รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 5

Share

ตู้เย็น

วันนี้ผมเหนื่อยสายตัวแทบขาด กิจกรรมรับน้องวันนี้อาจจะไม่เหนื่อยเท่านี้ ถ้าสมาชิกในกลุ่มของผมไม่ได้มีแต่ผู้หญิง เรียกได้ว่าผมแบกทีมแทบจะทุกฐาน ฐานไหนใช้แรงเยอะผมคือคนแรกที่ต้องออกไปทำ พอกลุ่มโดนลงโทษผมก็มักจะโดนหนักกว่าคนอื่น

ตอนนี้ผมกลับมาถึงห้องแล้ว ไอ้นนท์เป็นคนมาส่ง เย็นนี้มันพาผมไปเลี้ยงข้าวด้วย แต่ผมก็รู้สึกไม่ชอบหน้ามันเหมือนเดิมอยู่ดี มันดูเป็นคนเล่นหูเล่นตา ถ้าพูดกันตรง ๆ สำหรับผมมันเป็นคนกวนตีน แต่ไม่รู้ทำไมใคร ๆ ถึงอยากเป็นเพื่อนกับมัน รุ่นพี่ก็กรี๊ดกร๊าดมันใหญ่ ไอ้นนท์ไปไหนมันก็ทำตัวอัธยาศรัยดี ทักทายคนอื่นไปทั่ว ผมว่าวันนี้มันคงรู้จักเด็กปีหนึ่งทั้งคณะครบทุกคนแล้วมั้ง

มาถึงห้องผมก็อาบน้ำทันที จัดการสระผมให้เส้นผมกลับมานุ่มเหมือนเดิม พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเทอมแล้ว แต่ผมก็ไม่ซีเรียส ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ กะว่าจะอยู่เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนถึง 5 ทุ่มแล้วค่อยเข้านอน ผมแต่งตัวเสร็จกำลังจะหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ มือถือที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดู เป็นพี่ข้าวโทรมา ผมกดรับสาย

“ไงตี๋ สนุกไหมวันนี้?”

“โคตรเหนื่อย ไม่สนุกเลยสักนิด”

“ได้เพื่อนใหม่บ้างไหม?”

“วันนี้ก็ได้รู้จักคนใหม่ ๆ หลายคน แต่ยังไม่มีคนไหนที่สนิทถึงขั้นเป็นเพื่อน” หน้าไอ้นนท์แว๊บเข้ามาในหัว “บางคนก็ไม่ได้อยากจะสนิทด้วย”

“จ้าพ่อคุณ หยิ่งนักนะ”

“แล้วเจ๊โทรมามีอะไรเหรอ?”

“เอ่อ… จะโทรมาบอกว่าเจ๊หาติวเตอร์ให้ตี๋ได้แล้วนะ”

“โห… ยังไม่ทันเปิดเทอมเลย รีบหาติวเตอร์ให้เร็วไปไหนเนี่ย”

“ก็ต้องรีบติวไว้ก่อน เดี๋ยวตี๋เรียนไม่ทัน สอบตกขึ้นมาโดนไล่ออก ป๊าต้องกินหัวตี๋แน่”

“น้องพี่ไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ”

“จ้า ไม่โง่จ้าไม่โง่ แต่ตี๋เรียนภาคพิเศษไง แล้วต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษ เจ๊ว่าต้องติวทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มน่าจะดีนะ”

“แล้วติวเตอร์ที่หามานี่เป็นใคร เรียนจบนอกมาเลยป่ะ?”

“เปล่า เป็นเพื่อนรุ่นเดียว คณะเดียวกับตี๋นั่นแหละ”

“อ้าว… แล้วงี้จะติวให้รอดไหมเนี่ย?”

“ลองดูก่อนน่า เป็นเพื่อนกันบรรยากาศตอนติวจะได้เป็นกันเอง สบาย ๆ ไง ไม่ดีเหรอ?”

“งั้นลองดูก็ได้ แต่ถ้าไม่เวิร์คผมเอาเวลามาซ้อมดนตรี มาเล่นเกมดีกว่านะ”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วไปเจอติวเตอร์กัน เจ๊นัดเขาไว้แล้ว”

“พรุ่งนี้ผมเลิกเรียน 5 โมงเลยนะ”

“เจ๊นัดเขาไว้ 6 โมง”

“งั้นมารับด้วยล่ะ”

“ได้ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ต้องไปช่วยป๊าปิดร้านก่อน”

ผมวางสาย ตั้งแต่นี้ไปชีวิตผมจะมีแต่เรื่องเรียนกับเรียนอย่างนั้นเหรอ ผมคงได้เล่นเกมน้อยลง มีเวลาทำคลิปลงยูทูปน้อยลง ช่องที่เพิ่งสร้างและกำลังเริ่มเติบโตคงต้องสะดุด คงหาเวลาไปซ้อมดนตรีกับเพื่อน ๆ ได้ยากขึ้น แต่ผมก็ต้องยอมปรับชีวิตให้เป็นไปตามนั้น ถ้าอยากให้เรื่องการเรียนไปรอด ซึ่งหากผมดื้อดึงทำเรื่องการเรียนพังขึ้นมา ป๊าต้องกินหัวผมอย่างที่พี่ข้าวบอกแน่ ป๊าคาดหวังเรื่องการเรียนกับผมหนักมาก หลังจากที่คาดหวังเอากับพี่ข้าวไม่ได้ ผมกับพี่ข้าวต่างกันตรงที่พี่ข้าวมีความหัวเด็ดตีนขาด เรื่องอะไรที่ยอมไม่ได้ก็ไม่ยอมเด็ดขาด ซึ่งทำให้ป๊ายอมให้ในบางเรื่อง แต่กับผมไม่กล้าขนาดนั้น ขอเลือกทำให้สิ่งที่ป๊าสบายใจ ทำแล้วป๊าไม่บ่นดีกว่า

วันนี้เริ่มเรียนวันแรก อันที่จริงยังไม่มีคาบไหนเรียนจริง ๆ จัง ๆ หรอก อาจารย์เพียงแค่มาแนะนำวิชาและแจกแผนการสอนเท่านั้น ผมเรียนภาคพิเศษซึ่งมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ความรู้ภาษาอังกฤษของผมมีน้อยมาก คงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อประคับประคองผลการเรียนให้อยู่เหนือกว่าระดับโดนรีไทร์ พี่ข้าวก็รู้จุดอ่อนข้อนี้ดีจึงหาติวเตอร์ภาษาอังกฤษให้ผม แต่ติดที่ว่าติวเตอร์คนนี้เรียนอยู่ระดับชั้นเดียวกับผมนี่สิ ไม่รู้จะพาผมไปรอดไหม ผมนั่งรอพี่ข้าวมารับที่ใต้ตึกอาคารเรียน กำลังเล่นมือถือฆ่าเวลา แล้วข้อความแชทก็เด้งขึ้นมา เป็นแชทกลุ่มวงดนตรีของผมซึ่งมีกัน 3 คน ประกอบไปด้วยผมที่เป็นมือกีต้าร์ ไอ้ดินปืนร้องนำและเล่นกีต้าร์เหมือนกัน และสุดท้ายไอ้หมอกเล่นคีย์บอร์ด

ดินปืน

สนใจไปเล่นดนตรีกลางคืนป่าว

มีรุ่นพี่ที่คณะแนะนำร้านให้

พี่เขาอาจฝากให้ได้
หมอก

ช่วงนี้พวกเราไม่ได้ซ้อมกันเลยนะ

ถ้าจะไปเล่นต้องเคาะสนิมหน่อย
ตู้เย็น

พวกเราเก่งถึงขั้นไปเล่นตามร้านแล้วเหรอวะ

กูไม่ค่อยมั่นใจฝีมือตัวเองเท่าไหร่
ดินปืน

มั่นใจหน่อยดิวะ

ยังไงลองไปเล่นให้เจ้าของร้านดูก่อน
หมอก

แต่ต้องนัดซ้อมหน่อยนะ
ตู้เย็น

อีกหน่อยกูต้องติวภาษาอังกฤษ

ไว้พวกมึงนัดเวลามา

กูจะได้จัดเวลาถูก

ผมกดส่งข้อความเข้ากลุ่มแชท จังหวะเดียวกับที่พี่ข้าวโทรเข้ามาพอดี ผมกดรับสาย พี่ข้าวบอกว่าขับรถมาถึงแล้ว จอดรออยู่หน้าคณะ ผมหยิบกระเป๋าเดินไปหา แล้วก็ขึ้นรถของพี่ข้าวออกจากมหาลัยไป

“เรียนวันแรกเป็นไงบ้าง?” พี่ข้าวถาม

“ยังไม่ได้เรียนเลยเจ๊ อาจารย์แค่แนะนำวิชาเฉย ๆ เออเจ๊… ไอ้ดินปืนกับไอ้หมอกทักแชทมาชวนไปเล่นดนตรีกลางคืนที่ร้าน เจ๊ว่าควรไปดีไหม?”

“ก็ดีนี่ เล่นดนตรีอาจจะช่วยตี๋คลายเครียดจากการเรียน ได้ออกไปเจอเพื่อน เจอคนใหม่ ๆ แถมได้เงินด้วยใช่ไหมล่ะ ดีจะตายนี่เนาะ”

“ต้องขอป๊าก่อนไหม?” ข้อนี้เป็นข้อชี้ชะตาของผมมาก ป๊าอาจจะคิดว่าการออกไปเล่นดนตรีกลางคืนตามร้านจะส่งผลต่อการเรียนของผมได้ จนห้ามไม่ให้ไปเล่นดนตรี แต่ถ้าแอบไปโดยไม่บอกป๊าแล้วมาโดนจับได้ทีหลัง ชะตาผมอาจขาดได้

“ไม่ต้องไปบอกหรอก บอกไปป๊าคงไม่ยอมแน่ ถ้าตี๋อยากไปเล่นก็ไปได้เลยนะ ถ้าเจ๊กับตี๋ไม่บอก ป๊าก็ไม่มีทางรู้”

เราสองคนหันมายิ้มให้กัน เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ระหว่างสองคนพี่น้อง นั่งรถมาได้ไม่นาน พี่ข้าวก็เลี้ยวเข้ามาในร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง

“ถึงแล้ว ตรงเวลานัดเป๊ะ” พี่ข้าวยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ใส่เบรกมือ ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูลงไปจากรถ

ตอนนี้เราสองคนอยู่หน้าร้านคาเฟ่ที่สร้างเป็นเหมือนเรือนกระจก โครงสร้างที่เป็นไม้ของร้านทาด้วยสีขาว ต้นไม้ในกระถางใบสวยถูกวางประดับไว้รอบ ๆ ดูแล้วน่าจะเป็นร้านที่นักศึกษานิยมมาถ่ายรูปไว้ลงไอจี

พี่ข้าวเดินนำเข้าไปในร้าน พอผลักประตูก็เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งที่ติดอยู่ตรงประตู แกมองไปรอบร้านเหมือนมองหาใครสักคน ในร้านตอนนี้ลูกค้าบางตา

“ยังไม่มาแฮะ”

คนที่พี่ข้าวนัดไว้ยังมาไม่ถึง พนักงานร้านกล่าวต้อนรับและเอาเมนูมาให้ เมื่อเราหาโต๊ะนั่งกันได้แล้ว พี่ข้าวสั่งชาเขียวลาเต้ ผมสั่งโกโก้ปั่น

กรุ๊งกริ๊ง ๆ

“อ๊ะ มาแล้ว ๆ” พี่ข้าวโบกไม้โบกมือ เรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านให้มาหา

“สวัสดีครับพี่กับข้าว มาถึงกันนานแล้วเหรอครับ?”

“เพิ่งมาถึงเองจ้ะ”

ผมคุ้นเสียงคนนี้จัง เลยหันกลับหลังไปดู

“อ้าว… ไอ้นนท์”

“อ้าว… ตู้เย็น”

พี่ข้าวอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเรารู้จักกัน จากนั้นแกก็ยิ้มอย่างสบายใจ แล้วชวนให้ไอ้นนท์นั่งร่วมโต๊ะ

“นั่งก่อน ๆ เป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยหรือเปล่า? จะกินอะไรก็สั่งได้เลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับพี่”

ดูเหมือนไอ้นนท์ออกจะงง ๆ เหมือนกันที่มาที่นี่แล้วเจอผม คนที่พี่ข้าวนัดไว้คือมันเองเหรอ ผมปะติดปะต่อเรื่องราวออกละ

“นี่เจ๊ อย่าบอกนะว่าติวเตอร์ที่เจ๊หาไว้ให้คือไอ้นนท์”

พี่ข้าวพยักหน้า “ใช่… นนท์นี่แหละคือติวเตอร์ที่เจ๊จ้างให้มาติวหนังสือให้ตี๋ คงไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้วเนาะ เป็นเพื่อนคณะเดียวกันนี่”

พี่ข้าวดูสบายใจกับความโลกกลมโดยบังเอิญ แต่ผมนี่สิไม่รู้ว่าแกคิดอะไร ถึงได้จ้างคนรุ่นเดียวกันมาเป็นติวเตอร์ให้ ทีแรกผมคิดว่าจะจ้างรุ่นพี่ปี 3 ปี 4 มาสอน แต่ไหงกลายเป็นไอ้นนท์ คนที่ผมไม่ค่อยชอบหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอด้วยนะ


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!