อากาศยานลำยักษ์เหินอยู่กลางเวหา เหนือแผ่นดินที่มีภูมิทัศน์เป็นภูเขาสูงต่ำเขียวขจี เมฆเกาะกลุ่มก้อนสีหม่นคล้ำ ดูคล้ายพร้อมจะสาดสายฟ้าสู่เบื้องล่างในเร็วนี้ ไฟสัญญาณแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่งสว่างขึ้น เสียงนักบินประจำเครื่องดังขึ้นผ่านลำโพง แจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าเครื่องบินลำนี้กำลังจะถึงที่หมายในอีกไม่ช้า ทิวทัศน์ด้านล่างเริ่มมีตึกรามบ้านช่องให้เห็นบ้างแล้ว ท้องถนนแม้จะมีรถราหลายคันสัญจรแต่ยังดูโล่งมาก เมื่อเทียบกับท้องถนนในเมืองหลวงที่แน่นขนัดไปเสียทุกสาย เครื่องบินลดระดับความสูงลงกะทันหัน ทำเอาผู้โดยสารเสียวตรงท้องน้อย หัวใจหล่นวูบไปตาตุ่ม ในที่สุดเครื่องบินจากเมืองหลวงลำนี้ก็พาผู้โดยสารมาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มวัยรุ่นนั่งรออยู่ตรงที่นั่งเพื่อรอผู้โดยสารคนอื่นทยอยลงจากเครื่อง เมื่อเครื่องบินโล่งดีแล้วเขาค่อยลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าของตนเอง จากช่องเก็บสัมภาระเหนือที่นั่งลากตามคนอื่นออกไป เมื่อมองออกมาจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าจะเห็นเครื่องบินจอดอยู่บนลานไม่กี่ลำ มีภูเขาสีเขียวสดบดบังบางส่วนด้วยหมอกจาง ๆ เป็นฉากหลัง สายฝนโปรยปรายเบา...
แววเข้าไปประคองบัวลุกจากเตียง พาเธอซ้อนรถมอเตอร์ไซค์มาหาหมอที่คลินิกหน้าปากซอย รอคิวเดี๋ยวเดียวก็ได้เข้าไปตรวจ หมอวินิจฉัยว่าบัวปวดหัวเพราะเป็นไมเกรน จากนี้ไปต้องระวังไม่ให้ตัวเองเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าปล่อยให้ร่างกายอ่อนเพลียและขาดน้ำ ไม่อย่างนั้นอาการปวดหัวเช่นนี้จะกำเริบอีก หลังรับยาและจ่ายค่ายาเรียบร้อยแล้ว แววก็พาบัวกลับบ้าน พากลับมาส่งถึงห้อง ประคองลงนอนที่เตียง “พี่บัวต้องกินอะไรลงท้องหน่อยนะถึงจะกินยาได้” แววบอกด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้เธอนับถือบัวเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง “ขอบใจจ้ะ พี่ขอนอนพักสักแป๊บ แล้วเดี๋ยวจะลุกมากินข้าวกินยา น้องแววกลับไปเถอะพี่ไม่รบกวนแล้ว” “ถ้าพี่เป็นอะไรหรือต้องการอะไรเรียกหนูได้เลยนะ หรือถ้าลุกไม่ไหว จะโทรหาก็ได้”...
อากาศกรุงเทพคืนนี้ร้อนอบอ้าว ไม่มีลมพัด ทุกอย่างนิ่งสนิท ที่เมื่อวานแววหลับไปอย่างง่ายดาย เนื่องด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย แต่คืนนี้เธอปกติสบายดี ตาสองข้างลืมโพลงอยู่กลางความมืด ในห้องพักเล็กแคบที่เปิดพัดลมเพดานหวังหมุนเวียนอากาศ แต่กลับไม่ช่วยอะไร ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำไป แต่ตอนนี้เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดออกมาตามร่างกาย เธอคิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ บ้านเกิดที่ท้องฟ้าระยิบระยับไปด้วยหมู่ดาว ลมสบายพัดผ่านตลอดคืน เพียงเปิดหน้าต่างรับ ต่างจากที่นี่ราวฟ้ากับเหว แววทนความอุดอู้อยู่ในห้องไม่ไหว ตอนนี้เวลาประมาณสี่ทุ่ม เธอเปิดประตูออกมาจากห้องพัก ทุกอย่างเงียบสนิท สาวใช้ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้วในห้องของใครของมัน เธอหวังว่าอยู่ที่นี่นานวันเข้า...
ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...
เรื่องสั้นแนวสยองขวัญ/ระทึกขวัญ กับเรื่องราวและตอนจบที่คุณคาดไม่ถึง ในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้นจำนวน 10 เรื่อง รางวัลที่หนึ่ง หญิงแก่ที่มีอาชีพขายผักโชคหล่นทับเมื่อถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง เงินก้อนนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้เลย จึงเป็นที่หมายปองของเด็กหนุ่มผู้ติดหนี้พนันบอลซึ่งหวังจะเอาเงินรางวัลก้อนนี้มาใช้หนี้ …แต่มีหรือที่หญิงแก่จะยอม ศูนย์สี่ตัว หมายเลขโทรศัพท์ลึกลับเลขหนึ่งที่เราสามารถโทรฯไปขอให้ใครก็ได้ตายแบบใดก็ได้ตามที่เราบอก ก่อนตัดสินใจทุกอย่างควรศึกษารายละเอียดให้ดี …ไม่เช่นนั้นจะเจอสิ่งหมกเม็ดภายหลัง จี๊ด สองแม่ลูกย้ายกลับมาอยู่บ้านเก่าหลังที่เคยอยู่ ผู้เป็นแม่ดูหวาดระแวงที่ต้องกลับเข้ามาเพราะบ้านหลังนี้มี”มัน”ซ่อนอยู่ …มันรอเวลาที่เธอกลับมาเพื่อแก้แค้น ปรัมปรา นิทานหลายเรื่องเล่าว่าป่าเป็นสถานที่สุดอันตราย มีแต่สิ่งไม่น่าไว้ใจ …แม้แต่สิ่งที่สวยงามที่สุด โฉมงาม...
ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว หยวนไม่ได้ก่อปัญหาอะไรระหว่างอยู่ในรถ เขานอนหราอ้าปากกรนอยู่ที่เบาหลัง หมดสภาพนายแบบแคทวอล์กไปเสียสิ้น ถนนเวลานี้โล่ง มีรถแล่นอยู่ไม่กี่คันเพราะมันดึกมาแล้ว เหรียญวางแผนอยู่ในใจว่าปิดเทอมนี้จะใช้เวลาทำอะไรบ้าง เขาคงต้องกลับบ้านไปให้พ่อแม่เห็นหน้าค่าตาบ้าง เพราะตั้งแต่มาเรียนที่นี่ เขากลับบ้านไปแค่ครั้งเดียวเอง คิดอย่างเพลิน ๆ...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?” แบงก์เริ่มประเด็น “อย่าพูดแช่งกันเองแบบนี้สิ พวกเราก็ไม่ใช่พวกชอบเที่ยวกลางคืนสักหน่อย” ฟรังก์ปราม “ฉันนี่สิน่ากลัว บางทีเลิกงานเดินแบบดึก ๆ ก็หวั่นใจกลัวจะเจอผีชุดขาวเหมือนกัน” หยวนว่า “แต่พักนี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวผีชุดขาวออกอาละวาดเลยนะ” เหรียญตั้งข้อสังเกต...
อาทิตย์เลื่อนต่อไปอีก มีนักวิจัยเดินถือแก้วกาแฟและขนมปังแผ่นผ่านกล้องไปอีก 6-7 คน มาเดี่ยวบ้าง มาคู่บ้าง ทว่าก็ไม่ใช่คนที่มาลีตามหา อาทิตย์คิดในใจว่าหากเพื่อนของมาลีที่ชื่อไมค์ปลอมหน้าตาด้วยล่ะ เธอคงจะจำเพื่อนของเธอไม่ได้แน่ เขาอาจเป็นใครสักคนที่เดินผ่านกล้องไปแล้วก็เป็นได้ และในที่สุดมาลีก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อมีนักวิจัยในชุดกาวน์ถือแก้วกาแฟและขนมปังแผ่นเดินเข้ามาอีกคน “คนนี้แหละๆ” มาลีร้องพร้อมชี้นิ้วมาที่หน้าจอโน้ตบุ๊กของอาทิตย์ ไมค์เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่แบบนักกีฬา ผิดกับนักวิจัยส่วนใหญ่ในนี้ที่สูงผอม ใบหน้าของเขาคมสัน ดูหล่อเหล่าแม้มองจากภาพที่ไม่ค่อยชัดของกล้องวงจรปิด เขาคงศึกษาพฤติกรรมของผู้คนในนี้มาอย่างดี รู้ว่าควรเข้ามาเวลาไหน แต่งตัวอย่างไรและต้องถืออะไรติดมือมาบ้าง ไมค์เดินเลยกล้องที่ชื่อเมนเกทไปแล้ว อาทิตย์กดสลับไปที่กล้องตัวถัดไปซึ่งถ่ายบริเวณทางเดิน...
ทีแรกนายจ้างของอาทิตย์เสนอพี่ในที่ทำงานซึ่งมีประสบการณ์ด้านการโอนย้ายข้อมูลให้ตามไปช่วยอีกแรง แต่อาทิตย์ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ใครมารู้เห็นหรือสงสัยในภารกิจของเขา นายจ้างบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าอาทิตย์ไปที่นั่นคนเดียว ทางสำนักวิจัยจะว่าเอาได้ว่าบริษัทของเราไม่มีความเป็นมืออาชีพและพลันหมดความน่าเชื่อถือลง อาทิตย์จึงเลือกให้น้องฝึกงานท่าทางเซ่อซ่าติดตามไปเป็นลูกมือแทน เมื่อเตรียมฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่เปี่ยมประสิทธิภาพไว้หลังรถตู้แล้ว อาทิตย์ก็ขับเพื่อขนมันไปที่สำนักวิจัยพร้อมกับน้องฝึกงาน ระหว่างทางน้องฝึกงานเอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่เข้ามาฝึกงานที่บริษัท อาทิตย์ไม่เห็นเด็กคนนี้มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย ถามอะไรคำก็ตอบคำอย่างกับเป็นหุ่นยนต์ แต่ดีเหมือนกันจะได้ไม่เป็นอุปสรรคมาจุ้นจ้านภารกิจของเขา มาลีบอกว่าไมค์หายตัวไปเมื่อวันที่ 5 ของ 3 เดือนที่แล้ว หากดูภาพจากกล้องวงจรปิดในวันนั้นคงรู้แน่ว่าไมค์หายไปไหน ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเก็บไว้ในห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ที่อาทิตย์กำลังจะเข้าไป แต่ไม่รู้ว่าผ่านมานานขนาดนี้ ระบบจะลบภาพเหล่านั้นทิ้งโดยอัตโนมัติหรือเปล่า...
เมื่อได้ยินอาทิตย์ถามเช่นนั้น หญิงสาวลึกลับก็มีท่าทีลุกลี้ลุกลน หันมองซ้ายขวาอย่างกลัวใครจะมาเห็น “คุยกันที่นี่ไม่ปลอดภัย เรื่องที่เราจะคุยกันต่อไปนี้เป็นความลับระหว่างนายกับฉันเท่านั้น จะให้ใครมาได้ยินไม่ได้ ห้องของนายอยู่ชั้น 3 ห้อง 314 ใช่ไหม?” ไม่รอให้อาทิตย์พูดอะไร หญิงสาวลึกลับก็เดินดุ่ม ๆ หายเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ของอาทิตย์เสียแล้ว ชายหนุ่มยืนงงอยู่กลางซอยที่ห้อมล้อมไปด้วยอาคารที่พัก เขาหิ้วถุงในมือเดินตามหญิงสาวลึกลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ที่เขาเช่าอยู่ เมื่อเข้ามาถึงข้างในอาคารสร้างใหม่ ตกแต่งและทาสีด้วยสีสันสดใสก็พบว่าเธอรอเขาอยู่ในลิฟต์ ห้องพักของเขาอยู่ชั้นสาม ปกติไม่เคยใช้ลิฟต์เพราะเดินเท้าขึ้นบันไดตลอด แต่วันนี้เมื่อหญิงสาวลึกลับท่าทางไม่น่าไว้ใจปรากฏตัว เขาต้องจับตาดูเธอไว้ตลอด...
งานดูแลรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นงานที่น่าเบื่อมาก “อาทิตย์” ทำงานแสนน่าเบื่อนี้ให้บริษัทรับติดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งมาย่างเข้าปีที่ 3 แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี สมัยยังเป็นนักศึกษา เขาวาดฝันไว้ว่าอยากทำงานคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์ เพราะหลงใหลเจ้าเครื่องคำนวณไฟฟ้านี้ แต่เมื่อได้เข้ามาทำงานจริง แต่ละวันกลับไม่สวยงามเหมือนดังวาดฝัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์เขาเจอลูกค้าน่ารำคาญไม่ซ้ำกันเลย ลูกค้าบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมอะไหล่คอมพิวเตอร์ชิ้นเล็ก ๆ ถึงราคาแพงหูฉี่และทำไมต้องรอนำเข้าจากต่างประเทศนานเป็นสัปดาห์ บางคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียเงินซื้อซอร์ฟแวร์ลิขสิทธิ์ที่จับต้องเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ในเมื่อของเหล่านี้สามารถหาดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเตอร์เน็ต ลูกค้าบางคนอวดรู้ ชอบหลับหูหลับตาเถียงเกี่ยวกับศัพท์เทคนิคด้านคอมพิวเตอร์ที่ตนเองจำมาผิด ๆ ถูก ๆ...
ภาพต่อมาถ่ายที่บ้าน ตั้วโตขึ้นจากรูปก่อนอย่างก้าวกระโดด เขานั่งบนพื้น ที่ตักมีเด็กทารกคนหนึ่งซึ่งคงเป็นตั้ม รูปนี้ตั้วยังคงหน้าอมทุกข์เหมือนเดิม เขายังไม่ยินดีที่ได้น้องชายมาอยู่ร่วมบ้านด้วยอีกคน “สองพี่น้องใครหล่อกว่ากันเอ่ย?” นงเยาว์เปรย แล้วมองลูกชายคนโตกับคนเล็กสลับกัน “หล่อพอกันแหละแม่ แต่ตั้มอาจหล่อกว่าพี่ตั้วนิดหนึ่ง” ตั้มเล่นหูเล่นตาใส่แม่ นิสัยนี้เองที่ตั้วติดมาจากน้องชาย จนเขากลายเป็นคนใหม่ที่มองโลกสดใสและกล้าแสดงออก รูปถัดจากนั้นหลาย ๆ รูปเป็นสมัยตั้วเรียนมัธยม ถ่ายในงานวิชาการต่าง ๆ ที่ตั้วแข่งขันและได้รับรางวัล ตอนตั้วเล่นละครเวทีที่งานราตรีโรงเรียน ถ่ายกับเพื่อนตอนแข่งบาสเก็ตบอลเหงื่อโชก ไปทัศนะศึกษาที่ต่าง...
ตั้วมองสองคนที่มายืนข้างเตียงอย่างพินิจวิเคราะห์ คนหนึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีริ้วรอยแห่งวัยกระจายอยู่ทั่วใบหน้า อีกคนเป็นเด็กผู้ชายวัยประมาณ 12-13 หน้าตาดูฉลาดหลักแหลม ซึ่งน่าจะเป็นลูกชายของหญิงคนนี้ ตั้วนึกไม่ออกว่าสองคนนี้เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร ทำไมจึงมาอยู่ในห้องนี้ได้ “ฟื้นแล้วเหรอลูก รู้ไหมลูกนอนสลบไม่ได้สติไปสามวันสามคืนเต็ม ๆ แม่ค่อยโล่งใจหน่อยที่เห็นลูกฟื้นเสียที” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างเก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่ได้ “แม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ เตรียมข้าวต้มมาทุกวันเผื่อพี่ตื่นมาแล้วหิวจะได้กิน” เด็กชายพูด “แม่ถามหมอแล้วนะ หมอบอกว่าอนุญาตให้ลูกกินอาหารรสอ่อนได้ จะกินข้าวต้มเลยไหม แม่จะได้เอาไปอุ่นให้” จนถึงตอนนี้ตั้วยังนึกไม่ออกว่าเขาเกี่ยวข้องกับสองคนตรงหน้านี้อย่างไร ในหัวของเขาตอนนี้โล่งไปหมดไร้ซึ่งข้อมูลใด ๆ...
ตั้วหยิบถุงพลาสติกใส่มะม่วงสุกลูกใหญ่หลายลูกจากหลังรถกระบะ ถือเดินเข้าไปในบ้านสองชั้นซึ่งเปิดประตูอ้าซ่า เหมือนรู้ว่าจะมีแขกมาวันนี้ แม้จะไม่ได้มาเยือนบ้านหลังนี้นานแล้วแต่ตั้วก็เดินเข้ามาจนถึงห้องครัวโดยไม่หลง “ป้าจันทร์ครับ แม่ฝากมะม่วงสุกมาให้ครับ” ตั้วเอ่ยแล้ววางถุงมะม่วงไว้บนโต๊ะกินข้าว หญิงวัยห้าสิบต้น ๆ ละสายตาจากหม้อกล้วยบวดชีหันมามองแขกผู้มาเยือน เมื่อเห็นว่าเป็นหลานชายหล่อนก็ทักทายด้วยความคุ้นเคย “อ้าวตั้ว แม่ฝากมะม่วงมาให้ป้าเหรอจ๊ะ สุกกำลังดีเลยขอบใจมากนะ ไว้บ่ายนี้ป้าจะทำข้าวเหนียวมะม่วง ถึงตอนตั้วกลับบ้านก็แวะมาเอาไปฝากทุกคนที่บ้านนะ แล้วนี่รีบเข้าร้านรึเปล่า รออีกนิดกล้วยบวดชีก็ได้ที่แล้ว ป้าจะฝากเอาไปให้คนงานที่ร้านหน่อยได้ไหม?” ตั้วอยู่รอตามคำขอของผู้เป็นป้า ไม่นานนักเธอก็ปิดเตาแล้วตักกล้วยบวดชีอุ่นๆ ร้อน ๆ...
เด็กชายมาอยู่ในที่ไม่เคยคุ้น จำได้ว่าเมื่อครู่เขายังเล่นสนุกกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ลานกว้าง สถานที่ตรงนี้มีเพียงเขาคนเดียวโดดเดี่ยวในความมืด อากาศรอบข้างอบอ้าว แต่ภายในร่างกายกลับรู้สึกหนาวเหน็บ เขาหวาดวิตกจนตัวสั่น หาสาเหตุที่มาของอาการไม่ได้ คงกลัวความมืดล่ะมั้ง ขณะกำลังหวั่นใจในความมืด เด็กชายก็ตกใจที่จู่ ๆ มีบางสิ่งสากกระด้างคล้ายแผ่นไม้ไม่ได้ขัดเสี้ยนออก ตบฉาดอย่างแรงเข้าที่แก้มข้างซ้าย จนตัวเขาลอยล่องสู่กลางอากาศ ไม่นานนักร่างผอมบางก็ตกสู่หนองน้ำเสียงดังตูมใหญ่ หนองน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใสจนเห็นฝูงปลาแหวกว่าย ไม่ได้มีสีเขียวเนื่องด้วยตะไคร่น้ำ ไม่ได้มีสีขุ่นของดินที่ละลายมาปน ทว่าหนองน้ำแห่งนี้กลับมีสีแดงฉานคล้ายสีของเลือด ร่างที่ดูไม่น่าจะหนักของเด็กชาย จมดิ่งสู่ก้นหนองไวปานมีเครื่องยนต์ฉุด เด็กชายพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาตัวรอดจากมัจจุราชสุดชีวิต เขาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือตามที่สัญชาตญาณสั่ง...
ผมรอวันนี้มานาน… วันที่ผมจะได้สะสางเรื่องที่ค้างคาให้หมดไปเสียที ที่ผ่านมาพ่อผมจะรู้ตัวไหมนะว่าท่านเลี้ยงหมาตัวเมียมาโดยตลอด ไม่ใช่ภรรยาที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างที่เคยอวดใคร ๆ ภายใต้ความสวย ความจงรักภักดีที่แสดงให้เห็น นั้นเป็นสิ่งที่ลวงหลอกทั้งสิ้น พ่อผมโดนผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนหมาสำส่อนหลอกมาแล้วไม่รู้กี่สิบยี่สิบปี ผู้หญิงที่มีสถานะเป็นแม่ของผมนั้นแอบคบชู้ นางนั่นมันคงไม่คิดว่าเด็กอายุ 4 ขวบจะเข้าใจเรื่องราวของผู้ใหญ่ล่ะมั้ง ถึงได้พาชู้มาสมสู่ถึงในบ้าน ตอนที่พ่อออกไปทำงานโดยที่ในห้องนั้นผมก็อยู่ด้วย ตอนอายุขนาดนั้นผมไม่เข้าใจหรอกว่าแม่กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อถอดเสื้อผ้าทำอะไรกันบนเตียง มาเข้าใจเอาก็ตอนโตแล้ว งานเอกสารที่มันทำอยู่ก็เป็นบริษัทของชู้มัน มันมีข้ออ้างในการออกไปเจอชู้ทุกวันโดยที่พ่อหรือใคร ๆ ต่างไม่สงสัย...