ศูนย์สี่ตัว – ตอนที่ 3/4

Share

เด็กสาวถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างหนึ่งซึ่งสั่นเทา รู้ตัวอีกทีเธอก็กดรับสายแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเสียแล้ว

“สวัสดี…” น้ำเสียงแหบแห้ง ทว่าเย็นจับจิตดุจแผ่นน้ำแข็งกรีดผ่าขั้วหัวใจ เธอจำเจ้าของเสียงได้ มันเป็นเสียงแหบพร่าของชายแก่ที่โทรเข้าเครื่องของเมษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“นาฬิกาชีวิตของคุณจะเดินอีกแค่สองรอบเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะขอรับวิญญาณของคุณไป คุณเหลือเวลาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น”

“นี่มันเรื่องอะไร?” มีนาถามเสียงสั่น

“ก็ตามโปรโมชั่นสุดพิเศษตอนนี้ไง”

“โปรโมชั่นอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

ตื้ด… ดด   ตื้ด… ดดด

สายนั้นถูกตัดไป

“เดี๋ยว!” 

มีนาลดโทรศัพท์ลง

“ไอ้บ้า!” เธอเอ็ดใส่โทรศัพท์แล้วเขวี้ยงมันลงเตียง

เด็กสาวสีหน้าคร่ำเครียด นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมไอ้เบอร์โทรมรณะถึงโทรมาจะเอาชีวิตของเธอ หรืออาจมีใครบางคนที่ไม่ชอบเธอโทรไปที่เบอร์บริการส่งความตาย แล้วขอให้เอาชีวิตของเธอไป

ใครล่ะ? คนอย่างมีนาใครล่ะจะคิดอิจฉา! ถ้าเธอเป็นที่สนใจอย่างเมษาก็ว่าไปอย่าง เมื่อสักครู่ไอ้แก่บ้านั่นพูดถึงโปรโมชั่นอะไรของมันก็ไม่รู้ มีนาเกิดนึกอะไรขึ้นมาได้ กระโดดไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนเตียงขึ้นมากด

0000

โทรออก

สวัสดีค่ะ เดธลิเวอรีบริการส่งความตายยินดีต้อนรับ ที่นี่สามารถทำให้คนที่คุณเกลียดตายได้ด้วยวิธีการที่คุณต้องการภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ต้องการใช้บริการกดหนึ่ง หรือต้องการฟังโปรโมชั่นสุดพิเศษกดสองค่ะ!

ใช่จริง ๆ ด้วย เบอร์บริการส่งความตายมีโปรโมชั่นอย่างที่ชายแก่คนนั้นว่า

กดสอง

พิเศษ! ลูกค้าทุกท่านที่โทรมาใช้บริการกับเรา เรามีโปรโมชั่นสุดพิเศษมอบให้นั่นคือโปรโมชั่น “สั่งหนึ่งตายสอง” เมื่อคนที่ท่านไม่ชอบได้ตายไปแล้ว ท่านก็จะตายตามเขาไปในอีกเจ็ดวันถัดจากนั้น คุ้มมาก ๆ เลยกับโปรโมชั่นนี้ “สั่งหนึ่งตายสอง” ต้องการใช้บริการกดหนึ่งได้เลยค่ะ!

มือข้างที่ถือโทรศัพท์อ่อนแรงลง แข้งขาปวกเปียกไม่สามารถพยุงร่ายกายได้ จึงทรุดลงนั่งกับพื้นเหมือนเรี่ยวแรงของมีนาหายไปอย่างฉับพลัน เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหลเลอะทั้งใบหน้า


มีนานอนไม่หลับเลยทั้งคืน เธอเอาแต่ร้องไห้ตั้งแต่บ่ายจนถึงตีสอง พอเริ่มมีสติคิดที่จะหาทางออก เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์ ท่องอินเตอร์เน็ตเสาะหาข้อมูลที่จะทำให้ไม่ต้องโดนเบอร์โทรมรณะพรากชีวิตไปเหมือนอย่างเพื่อนสนิท แต่ต้องผิดหวังเพราะในอินเตอร์เน็ตมีแต่เรื่องเล่ากับคำวิจารณ์เกี่ยวกับเบอร์นั่นเท่านั้น ไม่ได้มีข้อมูลเจาะลึกว่ามันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยใคร ทำให้คนตายได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรจึงจะไม่โดนมันเอาชีวิต

เธอกำลังจะร้องไห้อีกรอบให้กับทางตันที่กำลังประจันหน้า เพื่อนที่รู้จักก็หาว่าเธอเสียสติ เมื่อเธอเข้าไปขอความช่วยเหลือผ่านสังคมออนไลน์ นั่นทำให้เธอรู้ว่าเพื่อนแท้ในชีวิตของเธอคือใคร แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้คน ๆ นั้นไม่ได้อยู่กับเธอเสียแล้ว

ขณะกำลังสิ้นหวังที่สุดในชีวิต มีนาก็คิดได้ว่าตอนนี้ใครพอจะเป็นที่พึ่งให้เธอได้บ้าง ชื่อของสารวัตรตุลาปรากฏขึ้นมาในหัว   เขาเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่เธอสามารถใช้ต่อชีวิต คิดอย่างนั้นก็ลุกลี้ลุกลนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายถึงนายตำรวจทันที หลังจากปิดเครื่องไว้ทั้งคืน


สารวัตรหนุ่มนัดเด็กสาวไว้แปดโมงเช้าที่สถานีตำรวจ ซึ่งเขาจะต้องเข้าทำงานเวลานั้น เด็กสาวบอกเขาแต่เพียงว่าเธอมีเรื่องทุกข์ใจ ต้องการจะปรึกษาและให้ช่วยหาทางออก

ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้า เหลืออีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด เวลาเพียงแค่นั้นกับการให้เธอต้องรออยู่เฉย ๆ ทำให้เธอร้อนรุ่มใจเป็นอย่างมาก ในเมื่อเธอเหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบสองชั่วโมงก็จะโดนไอ้เบอร์เองซวยนั่นเอาชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ทุกวินาทีล้วนมีค่า   เธอเดินทางมารอพบนายตำรวจตั้งแต่เวลานั้น นายตำรวจมาถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อย

ทันทีที่เห็นหน้านายตำรวจ สิ่งแรกที่เด็กสาวทำคือโผเข้ากอด พลางร้องไห้น้ำตาไหลท่ามกลางความฉงนของนายตำรวจ   เขาพาเธอมาที่โต๊ะทำงาน ขณะนั้นสิงหาเข้างานแล้วเหมือนกัน สิงหาแปลกใจไม่น้อยไปกว่ารุ่นพี่ เมื่อเห็นเด็กสาวน้ำหูน้ำตาไหลขนาดนี้

“นั่งก่อนครับ” ตุลาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง

เธอทิ้งก้นลงนั่ง ตุลาหาเก้าอี้ใหม่นั่งได้ก็เขยิบเข้ามาใกล้ ถามไถ่เรื่องราวของเธอทันที

“เป็นอะไรถึงร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้?”

“หนูกำลังจะตายเพราะเบอร์โทรมรณะนั่น”

“หือ…” ตุลาแปลกใจ “มีคนโทรไปขอให้น้องตายอย่างนั้นเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ไม่มีใครโทรไปที่เบอร์นั่นนอกจากหนู”

“ห๊ะ!” สิงหาอุทานอย่างประหลาดใจ “อย่าบอกนะว่าน้องโทรไปขอให้ตัวเองตาย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ หนูจะโทรไปขอให้ตัวเองตายทำไม หนูขอสารภาพเลยนะคะว่าเป็นหนูเองที่โทรไปขอให้ยายเมษาตาย” สิ้นเสียงมีนาก็ร้องไห้อีกครั้งอย่างคนสำนึกผิด

“น้องทำแบบนั้นทำไม?” ตุลาเป็นคนถามทั้ง ๆ ที่พอจะเดาเหตุผลออก

“หนูแค่ไม่อยากให้ยายเมษาเด่นดังไปกว่าหนู แต่ก่อนเราสนิทและรักกันมาก มีอะไรก็ช่วยเหลือกันตลอด จนเมื่อยายเมษาเข้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ก็ห่างเหินหนูไปทุกที แถมยังกลายเป็นที่รัก ที่ชื่นชอบของใครต่อใครอีก หนูรับไม่ได้ที่ยายเมษาเปลี่ยนไป ก็เลยโทรไปขอให้ยายเมษาตาย”

สองนายตำรวจมองหน้ากัน เป็นอันรู้ว่าไม่ผิดไปจากข้อสันนิษฐาน

มีนาพูดต่อ

“หนูโทรไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แค่ต้องการหาที่ระบาย ตอนนั้นหนูยังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเบอร์บริการส่งความตายจะฆ่าคนได้จริง หนูเลยขอให้ยายเมษาตายแบบแปลก ๆ”

“น้องขอไปว่ายังไง?” ตุลาถาม

“ขอให้ยายเมษาตกจากที่สูง แล้วโดนของแหลมเสียบตาย แต่ไม่น่าเชื่อว่ายายเมษาจะตายแบบนั้นจริง ๆ หนูผิดไปแล้ว   หนูรู้แล้วว่าหนูทำพลาดไป หนูฆ่าเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตเพียงคนเดียวของหนูไป และหนูก็กำลังจะตายในเวลาเดียวกับที่ยายเมษาตาย ยายเมษาฉันขอโทษ… ฮือ…”

“แล้วทำไมน้องถึงต้องตายด้วยล่ะ?” ตุลาถาม

“เพราะเบอร์บ้านั่นมีโปรโมชั่นอะไรของมันไม่รู้”

“โปรโมชั่น?” สองนายตำรวจอุทานอย่างประหลาดใจ

“มันมีโปรโมชั่นกับเขาด้วยเหรอไอ้เบอร์แบบนั้น?” สิงหาถามบ้าง

“ค่ะ! โปรโมชั่นสั่งหนึ่งตายสอง ถ้าคนที่เราขอให้ตายได้ตายไปแล้ว หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เราก็จะตายตามเขาไป ซึ่งวันนี้ก็ครบหนึ่งสัปดาห์ที่ยายเมษาตายพอดี พี่ช่วยหนูด้วยนะคะ หนูยังไม่อยากตายตอนนี้” น้ำเสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย

“ใจเย็น ๆ ครับ อยู่ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครมาทำอะไรน้องได้แน่ พี่รับรองเลย” ตุลาจับไหล่ปลอบใจเธอ

“เราไปหาอะไรกินกันหน่อยดีไหม?” ตุลาชักชวน “น้องมีนากินอะไรมาหรือยังครับ?”

“หนูไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้วค่ะ”

“โห… งั้นคงหิวแย่ เราออกไปกินอะไรเสียหน่อยดีกว่า มื้อนี้พี่ตุลาเลี้ยงไม่อั้น” สิงหาพูดน้ำเสียงแหย่เย้ารุ่นพี่

“อ้าว… ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ?”

“ไม่ได้หรือพี่?”

ตุลาหันไปมองมีนา นึกสงสารอยู่ในใจ

“ได้ ๆ แต่เอารถแกไปนะ”

“ครับ! งั้นผมไปเอารถออกมารับก่อนนะ” พูดแล้วสิงหาก็ลุกพลุนพลันออกไป

“ไปกันเถอะน้องมีนา” ตุลาลุกขึ้นพลางเชื้อเชิญมีนาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หวังให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

มีนาเงยหน้ามองเขา รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ยังเหลือนายตำรวจอยู่เป็นที่พึ่ง เธอเค้นยิ้มส่งให้เขา มันเป็นยิ้มที่ไม่สดใสเสียเลย ก่อนจะลุกเดินออกไปพร้อมกับเขา

ร้านข้าวมันไก่อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก สองนายตำรวจพาเด็กสาวมากินมื้อเช้าและกินชดเชยมื้อเย็นของเมื่อวานด้วย ตอนสาย ๆ แบบนี้คนไม่ค่อยเยอะ ร้านก็เป็นร้านขนาดเล็ก จุได้แค่ไม่กี่โต๊ะ แต่ความอร่อยนี่แน่นคับร้าน

“น้องมีนาอยากกินอะไรสั่งได้เต็มที่เลยนะ พี่ตุลาเขากระเป๋าหนา”

“หนูกินอะไรก็ได้ค่ะ”

สองนายตำรวจพาเด็กสาวมานั่งที่โต๊ะ หลังจากสั่งไปได้ไม่นาน อาหารก็มาพร้อมที่โต๊ะ ไม่รู้ว่าภาพที่เห็นเกิดขึ้นจริงหรือคิดไปเองกันแน่ เธอรู้สึกเหมือนเด็กผู้ชายวัยเดียวกับเธอที่เอาน้ำมาเสิร์ฟ ส่งสายตาอำมหิตให้เธอแวบหนึ่ง

เธอคงคิดไปเอง ก็ไม่ได้นอนตั้งคืนหนึ่งนี่นา

เด็กสาวตักข้าวมันไก่คำแรกเข้าปาก เธอค่อย ๆ ละเลียดเคี้ยวมันอย่างเชื่องช้า ใครจะไปรู้ว่านี่อาจเป็นอาหารมื้อสุดท้ายในชีวิตของเธอก็ได้ แม้จะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน แต่เธอกลับไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่ ความเครียดมันลงกระเพาะจนแทบจะอาเจียนออกมาแล้วกระมัง

โป๊ก!

ฉับ!   ฉับ!   ฉับ!

เด็กสาวสะดุ้งตัวโก่งกับเสียงดังที่เกิดขึ้น เธอหันขวับไปยังต้นกำเนิดเสียงก็ถึงบางอ้อ ที่แท้เป็นเจ้าของร้านยืนสับไก่อยู่หน้าร้าน เจ้าของร้านเงื้ออีโต้จะสับไก่ต้มอีกหนึ่งที

ฉับ!

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเต็มตัวของเจ้าของร้านผู้มีรอยยิ้มแสยะแยกเขี้ยว

“กรี๊ด!” มีนาแผดเสียงร้องพร้อมเบนหน้าหนี สองนายตำรวจหันมาให้ความสนใจในทันที

“เป็นอะไรไปน้องมีนา?” ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

“ไก่ ละ… เลือด” มีนาตะกุกตะกัก หันมามองที่เจ้าของร้านอีกที ยังเห็นเขายืนสับไก่อยู่เหมือนเดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีเลือดอะไรติดตัวเขาสักหยด ทุกอย่างปกติดี มีแต่เธอเท่านั้นที่คิดไปเอง

“น้องมีนา?” ตุลาเรียกสติเด็กสาว “เป็นอะไรไป? ร้องซะเสียงดังลั่นเชียว”

เด็กสาวค่อย ๆ ละสายตาจากเจ้าของร้านมามองคู่สนทนา

“ปะ… เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว รีบกินเถอะ เดี๋ยวหมดโปรโมชั่นพี่ตุลาใจปล้ำ เราจะอดกินต่อจานสองนะ” สิงหาว่าแล้วกินข้าวมันไก่ต่ออย่างมูมมาม

คำว่าโปรโมชั่น ไปสะกิดความรู้สึกอันบอบช้ำของมีนา เธอเจ็บปวดกับคำนี้มาก ช้อนส้อมในมือถูกวางลงบนขอบจาน   ดวงตาเอ่อไปด้วยน้ำใส เธอเอ่ยกับสองนายตำรวจเสียงอ่อนว่า

“หนูอิ่มแล้วค่ะ เรากลับกันเถอะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่”

ตุลาค้อนสายตาใส่สิงหา เป็นการดุคำพูดที่ไม่ทันคิดของรุ่นน้อง เจ้าตัวก็ดูจะรู้ตัวเองดีเหมือนกัน จึงตักข้าวมันไก่คำโตเข้าปากแล้วรีบเคี้ยว ปากจะได้ไม่ว่างพูดอะไรไม่ถูกกาลเทศะออกมาอีก

“กินต่ออีกหน่อยดีไหม? น้องมีนากินไปแค่คำเดียวเอง” ตุลาพูดชักจูงเธอ

“ไม่ค่ะ! หนูอิ่มแล้ว”

“กินต่อได้สักครึ่งจานก็ยังดี น้องบอกเองว่ายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน”

“ไม่แล้วค่ะ หนูอิ่มจริง ๆ” น้ำตาไหลลงมาเป็นสายจากดวงตาของเด็กสาว

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ตุลาหันไปหารุ่นน้อง “ไอ้สิงหากลับกันได้แล้ว”

ทั้งสามลุกจากโต๊ะแล้วเดินไปหน้าร้าน ตุลาสั่งข้าวหมูแดงใส่ห่อกลับไปด้วย เผื่อเวลาใดที่มีนาหิวจะได้มีอะไรกิน และอีกอย่างมันเก็บไว้ได้นานกว่าข้าวมันไก่ พอได้ห่อข้าวแล้วตุลาก็จ่ายเงิน สองนายตำรวจพูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างคนคุ้นเคย ผิดกับมีนาที่ไม่ยอมมองแม้แต่หน้าของเจ้าของร้าน เพราะเธอกลัวรอยยิ้มเคลือบแฝงนั้นของเขา

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!