อาทิตย์ทอแสงสีส้มแสงสุดท้ายของวันนี้ สีนั้นตัดกับเมฆสีครามอมม่วง อีกไม่นานอาทิตย์ดวงนี้ก็จะลาลับขอบฟ้าแล้ว ศกรพาแป้งหอมมาเลี้ยงอาหารเย็นที่ร้านหรูในตัวเมือง เขาสั่งอาหารราคาแพงที่แป้งหอมไม่รู้จักหลายอย่างมาที่โต๊ะ เขาอยากให้ว่าที่เจ้าสาวได้ลิ้มรสชาติสิ่งดี ๆ เหล่านี้
“ลงมือกินกันเลยแป้งหอม”
“มีแต่อาหารแพง ๆ ทั้งนั้น ฉันว่ามันไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยเหรอคะ?” แป้งหอมกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจ
“ไม่หรอกน่า คุณอย่าคิดมากเลย ถือว่านี่เป็นรางวัลชีวิตก็แล้วกัน เราไม่ได้มากินอาหารอย่างนี้ทุกวันนะ นาน ๆ มากินทีไม่สิ้นเปลื้องอะไรหรอก” ศกรกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“คุณดีกับฉันจริง ๆ เลย ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดี”
“พูดอะไรแบบนั้น คุณพูดอย่างกับเราสองคนเหินห่างกันอย่างนั้นแหละ นี่เราสองคนกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้อยู่แล้วนะ”
ศกรคว้ามือขวาของแป้งหอมขึ้นมาดูแหวนที่เขาหมั้นเธอไว้ ชีวิตของเขาตอนนี้มีความสุขเกินกว่าจะหาอะไรมาเทียบได้
“กินข้าวกันเถอะแป้งหอม”
ศกรตักอาหารใส่จานให้เธอ
ด้วยความบังเอิญหรือสวรรค์จงใจกลั่นแกล้งก็ไม่ทราบ นิตารบเร้าจนณเรศใจอ่อนพาเธอมากินอาหารร้านนี้เช่นกัน เมื่อเธอเห็นศกรและแป้งหอมนั่งกินอยู่ในร้านก็เดินเข้าไปทัก ตีสีหน้าสนิทสนม
“อ้าว… เธอสองคนก็มากินร้านนี้เหมือนกันเหรอ?” หันไปหยามแป้งหอม “แหม… เธอนี่โชคดีจังนะ ที่มีคนดี ๆ อย่างคุณศกรมาคอยดูแลอย่างนี้ เก่งจนฉันนับถือเลยแหละ เรื่องจับผู้ชายหล่อ ๆ รวย ๆ เธอไม่แพ้ใครอยู่แล้ว”
“แป้งหอมไม่ใช่คนอย่างที่เธอว่า ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” ศกรฉุน ลุกขึ้นว่านิตา
“เราไปหาโต๊ะอื่นนั่งกันดีกว่า” ณเรศบอกนิตา
“จะไปหาให้เสียเวลาทำไมคะ โต๊ะข้าง ๆ นี่ก็ว่าง” นิตาหันไปถามแป้งหอม “ไม่ว่ากันนะแป้งหอม ถ้าฉันกับคุณณเรศจะขอนั่งกินข้าวโต๊ะข้างเธอ”
“ตามสบายค่ะ” แป้งหอมแค่นยิ้ม
นิตาพาณเรศมานั่งที่โต๊ะถัดจากโต๊ะของศกรและแป้งหอม เธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะไม่น้อยไปกว่าโต๊ะข้าง ๆ เลย
“กินเลยค่ะคุณณเรศ มื้อนี้นิตาเลี้ยงเอง” นิตาเชื้อเชิญ
“ผมไม่ค่อยหิวน่ะ เชิญคุณกินตามสบายเลย”
“อ้าว… เรามากินอาหารด้วยกัน แต่คุณไม่กินแบบนี้หมายว่าว่ายังไงคะ?”
“ผมง่วงแล้ว ขอกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนก็แล้วกัน” ณเรศลุกขึ้น เดินมาดึงแขนแป้งหอมให้ลุกจากเก้าอี้
“โอ๊ย… คุณจะทำอะไรคะ?”
“แม่ฉันสั่งให้เธอไปช่วยดูเอกสารที่บ้านฉันไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับ เธอก็ติดรถฉันไปเลยสิ”
“แกปล่อยแป้งหอมเดี๋ยวนี้นะ แกไม่มีสิทธิ์แตะเนื้อต้องตัวแป้งหอมตามอำเภอใจแบบนี้” ศกรลุกว่าให้ณเรศ
“แกกำลังจะบอกว่าแกมีสิทธิ์ในตัวแป้งหอมงั้นสิ?”
“ใช่! ฉันกำลังจะบอกแกว่าอย่างนั้น รู้แล้วก็รีบปล่อยมือจากแป้งหอมซะ”
“ยายนี่เลือกเป็นเลขาแกแค่นี้ อย่าเหลิงให้มากหน่อยเลย”
“ใครบอกแกว่าแป้งหอมเลือกเป็นเลขาฉันแค่นั้น” ศกรเว้นระยะพูด ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัย “แป้งหอมยังเลือกที่จะเป็นเจ้าสาวของฉันด้วยอีกต่างหาก”
ศกรเดินมาแย่งแป้งหอมไปจากณเรศ ยกมือขวาของเธอให้ณเรศเห็นแหวนที่เธอสวม ณเรศเห็นอย่างนั้นก็เข้าใจทุกอย่าง เกมนี้เขาแพ้ศกรอย่างราบคาบ ศกรชนะและได้ทุกอย่างไปครอง
“ฉันไม่อยากกินต่อแล้ว เรากลับกันเถอะค่ะ” แป้งหอมบอกศกร
“ดีเหมือนกัน งั้นผมจะไปส่งคุณที่บ้านน้าไอยราก็แล้วกัน ตอนนี้ท่านคงรอคุณอยู่” ศกรหันไปเรียกบริกร “น้องครับ ช่วยคิดเงินโต๊ะนี้ด้วย”
บริกรรีบเข้ามาหาศกรอย่างรวดเร็ว เขาหยิบเงินสดจ่ายไป บอกบริกรว่าไม่ต้องทอน หันไปยิ้มเย้ยหยันณเรศ แล้วจูงมือแป้งหอมเดินออกจากร้านไป แป้งหอมมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เธอกำลังเสียใจกับเรื่องอะไรอยู่
ณเรศที่รู้ความจริงอันแสนปวดร้าวก็ได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น แป้งหอมกำลังจะแต่งงานกับศกร มันสะเทือนใจสำหรับเขามาก
นิตาเดินมาสวมกอดแขนณเรศ รู้สึกยินดีที่เขาถูกหักอก เธอพูดเชิงให้กำลังใจว่า
“ช่างเถอะค่ะ เขารักกันเราก็น่าจะยินดี คุณอย่าตีหน้าเศร้าไปเลย นิตาดูออกนะคะว่าคุณชอบแป้งหอม แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็แป้งหอมเธอไม่ได้รักคุณนี่คะ ความรู้สึกนี้นิตาเข้าใจนะคะ เพราะนิตารักคุณแต่คุณกลับไม่ได้รักนิตา ตอนนี้เราต่างคนต่างเจ็บเหมือนกันแล้ว นิตาว่าเราไปหาอะไรแรง ๆ ดื่มย้อมใจกันดีกว่าไหม?”
ณเรศหันมามองนิตา หญิงสาวที่เข้าใจหัวอกเขามากที่สุดในตอนนี้ เขารู้สึกเจ็บอย่างที่นิตาพูดจริง ๆ เธอพาเขาออกจากร้าน ทิ้งเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะ
นิตาขับรถของณเรศเข้ามาในผับแห่งหนึ่ง เธอเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่ลานหน้าผับ สถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่อยากจะมามอมเมาตัวเองด้วยน้ำสุรา
“ไปกันเถอะค่ะ ไปสนุกให้ลืมความทุกข์อันเจ็บช้ำกันดีกว่า” นิตาพูดชวนณเรศที่นั่งนิ่ง แล้วเธอก็เดินลงจากรถอ้อมไปลากเขาลงมาเข้าผับไปด้วยกัน
ภายในสถานที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คน ไฟหลากสีฉายแสงส่อง หมุนวนกระพริบจนน่าตาลาย เสียงดนตรีดังอึกระทึกน่ารำคาญหู กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งชวนให้ณเรศอิดเอียดได้ทุกเมื่อ
เข้ามาข้างในนิตาก็ชะเง้อมองหาใครสักคน เธอยิ้มที่มุมปากอย่างกับพบคนที่กำลังมองหาแล้ว รีบจูงมือณเรศฝ่าผู้คนเข้าไปข้างในอย่างร้อนรน แล้วก็เข้ามานั่งร่วมกับหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง คนพวกนั้นเอ่ยทักทายเธออย่างสนิทสนม
“อ้าว… ยายนิตามาช้าจังนะวันนี้ แล้วนี่พาใครมาด้วยละเนี่ย กิ๊กใหม่แกหรือไง?” นุ่น เพื่อนสาวคนสนิทของนิตาเอ่ยทักเมื่อเห็นนิตามานั่งร่วมโต๊ะ
“กิ๊กอะไร นี่คุณณเรศหุ้นส่วนของฉันต่างหาก” นิตาแนะนำณเรศ
“อ๋อ… คนนี้นะเหรอที่แกชอบพูดถึงบ่อย ๆ หน้าตาดีนี่” ริสา เพื่อนสาวอีกคนพูด
“แล้วแกสองคนพาใครมานั่งด้วย ฉันเห็นแกเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำแต่ละอาทิตย์เลยนะ” นิตาเปลี่ยนเรื่องพูด
“แฟนใหม่ฉันน่ะ ชื่อพี่เขต คนนี้รักแท้ของฉันนะ” นุ่นแนะนำผู้ชายที่ควงอยู่
“ส่วนคนนี้ชื่อพี่รอง รักแท้ของฉันเหมือนกัน” ริสาอวดแฟนหนุ่มบ้าง
“อย่าไปสนใจยายสองตัวนี้เลยค่ะ เราไปสั่งอะไรแรง ๆ มาดื่มกันเลยดีกว่า” นิตาเชิญณเรศ “คุณณเรศอยากดื่มอะไรคะ สั่งให้เต็มที่เลย นิตาจะเลี้ยงเอง”
“เอาน้ำเปล่าแล้วกันครับ”
“อะไรกันคะ นี่เรามาดื่มให้เมากันนะ ดื่มน้ำเปล่าแล้วคุณจะเมาได้ยังไง เอาเป็นว่านิตาสั่งอะไรให้คุณดื่มดีกว่า รอเดี๋ยวนะ”
พูดจบนิตาก็ลุกเดินจากโต๊ะ ทิ้งให้ณเรศอยู่กับเพื่อนของเธอ ไม่นานเธอกลับมาพร้อมแก้วคอกเทลสีฟ้า 2 ใบในมือ เธอยื่นแก้วหนึ่งให้ณเรศ
“นี่ค่ะ สำหรับลืมความทุกข์ในวันนี้ ดื่มให้หมดเลยนะคะ”
ณเรศมองหน้านิตา ก่อนจะรับแก้วจากมือเธอมา
“ดื่มให้หมดเลยนะคะ แล้วจะรู้สึกดีขึ้นเอง” นิตายุ
ณเรศยกคอกเทลขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว เขามีสีหน้าอิดเอียดที่ได้สัมผัสรสมัน น้ำเมาเช่นนี้ไม่ได้เรื่องทั้งกลิ่นและรสจะทำให้เขาหายจากอาการทุกข์ได้จริงเหรอ?
“โอ้โห… เก่งนะคะเนี่ย กระดกทีเดียวหมดแก้วเลย อย่างนี้ต้องมีต่อ” นิตายอ
ถัดจากนั้นนิตาก็สั่งเครื่องดื่มอีกหลายชนิดมาให้ณเรศลิ้มลอง ณเรศหลงคำยุยงของนิตา ดื่มมันเสียทุกแก้ว ส่วนตัวนิตาเองกลับไม่ยอมดื่มสักแก้ว สติสัมปะชัญญะจึงอยู่ครบ ผิดกับณเรศที่ดื่มหนักมากขนาดนี้ สติก็ขาดหาย หน้าตาแดงก่ำ หมดสภาพฟุบนอนลงกับโต๊ะ
“คุณณเรศจะต่ออีกไหมคะ?” นิตาสะกิดเรียก
“อือ… เอามาสิ ผมยังไม่เมาเลย” ณเรศพูดด้วยน้ำเสียงสะลืมสะลือคล้ายคนอดนอนมาหลายวัน
“ฉันมันไม่ดีตรงไหนแป้งหอม ไอ้ศกรมันดีกว่าฉันตรงไหน! แป้งหอม… ทำไมเธอถึงไม่รักฉัน ฉันมันเลวนักหรือไง?” ณเรศเพ้อ
นิตามองณเรศที่เมาหมดสภาพ เธอแสยะยิ้มออกมาราวกับในหัวมีแผนการร้ายซ่อนอยู่ เธอเขย่าแขนเขาบอกให้เขารับรู้
“คุณณเรศคะ ผับจะปิดแล้ว เรากลับกันเถอะนะ”
“หือ… อะไรกัน ผมยังดื่มไม่เมาเลย คุณจะรีบพาผมไปไหน?” ณเรศพูดขณะยังฟุบกับโต๊ะ ตาไม่ได้ลืมด้วยซ้ำ
นิตาประคองเขาลุกขึ้น
“ขึ้นมาค่ะคุณณเรศ”
“โชคดีนะยายนิตาเพื่อนรัก” ริสากล่าวลาก่อนจะหันไปหยอกล้อกับแฟนหนุ่ม
“ย่ะ! แกสองคนก็ดูแลกิ๊กใหม่ดี ๆ แล้วกัน ระวังอย่าให้หนีมาหาฉันล่ะคืนนี้” นิตาหันมายิ้มให้สองเพื่อนสาว
“ไม่มีทางหรอก พี่เขตเขารักฉันเพียงคนเดียว และคืนนี้เราจะอยู่ด้วยกันจนถึงเช้า” นุ่นพูดพลางลูบใบหน้าแฟนหนุ่มของเธอไปด้วย
นิตาประคองณเรศมาถึงลานจอดรถอย่างทุลักทุเล เธอพาชายหนุ่มผู้เมาไร้สติเข้าไปนั่งในรถ จากนั้นรีบมาประจำที่นั่งคนขับ บิดกุญแจติดเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งออกรถไปทันที
ที่บ้านประภากรณ์ สองสาวต่างรุ่นกำลังช่วยกันจัดการเอกสารวุ่นวายอยู่ในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้มีงานมากมายทะลักเข้ามา เป็นภาระให้ไอยราต้องรับผิดชอบ ด้วยจำนวนที่มากมายของพวกมันซึ่งเหนือบ่ากว่าแรงของหญิงเลยวัยกลางคนจะจัดการให้เสร็จหมดได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งแป้งหอมเข้ามาช่วย ซึ่งแป้งหอมก็ยินดีช่วยผู้มีพระคุณอย่างเต็มใจ
“น้าขอบคุณหนูมากนะที่อุตส่าห์มาช่วยงานน้าถึงที่บ้านกลางค่ำกลางคืนอย่างนี้”
แป้งหอมยิ้มให้ไอยรา
“หนูเต็มใจค่ะคุณน้า งานเล็กน้อยแบบนี้หนูช่วยคุณน้าได้หนูก็ช่วย”
ไอยรามองแป้งหอมอย่างเอ็นดู
“น้าดีใจแทนศกรนะที่ได้คนดี ๆ อย่างหนูมาเป็นคู่ชีวิต ศกรเขาเป็นคนดีมากนะ ขยันขันแข็ง รับผิดชอบการงานดี ถ้ามีปัญหาอะไรก็หันหน้าเข้าคุยกัน อะไรพออะลุ้มอล่วยก็ยอมกันบ้าง จะได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า”
แป้งหอมได้ยินไอยราพูดถึงเรื่องงานแต่งก็รู้สึกสะเทือนใจ แต่ทำไมเธอต้องไหวหวั่นกับเรื่องนี้ด้วย ในเมื่อตัวเองก็ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว
“เอ… ณเรศหายไปไหนนะ ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก หนูแป้งหอมพอรู้บ้างไหมจ๊ะ?” ไอยราพร่ำถึงลูกชาย
“เอ่อ…” แป้งหอมลังเลที่จะบอก เธอรู้ว่าเขาไปกับนิตา แต่เธอไม่อยากพูดถึงสองคนนั้น “หนูไม่เห็นเขาเลยค่ะ”
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ หนูช่วยน้าได้มากทีเดียว นี่ดึกมากแล้วเราไปนอนกันดีกว่า” ไอยราพูดกับแป้งหอมแล้วเธอก็พาแป้งหอมขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องชั้นบน วันนี้แป้งหอมค้างที่บ้านนี้
คล้อยหลังสองคนนั้นครู่เดียว นิตาขับรถณเรศเข้ามาในบ้านประภากรณ์อย่างระวังที่สุด เพราะกลัวคนในบ้านจะได้ยินเสียงรถ เมื่อดับเครื่องยนต์เธอก็ประคองณเรศเข้ามาในบ้าน พยุงเขาขึ้นบันไดแล้วพาเข้าห้องนอน
นิตาเปิดไฟในห้องให้สว่าง แล้วพูดกับคนเมาว่า
“คุณณเรศคะ ถึงห้องคุณแล้วค่ะ”
ณเรศทิ้งตัวลงนอน เกี่ยวคอนิตาลงไปด้วย ฤทธิ์น้ำเมาลวงเขาให้คิดว่านิตาคือแป้งหอม เขาโอบกอดเธอทั้งที่ตายังหลับอยู่ พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะรู้เรื่องว่า
“…แป้งหอม! เธอจะทิ้งฉันจริง ๆ เหรอ อยู่กับฉันไม่ได้เหรอ?”
พูดจบณเรศก็กลิ้งตัวไปทับร่างบาง ๆ ของนิตา นิตาเผยยิ้ม ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
แป้งหอมนั่งร่วมกินมื้อเช้ากับไอยราที่ห้องอาหารบ้านประภากรณ์ อาหารถูกจัดเตรียมไว้อีกชุดสำหรับณเรศ แต่สายจนตะวันโด่ขนาดนี้ยังไม่เห็นเขาแสดงตัว
“แป้งหอม น้ารบกวนหนูขึ้นไปตามณเรศที่ห้องได้ไหมจ๊ะ?” ไอยราเอ่ย
“ค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปตามให้”
แป้งหอมหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ไปตามณเรศบนห้องตามไอยราสั่ง มาถึงเธอก็เปิดประตูเดินเข้าห้องไป แล้วต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
ณเรศนอนหลับสนิท ผ้าห่มผืนหนึ่งคลุมร่างเปลือยเปล่าถึงแค่เอว ข้างกายเขามีนิตานอนกอดผ้าห่มที่คลุมถึงอก เมื่อเห็นแป้งหอมเข้ามา นิตาก็ทักทายหน้าตาเฉยเมย
“อ้าวแป้งหอม จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อนล่ะ แบบนี้เสียมารยาทนะรู้ไหม”
“พะ… พวกคุณสองคนทำอะไรกันคะ แล้วคุณนิตามาอยู่ในห้องคุณณเรศได้ยังไง?”
“ก็อย่างที่เธอเห็น เมื่อคืนฉันนอนกับคุณณเรศ”
“งั้นก็หมายความว่า…”
“ใช่! เราสองคนได้เสียกันแล้ว”
แป้งหอมอึ้ง ระหว่างนั้นไอยราก็ขึ้นมาพอดี
“มีอะไรเหรอจ๊ะหนูแป้งหอม ขึ้นมาเสียนานเชียว”
“ตายแล้วหนูนิตา!” ไอยราอุทาน ตกใจมากกับภาพที่เห็น
นิตาเห็นไอยราเข้ามาก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง เธอบีบน้ำตาเปลี่ยนมาเล่นบทนางเอกผู้น่าสงสาร ทำเป็นเศร้าและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ฮือ… คุณน้าคะ”
“เกิดอะไรขึ้น หนูนิตาอธิบายให้น้าฟังหน่อยสิ”
“ฮือ…” นิตายังหาข้อแก้ตัวไม่ได้
“ว่าไง หนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ฮือ… เมื่อคืนคุณณเรศเขาดื่มหนักจนเมา นิตาเห็นว่าคงขับรถกลับเองไม่ไหว เลยอาสามาส่ง แล้วพาเขามานอนที่ห้อง จากนั้น… จากนั้นเขาก็… ฮือ… คุณณเรศข่มขืนนิตา”
แป้งหอมและไอยราตะลึง ตกใจกับเรื่องราวที่ได้ยิน ณเรศเริ่มได้สติ ตื่นขึ้นมาเห็นแป้งหอมและไอยรายืนแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า หันมาเห็นนิตาคู้ตัวร้องไห้กระซิก ๆ ก้มมองตัวเองเห็นท่อนบนเปลือยเปล่า เปิดผ้าห่มมองท่อนล่างก็เปลือยเปล่าเช่นกัน เขารีบเอื้อมมือไปหยิบกางเกงที่กองบนพื้นขึ้นมาใส่ใต้ผ้าห่มอย่างเร่งรีบ
“ณเรศ! ไหนอธิบายแม่มาสิว่าลูกทำอะไรหนูนิตาเมื่อคืนนี้!” ไอยราเดินเข้ามาใกล้พลางพูดใส่เสียงดัง
ณเรศเพิ่งตื่น ไม่ทันได้ยินคำโกหกของนิตา
“นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?”
“ก็หนูนิตาบอกแม่ว่าเมื่อคืนลูกข่มขืนเธอ”
ณเรศตกใจ เขาไปข่มขืนนิตาตั้งแต่เมื่อไหร่ หันไปมองนิตาเธอก็หลบสายตา
“ก็เมื่อคืนคุณเมามาก นิตาพาคุณมาส่งบนห้อง แล้วคุณก็ข่มขืนนิตา ฮือ…” นิตายังไม่เลิกเล่นละคร
ณเรศลุกขึ้นมาจากเตียง อธิบายความจริงให้ไอยราฟัง
“ไม่จริงนะครับคุณแม่ ผมไม่มีทางข่มขืนนิตาได้” ณเรศแอบหันไปมองแป้งหอม แต่เธอไม่ยอมสบตาด้วย เรื่องร้ายแรงขนาดนี้เธอคงรังเกียจเขาแล้วล่ะ
“ลูกจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อเมื่อคืนลูกเมามาก”
“ถึงผมจะเมาหนักแค่ไหนผมก็มั่นใจว่าไม่ได้ข่มขืนนิตาอย่างที่เธอกล่าวหาแน่” ณเรศพูดอย่างหนักแน่น
เพี๊ยะ!
ไอยราตบหน้าลูกชายจนหน้าหัน
“แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดก็ต้องยอมรับผิดสิ”
แป้งหอมรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอวิ่งปลีกตัวออกจากห้องของณเรศทันที
“แป้งหอม!”
ณเรศวิ่งตามแป้งหอมจนมาถึงลานหน้าบ้านและรั้งเธอไว้ได้ในที่สุด เขาจับเธอหันมามองอย่างใกล้ชิด
“ฉันไม่ได้ทำอย่างที่นิตากล่าวหานะ”
แป้งหอมสลัดให้หลุดจากพันธนาการของณเรศ
“ไม่น่าเชื่อนะคะว่าคุณจะทำเรื่องอย่างนี้กับคุณนิตาได้ แถมทำแล้วยังไม่ยอมรับอีก คุณนี่ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษที่สุด”
“แต่ฉันไม่ได้ทำนี่ เธอจะให้ฉันรับผิดได้ไง?” ณเรศยืนยันคำเดิม
“เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอคะ คุณนี่มันหน้าไม่อายที่สุด”
ณเรศอ่อนใจ อธิบายยังไงแป้งหอมก็ไม่เชื่อ ต้องอย่างนี้สินะเธอถึงจะพอใจ
“ก็ได้… ถ้าเธออยากให้ฉันรับผิดชอบ ฉันจะแต่งงานกับนิตา!”
คำพูดที่หนักแน่นของณเรศ ทำให้แป้งหอมสะเทือนใจอย่างมาก ไอยราและนิตาที่ตามมาทีหลังได้ยินประโยคนั้นด้วย นิตายิ้มแก้มแทบฉีก แผนเธอประสบผลสำเร็จอย่างสวยงาม เธอกำลังจะได้แต่งงานกับชายที่เธอรักมากที่สุดแล้ว
Leave a comment