก็พยายามสุดความสามารถแล้ว ลุงว่าเรื่องนี้เราควรทำใจเผื่อไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วนะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นธรรมดาของมนุษย์ คิดเสียว่าเรากับแทนใจทำบุญมาด้วยกันเท่านี้” แสงสรวลปลอบ เดินไปดึงมือณเรศออกจากคอเสื้อของหมอ

ชายหนุ่มผู้เพิ่งสูญเสียคนที่ตนรัก เดินโซซัดโซเซมานั่งเก้าอี้สีฟ้าที่หน้าห้อง เขาร้องไห้โศกเศร้าเสียใจ ทำไมผู้ซึ่งเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจดวงหนึ่งของเขาต้องมาจากเขาไปในเวลาอันไม่สมควร ทั้งคุณพ่อที่ประสบอุบัติเหตุจากเขาไปตั้งแต่เขายังเด็ก และแทนใจที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานก็ต้องมาด่วนจากไปอย่างกะทันหัน  เขานึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา จะมีใครไหมที่สามารถอยู่เคียงข้างเขาได้เนิ่นนานไปจนถึงบั้นปลายชีวิต

บริเวณเมรุของวัดแห่งหนึ่ง ขณะนี้คาคั่งไปด้วยผู้คน งานศพของแทนใจถูกจัดขึ้นที่นี่ วันนี้เป็นวันฌาปนกิจจึงมีผู้คนมาวางดอกไม้จันมากมาย  ณเรศนั่งข้างแป้งหอม แม้การสูญเสียจะล่วงเลยมาหลายวัน แต่แป้งหอมก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ เธอร้องไห้กระซิกมาจนถึงวันนี้ จนดวงตาของเธอบวมแดง

หลังจากทุกคนวางดอกไม้จันกันครบทุกคนแล้ว สัปเหร่อผู้รับผิดชอบในการฌาปนกิจก็ทำหน้าที่ของตน  ควันไฟกลุ่มใหญ่โพยพุ่งออกมาจากปล่องเมรุ ทุกคนต่างอธิฐานจิต ขอให้แทนใจไปสู่สุขติ

ริมแม่น้ำสายใหญ่ ไอยรา แสงสรวล วรา ศกร นิตา และลุงเข้ม ทุกคนต่างยืนมองณเรศและแป้งหอมนำอัฐิของแทนใจไปลอยน้ำ  ทั้งสองคนร่วมกันลอยอัฐิของแทนใจ ผงสีขาวปนเทาลอยไหลไปตามกระแสน้ำ ขอให้วิญญาณของเด็กน้อยจงไปสู่ดินแดนสวรรคภูมิ หากชาติหน้าฉันใดก็ขอให้แทนใจเกิดมาเป็นลูกจริง ๆ ของพวกเขา

ศกรอมยิ้ม สะกิดไหล่นิตา นิตาหันมาว่าให้ด้วยความรำคาญ

“อะไรของคุณคะ?”

ศกรยิ้มอบอุ่นให้แฟนสาว ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเธอ

“พรุ่งนี้เราก็จะแต่งงานกันแล้ว เธอตื่นเต้นหรือเปล่า?”

นิตายิ้มก่อนจะตอบออกไป

“งานแต่งงานของตนเอง ใครบ้างล่ะจะไม่ตื่นเต้น”

“ฉันอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็ว ๆ จังเลย อยากเห็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกของฉัน”

นิตาขวยเขิน ตีแขนศกรเป็นการแก้เขิน

“บ้า! พูดอะไรของคุณ เจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกอะไรกัน ฉันฟังแล้วเลี่ยนหูเสียไม่มี”

“อ้าว… ก็ไม่จริงหรือไง เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกจริง ๆ นะ” ศกรจับคางนิตาอย่างรักใคร่

นิตาหน้าแดง ศกรเล่นยอกันต่อหน้า ตอนนี้เธอได้แต่บิดตัวไปมาอย่างสะเทิ้นเขินอาย

“แหม… ดูคู่นั้นซิคะ หยอกล้อกันน่ารักเชียว” ไอยราชี้มาทางศกรและนิตา ให้แสงสรวลและวรามอง

แสงสรวลมองลูกชายคนเดียวและว่าที่ลูกสะใภ้ของเขา พรุ่งนี้ทั้งสองก็จะเป็นฝั่งเป็นฝากันแล้ว หน้าที่ของเขาต่อจากนี้คงเพียงแต่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ และคอยให้คำปรึกษาในบางเรื่องเท่านั้น

“ต่อจากนี้ผมต้องขอฝากลูกสาวของผมให้ศกรดูแลนะครับ” วรากล่าวกับแสงสรวล

แสงสรวลยิ้ม ก่อนเขาจะตอบออกไปอย่างหนักแน่น

“วางใจได้ครับ เจ้าศกรดูแลชีวิตหนูนิตาได้ดีไม่แพ้คุณวราแน่นอน ผมสั่งสอนลูกชายของผมมาตั้งแต่เด็ก รับรองไม่เสียชื่อเสียงตระกูลดิเรกธานนท์แน่”

พูดจบทั้งสองก็กอดไหล่กันอย่างสนิทสนม แล้วร่วมกันเปล่งเสียงหัวเราะด้วยความปลื้มปีติยินดี

ไอยราเดินมาคุยกับแป้งหอม

“หนูแป้งหอมจ๊ะ ต่อจากนี้หนูเข้ามาอยู่ที่บ้านประภากรณ์กับน้านะ จะได้ช่วยน้าดูแลลูกชายตัวดีของน้า ไม่ให้เหลวไหลจับใครเขาไปขังเหมือนที่ผ่านมาอีก ถ้าหนูอยากจะเอาคืนเขาบ้างน้าก็ไม่ว่านะ” ไอยราพูดทีเล่นทีจริง

แป้งหอมและณเรศมองหน้ากัน ทั้งคู่ไม่ได้ยิ้มให้กัน ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ปลดสิ่งที่พันธนาการใจออกไปอีกเหรอ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วป่านนี้ทั้งสองคนคงเป็นทองแผ่นเดียวกันเหมือนคู่ของศกรและนิตา

พลบค่ำหลังอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้า แป้งหอมนั่งร่วมอาหารโต๊ะเดียวกับไอยราและณเรศในบ้านประภากรณ์ ต่อจากนี้เธอจะมาอยู่ที่นี่

ณเรศเหม่อลอย ตักข้าวเข้าปากได้ไม่กี่คำก็วางช้อน

“ขอตัวก่อนนะครับแม่”

ณเรศลุกขึ้นจากเก้าอี้

“อ้าว… อิ่มแล้วเหรอจ๊ะ กินนิดเดียวเองนะวันนี้” ไอยราถามแล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก

“ผมไม่ค่อยหิวน่ะครับ”

พูดแล้วก็เดินออกจากห้องทานอาหาร แป้งหอมมองตามรู้สึกกังวลอยู่ภายในใจ ไม่รู้ตอนนี้เขาเลิกคิดเรื่องไปเรียนต่อที่เมืองนอกแล้วหริอยัง  หลังเสร็จจากมื้อเย็นและช่วยแหววล้างจานชามเรียบร้อย แป้งหอมก็เดินขึ้นมาหาเขาที่ห้อง

ก๊อก! ก๊อก!

แป้งหอมยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง สักพักณเรศก็มาเปิดประตู

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้คุณกินข้าวน้อยจังนะ ไม่สบายใจเรื่องอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้ เผื่อฉันจะช่วยคุณได้ หรือว่าคุณอึดอัดที่ฉันเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ด้วยอีกคน?” แป้งหอมเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“เปล่า… ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันไม่หิว เธอจะตามมาถามเอาอะไรอีก” ณเรศแสร้งแสดงความรำคาญ อันที่จริงเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ กลัวจะตัดใจลำบากเมื่อถึงเวลาต้องจากเธอไป

แป้งหอมสลดใจ

“ฉันคงมารบกวนคุณสินะคะ ขอโทษด้วยแล้วกัน ฉันจะกลับห้องเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

แป้งหอมพูดจบก็หันหน้าเดินกลับไปยังห้องของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มมองการจากไปของหญิงสาวไม่พลาดสักฝีก้าว  ไอยราแอบมองดูทั้งสองคนจากมุมหนึ่งของบ้าน เธอยิ้มและส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เฮ้อ… จะรอดไหนนะคู่นี้”

แขกเรื่อมากันแน่นขนัดตา ทำเอาห้องโถงสุดหรูดูเล็กลงไป พวกเขามาแสดงความยินดีแด่คู่รักคู่ใหม่อย่างศกรและนิตา บนเวทีกำลังมีพิธีรดน้ำสังข์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว

ไอยราในชุดไทยสั่งตัดพิเศษ จ้ำเท้าขึ้นบนเวที เดินมารับสังข์ก่อนจะเดินต่อไปหยุดหน้าแท่นทำพิธี  เธอค่อย ๆ รดน้ำสังข์ลงมือของบ่าวสาว พลางกล่าวคำอวยพรแก่ทั้งสอง

“น้าขอให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบอกยอดเพชร ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะ”

ต่อไปเป็นคราวของวราผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเดินขึ้นมารดน้ำสังข์บ้าง

“ยังไงลุงฝากศกรดูแลนิตาแทนลุงด้วยแล้วกันนะ ถ้าวันหนึ่งมีปัญหาผิดใจอะไรกันก็ขอให้นึกถึงวันนี้ วันที่เราตกลงปลงใจเข้าร่วมพิธีแต่งงานกัน”

ถัดจากวราเป็นคราวของแสงสรวล

“พ่อเชื่อนะว่าลูกทั้งสองต้องรักกันจนถึงวัยแก่เฒ่า มีปัญหาไม่เข้าใจกันก็ยอมกันบ้าง ต่อจากนี้พ่อคงเป็นได้แค่คนให้คำปรึกษาเท่านั้น ลูกสองคนต้องเริ่มชีวิตคู่ ดูแลกันและกันเอง”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 37

“อย่าทำอะไรเรานะ” แป้งหอมว่าให้มัน เท้าถอยร่นออกมาพร้อมณเรศ “หลบไปก่อนแป้งหอม”ณเรศใช้แขนป้องตัวแป้งหอม หัวหน้าโจรเห็นก็แสยะยิ้มอย่างหมั่นไส้ “แหม… ชักอิจฉาแกสองคนแล้วสิ รักกันมากเหลือเกินนะ ดูฉันสิ อุตส่าห์เฝ้าติดตามนิตา แต่กลับถูกปฏิเสธ แถมยังพาตำรวจมาจับอีก...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!