นิยาย

ฝันร้าย – ตอนที่ 2/4

Share

ตั้วหยิบถุงพลาสติกใส่มะม่วงสุกลูกใหญ่หลายลูกจากหลังรถกระบะ ถือเดินเข้าไปในบ้านสองชั้นซึ่งเปิดประตูอ้าซ่า เหมือนรู้ว่าจะมีแขกมาวันนี้ แม้จะไม่ได้มาเยือนบ้านหลังนี้นานแล้วแต่ตั้วก็เดินเข้ามาจนถึงห้องครัวโดยไม่หลง

“ป้าจันทร์ครับ แม่ฝากมะม่วงสุกมาให้ครับ” ตั้วเอ่ยแล้ววางถุงมะม่วงไว้บนโต๊ะกินข้าว

หญิงวัยห้าสิบต้น ๆ ละสายตาจากหม้อกล้วยบวดชีหันมามองแขกผู้มาเยือน เมื่อเห็นว่าเป็นหลานชายหล่อนก็ทักทายด้วยความคุ้นเคย

“อ้าวตั้ว แม่ฝากมะม่วงมาให้ป้าเหรอจ๊ะ สุกกำลังดีเลยขอบใจมากนะ ไว้บ่ายนี้ป้าจะทำข้าวเหนียวมะม่วง ถึงตอนตั้วกลับบ้านก็แวะมาเอาไปฝากทุกคนที่บ้านนะ แล้วนี่รีบเข้าร้านรึเปล่า รออีกนิดกล้วยบวดชีก็ได้ที่แล้ว ป้าจะฝากเอาไปให้คนงานที่ร้านหน่อยได้ไหม?”

ตั้วอยู่รอตามคำขอของผู้เป็นป้า ไม่นานนักเธอก็ปิดเตาแล้วตักกล้วยบวดชีอุ่นๆ ร้อน ๆ ใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ รัดอย่างแน่นหนาด้วยหนังยาง ใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นแล้วส่งให้ตั้ว ตั้วรับมาแล้วขอตัวลาเสียตอนนั้น

“ไปถึงร้านก็กินเลยนะจ๊ะ อากาศเย็น ๆ อย่างนี้ทิ้งไว้เดี๋ยวกะทิจะเป็นก้อนไขไม่อร่อยเอา แล้วเย็นนี้อย่าลืมแวะมาเอาข้าวเหนียวมะม่วงนะ ข้างนอกถนนลื่นขับรถระมัดระวังนะป้าเป็นห่วง”

ป้าจันทร์แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเหมือนแม่คนที่สองของตั้ว ตั้วยกมือไหว้ขอบคุณ รับปากว่าเย็นนี้จะแวะมาที่นี่อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากบ้านมาที่รถกระบะและขับออกไปตามถนนหลวงมุ่งสู่ร้านที่ตนเองเป็นเจ้าของ

ร้านของตั้วเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างขนาดย่อมแห่งหนึ่งอยู่ในตัวเมือง กิจการค่อนข้างดีเนื่องจากบริเวณรอบ ๆ มีหมู่บ้านเกิดใหม่ ทั้งบ้านจัดสรร ตึกแถว ตลาดสดเทศบาล ล้วนสร้างรายได้ให้แก่เขา ลูกจ้างที่ร้านมีอยู่สี่คน เป็นผู้ชายล้วน ตั้วไม่ได้จ้างนักบัญชีสาวเนื่องจากเรื่องนั้นเขาทำเองได้ เพราะจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจและการบัญชีมา

“วันนี้นายเข้าร้านเช้าจังนะครับ” นายเงินลูกจ้างคนหนึ่งของร้านปรี่เข้ามาทักด้วยสำเนียงทองแดงหลังจากเห็นรถกระบะของตั้วเข้ามาจอด

“อากาศเช้าวันนี้มันเย็นสบายดี เลยอยากขับรถเล่น” ตั้วส่งถุงกล้วยบวดชีให้กับนายเงิน “ป้าจันทร์ฝากมา บอกให้รีบกินเลยเดี๋ยวไม่อร่อย เอาไปแบ่งคนที่เหลือด้วยนะ”

“โห… เยอะขนาดนี้กินสี่คนไม่หมดแน่ นายจะกินด้วยไหมครับ เดี๋ยวผมเอาใส่ถ้วยมาให้”

“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งกินข้าวเช้ามา ยังแน่นท้องอยู่เลย” ตั้วยกมือปฏิเสธ

“ผมอิจฉานายจริง ๆ ที่มีทั้งคุณแม่และคุณป้าทำอาหารอร่อยอย่างนี้ นี่ถ้าผมอยู่บ้านเดียวกับนายรับรองผมอ้วนเป็นหมูแน่”

ตั้วมาที่ห้องทำงาน เขาเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าอินเตอร์เน็ตค้นหารายชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงเรียนในจังหวัด มีโรงเรียนเล็ก ๆ นอกตัวเมืองหลายโรงเรียนประสบปัญหาสภาพอาคารเก่าแก่ทรุดโทรม โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นสุขอนามัยหลัก มันควรสะอาดพร้อมใช้งาน และเพียงพอต่อจำนวนนักเรียน ตั้วคิดอยากจัดโครงการสร้างห้องน้ำให้โรงเรียนเหล่านี้เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์และประชาสัมพันธ์ร้านของเขาไปในตัว

อ่านตัวหนังสือจากหน้าจอได้เกือบสองชั่วโมง ตั้วก็มีอาการล้าสายตาและง่วงเหงาหาวนอน คงเป็นเพราะวันนี้นอนไม่หลับตั้งแต่ตีหนึ่ง เขาเลื่อนเมาส์ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเดินมาทิ้งกายลงนอนบนโซฟา เมื่อพับเปลือกตาลงก็เข้าสู่ห้วงนิทราโดนพลัน


เด็กหนุ่มวิ่งหนีสุดชีวิต แม้จะไม่รู้ว่ามีอะไรวิ่งตามหลังมาก็ตาม แต่เขารู้สึกถึงอันตรายที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ บรรยากาศโดยรอบมืดสนิทมองไม่เห็นหนทาง กระนั้นสองเท้าก็ยังวิ่งอยู่ จู่ ๆ พื้นที่เคยเหยียบก็หายไป ร่างของเขาร่วงดิ่งสู่ก้นเหวลึกไกลแสนไกลราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด ตลอดทางมีเสียงหญิงสาวน่าเดียดฉันท์ดังรบกวนโสตประสาทตลอดเวลา เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร แต่กลับเกลียดเจ้าของเสียงนั้นสุดจิตสุดใจ

สั่งสอนให้มันรู้เสียบ้าง อีกหน่อยคงไม่เห็นหัวเรา เห็นเราเป็นหมูเป็นหมา

แกนี่มันไม่ได้ดั่งใจเลยจริง ๆ ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง

เอาเลยค่ะ จัดการมันเลย เอาให้เจ็บหนัก ๆ จนลุกขั้นมาไม่ได้เลย

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ร่วงถึงพื้นโดย ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกแตกหรือกระดูกร้าวอย่างที่คนตกจากที่สูงควรจะเจ็บ แต่กลับรู้สึกแสบบริเวณก้นเหมือนถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียวแทน ข้างล่างนี้หนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ กลิ่นอับชื้นโชยมาจากทั่วทุกสารทิศ เด็กหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเดินต่อไปท่ามกลางความอ้าวว้างเปล่าเปลี่ยวที่มีอยู่ล้นอก จู่ ๆ ก็มีมือที่มองไม่เห็นฉุดคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นสู่เบื้องบน คอเสื้อรัดรอบคอเด็กหนุ่มแน่นจนหายใจไม่ออก

อึก!

เฮือก ก ก!

ร่างล่ำสันสูงยาวเด้งขึ้นจากโซฟา เขาไอเหมือนจุกที่ลำคอทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น เพียงแค่ฝันไป ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เขาตื่นมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ภายในห้องทำงานร้อนอบอ้าว จนเหงื่อไหลท่วมกายทำเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่เปียกชุ่ม

เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดเงียบกริบไม่ทำงาน ตอนนี้ข้างนอกฝนกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาเหมือนเมื่อคืน ขนาดในเมืองไฟฟ้ายังดับ นับประสาอะไรกับพื้นที่นอกเมืองเช่นบ้านเขาซึ่งไฟฟ้าคงดับด้วยแน่นอน หากไม่มีไฟฟ้าใช้ยามกลางคืนนั้นสุดแสนลำบาก

ตั้วมองนาฬิกาแขวนผนัง ขณะนี้เวลาสี่โมงเย็นแล้ว เขานอนไปนานเหมือนกันจนข้ามเวลาอาหารกลางวันไป ตอนนี้ยังมืดไม่มาก พอมีแสงสลัว ๆ ให้มองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้น พร้อมกันนั้นนายเงินก็เดินเข้ามา ในมือข้างหนึ่งถือชามกระเบื้องเซรามิกลายไก่ปิดฝาไว้มาด้วย

“ผมเห็นนายหลับอยู่ก็เลยไม่กล้าปลุกขึ้นมากินข้าวเที่ยง เลยออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้เผื่อนายตื่นมาเมื่อไหร่แล้วหิวจะได้กิน” นายเงินเดินนำชามกระเบื้องมาวางไว้บนโต๊ะกระจกรับแขกหน้าโซฟา เขาเปิดฝาขึ้นเผยให้เห็นเส้นก๋วยเตี๋ยวสีขาวขึ้นอืดดูดน้ำซุปไปจนเกลี้ยงชาม ดูอย่างไรก๋วยเตี๋ยวชามนี้ก็ไม่น่ากินแต่อย่างใด

“เอ่อ… รู้อย่างนี้ผมสั่งแยกน้ำมาเสียก็ดี ขอโทษครับนายเดี๋ยวผมออกไปซื้อให้ใหม่”

“ไม่เป็นไรหรอกนายเงิน เย็นป่านนี้แล้ว แถมฝนยังตกหนักอีกคงไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไหนเปิดแล้วล่ะ ร้านเราก็เหมือนกัน วันนี้คงไม่มีลูกค้าแล้ว ฉันฝากนายเงินปิดร้านให้ด้วยนะ”

“ครับ ๆ แล้วนี่นายจะกลับบ้านเลยหรือปล่า หรือจะรอให้ฝนซาลงกว่านี้ครับ?”

ตั้วครุ่นคิด

“อืม… ฝนตกมานานเท่าไรแล้ว?”

“สักชั่วโมงหนึ่งได้แล้วครับ”

“งั้นคงอีกนานกว่ามันจะซา ไฟฟ้าดับอย่างนี้ฉันว่าควรรีบกลับตอนที่ยังพอมีแสงอยู่บ้างดีกว่านะ” ตั้วลุกจากโซฟา “ฉันกลับก่อนนะ ฝากนายเงินดูแลทางนี้ให้เรียบร้อยด้วย”

“ครับ ๆ นายไว้ใจผมได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

เมื่อออกมาข้างนอกก็ได้ยินเสียงฝนกระหน่ำดังกว่าเดิม ตั้วเข้าไปนั่งในรถกระบะ บิดกุญแจเพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับออกจากร้านไป ฝนตกอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ถนนโล่งดี ก่อนกลับถึงบ้านเขาต้องแวะที่บ้านป้าจันทร์เสียก่อน เพื่อไปเอาข้าวเหนียวมะม่วง นึกถึงของกินขึ้นมาน้ำลายก็สอท้องไส้ก็ร้อง

ตั้วคาใจเรื่องความฝันวันนี้ เขาฝันเรื่องเดียวติดกันสองครั้ง เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันนะ แม้เป็นเพียงความฝัน แต่เขาก็รู้สึกร่วมไปกับความเจ็บปวด ความหนาวเหน็บ ความอึดอัดที่เด็กหนุ่มคนนั้นต้องเผชิญ สงสัยว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริงหรือเปล่า

ปรี๊น น น!

ตั้วหลุดจากภวังค์ห้วงความคิด เพราะเสียงแสบแก้วหูของแตรรถยนต์ รถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งขับฉวัดเฉวียนด้วยความเร็วสูง ควบเส้นกั้นกลางถนนตรงมายังช่องที่ตั้วเดินรถอยู่ ไฟคู่หน้าของมันสาดเต็มสองตาเขาจนพล่ามัว เขาหักพวงมาลัยหลบไปทางซ้าย แต่เจ้ากรรมดันไม่พ้น รถคันนั้นชนเข้าเต็ม ๆ ตรงประตูฝั่งคนขับของรถกระบะ เขาตกใจแล้วรู้สึกตื้อไปทั้งหัว มองภาพอะไรไม่เห็นด้วยสายตา แล้วสติสัมปชัญญะของเขาก็พลอยดับวูบพร้อมรถกระบะที่แล่นตกไหล่ทางและรถบรรทุกหกล้อคันนั้นขับหนีหายไป


ที่นี่มืดและร้อนอบอ้าวมาก ไม่รู้ความมืดแผ่อาณาบริเวณออกไปไกลแค่ไหน ที่นี่น่าอึดอัดหายใจไม่สะดวกเหลือเกิน เด็กชายคนนี้อีกแล้ว เด็กที่ตั้วฝันถึงติดต่อกันสองครั้งติด แสดงว่าตอนนี้ตั้วกำลังฝัน เขาฝันเห็นเด็กชายคนนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว

ภายในความฝัน เด็กชายคนนี้นั่งคู้เข่าซบหน้ากับแขน สะอื้นไห้ตัวโยน เขาดูน่าสงสารมาก ไม่รู้เจอเรื่องอะไรหรือโดนใครทำร้ายจิตใจ ถึงได้มานั่งร้องไห้อย่างเดียวดายอยู่ตรงนี้ เขาไม่มีเพื่อน หรือคนในครอบครัวคอยปลอบใจเลยหรือยังไง

พลันเด็กชายที่นั่งคู้เข่าอยู่ตรงหน้าตั้วก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น ร่างกายของเขาขยายใหญ่อย่างรวดเร็วเหมือนภาพแฟลชฟอร์เวิร์ดในสารคดี จากเด็กชายตัวน้อย เติบโตอย่างก้าวกระโดดเข้าสู่วัยหนุ่ม หนุ่มที่นั่งคู้เข่าหันหน้ามามองตั้ว เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นในวัยหนุ่ม ตั้วถึงกับอึ้ง ใบหน้านั่นเป็นใบหน้าของเขาเอง

แล้วยิ่งตกใจหนักเมื่อเห็นเด็กชายคนเดิมโผล่มายืนตรงหน้า จากมุมใดมุมหนึ่งในความมืด เมื่อมองดูให้ดีเห็นว่าเด็กชายคนนี้ช่างมีใบหน้าเมื่อตั้วในวัยเด็กเหลือเกิน เหมือนกันทุกรายละเอียด แม้แต่ตำแหน่งขี้แมลงวัน เมื่อเด็กชายเข้ามาใกล้ ตั้วก็เห็นสีหน้าของเด็กชายชัดเจนขึ้น ใบหน้านี้ช่างไม่สดใสสมวัยเด็กกำลังซนเสียเลย เป็นใบหน้าเรียบเฉยปราศจากการแสดงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ แววตากลมโตคู่นั้นเศร้าหมองคล้ายกับผู้ใหญ่ที่ระทมอมทุกข์มาทั้งชีวิต เด็กชายพูดกับตั้ว

“จำไม่ได้แล้วเหรอ?”

ตั้วประหลาดใจกับคำถามของเด็กชายผู้มีใบหน้าและเสียงเหมือนเขาในตอนเด็ก เด็กชายต้องการย้ำเตือนอะไรเขา เขาเคยสัญญาอะไรกับตัวเองไว้ในอดีตอย่างนั้นหรือ พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

“จำความเจ็บปวดที่เคยเผชิญเมื่อตอนเป็นเด็กไม่ได้แล้วเหรอ ใครทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของเรา นายเคยสัญญาว่าถ้าโตขึ้นจะล้างแค้นคน ๆ นั้น”

ตั้วขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กชายพูดถึง สิ่งที่เขาในวัยเด็กและเด็กชายตรงหน้าแตกต่างกันคงเป็นบุคลิกนิสัยใจคอ ครั้งยังเล็กตั้วเป็นเด็กร่าเริงสดใส พาน้องชายออกไปเล่นซนโน่นนี่นั่นไปตามประสา ผิดกับเด็กชายที่ปั้นหน้าตายไร้อารมณ์ความรู้สึกและพูดจาเป็นจริงเป็นจังผู้นี้

“งั้นฉันจะช่วยให้นายนึกเรื่องทุกอย่างออก”

พลันรอบข้างของตั้วเต็มไปด้วยแสงสว่างหลายสีที่ประกอบเข้ากันเป็นภาพสามมิติฉายบนอากาศ ล้วนเป็นภาพของเขาในวัยเด็กทั้งสิ้น ไม่ใช่สิ เป็นภาพของเด็กชายคนนี้ต่างหากเพราะเด็กในภาพไม่ยิ้มแย้มอัธยาศัยเลย ภาพสามมิติค่อย ๆ ทวีคูณเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันขยายอาณาเขตราวกับว่าเป็นการก่อเกิดจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล

จากนั้นภาพทั้งหมดก็บิดเกลียว โลกในความฝันที่ตั้วยืนอยู่บิดเบี้ยว ภาพต่าง ๆ นานาประดาเข้ามาในหัวของเขาทีละหลายพันหลายหมื่นภาพ มันมากเกินไปที่สมองของเขาจะรับได้ไหว ทำให้เขาเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้น ความเจ็บปวดทวีขึ้นเรื่อย ๆ ภาพหลายล้านภาพยังแล่นเข้าหัวอย่างต่อเนื่อง

เจ็บปวดทรมานเหลือเกินรีบพาฉันออกไปจากความฝันบ้า ๆ นี้ที

อ๊าก ก ก!

เฮือก ก ก!

ตั้วสะดุ้งตัวโยน เมื่อหลุดออกมาจากความฝันได้สำเร็จ แรงสั่นจากเขาทำให้เตียงเหล็กที่นอนอยู่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด ตอนนี้เขาอยู่ในห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังมือข้างซ้ายถูกเจาะเพื่อฝังเข็มให้น้ำเกลือที่เส้นเหลือใหญ่ คอมีเฝือกแบบถอดออกได้ค้ำเอาไว้ แขนขวาทั้งแขนมีรอยถลอกที่ตกสะเก็ดกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ญาติผู้มาเยี่ยมไข้สองคนที่นั่งอยู่บนโซฟารีบลุกขึ้นมาหา พร้อมใบหน้าเปี่ยมสุขที่เห็นชายบนเตียงฟื้นคืนสติสักที

Share

Leave a Reply

What's New

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!