สาวใช้ – ตอนที่ 3/4

Share
Share

อากาศกรุงเทพคืนนี้ร้อนอบอ้าว ไม่มีลมพัด ทุกอย่างนิ่งสนิท ที่เมื่อวานแววหลับไปอย่างง่ายดาย  เนื่องด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย แต่คืนนี้เธอปกติสบายดี ตาสองข้างลืมโพลงอยู่กลางความมืด ในห้องพักเล็กแคบที่เปิดพัดลมเพดานหวังหมุนเวียนอากาศ แต่กลับไม่ช่วยอะไร

ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำไป แต่ตอนนี้เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดออกมาตามร่างกาย เธอคิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ บ้านเกิดที่ท้องฟ้าระยิบระยับไปด้วยหมู่ดาว ลมสบายพัดผ่านตลอดคืน เพียงเปิดหน้าต่างรับ ต่างจากที่นี่ราวฟ้ากับเหว

แววทนความอุดอู้อยู่ในห้องไม่ไหว ตอนนี้เวลาประมาณสี่ทุ่ม เธอเปิดประตูออกมาจากห้องพัก ทุกอย่างเงียบสนิท สาวใช้ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้วในห้องของใครของมัน เธอหวังว่าอยู่ที่นี่นานวันเข้า ร่างกายของเธอคงปรับตัวให้ชินกับอากาศและนอนหลับได้อย่างสบายใจเหมือนกับคนอื่น ๆ

ตอนบัวมาที่นี่วันแรก ๆ คงประสบปัญหานี้เหมือนกันและชินไปเองในที่สุด ทว่าสำหรับแววยังไม่ใช่วันนี้ เธออยากออกไปเดินเล่นสูดอากาศให้ใจปลอดโปร่งเสียหน่อย บริเวณบ้านหลังนี้เงียบสนิท ไร้สุ้มเสียงของบรรดานกหรือเหล่าแมลง หากเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจอาจได้ยินเสียงรถแว่วมาจากที่ไกล ๆ

ออกมาเดินเล่นข้างนอกค่อยดีขึ้นหน่อย อากาศปลอดโปร่งกว่าในห้องเยอะ

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

แววตกใจกับเสียงกระพือปีก อะไรบางอย่างบินโฉบหัวของเธอไป เธอรีบเอามือกุมหัวแล้วย่อตัวลง เพื่อหลบเจ้าสิ่งนั้น หันหน้าตามไปดูมัน เห็นเป็นตัวสีดำ ๆ กระพือปีกหายเข้าไปในพุ่มใบของไม้ใหญ่ มันไม่น่าใช่นกเพราะปีกของมันไม่มีขน เจ้าสัตว์บ้าทำเอาใจหายใจคว่ำหมด!

เธอตัดสินใจเดินเล่นต่ออีกหน่อย จู่ ๆ ในหัวก็แวบคำเตือนของบัวที่เคยบอกไว้ว่าห้ามออกมาเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน แต่ดึกขนาดนี้ ทุกคนหลับไปแล้ว คงไม่มีใครรู้หากเธอไม่ปริปากสารภาพ อีกอย่างแค่ออกมาเดินเล่น ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร

จนเดินมาถึงสนามหญ้าข้างเรือนใหญ่อันเป็นที่พักของนายจ้างสองสามีภรรยา แววแหงนหน้ามองขึ้นไปที่ชั้นสอง เห็นแสงไฟสว่างส่องทะลุม่านผ้าโปร่ง ห้องนั้นคงเป็นห้องนอนของสุดากับมาร์ค ดึกป่านนี้แล้วสองคนนั้นยังไม่นอนอีกเหรอ ด้วยความเงียบสงัดของค่ำคืนทำให้แววได้ยินเสียงแว่วมาจากในห้องนั้น

อ้า…

โอ้…

ซี๊ด…

มันเป็นเสียงเบา ๆ เล็ก ๆ เดาว่าคงเป็นเสียงของสุดา เป็นเสียงของความเจ็บ ทว่าเต็มไปด้วยความสุขความสมหวัง แววยืนแอบฟังตรงนั้นอยู่พักใหญ่ ไม่ยักได้ยินเสียงของมาร์ค นี่หรือเปล่าคือเหตุผลที่ห้ามนักห้ามหนาว่าไม่ให้ออกมาเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน

หมับ!

มือใครบางคนคว้าจับที่ท่อนแขนของแวว หัวใจของหญิงสาวหล่นตุบไปตาตุ่ม หันขวับไปมองก็หน้าเหวอ เมื่อเห็นบัวขมวดคิ้วหน้าบึ้งหน้าตึง บัวไม่พูดจาอะไร ลากแขนแววเดินดุ่ม ๆ มายังห้องพัก บัวปล่อยมือคืนอิสระให้แวว หันมาพูดด้วยน้ำเสียงเจืออารมณ์โมโหอยู่เล็กน้อย

“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าออกไปเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน เจ้านายเขาไม่ชอบ ถ้าท่านสองคนรู้เข้ากลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ หากเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง ๆ พี่ไม่รู้ด้วยนะ ไม่รับผิดชอบด้วยเพราะถือว่าพี่เตือนเธอแล้ว กลับเข้าห้องไปนอนได้แล้ว คราวหลังอย่างออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้อีก”

“พี่บัวหนูขอโทษ หนูแค่นอนไม่…”

บัวแทรกขึ้นทันที “ช่างเถอะ ไม่ต้องแก้ตัว จะอะไรยังไงก็ช่าง รีบกลับเข้าห้องนอนของเธอเร็ว”

แววหันกลับไปเปิดประตู แล้วเดินเข้าห้องของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าแววอยู่ในห้องแล้ว บัวก็กลับเข้าห้องของเธอไป


เช้ามืดของอีกวัน แววถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตูหน้าห้อง เธองัวเงียตื่นขึ้นมาดูนาฬิกาปลุก อีกห้านาทีจะถึงเวลาที่เธอตั้งปลุกไว้ คนเคาะประตูคงเป็นบัวที่มาปลุกเธอไปจ่ายตลาด รายนั้นคงตั้งนาฬิกาไวกว่าของเธอไปห้านาที เมื่อลุกไปเปิดประตูก็เป็นจริงดังว่า บัวยืนถืออุปกรณ์สำหรับทำธุระส่วนตัวอยู่หน้าห้อง

“ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดี๋ยวจะได้ไปจ่ายตลาดกัน” บัวพูดด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดาอย่างเคย ไม่หลงเหลือท่าทีโกรธเกรี้ยวเหมือนเมื่อคืนนี้แล้ว

แววหยิบอุปกรณ์สำหรับทำธุระส่วนตัว แล้วเดินตามบัวไปยังห้องน้ำรวม เสร็จสิ้นจากทุกอย่างแล้วสองสาวก็นั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปยังตลาด แววพยายามจดจำเส้นทาง เพราะรู้ว่าบัวมีภารกิจหน้าที่อื่นที่ต้องจัดการ แทนที่ต้องขับรถพาเธอมาตลาด อีกหน่อยพอเริ่มคุ้นทาง เธอคงต้องมาจ่ายตลาดด้วยตัวคนเดียวแล้ว

“คิดไว้หรือยังว่าวันนี้จะทำเมนูอะไรบ้าง?” บัวเอ่ยถาม

ที่จริงแววไม่ได้คิดเมนูอาหารสำหรับวันนี้เผื่อไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จึงจับเอาชื่ออาหารที่แวบเข้ามาในหัวออกมาพูด

“มื้อเช้าเป็นข้าวต้มกุ้ง มื้อกลางวันเป็นต้มข่าไก่กับไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนมื้อเย็นเป็นไก่ต้มฟักมะนาวดอง มัสมั่นไก่และน้ำตกไก่” เมนูที่นึกออกล้วนเป็นไก่ เพราะบัวเคยบอกไว้ว่าเจ้านายบ้านนี้กินเฉพาะเนื้อขาวเท่านั้น

สองสาวซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารประจำวันนี้เสร็จฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ทั้งคู่หิ้วของพะรุงพะรังกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ หนักเนื้อไก่เสียเยอะ เมื่อวานแววจำได้ว่าเหลือไก่อยู่ในตู้เย็นอยู่ประมาณหนึ่ง พอสำหรับทำอาหารได้หนึ่งมื้อ แต่ไม่กล้าห้ามปรามอะไรบัว กลัวทำไม่ถูกใจเหมือนเมื่อคืนอีก

กลับมาถึงบ้านแววก็ตรงดิ่งมายังห้องครัว วางข้าวของที่ได้มาจากตลาดแล้วเดินมาเปิดประตูตู้เย็น ในนี้ไม่มีร่องรอยของเนื้อไก่ที่เหลือจากเมื่อวาน มันหายไปไหน ไก่ตั้งเยอะแยะ?

บัวเห็นแววยืนงงอยู่หน้าตู้เย็นก็พอนึกออกว่างงเรื่องอะไร เอ่ยไปว่า

“เนื้อพวกนั้นมันไม่สดแล้ว ป้าอารีเอาไปทิ้งหมดแล้ว”

ป้าอารีเอาไปทิ้งอีกแล้ว เหมือนเมื่อวานเลย คนบ้านนี้กินทิ้งกินขว้าง ถึงจะมีเงินเยอะก็ไม่ควรทำแบบนี้ ทำไมไม่ซื้อมาให้พอดีจะได้ไม่เหลือทิ้ง แล้วไก่ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ดูแล้วถึงตอนเย็นก็เหลือทิ้งอีกแน่นอน แล้วป้าอารีคงเอาไปทิ้ง พรุ่งนี้เช้าเปิดประตูตู้เย็นมาไม่เจออีกเช่นเคย น่าเสียดายจริง ๆ

เมื่ออาหารถูกเตรียมบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้านายของบ้านทั้งสองคนก็ลงมายังห้องรับประทานอาหารในภาพลักษณ์เดิม สุดาสวมชุดแซกยาวถึงเข่า แต่งหน้าเข้มจัด พันผ้าพันคอไว้มิดชิดเหมือนสตรีที่อยู่เมืองนอก

มาร์คสวมชุดทักซิโด้เต็มยศ สวมถุงมือขาว สวมหมวกและแว่นตาดำ ทั้งสองคนแต่งตัวไม่เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทยเลย ลืมตัวไปว่าตัวเองอยู่เมืองหนาวหรือยังไง ยิ่งอยู่ไปแววยิ่งเห็นเรื่องไม่เข้าท่าเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เอาเถอะ อยู่ ๆ ไปไม่ต้องพยายามนึกสงสัยเคลือบแคลงอะไร สาวใช้คนอื่นเขายังอยู่กันได้ จะกลับบ้านตอนนี้ก็ไม่มีการมีงานอะไรให้ทำ


วันนี้แววยิ้มหน้าบาน เพราะเพิ่งได้รับเงินเดือนเดือนแรก มันเป็นจำนวนเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับเงินที่เธอหาได้ในแต่ละเดือนเมื่อครั้งที่อยู่บ้านนอก แถมสุดายังให้เงินเดือนมากกว่าที่เคยตกลงกันไว้ก่อนเริ่มทำงาน เป็นการซื้อใจแววให้อยู่ทำงานด้วยนาน ๆ เงินส่วนนี้แววแทบจะรับเต็มจำนวน ไม่ต้องหักไปจ่ายค่าที่พัก ค่าเดินทาง เพราะอยู่ฟรีกินฟรีที่นี่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้า บอกว่าอีกเดี๋ยวจะโอนเงินไปให้

แววกลับห้องพัก หยิบสมุดเงินฝากจะเอาเงินไปฝากออมไว้ เธอไม่หวังจะอยู่ทำงานที่นี่นานเท่าสาวใช้คนอื่น เมื่อไหร่เก็บเงินได้สักก้อน เธอจะกลับไปเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ที่บ้านเกิด ระหว่างกำลังล็อคกุญแจห้อง บัวก็เปิดประตูโผล่หน้าออกมา สีหน้าเธอดูไม่ค่อยสบายนัก

“จะออกไปข้างนอกหรือน้องแวว พี่ฝากไปโอนเงินให้แม่พี่หน่อยสิ รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยอยากจะนอนพักให้หาย”

“ได้ค่ะ หนูกำลังจะไปธนาคารอยู่พอดี ฝากหนูจัดการให้ได้” แววเดินไปรับซองกระดาษจากบัว ข้างในใส่ธนบัตรไว้หลายใบ หน้าซองเขียนชื่อบัญชีและเลขบัญชีของผู้รับปลายทางเอาไว้

“ฝากหน่อยนะ”

“พี่บัวไหวหรือเปล่า ฝากหนูซื้อยาอะไรไหม?”

บัวยิ้มแห้ง “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่กินยาพาราแล้ว นอนสักพักก็คงดีขึ้น ขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้นะ” พูดจบบัวก็หลบเข้าห้อง

แววเก็บซองที่รับมาจากบัวใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายข้าง เธอเดินมายังที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ กุญแจเสียบคาไว้อยู่แล้ว หญิงสาวขี่มันออกไปข้างนอกมุ่งสู่ถนน เธอรู้จักเส้นทางแถวนี้ดีแล้ว บัวขี่รถพาเธอไปจ่ายตลาดแค่สัปดาห์แรกของการทำงาน หลังจากนั้นเป็นเธอขี่รถไปจ่ายตลาดตัวคนเดียวทุกเช้า ที่หน้าตลาดมีธนาคารแห่งหนึ่ง แววมาจัดการธุระทางการเงินที่นี่ เสร็จจากนั้นแวะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ อีก 3-4 ชุด ช่วงตอนกลางวันเธอไม่มีภารกิจหน้าที่ที่ต้องทำ กว่าจะมีก็บ่ายสี่โมงเย็นโน่น จึงมีเวลาเหลือเฝือให้เดินทอดน่องแถวนี้

แววกลับถึงบ้านก่อนบ่ายสี่โมงเย็นนิดหน่อย เอาข้าวของไปเก็บไว้ในห้อง แล้วตรงมายังครัวเพื่อลงมือทำอาหารเย็น ระหว่างนี้สาวใช้คนอื่นทั้ง ป้าอารี ดาวและนุ้ยก็ป้วนเปี้ยนอยู่ในครัว คอยเป็นลูกมือให้เธอ เว้นแต่บัวที่ไม่ยักเห็นหน้า ป่านนี้ไม่รู้ได้นอนไปกี่ตื่นแล้ว

“พี่บัวไปไหนหรือจ๊ะ? แววถามลอย ๆ ไม่ได้เจาะจงใคร ขณะกำลังคนแกงอยู่หน้าเตา

“นอนซมอยู่บนเตียงตั้งแต่เช้าแล้ว พี่เอาข้าวเที่ยงไปให้ก็ไม่ยอมลุกมากิน” นุ้ยบอกด้วยสำเนียงทองแดง เธอกำลังนั่งหั่นแตงกวาไว้สำหรับแนมน้ำพริกปลาทูเย็นนี้

“เป็นอะไรมากไหมไม่รู้ ได้กินยาบ้างหรือเปล่านะ?” ดาวเอ่ย

“เมื่อตอนสายเห็นว่ากินยาพาราไปแล้ว ไม่รู้ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?” แววบอก

“เสร็จจากตรงนี้แล้ว ใครก็ได้สักคนช่วยไปดูบัวมันหน่อย ถ้าอาการดูไม่ค่อยดีก็พาไปหาหมอที่คลินิกตรงปากซอย” ป้าอารีพูดขึ้น

เมื่อบริการอาหารเย็นเจ้านายทั้งสองเรียบร้อยดีแล้ว แววก็จัดอาหารใส่ถาด ยกไปให้บัวที่ห้อง เคาะประตูอยู่สามทีก็ได้ยินเสียงแผ่วแว่วมาจากข้างในว่า “เข้ามาเลย” เธอก็หมุนลูกบิดดันประตูเข้าไปในห้อง เห็นบัวลุกอย่างเชื่องช้ามาอยู่ในท่านั่งบนเตียง

“พี่บัวเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?” แววถามพลางวางถาดอาหารไว้ข้างเตียง

“ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์เอาข้าวมาให้” บัวตอบอย่างอ่อนเพลีย ดูไม่ดีขึ้นไปกว่าเมื่อเช้าเลย

“ไปให้หมอที่คลินิกหน้าปากซอยดูสักหน่อยดีไหมจ๊ะ? เดี๋ยวหนูเป็นคนพาไปเอง”

“เมื่อกี้พี่เพิ่งกินยาพาราไปอีกสองเม็ด ได้นอนพักอีกนิดคงรู้สึกดีขึ้น” บัวพูดแล้วเอนตัวลง ท่าทางอยากทิ้งตัวลงนอนเตียงเต็มทน

“พี่บัว… ยาพาราไม่ใช่ยาครอบจักรวาลนะ ไปให้หมอวินิจฉัยดูสักหน่อยว่าเป็นอะไรเถอะนะ พี่ลุกไหวไหม? อดทนเอาหน่อยนะจ๊ะ”

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!