ใจพันธนาการ – ตอนที่ 15

Share

“ผมว่าที่ดินที่บ้านเนินดอยบรรยากาศดี เหมาะแก่การจัดสร้างเป็นรีสอร์ท และแถวนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเยอะ น่าจะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี” ณเรศเสนอแผนโครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทเข้าที่ประชุม “ทุกท่านเห็นด้วยกับโครงการของผมไหมครับ?”

“อืม… ลุงเห็นด้วยนะ” แสงสรวลผู้ประธานในที่ประชุมเอ่ย “จะสร้างรีสอร์ทที่บ้านเนินดอยก็ดีเหมือนกัน ที่ตรงนั้นก็รกร้างมานานแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องกอบโกยผลกำไรบ้างล่ะ ทุกท่านเห็นว่าอย่างไรครับ?”

องค์ประชุมต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับโครงการของณเรศ ณเรศภูมิใจยิ้มแก้มแทบปริ ต่อจากนี้เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจให้กับโครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทอย่างเต็มที่ เพื่อให้มันออกมาดี ไม่เสียชื่อเสียงบริษัท

“ดีใจด้วยนะคะคุณณเรศที่โครงการของคุณผ่านที่ประชุม” แป้งหอมเดินมายินดีกับณเรศ ขณะที่แยกย้ายออกมาหลังจากจบการประชุม

“ขอบใจ แต่เธอต้องมาช่วยงานฉันด้วยนะ”

“โอ… ไม่ไหวมั้งคะ งานแบบนั้นฉันไม่ถนัด ขออยู่ช่วยงานเอกสารของคุณอย่างเดิมพอแล้ว”

“เธอคิดจะทำงานแบบนี้ไปตลอดเลยหรือไง ไม่อยากทำงานที่ใหญ่กว่าเดิมบ้างเหรอ?”

แป้งหอมก้มหน้าอย่างยอมรับในความสามารถอันน้อยนิดของตน ณเรศหันมาพูดสบประมาทเธอ

“อย่างเธอก็ได้เท่านี้แหละนะ กลัวที่ต้องเสี่ยง กลัวที่จะต้องเผชิญหน้า แต่ยังทำตัวอวดเก่งพูดจาว่าฉัน เธอมันไม่แน่จริงแป้งหอม!”

พูดแล้วณเรศก็เดินแซงไป แป้งหอมเงยหน้าขึ้นมาแววตามุ่งมั่น รีบพูดออกไปว่า…

“ก็ได้ ฉันจะช่วยงานโครงการของคุณ”

ณเรศหันมา แปลกใจกับการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวและรวดเร็วของแป้งหอม ต่อจากนี้ไปเขาต้องสอนอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับการทำงานให้เธอได้รู้

ภาพสเกตซ์คนร้ายที่ฉุดนิตาและทำร้ายศกรถูกติดประกาศจับไปทั่วเมือง นิตาและศกรตั้งรางวัลนำจับไว้สูงถึงห้าหมื่นบาท คนชั่วแบบนี้ต้องถูกจับมารับโทษตามกฎหมายในเร็ววัน

ศกรขับรถกำลังพานิตาไปส่งที่โนว่า เอฟเอ็ม ช่วงนี้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ จนกว่าโจรโรคจิตจะถูกจับ

“ช่วงนี้เธอต้องระวังตัวหน่อยนะ ระหว่างที่ยังจับไอ้คนร้ายไม่ได้ ฉันจะยอมสละเวลามาคอยรับส่งเธออย่างนี้ก็แล้วกัน” ศกรหันมากล่าวกับนิตา

“ถ้าลำบากนักไม่ต้องก็ได้ ฉันขอร้องคุณณเรศมารับส่งฉันก็ได้ ไม่ง้อคุณหรอก”

“เธอจะหวังอะไรจากไอ้ณเรศ วัน ๆ เห็นบ่นถึงแต่มัน แล้วคนที่กำลังดูแลเธออยู่นี่ไม่เห็นหัวเลยบ้างเหรอ?” ศกรประชด

“ก็คุณณเรศเขาดีกว่าคุณนี่”

“ไอ้หมอนั่นมันมีอะไรดี แถมดูท่ามันจะไม่ได้รักเธอเลยนะ” ศกรพูดแทงใจดำ

“ใครบอกว่าคุณณเรศไม่รักฉัน ต่อหน้าคนอื่นเขาไม่แสดงให้ใครรู้หรอก แต่ลับหลังนะพูดจาเสียงหวาน นิตาครับ ผมอย่างนั้น ผมอย่างนี้ เอาใจฉันจะตายไป คุณเองก็เถอะดูจะชอบพอกับยายแป้งหอมนั่น ฉันดูแล้วยังไงมันไม่ได้มีใจให้คุณหรอก”

นิตาพูดแทงใจดำศกรบ้าง ตอนนี้ทั้งคู่เจ็บช้ำน้ำใจกันทั้งสองฝ่าย เลยเงียบกันไปพักใหญ่ ศกรเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางอยู่ข้างหน้าก็เกิดหิวอยากกินขึ้นมา จึงเอ่ยปากชวนนิตา 

“เธอหิวหรือเปล่า? แวะลงไปกินก๋วยเตี่ยวกันหน่อยไหม? ฉันเลี้ยงเอง”

นิตายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะถึงคิวเธอจัดรายการ แวะกินอะไรให้อิ่มท้องก่อนก็ดีเหมือนกัน

“ก็ได้ แค่แป๊บเดียวนะ”

ศกรเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวรถเข้าข้างทางหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้ร้านว่าง ไม่มีใครมาอุดหนุนเลยนอกจากหนุ่มสาวสองคน แล้วอย่างนี้รสชาติจะอร่อยไหมนะ

พลบค่ำหลังกินมื้อสุดท้ายของวันเสร็จ แป้งหอมมานั่งสะสางเอกสารที่คั่งค้างอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านประภากรณ์ ข้าง ๆ มีณเรศนอนพิงโซฟาถือรีโมทกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ อย่างสบายอารมณ์

“พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าที่ทำงานหรือเปล่า มีเอกสารอะไรที่ฉันยังไม่ได้ดูไหม?” ณเรศถามแป้งหอม ยังไม่ละสายตาจากจอโทรทัศน์

แป้งหอมไม่ตอบ วุ่นอยู่กับเอกสารมากมายตรงหน้า สงสัยเธอจะดับโสตประสาทตัวเองไปแล้ว ณเรศจึงตะโกนถามไปอีกครั้ง คราวนี้เธอหันมามอง

“แป้งหอม ฉันถามว่าพรุ่งนี้ฉันว่างไหม ไม่ได้ยินหรือไง!”

“คะ?”

แป้งหอมสะดุ้ง หันมองมองณเรศที่ทำให้เธอเสียสมาธิ

“ฉันถามเธอน่ะเมื่อกี้”

“ถามอะไร ฉันทำงานอยู่ คุณจะดูทีวีก็ดูไป อย่ามารบกวนฉัน”

“ฉันถามว่าพรุ่งนี้ฉันว่างไหม?”

“ว่าง งานเอกสารคุณหมดแล้ว เหลือแต่ของฉันเนี่ย ถามทำไม พรุ่งนี้คุณจะไม่เข้าบริษัทเหรอ?”

“อืม… ฉันจะไปดูที่ดินบ้านเนินดอยที่จะสร้างเป็นรีสอร์ทหน่อย เธอไปเป็นเพื่อนฉันนะ”

“คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณดูสิคะ เอกสารกองเป็นพะเนิน ฉันยังสะสางไม่หมดเลย ไม่รู้ว่าจะเสร็จทันคืนนี้หรือเปล่า”

“ก็รีบทำเข้าสิ พรุ่งนี้เช้าจะได้ไปที่บ้านเนินดอยกับฉัน”

“โห… เยอะขนาดนี้จะให้ฉันทำหมดภายในคืนเดียวยังไงไหว คุณอยู่ว่าง ๆ ก็มาช่วยฉันบ้างสิ”

“อะไรกัน ฉันเป็นเจ้านายเธอนะไม่ใช่ลูกน้อง จะให้ช่วยงานเธอเหรอ ไม่เอาหรอก”

“ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร ถ้าฉันยังสะสางเอกสารพวกนี้ไม่เสร็จ พรุ่งนี้คุณก็ไปที่บ้านเนินดอยคนเดียวแล้วกัน”

“ขู่ฉันเหรอ?”

ณเรศมองแป้งหอมด้วยสายตาหยิ่งยโส วันนี้ยอมวางมาด ยอมช่วยงานลูกน้องสักวัน

“เออ… ก็ได้ ตกลงฉันจะช่วยเธอ แต่มีข้อแม้ว่าพรุ่งนี้ตั้งแต่ตะวันโผล่เธอต้องมาเป็นขี้ข้า คอยปรนนิบัติฉันนะ” ณเรศมีข้อเสนอ

“งั้นตั้งแต่ตะวันลับขอบฟ้าคุณต้องมาเป็นขี้ข้าฉันบ้าง” แป้งหอมเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม

“จะบ้าหรือ ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ จะทำแบบนั้นได้ยังไง”

“งั้นฉันขอปฏิเสธ เสียใจด้วยนะพรุ่งนี้ฉันคงไปกับคุณด้วยไม่ได้”

ณเรศมองแป้งหอมอย่างเจ็บใจ เป็นลูกน้องบังอาจมาต่อรองกับเขา

“เออ… เอาอย่างนั้นก็ได้”

ณเรศและแป้งหอมช่วยกันปั่นเอกสารจนข้ามคืน ตอนนี้เวลาล่วงเลยตีหนึ่งมาแล้ว ทั้งสองเหลือเอกสารอยู่อีกไม่กี่แผ่น ณเรศหาวไปหลายทีแล้ว ฝืนสายตาอ่านเอกสารในมือต่อให้เสร็จ แป้งหอมเดินออกมาจากครัว ถือแก้วกาแฟร้อน ๆ มาวางให้ณเรศได้ดื่มแก้ง่วง

“นี่กาแฟค่ะ จะได้หายง่วง”

“ขอบใจ” ณเรศยกขึ้นมาดื่ม เขาซดมันหมดแก้วจากนั้นก็วางไว้ที่เดิม หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ แป้งหอมทำงานไปด้วย ชวนณเรศคุยไปด้วย

“ที่บ้านเนินดอยนี่สวยมาเหรอคะ คุณถึงอยากทำรีสอร์ทที่นั่น”

ไม่มีคำตอบจากณเรศ แป้งหอมหันมามองชายหนุ่มข้าง ๆ เห็นเขานอนหราอยู่บนโซฟา ขนาดซัดคาเฟอีนไปแก้วหนึ่งเต็ม ๆ ยังเอาไม่อยู่ หลับอย่างกับตาย แป้งหอมยิ้มให้กับท่านอนที่สุดแสนจะทุเรศของณเรศแล้วหันไปทำงานต่อ

“แป้งหอม!”

ก๊อกๆๆ

“เสร็จหรือยังเนี่ย?”

ณเรศยืนเคาะประตูหน้าห้องแป้งหอมอยู่นาน ในที่สุดเธอก็เปิดประตูออกมา วันนี้เธอรวบผมไว้ข้างหลังดูกระชับกระเฉง ณเรศมองเธอด้วยสายตาแปลกไป วันนี้เธอดูสวยมากจริง ๆ

“มองอะไรคะ มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่า?” แป้งหอมพูด

“เปล่า ๆ ไม่มีอะไร วันนี้เธอดูแปลกตานะ”

“อืม… เป็นไง ดูดีกว่าเดิมไหม?”

“สวยขึ้นมาก… เอ๊ย! ก็ดูแย่อย่างเดิมนั่นแหละ เร็วเข้าเถอะฉันนัดกับคนดูแลที่นั่นไว้ 11 โมงนะ ขืนอืดอาดแบบนี้ได้ไปสายหรอก” ณเรศรีบเปลี่ยนเรื่อง เดินนำแป้งหอมลงไปข้างล่าง

ณเรศเข้ามานั่งที่นั่งคนขับที่รถของเขา แป้งหอมเดินตามมานั่งข้างคนขับ ณเรศหยิบกุญแจขึ้นมาเสียบ หันมามองข้าง ๆ เห็นหญิงสาวยิ้มให้

“ยิ้มอะไร มีอะไรตลกหรือไง?”

“เปล่า… แค่ไม่นึกว่าคุณจะห้อยมันเอาไว้”

“ไอ้นี่น่ะเหรอ” ณเรศจับที่สร้อยหินสีที่แป้งหอมประดิษฐ์ให้เป็นของขวัญวันเกิด “มันก็สวยดีนะ มีไว้สักอันจะได้ช่วยดูดสิ่งอัปมงคล” พูดแล้วณเรศก็บิดกุญแจสตาร์ทรถ

“นี่คุณหมายความว่ายังไง กำลังว่าพวงกุญแจที่ฉันทำให้มันเรียกสิ่งอัปมงคลเข้ามาในรถคุณเหรอ?” แป้งหอมค้อนใส่

“เธอพูดเองนะ” เขาหันไปทำหน้าล้อเลียนใส่เธอ

ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงเศษ ณเรศก็ขับรถพาแป้งหอมมาถึงบ้านเนินดอย แม้ที่นี่จะห่างจากเมืองหลวงไม่มาก แต่บรรยากาศดีกว่าหลายเท่า ที่ดินบริเวณนี้เป็นที่ดินเปล่า มีหญ้าเตียนขึ้นเต็ม ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ พื้นเรียบบ้าง เป็นเนินเตี้ย ๆ บ้าง ต้นไม้ใหญ่มีอยู่ทั่วบริเวณ

“ที่นี่สวยกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะเนี่ย ถ้ารีสอร์ทที่คุณสร้างเสร็จเมื่อไหร่ ฉันว่าต้องมีคนเห่กันมาพักแน่ ๆ” แป้งหอมพูด กางแขนสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากเมืองหลวง

“แน่สิ ที่ดินผืนนี้ฉันได้มาจากเพื่อนของคุณพ่อ ท่านบอกให้ฉันเนรมิตที่นี่ให้เป็นรีสอร์ทที่สวยที่สุด ไว้สร้างเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะให้เธอมาทำงานเป็นแม่บ้านนะ” ณเรศพูดทีเล่นทีจริง

“ก็ได้… ฉันทำงานเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ได้อยู่ในที่ที่บรรยากาศดีแบบนี้ก็พอ”

“เราลองขึ้นไปดูข้างบนกันไหม?”

“ไปสิ ฉันอยากเห็นอยู่เหมือนกัน”

ขณะที่ณเรศกำลังจะพาแป้งหอมขึ้นไปยังเนินลูกต่อไป ก็มีเด็กผู้ชายอายุราว 5-6 ขวบโผล่ออกมา เด็กคนนี้พูดคำสองคำออกมา ทำเอาสองหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ประหลาดใจ

“พ่อ! แม่!”

ณเรศและแป้งหอมยืนอึ้ง

“พ่อกับแม่กลับมากันแล้วเหรอ ผมคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย” เด็กคนนั้นโผเข้ามากอดขาแป้งหอม

“เอ่อ… หนูจ๊ะ หนูพูดถึงใครอยู่ แล้วมาอยู่นี่ได้ยังไง บ้านหนูอยู่ไหน?” แป้งหอมนั่งลงคุยกับเด็ก

“ผมอยู่แถวนี้แหละ อยู่กับลุง”

“หนูชื่ออะไรจ๊ะ บอกพี่ได้ไหม?”

“ผมชื่อแทนใจครับ”

“เหรอจ๊ะ… พี่ชื่อแป้งหอมนะ ส่วนลุงผู้ชายคนนี้ชื่อลุงณเรศ” แป้งหอมชี้ไปทางณเรศ

“เฮ้ย! เรียกลุงได้ยังไง ฉันยังไม่แก่”

“พ่อกับแม่ไปอยู่ไหนมา ปล่อยให้ผมรออยู่ตั้งนาน พ่อกับแม่มารับผมไปอยู่ด้วยแล้วใช่ไหมครับ?” แทนใจหันมากอดขาณเรศบ้าง

“เอ่อ… น้อง น้องเขาใจผิดแล้วล่ะ พี่สองคนไม่ใช่พ่อแม่ของน้อง”

ณเรศแกะแทนใจออกจากขา

“ไอ้แทน! เอ็งไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น ไปรบกวนพี่เขาทำไม” ชายสูงวัยใส่เสื้อหม้อฮ่อมสีซีดกำลังเดินลงมาจากเนิน

“ลุงเข้ม!” แทนใจตะโกนเรียก พร้อมวิ่งเข้าไปหา

“สวัสดีครับคุณณเรศ แล้วก็…” ลุงเข้มยกมือไหว้ณเรศ แล้วเหลียวมามองหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้า

“แป้งหอมค่ะ” แป้งหอมแนะนำตัว

“ลุงชื่อเข้มนะ เป็นคนดูแลที่นี่”

ลุงเข้มแนะนำตัวแล้วหันไปบอกกับแทนใจ

“อ้าว… ไอ้แทน ยืนอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะ ไปหาน้ำหาท่ามาให้พี่เขากินหน่อยสิ”

“ครับ!”

แทนใจขานรับ รีบวิ่งขึ้นเนินหายลับไป

“ผมขอโทษแทนไอ้แทนด้วยนะครับ มันเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่ได้ดูดนมแม่มันเลย ผมเลยต้องเลี้ยงมันไว้ เห็นใครผ่านไปมาแถวนี้ก็เรียกเป็นพ่อเป็นแม่หมด อย่าถือสาเด็กมันเลยนะครับ” ลุงเข้มขอโทษขอโพย

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน เข้าใจน้องเขาดี” แป้งหอมยิ้ม

“เชิญคุณทั้งสองคนไปกินน้ำก่อนดีกว่าครับ มากันตั้งไกลคงจะเหนื่อยน่าดู”

ลุงเข้มเดินนำ พาแขกทั้งสองขึ้นเนินไปนั่งพักที่เพิงหลังเล็ก ๆ ปลูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แทนใจยกน้ำดื่มมาวางบนแคร่

“น้ำเย็นชื่นใจมาแล้วครับ”

“แหม… น้องแทนใจเก่งจังเลยนะจ๊ะ”

“ขอบคุณครับคุณแม่”

แป้งหอมยิ้มเจื่อน ไม่ชินที่โดนเรียกว่าแม่

ลุงเข้มรีบปรามคำพูดของหลานชาย

“อย่าพูดแบบนั้นนะไอ้แทน คุณสองคนนี้ไม่ใช่พ่อแม่ของแก รีบขอโทษคุณเขาซะ”

แทนใจซึม ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แป้งหอมจึงพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปล่อยน้องเขาเถอะ”

ลุงเข้มพาแขกทั้งสองเที่ยวชมพื้นที่ บริเวณท้ายที่ดินมีพืชผลปลูกอยู่มากมาย ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูออกดอกออกผลของพวกมัน แต่ละต้นมีผลดกเต็ม แทนใจอาสาปีนขึ้นไปเก็บผลไม้มาให้แขกทั้งสองกินครบทุกชนิด แรก ๆ ทั้งสองคนก็เป็นห่วงกลัวแทนใจจะผลัดตกลงมา แต่ลุงเข้มบอกไม่ต้องเป็นห่วง แทนใจปีนต้นไม้คล่องกว่าลิงเสียอีก

ตอนนี้เที่ยวชมพื้นที่โดยรอบจนทั่วแล้ว แป้งหอม ณเรศ และแทนใจกลับมานั่งที่เพิงหลังเดิม เมื่อสักครู่ลุงเข้มขอตัวออกไปทำธุระที่อำเภอ ทิ้งทั้งสามให้อยู่ด้วยกัน

“พ่อกับแม่ เอ๊ย! พี่ทั้งสองคนชอบที่นี่ไหมครับ” แทนใจถาม ตาละห้อย

“ถ้าน้องอยากเรียกพี่สองคนว่าพ่อกับแม่ก็ได้นะ แต่ต้องเรียกพี่ว่าป๊า เรียกพี่แป้งหอมว่าป้า เอ๊ย! ม๊า” ณเรศพูด พลางหยอกใส่แป้งหอม

“ได้หรือครับ ผมเรียกพี่ทั้งสองคนว่าป๊าม๊าได้หรือ?”

“อืม… แต่ไม่รู้ว่าม๊าเขาจะยอมหรือเปล่านะ ลองถามดูสิ”

แทนใจหันไปเขย่าขาแป้งหอม ทำหน้าวิงวอน

“ขอผมเรียกพี่ว่าม๊านะครับ นะ นะ นะ…”

แป้งหอมเก๊กขรึม แต่ก็แพ้ลูกอ้อนของแทนใจ

“ก็ได้จ้ะ เรียกม๊าก็ได้”

“เย้! แทนรักป๊ากับม๊าที่สุดเลย” แทนใจโผเข้ากอดณเรศสลับกับแป้งหอม


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!