นิยาย

สาวใช้ – ตอนที่ 2/4

Share

แววยกมือไหว้ทุกคนตรงม้านั่ง ทุกคนเป็นผู้หญิงและดูอายุมากกว่าเธอ บัวแนะนำให้เธอรู้จักเพื่อนร่วมงานทีละคน เริ่มจาก “ป้าอารี” ผู้อาวุโสที่สุด เปรียบเสมือนหัวหน้าแม่บ้าน คอยดูแลความเรียบร้อยเป็นระเบียบทุกอย่างของบ้านหลังนี้ อยู่ที่นี่มานานกว่าใครเป็นสิบปีเห็นจะได้ แกดูเป็นคนใจดี ท่าทางโอบอ้อมอารีเหมือนชื่อ พูดจาไพเราะน่าฟัง ไม่ปากร้ายเหมือนคนใช้ในละคร

“ดาว” หลานสาวแท้ ๆ ของป้าอารี ดูอายุห่างจากแววไม่มาก หลังเรียนจบชั้น ม.3 ก็ติดสอยห้อยตามป้าอารีมาทำงานเป็นแม่บ้านที่กรุงเทพ รับหน้าที่ดูแลทำความสะอาดเครื่องแต่งกายให้แก่นายจ้างทั้งสอง

“นุ้ย” สาวใต้ร่างท้วมผิวทนแดด พูดกลางสำเนียงทองแดงน้ำเสียงดังฉะฉาน สาวผู้ยิ้มไม่ยอมหุบ สามารถหัวเราะคิกคักให้กับทุกเรื่องได้ เธอรับหน้าที่ดูแลสวนและงานบ้านต่าง ๆ มาอยู่ที่นี่ทีหลังเพื่อน เพิ่งจะครบ 3 ปี

ส่วนบัวดูแลเรื่องความสะอาดเรื่องงานบ้าน ช่วงที่ขาดแม่ครัวประจำบ้านก็เป็นเธอที่รับหน้าที่หุงหาอาหาร บางทีไปทำธุระแทนคุณสุดาบ้าง เป็นคนที่รู้ใจและได้รับความไว้วางใจจากคุณสุดามากสุด

แววเข้ากับเพื่อนร่วมงานทั้งสี่ได้เป็นอย่างดี พูดคุยกันสนุกสนาน ไม่มีท่าทีกระอักกระอวนใจใด ๆ อาจเป็นเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นผู้หญิงเหมือนกันและมาจากต่างจังหวัด จึงมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

อาหารฝีมือบัวรสชาติไม่เลว หลังรับประทานกันอิ่มดีแล้ว บัวอาสาขับมอเตอร์ไซค์พาแววออกสำรวจรอบบริเวณ เผื่อเวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่หลง จะได้รู้ทันวินมอเตอร์ไซค์ไม่โดนพาอ้อมแล้วโก่งราคา

เมื่อได้เวลาบ่ายสามโมง บัวก็มุ่งไปยังตลาดสด แววตกใจเล็กน้อยกับความใหญ่โตของตลาด ที่นี่น่าจะใหญ่กว่าตลาดบ้านเธอเป็นสิบเท่าได้ ใครหาอะไรมีให้หมดสารพัดทั้ง ผักสด ผักดอง ผลหมากรากไม้ ของแห้ง ของแปรรูป เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ เครื่องปรุง กับข้าวปรุงสำเร็ว ฯลฯ

“เออ พี่ลืมบอกไป คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายกินเฉพาะเนื้อขาวนะ พวกไก่กับปลา ไม่กินเนื้อหมูเนื้อวัวอะไรพวกนั้น” บัวเพิ่งนึกเรื่องสำคัญที่เป็นข้อจำกัดในการเลือกวัตถุดิบสำหรับนำมาประกอบอาหารขึ้นมาได้

“อ้อ งั้นหรือคะ ทั้งสองท่านใส่ใจเรื่องอาหารการกินจังเลยนะคะ”

“ใส่ใจมากเลยล่ะ พี่ว่าดีนะ คนเราไม่ต้องรอให้แก่ ป่วยโรคนั้นโรคนี้แล้วค่อยมาใส่ใจดูแลสุขภาพหรอก”

ระหว่างเดินเลือกของ บัวก็แนะนำแววกับพ่อค้าแม่ค้าให้เป็นที่รู้จัก วันหลังเผื่อแววมาจ่ายตลาดคนเดียว พ่อค้าแม่ค้าใจดีในตลาดจะได้ลดได้แถมให้ สองสาวเดินเพลินจนเวลาล่วงมาถึงสี่โมงเย็น แววได้วัตถุดิบครบสำหรับทำมื้อเย็นวันนี้ ต้องรีบกลับบ้านไปเตรียมสำรับอาหารให้พร้อมก่อนคุณผู้หญิงคุณผู้ชายของบ้านจะกลับมาตอนหนึ่งทุ่ม

สำรับมื้อเย็นวันนี้ประกอบด้วย แกงส้มมะละกอกุ้ง ผัดพริกแกงเขียวหวานไก่ และฟักทองผัดไข่ กินพร้อมกับข้าวคลุกปลาทูย่าง ตั้งแต่เข้าครัวมาในชีวิตนี้ แววไม่เคยมีลูกมือล้อมหน้าล้อมหลังมากขนาดนี้ ทั้งบัว ป้าอารี ดาว และนุ้ย ต่างมาแอบส่องเสน่ห์ปลายจวักของแวว อนึ่งเพื่อมาดูแลความสะดวกสบายในการใช้ห้องครัวด้วย เนื่องจากแววเพิ่งใช้งานครัวนี้เป็นครั้งแรก จึงยังไม่ทราบว่าเครื่องไม้เครื่องมืออะไรเก็บไว้ตรงไหน

“น้องแววทะมัดทะแมงจังเลยนะ ตอนอยู่ที่บ้านนี่ทำกับข้าวขายหรือเปล่า?” นุ้ยถามสำเนียงทองแดง แววไม่ค่อยคุ้นหูเสียเท่าไร

“เปล่าจ้ะพี่นุ้ย อยู่บ้านนอกหนูรับจ้างทั่วไป ใครใช้ไปทำอะไรที่ได้เงินหนูทำหมด”

“หนูแววชอบทำขนมหวานหรือเปล่าจ๊ะ ถ้าชอบหรือสนใจ วันเสาร์วันอาทิตย์มาทำด้วยกันกับหนูดาวสิ แม่คนนี้ชอบทำขนมเอาใจคุณผู้หญิง” ป้าอารีถามระหว่างกำลังแกะก้างปลาทู

“ไม่ค่อยได้ทำเลยจ้ะ ดูแล้วท่าทางดาวน่าจะทำขนมหวานอร่อย แล้ววันนี้ไม่ทำขนมหวานกันหรือจ๊ะ?” แววหันมาถาม ขณะที่มือกำลังโขลกน้ำพริกแกงเขียวหวาน

“อย่างที่พี่เคยบอก คุณผู้หญิงท่านใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ท่านจะอนุโลมยอมให้ตัวเองกินของหวานได้แค่วันเสาร์อาทิตย์ ของหวานกับผู้หญิงเป็นของคู่กันอยู่แล้ว จะให้เลิกเด็ดขาดก็คงไม่ได้” บัวพูดไปยิ้มไป เหมือนว่าการกินของหวานแค่วันเสาร์อาทิตย์ของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องตลก

เลยเวลาหนึ่งทุ่มนิดหน่อย รถยุโรปคันเมื่อเช้านี้เข้ามาจอดเทียบโถงหน้าบ้าน คนขับลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ทั้งสองขึ้นไปผ่อนคลายอิริยาบถบนห้องที่ชั้นสอง ระหว่างนี้เหล่าคนรับใช้ก็ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร เชิงเทียนถูกนำมาตั้งไว้กลางโต๊ะ ดาวเป็นคนจุดไฟให้เทียนทั้งสี่เล่มส่องแสงสว่างไสว บัวยืนอยู่ข้างแผงสวิตซ์ไฟ ปิดไฟบางดวงจึงทำให้ห้องสลัวลง ดูแล้วโรแมนติกดีเหมือนกันกับการกินข้าวใต้เสียงเทียนเช่นนี้

พอดีกันนั้นเจ้านายทั้งสองเดินลงมายังห้องรับประทานอาหาร ทั้งคู่ยังอยู่ในชุดเดิมเดียวกับเมื่อเช้านี้ สุดาสวมชุดแซกลายดอกไม้แขนกุดสีพาสเทล ผ้าพันคอยังคงพันปิดรอบคอดูแล้วอึดอัดแทน มาร์คสวมชุดทักซิโด้เต็มยศสีกรมท่า เพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อนอกออก สวมถุงมือสีขาวไว้ทั้งสองข้าง หมวกมีปีกเมื่อเช้านี้ไม่อยู่แล้วจึงเผยให้เห็นผมสีทองที่จัดทรงไว้อย่างดีจนเลื่อมวับ แว่นตาดำที่เคยใส่บัดนี้ถอดออกแล้ว แววจึงได้เห็นใบหน้าของคุณผู้ชายของบ้านเป็นครั้งแรก เบ้าตาลึกอย่างชนชาติตะวันตก นัยน์ตาสีเทาดูแข็งกระด้างและเด็ดขาดน่าเกรงขาม แก้มตอบทำให้ใบหน้าดูยาวกว่าคนอื่นทั่วไปที่เป็นชนชาติเดียวกัน

“กลิ่นหอม หน้าตาน่ากินดี ขอฉันชิมเลยแล้วกันนะ” สุดามองอาหารบนโต๊ะแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเจือไปด้วยไมตรี เธอใช้ช้อนกลางตักแกงส้มมาวางไว้บนข้าวในจานของตัวเอง จากนั้นตักอาหารคำนั้นเข้าปาก เคี้ยวพอละเอียดแล้วกลืนลงคอ หันหน้าที่ดวงตาเป็นประกายไปยังแวว

“อือหือ… รสชาติยอดเยี่ยมไปเลยจ้ะ ฉันไม่คาดหวังเลยว่าเธอจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้ แหม… ฝีมือดีอย่างนี้เราคงต้องเพิ่มเงินเดือนให้เธอแล้วล่ะ เธอจะได้อยู่เป็นแม่ครัวให้บ้านเราไปนาน ๆ ตกลงตามนี้ไหมคะมาร์ค?” สุดาหันไปพูดกับสามี พลางเลือนมือไปจับมือของสามีซึ่งมีถุงมือหุ้มอยู่

“ขอบคุณค่ะคุณสุดา ถ้าคุณทั้งสองอยากกินอาหารอะไรเป็นพิเศษ สั่งหนูได้เลยนะคะ แต่พวกอาหารฝรั่งหนูทำไม่เป็นเลย แต่จะฝึกหัดไว้ทำให้คุณมาร์คกินค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ทำแต่อาหารไทยนี่แหละ มาร์คเขาอยู่เมืองไทยมานาน ลิ้นถูกกับรสอาหารไทยแล้ว จริงไหมคะมาร์ค?” สุดาหันไปหาสามีพร้อมจับมือเขาอีกรอบ ฝ่ายนั้นเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ออกอาการยิ้มแย้มเช่นเดียวกับภรรยา

หลังเสร็จจากมื้ออาหาร เจ้านายทั้งสองขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องบนชั้นสอง เหล่าคนรับใช้ช่วยกันเก็บโต๊ะ แววสังเกตว่าจานของมาร์คนั้นข้าวพร่องไปไม่ถึงครึ่ง อาหารฝีมือเธอรสชาติไม่ถูกปากหรืออย่างไร

เมื่อเก็บถ้วยเก็บจานมาไว้ในครัวแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็นของเหล่าคนรับใช้ อาหารที่แบ่งเก็บไว้ถูกนำออกมาจัดบนโต๊ะรับประทานอาหารตัวเล็กในห้องครัว หญิงทั้งสี่ล้อมวงกันกินอาหารมื้อเย็น เมื่ออิ่มดีแล้วก็ช่วยกันทำความสะอาดจานชามแล้วเก็บกลับเข้าที่ งานวันนี้เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี บัวจัดการปิดบ้านให้เจ้านาย จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกับกลับห้องพักของใครของมัน

“น้องแวว” บัวเรียกไว้ก่อนแววจะทันผลักประตูห้องของตัวเอง สีหน้าของเธอเป็นจริงเป็นจัง “ตอนกลางคืนให้อยู่แต่ในห้องของตัวเอง อย่าออกมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกเด็ดขาดนะ เจ้านายเขาไม่ชอบ ถ้าเห็นเข้าจะเป็นปัญหาเอาได้”

แววพยักหน้ารับ ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลนัก อาจเป็นเพราะเจ้านายทั้งสองทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ไม่ต้องการให้ใครออกมาเดินเพ่นพ่านส่งเสียงดังก่อความรำคาญอันเป็นการรบกวนการพักผ่อน หลังอาบน้ำเสร็จแววก็เข้านอนทันที ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็ดี จากการทำงานมาทั้งวันก็ดี ทำให้เธอหลับทันทีที่หัวถึงหมอน หลับสนิทโดยไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างคืน


แววตื่นนอนตอนตีห้า หลังทำธุระส่วนตัวในตอนเช้าเสร็จก็เข้าครัวมาเตรียมทำอาหารเช้า บัวบอกไว้ว่ามื้อเช้าบ้านนี้ทำอาหารง่าย ๆ แค่ข้าวต้มเพียงอย่างเดียวเจ้านายก็พอใจแล้ว เมื่อวานตอนไปตลาดบัวซื้อเนื้อไก่มาเยอะแยะ มื้อเย็นเมื่อวานใช้ไม่หมดแววจึงเก็บใส่ตู้เย็นไว้ มื้อเช้าวันนี้เลยจะเอาเนื้อไก่ที่เหลือมาทำข้าวต้มไก่ฉีก แต่เมื่อเปิดประตูตู้เย็นออกดูไม่พบเนื้อไก่ที่ว่า เมื่อวานมันยังมีอยู่เลยนี่นา แววจำได้เพราะเธอเป็นคนเก็บใส่ตู้เย็นด้วยตัวเอง

“ป้าอารีเอาไปทิ้งหมดแล้ว คุณผู้หญิงท่านเคร่งครัดเรื่องความสดมาก ต้องไปซื้อใหม่จากตลาดทุกวัน” บัวเดินเข้ามาสมทบในครัว อภิปรายเรื่องที่แววสงสัยอยู่ในหัวราวกับอ่านใจคนได้

แววนึกเสียดายเนื้อไก่ที่โดนเอาไปทิ้ง มันเหลืออยู่หลายกิโลกรัม สามารถนำมาปรุงอาหารได้อีกหลายมื้อ บัวอาสาพาแววไปจ่ายตลาด ตลาดตอนเช้าคึกคักกว่าตอนกลางวันหลายเท่า หอมกลิ่นอาหารปรุงสุกอบอวนไปทั่ว

อาหารเช้าวันนี้คือข้าวต้มโรยหน้าด้วยไก่ฉีก เจ้านายทั้งสองคนเดินมากินที่โต๊ะในห้องรับประทานอาหาร แม้เป็นวันหยุด แต่ทั้งสองยังแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ามากชิ้นเช่นเดียวกับวันทำงาน สุดาสวมชุดแซกยาว ที่คอมีผ้าพันคอหนาดูแล้วอึดอัดแทน อากาศไม่ได้หนาวแม้เพียงเล็กน้อย แววสงสัยว่าจะใส่ผ้าพันคอทำไม มาร์คผู้เป็นสามีสวมชุดทักสิโด้ ใส่ถุงมือสีขาวทั้งสองข้าง หมวกมีปีกปิดอยู่บนหัว ที่น่าแปลกที่สุดคือเขาสวมแว่นกันแดดสีดำสนิททั้งที่อยู่ในบ้าน

เมื่อเสร็จจากมื้อเช้า สุดาหยิบผ้าขึ้นมาปัก อันเป็นงานอดิเรกของเธอ โดยอยู่ในห้องนั่งเล่น เปิดเพลงบรรเลงสบาย ๆ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายในวันหยุด โดยไร้วี่แววของสามีอยู่เคียงข้าง ตอนนี้ในครัวถูกดาวยึดพื้นที่สำหรับทำขนมหวาน บนเตาไฟมีซึ้งสำหรับนึ่งตั้งอยู่ เมื่อฝาถูกเปิดไอน้ำก็พวยพุ่ง ดาวเทวัตถุดิบที่เตรียมไว้แล้วใส่ลงพิมพ์ที่อยู่ในซึ้งจากนั้นปิดฝา รอประมาณห้านาที เปิดฝาแล้วเทวัตถุดิบเดิมแต่คนละสีใส่ลงพิมพ์อีกเป็นชั้นที่สอง เธอกำลังทำขนมชั้น เป็นขนมชั้นที่ไม่ธรรมดา เพราะเมื่อทำเสร็จเธอจะเอาออกมาจัดม้วนให้มีรูปทรงเหมือนดอกกุหลาบ

ต่อมาดาวจะทำขนมใส่ไส้หน้ากระฉีก เริ่มจากการทำหน้ากระฉีก โดยการกวนมะพร้าวขูดกับน้ำตาลมะพร้าวผสมน้ำต้มสุกในกระทะด้วยไฟอ่อน จนส่วนผสมเหนียวและแห้ง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ จากนั้นนำแป้งที่เตรียมไว้มาหุ้ม ห่อด้วยใบตองแล้วนำไปนึ่ง ขนมอย่างสุดท้ายที่ดาวทำคือตะโก้ในกระทงใบเตย เมื่อทำเสร็จแล้วดาวก็นำขนมมาจัดจานสวยงาม นำไปเสิร์ฟให้สุดาที่ห้องนั่งเล่น โดยมีแววตามไปด้วย

สุดายิ้ม รับจานขนมมาวางบนโต๊ะข้าง ๆ

“วันนี้มีขนมชั้นดอกกุหลาบ ขนมใส่ไส้ และตะโก้ของโปรดฉันด้วย ขอบใจมากนะดาวที่อุตส่าห์ทำขนมอร่อย ๆ ให้ฉันกินทุกอาทิตย์”

พูดแล้วสุดาก็ยกส้อมขึ้นมาจิ้มขนมชั้นเข้าปาก เมื่ออาหารว่างรสหวานแตะลิ้นของเธอ ความสุขสดใสก็แผ่ซ่าน จนแสดงออกทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

แววได้ชิมขนมหวานฝีมือดาวแล้ว รสชาติอร่อยชนิดที่หากินจากที่ไหนไม่ได้ เพราะวัตถุดิบที่ดาวเลือกใช้ล้วนคุณภาพดี แววมองเจ้านายเคี้ยวขนมในปากอย่างเอร็ดอร่อยก็พลอยดีใจแทนดาว ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนทำอาหาร คือการได้เห็นคนกินอาหารฝีมือเราอย่างเอร็ดอร่อย

ทว่าเมื่อสุดาเคี้ยวได้สักพัก เธอก็ก้มลงหยิบกระโถนที่อยู่ใต้เก้าอี้ ขึ้นมาคายของที่อยู่ในปากทิ้ง สุดาเคี้ยวไปเจออะไรเข้าจนถึงขึ้นต้องคายทิ้ง แววตกใจรีบหันขวับไปมองดาว สีหน้าดาวเรียบเฉยราวกับนี่คือเรื่องปกติธรรมดา

ความสงสัยของแววไม่ได้รับการคลี่คลาย ไม่มีใครพูดอะไร สุดาจิ้มตะโก้เข้าปาก เคี้ยวหงุบหงับไม่กี่คำแล้วคายใส่กระโถนเหมือนเดิม เธอทำเช่นนี้กับขนมทุกชิ้นบนจาน พิลึกชะมัด หันมาเอ่ยปากชื่นชมฝีมือดาวแล้วส่งจานคืนให้ สองสาวเดินกลับมาในครัว แววไม่รั้งรอรีบถามให้หายสงสัย

“คุณสุดาเป็นอะไร ทำไมคายขนมของดาวทิ้งหมดเลย?”

“ท่านเป็นปกติแบบนี้แหละ ชอบกินขนมหวานมาก แต่ต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เคี้ยวแค่ให้ลิ้นรู้รสชาติพอให้หายอยาก แต่ไม่กลืนลงท้อง มันจะทำลายสุขภาพเอา” ดาวพูดด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีเสียใจใด ๆ กับการที่ขนมฝีมือตัวเองถูกคายทิ้งลงกระโถน หนำซ้ำกลับดูเข้าอกเข้าใจด้วยซ้ำ

“พิลึกชะมัด สองผัวเมียบ้านนี้พิลึกพิลั่นนัก” แววคิดอยู่ในใจ

Share

Leave a Reply

What's New

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!