ใจพันธนาการ – ตอนที่ 19

Share

อาทิตย์สาดส่องแสงเป็นใหญ่อยู่บนฟ้า คอยบงการทุกคนให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตนเอง แสงแดดยามสายแยงตาของณเรศ เขาลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง ตอนนี้ยังสะลึมสะลืออยู่ นี่กี่โมงแล้วเนี่ย?

ณเรศหันไปมองนาฬิกาที่แขวนผนัง เข็มสั้นของมันชี้เลขสิบ โห… นี่สายมากขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครมาปลุกเขาเลยนะ หน้าที่นี้เป็นของแป้งหอมนี่ ทำไมเธอถึงไม่ทำตามหน้าที่ ละเลยงานอย่างงั้นเหรอ ใช่ไม่ได้เอาเสียเลย ณเรศรีบมุ่งไปที่ห้องแป้งหอมทันที

ชายหนุ่มผลักประตูเข้าห้องของแป้งหอม กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่หาใครไม่พบ  เขาเพิ่งนึกได้ว่าแป้งหอมหนีออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้ว

ณเรศรีบเข้าที่ทำงาน หลังจากเมื่อวานเขาไม่ได้เข้า งานวันนี้คงเต็มโต๊ะแน่ ๆ เมื่อขึ้นมาถึงห้องทำงานก็เป็นไปตามคาด แฟ้มเอกสารกองพะเนินล้นโต๊ะทำงานของแป้งหอม เอกสารพวกนี้มาจากแผนกต่าง ๆ ในบริษัท ถูกส่งมากองไว้เพื่อรอณเรศลงชื่ออนุมัติ

แฟ้มหลากสีสันดูแล้วน่าปวดหัว ภาระหน้าที่ในการคัดกรองเอกสารตกอยู่ที่เขา เขาต้องนั่งแยกพวกมันออกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา

ณเรศนั่งทำงานคนเดียวบนโต๊ะของแป้งหอม จนเวลาล่วงเลยผ่านช่วงพักกลางวัน เขารู้สึกเหนื่อย ปวดสายตา เริ่มรำคาญเอกสารซ้ำ ๆ ที่รายงานแต่เรื่องเดิม ๆ  ขาดแป้งหอมไปเขาลำบากขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มทนไม่ไหว คว้าหูโทรศัพท์ขึ้นมา ต่อสายลงไปหาประชาสัมพันธ์ที่ชั้นล่าง

“สวัสดีค่ะ แผนกประชาสัมพันธ์ค่ะ”

ณเรศกรอกเสียงพูดลงไป

“วันนี้แป้งหอมเข้าทำงานหรือเปล่า?”

“เอ่อ… สักครู่นะคะ ดิฉันจะตรวจสอบให้ค่ะ” ประชาสัมพันธ์ปล่อยให้ณเรศถือสายรอชั่วประเดี๋ยว “วันนี้แป้งหอมยังไม่เข้างานเลยค่ะ คุณณเรศมีอะไรจะฝากดิฉันบอกเธอไหมคะ?”

“ไม่ล่ะ ขอบใจ”

ณเรศตอบเสียงเย็นชาแล้ววางหู เขายกมือขึ้นมากุมขมับ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่  งานเลขาที่แป้งหอมเคยทำนี่มันลำบากเหมือนกันนะ เธอเก่งมากที่ฝ่าฟันและอดทนต่อคำด่าว่าของเขา ตอนนี้ณเรศเริ่มเข้าใจหัวอกเธอแล้ว การถูกผู้อื่นดูหมิ่นศักดิ์ศรีมันคงเจ็บปวดน่าดู จะจนจะรวยก็มีหัวใจด้วยกันทั้งนั้น

ตอนนี้ณเรศอยากเจอแป้งหอม อยากพูดขอโทษเธอสักครั้ง แต่คงเป็นไปไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เธอหนีไปอยู่ไหน จะตามหาก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ณเรศโกรธตัวเอง พยายามคิดหาทางจนปวดหัว

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมปลุกณเรศให้เงยหน้าขึ้น ที่แท้ก็เป็นไอยรานี่เอง

“เป็นไงบ้าง ทำงานคนเดียวสนุกไหม?”

“ก็ดีครับแม่ ไม่มีใครมาจู้จี้จุกจิกดี” ณเรศพูดอย่างทรยศความรู้สึก

“แต่แม่ว่าดูเหมือนลูกต้องการแป้งหอมนะ ทำไมไม่ไปตามหาเธอล่ะ แล้วถามให้รู้เลยว่าทำไมถึงหนีออกจากบ้าน แม่อยากรู้เหตุผลของแป้งหอมเหมือนกัน”

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เราจะเริ่มตามหายายนั่นจากที่ไหน เบาะแสอะไรเราก็ไม่มี หนำซ้ำยายนั่นยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง จะถามหรือติดต่อขอความช่วยเหลือได้จากที่ไหนล่ะครับ”

ไอยรายิ้ม ฟังณเรศวิเคราะห์ก็พอรู้ว่าเขาก็เป็นห่วงและอยากออกไปตามหาแป้งหอมอยู่เหมือนกัน เธอจึงให้กำลังใจลูกชายไปว่า

“พยายามเข้าสิ แป้งหอมต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง แม่เชื่อว่าลูกจะต้องตามหาแป้งหอมจนเจอ แล้วแม่จะรอฟังข่าวดีนะ”

ไอยรายิ้มก่อนเดินจากไป นานแค่ไหนแล้วที่ณเรศไม่เคยเห็นแม่ของเขายิ้มอย่างมีความสุข

“ฉันจะตามหาเธอได้จากที่ไหนล่ะแป้งหอม” ณเรศเอ่ย น้ำเสียงท้อแท้

กริ๊ง… งงง

โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานส่งเสียงร้องแสบแก้วหู ณเรศเอื้อมมือไปคว้ามาแนบข้างหู เสียงปลายสายดังขึ้นมาทันที

“แป้งหอม ช่วยเรียนคุณณเรศหน่อยนะ ว่าวันนี้วิศวกรที่ดูแลโครงการบ้านเนินดอยจะขึ้นไปตรวจดูสถานที่ ให้คุณณเรศไปคุมด้วยล่ะ อย่าลืมนะ”

“อืม… เข้าใจแล้ว จะให้ฉันไปกี่โมงล่ะ?”

ปลายสายได้ยินเสียงณเรศ แทนที่จะเป็นเสียงของแป้งหอมก็สะดุ้งตกใจ

“อุ้ย! คุณณเรศเองเหรอคะ ดิฉันขอโทษนะคะที่เรียนคุณช้าไปหน่อย วิศวกรจะเข้าไปที่บ้านเนินดอยตอนบ่ายโมงวันนี้ค่ะ”

ณเรศยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

“ห๊ะ! นี่มันก็จะบ่ายอยู่แล้วนะ เธอมัวไปทำอะไรของเธอถึงมาบอกฉันเอาป่านนี้”

“ดิฉันขอโทษค่ะ” ปลายสายน้ำเสียงละห้อย

“ถ้าคราวหน้าเธอทำงานแบบนี้อีก ฉันจะไล่เธอออก เข้าใจไหม?”

“เข้าใจค่ะคุณณเรศ”

ณเรศวางสาย ลุกขึ้นจากเก้าอี้ จะรีบไปที่บ้านเนินดอย วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยที่สุดเท่าที่เคยทำงานมา เมื่อไหร่แป้งหอมจะกลับมาเสียทีนะ หากเจอตัวเธอแล้วจะพูดยังไงดี

ณเรศไปที่บ้านเนินดอยมาแล้ว โครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทสามารถสร้างได้ตามแผน พรุ่งนี้งานก่อสร้างจะเริ่มแล้ว ณเรศต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เพราะไม่มีใครคอยช่วยเหลือแล้วตอนนี้

วันนี้ตั้งแต่เช้ายันบ่ายสาม ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องณเรศเลย เว้นเสียแต่กาแฟไม่ผสมน้ำตาลถ้วยเล็ก ๆ ที่แหววชงให้ดื่มก่อนออกมาทำงาน แน่นอนมันไม่ทำให้อิ่มท้องมาจนถึงตอนนี้หรอก ณเรศหิวข้าวมาก แต่แถวนี้มีร้านอาหารดี ๆ เสียเมื่อไหร่ หิวมากขนาดนี้เขาไม่นึกเกี่ยงร้าน ขับมาเรื่อย ๆ ก็เจอร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ณเรศรีบเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าร้านทันที

โต๊ะในร้านว่างเพียบ ตอนนี้มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่มาก ณเรศหาโต๊ะสะอาด ๆ ได้ก็ไปนั่ง เด็กเสิร์ฟเดินเข้ามาหาทันที

“รับอะไรดีคะ?”

ณเรศเงยหน้าขึ้นมา จะสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำที่เขาชอบกับเด็กเสิร์ฟ  

“แป้งหอม!”

ณเรศอุทานทันทีที่เห็นหน้าเด็กเสิร์ฟของร้านนี้

“คุณณเรศ!”

ฝ่ายนั้นก็ดูตกใจเช่นกัน ที่แท้แป้งหอมมาเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ข้างทางแบบนี้นี่เอง เมื่อเห็นหน้าณเรศ แป้งหอมก็จะเดินหนี แต่ถูกเขาฉุดมือไว้ก่อน

“เธอหนีออกจากบ้านมาทำไม รู้ไหมแม่ฉันเป็นห่วงเธอมาก ท่านอยากให้เธอกลับไปอยู่ด้วยกัน”

“ไม่แล้วค่ะ ที่อย่างนั้นไม่เหมาะสมกับฉันเลยสักนิด” แป้งหอมปฏิเสธโดยไม่มองหน้าณเรศ

“ทำไมล่ะ ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น อันที่จริงเธอโกรธฉันใช่ไหม เอาเป็นว่าฉันขอโทษก็แล้วกัน คราวนี้กลับไปกับฉันได้หรือยัง?”

“ไม่คะ!” แป้งหอมยืนยันเสียงแข็งพลางสะบัดมือให้หลุดจากพันธนาการของณเรศ “ฉันไม่มีวันกลับไปให้คุณดูหมิ่นเหยียดหยามอีกต่อไป”

“ก็ฉันขอโทษแล้วไง จะเอาอะไรอีก?”

“คุณคิดว่าแค่คำขอโทษที่ไม่ได้พูดออกมาจากใจจะทำให้ฉันใจอ่อน ยกโทษให้คุณงั้นเหรอคะ ไม่มีทางหรอก”

“แล้วเธอจะเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านกระจอก ๆ แบบนี้น่ะเหรอ ฉันว่าเธอกลับไปทำงานเป็นเลขาส่วนตัวฉันแบบเดิมเถอะนะ แล้วฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้เอาไหม?”

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เพื่อนสาวของแป้งหอมที่นั่งฟังทั้งสองงอนง้อกัน ลุกขึ้นมาชี้หน้าณเรศเพราะโกรธที่เขาพาลว่าให้ร้านของเธอ

“อ้าว… พูดอย่างนี้ก็สวยสิคุณ คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาภาษาสุนัขดูถูกร้านฉันแบบนี้ ถ้าเห็นว่าร้านฉันมันกระจอกแล้วจะมากินหาพระแสงอะไร ออกไปเลย ออกไปจากร้านฉันซะ”

ณเรศเหลียวมาว่าให้เจ้าของร้าน

“ฉันไม่แปลกใจเลยนะว่าทำไมร้านเธอถึงไม่มีคนมากิน เพราะมีแม่ค้าปากปลาร้าอย่างเธอเป็นเจ้าของร้านไงล่ะ” แล้วหันมาพูดกับแป้งหอม “กลับกับฉันเถอะแป้งหอม อย่ามาทำงานที่ร้านกระจอกอย่างนี้เลย ชีวิตเธอไม่เจริญหรอกนะ” ณเรศคว้ามือแป้งหอม จะลากเธอออกจากร้านนี้ให้ได้

ติ๊ก ผู้เป็นเจ้าของร้าน เดินมาแย่งมือแป้งหอมไปจากณเรศ แล้วพูดจาขับไล่อีกครั้ง

“ไปเลยไอ้ผู้ดี ร้านนี้ไม่ต้อนรับแกโว้ย…”

“ฉันไปแน่ แต่เธอต้องให้แป้งหอมกลับไปกับฉัน”

แป้งหอมรีบปฏิเสธ

“ฉันไม่กลับกับคุณหรอกค่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่ เชิญคุณกลับบ้านคุณไปเถอะ”

“เธอต้องกลับกับฉันนะ นี่คือคำสั่ง” ณเรศสั่งเสียงเข้ม จะเข้าไปคว้ามือแป้งหอมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ติ๊กปัดมือเขา

“เขาไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่กลับไปอีก กลับไปซะไอ้คุณทุเรศ!” ติ๊กเอ็ดเสียงแหลมใส่

“เธอหุบปากเน่า ๆ ของเธอซะ แล้วส่งแป้งหอมมาให้ฉัน” ณเรศถลึงตาใส่

“อ้าว… พูดอย่างนี้ของอีติ๊กก็ขึ้นเลยสิ”

ติ๊กเดือด หันไปหยิบถังใส่ผักสดมาสาดใส่ณเรศ ณเรศหลบไม่ทัน ท่อนล่างจึงเปียกน้ำล้างผักไปเต็มๆ

“นี่เธอทำอะไรของเธอห๊ะ!” ณเรศชี้หน้าด่าติ๊ก

“ทำอะไรน่ะเหรอ ก็ทำอย่างนี้ไงเล่า” ติ๊กหยิบจานชามมาปาใส่ณเรศ ณเรศหลบได้ “เอ้า! พวกเราช่วยกันไล่ไอ้ผู้ชายคนนี้ไปหน่อยเร็ว”

ลูกค้าไม่กี่คนในร้านถูกติ๊กปลุกระดม ต่างหยิบแก้วน้ำพลาสติกขึ้นมาขว้างปาใส่ณเรศ  เขารีบถอยออกมาจากร้าน อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

ณเรศรีบขึ้นรถแล้วขับออกไป ท่ามกลางเสียงโห่ร้องขับไล่จากลูกค้าในร้าน

“ขอบใจเธอมากนะติ๊ก ที่ช่วยไล่หมอนั่นไป”

“อืม… ไม่เป็นไรหรอก” ติ๊กตบไหล่แป้งหอมเบา ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันเก็บกวาดร้าน

ณเรศจอดรถไว้ที่ลานหน้าบ้าน เดินดุ่ม ๆ ใบหน้ามุ่ยเข้ามาในบ้าน มอดเห็นเจ้านายสกปรกเลอะเทอะก็เข้าไปถามไถ่

“ไปทำอะไรมาครับคุณหนู เละเทะมาเชียว”

ณเรศมองหน้ามอดที่ยืนยิ้มหน้าระรื่น ท่าทางยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง เขาตีหน้าแข้งเข้าที่ข้างลำตัวมอด มอดล้มลงกับพื้น รู้สึกเจ็บแปล๊บที่ซี่โครง

“อูย… ไปโกรธใครมาหนอ ถึงได้มาลงกับมอดแบบนี้เนี่ยคุณหนู”

ณเรศจะลงไปต่อยมอดอีกสักหมัด แต่ไอยราเดินลงมาเห็น ปรามการกระทำของลูกชายได้ทัน

“หยุดนะณเรศ ไปซ้อมมอดเขาทำไม?”

ณเรศเดินหุนหันขึ้นบันไดไป  แหววที่แอบดูอยู่ในห้องนั่งเล่นรีบออกมาดูอาการมอด พยุงมอดลุกขึ้น

“เป็นไงบ้างพี่มอด ไปพูดอะไรให้คุณหนูเขาโกรธล่ะ?”

“โอ๊ย… พี่ยังไม่ทันพูดอะไรเลย แค่ทักคุณหนูก็เตะป้าบจนพี่ล้มลง นี่ไม่รู้กระดูกซี่โครงพี่หักหรือเปล่า เตะหนักเป็นบ้าเลยคุณหนูเนี่ย”

“แล้วณเรศไปโกรธใครมาล่ะ?” ไอยราถามมอด

“ไม่รู้ครับ เห็นเข้าบ้านมาก็หน้าบึ้งอย่างนั้นแล้วครับ อูย…”

ณเรศเข้ามาในห้อง นั่งเศร้าอยู่บนโซฟาข้างเตียง เจ็บใจที่ถูกแป้งหอมปฏิเสธ เขาต้องทำยังไงถึงจะเอาชนะเธอได้ คิดไปคิดมาแผนการดี ๆ ก็แว๊บเข้ามาในหัว ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วไม่ยอมมาด้วย ก็บีบคั้นจนเธอยอมมาเองดีกว่า ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา ต่อสายถึงใครบางคน

แป้งหอมตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะมาเปิดร้านเตรียมขายของ เธอทำความสะอาดไปพลาง ๆ ระหว่างรอติ๊กกลับมาจากการจ่ายตลาด วันนี้หวังว่าณเรศคงจะไม่มาอีกนะ แล้วถ้าหากเขามาล่ะจะรับมือยังไง

แป้งหอมใช้กำลังดันประตูเหล็กม้วนให้พับขึ้นไปด้านบน เธอเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ย่านชานเมืองที่นอกร้าน เห็นห้องแถวฝั่งตรงข้ามก็เปิดประตูเหล็กออกมาเช่นกัน ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นร้านอะไรนะ ทุกทีไม่เคยเห็นนี่ พอมองหน้าคนเปิดประตูได้ถนัดชัด แป้งหอมก็ถึงกับสะดุ้ง ณเรศมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแข่งกับเธอ!

ชักช้าไม่ได้การ แป้งหอมตัดสินใจเดินเข้าไปหาณเรศ ถามเขาตรง ๆ ว่ากำลังคิดทำอะไรอยู่กันแน่

“นี่คุณ มาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวอะไรแถวนี้ คิดจะมาแกล้งฉันกับเพื่อนหรือไง การงานมีก็ไม่ไปทำ มัวแต่เอาเวลามาเล่นสนุกอยู่ได้” แป้งหอมว่า

“ฉันก็กำลังทำงานอยู่นี่ไง นี่คือธุรกิจใหม่ของบริษัทดิเรกธานนท์ เธอสนใจมาเป็นเด็กเสิร์ฟร้านฉันไหมล่ะ?”

“ไม่! คุณมันบ้า คิดจะเอาชนะฉันให้ได้เลยใช่ไหม ฉันขอบอกคุณไว้เลยนะ ว่าฉันไม่ยอมแพ้คุณง่าย ๆ หรอก”

“งั้นพนันกับฉันไหมล่ะ ว่าร้านใครจะเจ๊งก่อนกัน”

แป้งหอมคิดก่อนตอบ

“ก็ได้ ถ้าร้านคุณเจ๊ง คุณต้องเลิกยุ่งกับชีวิตฉันนะ”

“แต่ถ้าร้านเธอเจ๊ง เธอต้องกลับไปทำงานเป็นเลขาฉันเหมือนเดิมนะ แล้วอย่างนี้เธอจะชนะฉันได้ไหมเนี่ย วันนี้ร้านฉันเปิดใหม่ เลยฉลองโดยการให้ลูกค้ากินฟรีไม่อั้นเดือนหนึ่งซะด้วย”

แป้งหอมตกใจ อ้าปากค้าง แล้วอย่างนี้ใครจะไปสู้ได้ล่ะ

ผ่านมาครึ่งวัน แป้งหอมและติ๊กได้แต่นั่งให้เหน็บกิน สายตาจ้องมองลูกค้าที่เข้าร้านก๋วยเตี๋ยวของณเรศ ทีละ 2-3 คน ณเรศนั่งเฝ้ามองทั้งสองอยู่หน้าร้าน เขาไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อย เพราะในร้านมีคนปรุงก๋วยเตี๋ยว คนเสิร์ฟ คนล้างจานครบทุกแผนก หน้าที่ของณเรศมีเพียงแค่นั่งรอชัยชนะและพาตัวแป้งหอมกลับเพียงเท่านั้น

หมดวันพอดี ของในร้านณเรศหมดเกลี้ยง ส่วนร้านของติ๊กข้าวของบูดเสียหมด  ณเรศมีเงินมากมาย จะเปิดให้กินฟรีอีกกี่เดือนก็ได้ แล้วอย่างนี้แป้งหอมกับติ๊กจะชนะได้ยังไง

วันที่สอง วันที่สาม ผลออกมาเช่นเดียวกัน ผ่านมาสามวันแล้ว ร้านของติ๊กยังขายก๋วยเตี๋ยวไม่ได้สักชาม ตอนนี้ติ๊กแทบจะตบแมลงวันรับประทานแทนข้าวอยู่แล้ว

“หมดอีกแล้ว ของอร่อยก็อย่างนี้แหละนะ” ณเรศเดินเข้ามาเยาะเย้ย ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ แป้งหอม

แป้งหอมมีปฏิกิริยาทันที เธอขยับตัวห่างจากเขา

“ปล่อยไว้อย่างนี้จะดีเหรอ เข้าเนื้อตัวเองเปล่า ๆ ฉันว่าเธอรีบยอมแพ้แล้วกลับกับฉันเถอะ ฉันจะจ่ายเงินชดเชยให้เพื่อนของเธอที่เสียรายได้สิบเท่าเลยเป็นไง” ณเรศยื่นข้อเสนอ หยิบเงินปึกใหญ่ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ติ๊กไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนก็ตาลุกวาว

แป้งหอมหยิบเงินขึ้นมา ณเรศดีใจคิดว่าแป้งหอมยอมแพ้ ตกลงจะรับเงินจากเขา แต่ผิดคาดแป้งหอมขว้างปึกเงินใส่เขา

“อย่าคิดว่าเงินของคุณจะซื้อเกียรติ ซื้อศักดิ์ศรีฉันได้นะ ถ้ามีเงินเหลือมากนักล่ะก็ หัดเอาไปแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เผื่อผลบุญจะดลจิตดลใจให้คุณมีความคิดที่ดีกว่านี้” แป้งหอมว่าให้ณเรศ

ณเรศเสียหน้า

“ก็ได้ ไม่เอาไม่เป็นไร คงอยากได้เงินชดเชยมากกว่านี้ซินะ ฉันจะรอวันนั้นนะแป้งหอม วันที่เธอพ่ายแพ้แล้วยอมกลับไปทำงานให้ฉัน” ณเรศพูดเสียงแน่วแน่ ก่อนจะก้มหยิบปึกเงินแล้วเดินจากไป เขาขึ้นรถหรูที่จอดไว้หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวของเขาแล้วบึ่งเครื่องยนต์ไปด้วยความเร็ว  แป้งหอมมองตามรถณเรศ จนหายลับตา จากนั้นหันมาคุยกับเพื่อน

“ขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องลำบาก ฉันไม่รู้จะชดใช้เธอยังไงดี”

“ไมเป็นไรหรอก อย่าคิดมากเลย เราสู้มาตั้งสามวันแล้ว พรุ่งนี้หรือไม่ก็วันหน้าต้องเป็นชัยชนะของเราสักวัน รีบเก็บร้านกันเถอะ จะได้เข้านอนแต่หัวค่ำ” ติ๊กพูดติดยิ้มให้กำลังใจเพื่อนของเธอ

แป้งหอมแค่นยิ้มตอบ ถูกอย่างที่ติ๊กว่า พรุ่งนี้หรือไม่ก็วันหน้าต้องเป็นชัยชนะของพวกเธอสักวัน เธอไม่มีวันยอมแพ้คนอย่างณเรศแน่

หลังจากเอารถไปจอดเรียบร้อยแล้ว ณเรศก็เดินเข้าบ้าน เจอกับไอยราที่รอพบถาม

“ไปไหนมาณเรศ ถึงได้กลับดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ วันนี้ลูกไม่ได้เข้าบริษัทใช่ไหม หายไปไหนมาทั้งวันล่ะ?”

ณเรศละล้ำละลัก

“ก็ไปตามหาแป้งหอมให้คุณแม่ยังไงล่ะครับ”

ไอยราใจชื้นขึ้นมาทันที

“แล้วลูกเจอหนูแป้งหอมไหม?”

“เจอครับ ยายนั่นคิดยังไงไม่รู้ ถึงได้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง”

“แล้วทำไมลูกไม่พาหนูแป้งหอมกลับมาด้วยล่ะ?”

“ยายนั่นหัวแข็งจะตายแม่ก็รู้ ถ้าเธอตัดสินใจอะไรไปแล้วไม่ยอมเปลี่ยนใจง่าย ๆ หรอก ไว้พรุ่งนี้ผมไปคุมงานที่บ้านเนินดอย จะเข้าไปคุยกับเธอให้คุณแม่ก็แล้วกัน ตอนนี้ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ” ณเรศพูดแล้วก็เดินขึ้นชั้นสองไป

ไอยรายิ้มออกมาอย่างสบายใจ รู้สึกโล่งอกขึ้นมากที่รู้ว่าตอนนี้แป้งหอมอยู่ที่ไหน  ใจจริงเธออยากออกไปรับแป้งหอมกลับมาอยู่บ้านเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่คงไม่สะดวกนัก จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดต่อสายถึงใครบางคน เธออยากเล่าเรื่องน่าดีใจนี้ให้เขาฟัง


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Of Mice and Men: เพื่อนยาก – มิตรภาพและความฝันของคนยากจนที่ไม่อาจเป็นจริง

ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้ มาเล่าเนื้อหาจากวรรณกรรมเรื่องเพื่อนยาก (Of Mice and Men) ผลงานชิ้นเอกของจอห์น สไตน์เบค (John Steinbeck) ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่สะท้อนภาพชีวิตและการดิ้นรนของแรงงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาครับ เรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน ความฝัน และโชคชะตาที่โหดร้าย ผมอ่านเรื่องนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังจำตอนจบของเรื่องที่สะเทือนใจได้ถึงทุกวันนี้อยู่เลยครับ เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว เป็นเพื่อนที่แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และนิสัย คนแรกชื่อจอร์จ...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!