ฉันกลัวเหลือเกิน…
กลัวมากเหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่ฉันจินตนาการเอาไว้จะกลายเป็นจริงขึ้นมาวันนี้ มันน่าจะเห็นแก่ความเป็นลูกเป็นแม่ เป็นเลือดเนื้อเดียวกันบ้าง แทนที่จะทำเรื่องน่ากลัวแบบนั้น
ฉันรู้สึกว่าลูกชายไม่ค่อยชอบฉันตอนมันอายุสัก 10 ขวบ ฉันขอเรียกลูกชายว่ามันเลยแล้วกัน เด็กเลือดเย็นแบบนั้นฉันรับในฐานะลูกไม่ได้ มันก็เหมือนสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งที่ไม่รู้บุญคุณคนเบ่งคลอดมันออกมา หากรู้ว่าโตขึ้นมันจะเลือดเย็น กลายเป็นฆาตกรแบบนี้ ฉันกินยาขับเลือดให้แท้งมันออกมาเสียแต่แรกเลยดีกว่า
ตั้งแต่มันอายุ 10 ขวบ มันชอบมองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ เป็นสายตาคุกคามแบบที่คนอยู่เหนือกว่ามองคนที่ด้อยกว่า ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะได้เห็นสายตาแบบนั้นจากเด็กอายุแค่ 10 ขวบ ทีแรกฉันคิดว่ามันคงติดนิสัยฆาตกรจากนิยายสืบสวนสืบสวนที่พ่อของมันให้อ่าน ฉันไม่เห็นด้วยกับสามีที่ให้เด็กอายุเท่านั้นอ่านอะไรสยองขวัญแบบนั้น วรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซีมีตั้งเยอะแยะไม่เลือกให้ลูกอ่าน และแทนที่มันจะจำนิสัยช่างคิดช่างสังเกตจากนักสืบในนิยาย มันกลับเอานิสัยของฆาตกรมาใช้แทน
เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ฉันชักแน่ใจว่าไอ้ลูกนรกมาเกิดไม่ได้แค่ติดนิสัยของฆาตกรในนิยาย แต่มันนั่นแหละที่เกิดมาเพื่อเป็นฆาตกร มันรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับฉัน ความลับของฉัน เรื่องที่ฉันไม่อยากให้ใครล่วงรู้
ฉันไม่คิดหรอกว่านั่นจะเป็นแผนการลวงฉันมาฆ่า เด็กอายุ 13 คิดแผนการฆ่าคนได้อย่างนี้ก็ไม่ใช่เด็กปกติแล้ว แน่ล่ะ… ลูกชายของฉันมันไม่ใช่เด็กปกติเหมือนคนอื่น มันโทรศัพท์มาหาฉันตอนเวลาห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลากลับบ้านของมัน มันบอกว่าขึ้นรถตู้รับส่งไม่ทัน จึงถูกทิ้ง บอกให้ฉันไปรับ ฉันก็ขับรถออกไป เมื่อมันขึ้นรถมานั่งข้างฉัน ฉันรู้สึกว่าวันนี้มันดูมีความสุขผิดกับทุกวัน
ทุกทีที่มันอยู่กับฉันเพียงสองคน มันจะหน้าบึ้งหน้าคว่ำตลอด แต่วันนี้มันยิ้มกรุ่มกริ่ม ดูมีเลศนัย ฉันก็ไม่เอะใจอะไร ออกรถขับกลับบ้าน พอขับผ่านหลังโรงงานปุ๋ย มันก็บอกปวดฉี่ให้ฉันจอดรถ พอฉันจอดรถมันก็รีบวิ่งไปที่ริมกำแพง ไม่รู้มันฉี่จริงหรือเปล่า ฉันไม่ได้มอง แต่คิดว่าคงเป็นมารยามัน ฉันหันมามองมันก็ตอนมันร้องโอ๊ยแล้วทรุดลงกับพื้น
ฉันวิ่งไปดูมัน กำลังจะช่วยพยุงมันขึ้น ก่อนจะทันถามว่าลูกเป็นอะไรไป มันก็ตวัดมีดพับถากเอวฉันไป ชายเสื้อฉันขาดรุ่งริ่ง เลือดซึมออกมาจากรอยแผลบริเวณเอว ฉันตะลึงพรึงพรืดเมื่อเห็นแววตาในตอนนั้นของมัน มันไม่ใช่แววตาของเด็กที่เพิ่งจะผ่านโลกมาได้ 13 ปี แววตานั้นดูคล้ายกับสัตว์นักล่าก็ไม่ปาน ฉันไม่รอให้มันลุกขึ้นมาเอามีดพับจวกท้องฉันเป็นแน่ จึงรีบวิ่งเข้าไปในโรงงานปุ๋ย หวังขอความช่วยเหลือจากใครสักคน
ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเด็กผอมแห้ง ไม่เคยเห็นออกกำลังกายอย่างลูกชายฉันจะวิ่งเร็วปานนี้ มันวิ่งมาถึงตัวฉันแล้วกระชากให้ฉันหันมา ฉันพยายามผลักมันให้ห่างแต่ไม่เป็นผล มันตวัดมีดเข้ามา ฉันเอียงตัวหลบ คมมีดไม่เข้าอวัยวะสำคัญ แต่ถากต้นแขนซ้ายฉันเลือดไหลซิบ ฉันทั้งโกรธทั้งกลัวมัน ดูจากแววตาแล้วมันฆ่าฉันได้แน่ ฉันถึงออกแรงสุดกำลังถีบมันเข้าที่หน้าท้อง มันล้มลงไป ฉันฉวยโอกาสนี้รีบวิ่งหนี
โรงงานนี้กว้างเหลือเกิน ฉันมองไปทางไหนก็เห็นแต่โกดัง ไม่พบใครที่จะให้ความช่วยเหลือฉันได้เลย ยิ่งวิ่งแผลที่เอวยิ่งฉีก เลือดไหลมากขึ้นกว่าเดิม ฉันวิ่งได้ไม่เต็มแรง จึงคิดจะหาที่หลบมัน ฉันวิ่งเข้าไปในโกดังหลังหนึ่ง ที่นี่รกและทึบคงซ่อนตัวจากมันได้ ฉันหนีขึ้นไปที่ชั้นลอย หลบอยู่หลังกระสอบปุ๋ยหวังว่ามันคงไม่เห็นและตามมาเจอนะ โธ่… สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยฉันให้พ้นจากไอ้เด็กนรกนี้ด้วยเถอะ
ไม่รู้มันตามมาเจอฉันได้ยังไง ฉันตกใจอยากกรีดร้อง แต่เสียงไม่ทันออกมันก็เสียบมีดเข้ามาที่หน้าอกขวาของฉันแล้วถอนออกไป ฉันกลัวจนตัวสั่น กลัวมากกว่าตอนที่เข้าห้องคลอดเพื่อผ่าเอามันออกมาเสียอีก มันทำท่าจะเสียบมีดซ้ำที่เดิม ฉันคลำเจอไม้แข็ง ๆ จึงคว้ามาตีหัวมันและพุ่งเข้าคว้ามีดที่มันถืออยู่ ฉันกับมันยื้อแย่งมีดกันพัลวัน แรงผู้หญิงที่วัน ๆ เอาแต่อ่านเอกสารอย่างฉันพอจะสู้แรงเด็กผู้ชายอายุ 13 ได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด มันผลักมีดมาจวงเข้าที่หน้าท้องของฉัน ตอนนี้ฉันได้กี่แผลจากมันแล้วเนี่ย สีหน้ามันสะใจมากที่เห็นฉันแสดงอาการเจ็บระคนกลัวออกมา
มันกระซิบที่ข้างหูของฉัน ฉันตะลึงที่มันรู้เรื่องที่ฉันปิดบังใคร ๆ มาโดยตลอด ไปสอดรู้จากไหนมานะไอ้เด็กเวร
สติฉันเหมือนจะวูบหาย ฉันพยายามประคองสติฉวยโอกาสที่มันเผอเรอมัวแต่สนใจสีหน้าของฉัน ดันมันให้ถอยเข้าไปใกล้สุดขอบชั้นลอย กว่ามันจะรู้ตัวว่าฉันทำอะไรก็ตอนที่บั้นท้ายของมันชนเข้ามันราวกั้นของชั้นลอย ฉันรวบรวมกำลังทั้งหมดผลักมันหงายหลังตกจากชั้นลอย เสียงกะโหลกของมันอัดพื้นฟังแล้วน่าสยอง ฉันไม่ได้ชะโงกหน้าไปมองสภาพของมัน เพราะตัวเองสติหลุดลอยไปเสียก่อน สติคงหลุดลอยไปพร้อมกับวิญญาณของฉัน…
Leave a comment