ศูนย์สี่ตัว – ตอนที่ 3/4

Share
Share

เด็กสาวถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างหนึ่งซึ่งสั่นเทา รู้ตัวอีกทีเธอก็กดรับสายแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเสียแล้ว

“สวัสดี…” น้ำเสียงแหบแห้ง ทว่าเย็นจับจิตดุจแผ่นน้ำแข็งกรีดผ่าขั้วหัวใจ เธอจำเจ้าของเสียงได้ มันเป็นเสียงแหบพร่าของชายแก่ที่โทรเข้าเครื่องของเมษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“นาฬิกาชีวิตของคุณจะเดินอีกแค่สองรอบเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะขอรับวิญญาณของคุณไป คุณเหลือเวลาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น”

“นี่มันเรื่องอะไร?” มีนาถามเสียงสั่น

“ก็ตามโปรโมชั่นสุดพิเศษตอนนี้ไง”

“โปรโมชั่นอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

ตื้ด… ดด   ตื้ด… ดดด

สายนั้นถูกตัดไป

“เดี๋ยว!” 

มีนาลดโทรศัพท์ลง

“ไอ้บ้า!” เธอเอ็ดใส่โทรศัพท์แล้วเขวี้ยงมันลงเตียง

เด็กสาวสีหน้าคร่ำเครียด นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมไอ้เบอร์โทรมรณะถึงโทรมาจะเอาชีวิตของเธอ หรืออาจมีใครบางคนที่ไม่ชอบเธอโทรไปที่เบอร์บริการส่งความตาย แล้วขอให้เอาชีวิตของเธอไป

ใครล่ะ? คนอย่างมีนาใครล่ะจะคิดอิจฉา! ถ้าเธอเป็นที่สนใจอย่างเมษาก็ว่าไปอย่าง เมื่อสักครู่ไอ้แก่บ้านั่นพูดถึงโปรโมชั่นอะไรของมันก็ไม่รู้ มีนาเกิดนึกอะไรขึ้นมาได้ กระโดดไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนเตียงขึ้นมากด

0000

โทรออก

สวัสดีค่ะ เดธลิเวอรีบริการส่งความตายยินดีต้อนรับ ที่นี่สามารถทำให้คนที่คุณเกลียดตายได้ด้วยวิธีการที่คุณต้องการภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ต้องการใช้บริการกดหนึ่ง หรือต้องการฟังโปรโมชั่นสุดพิเศษกดสองค่ะ!

ใช่จริง ๆ ด้วย เบอร์บริการส่งความตายมีโปรโมชั่นอย่างที่ชายแก่คนนั้นว่า

กดสอง

พิเศษ! ลูกค้าทุกท่านที่โทรมาใช้บริการกับเรา เรามีโปรโมชั่นสุดพิเศษมอบให้นั่นคือโปรโมชั่น “สั่งหนึ่งตายสอง” เมื่อคนที่ท่านไม่ชอบได้ตายไปแล้ว ท่านก็จะตายตามเขาไปในอีกเจ็ดวันถัดจากนั้น คุ้มมาก ๆ เลยกับโปรโมชั่นนี้ “สั่งหนึ่งตายสอง” ต้องการใช้บริการกดหนึ่งได้เลยค่ะ!

มือข้างที่ถือโทรศัพท์อ่อนแรงลง แข้งขาปวกเปียกไม่สามารถพยุงร่ายกายได้ จึงทรุดลงนั่งกับพื้นเหมือนเรี่ยวแรงของมีนาหายไปอย่างฉับพลัน เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหลเลอะทั้งใบหน้า


มีนานอนไม่หลับเลยทั้งคืน เธอเอาแต่ร้องไห้ตั้งแต่บ่ายจนถึงตีสอง พอเริ่มมีสติคิดที่จะหาทางออก เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์ ท่องอินเตอร์เน็ตเสาะหาข้อมูลที่จะทำให้ไม่ต้องโดนเบอร์โทรมรณะพรากชีวิตไปเหมือนอย่างเพื่อนสนิท แต่ต้องผิดหวังเพราะในอินเตอร์เน็ตมีแต่เรื่องเล่ากับคำวิจารณ์เกี่ยวกับเบอร์นั่นเท่านั้น ไม่ได้มีข้อมูลเจาะลึกว่ามันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยใคร ทำให้คนตายได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรจึงจะไม่โดนมันเอาชีวิต

เธอกำลังจะร้องไห้อีกรอบให้กับทางตันที่กำลังประจันหน้า เพื่อนที่รู้จักก็หาว่าเธอเสียสติ เมื่อเธอเข้าไปขอความช่วยเหลือผ่านสังคมออนไลน์ นั่นทำให้เธอรู้ว่าเพื่อนแท้ในชีวิตของเธอคือใคร แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้คน ๆ นั้นไม่ได้อยู่กับเธอเสียแล้ว

ขณะกำลังสิ้นหวังที่สุดในชีวิต มีนาก็คิดได้ว่าตอนนี้ใครพอจะเป็นที่พึ่งให้เธอได้บ้าง ชื่อของสารวัตรตุลาปรากฏขึ้นมาในหัว   เขาเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่เธอสามารถใช้ต่อชีวิต คิดอย่างนั้นก็ลุกลี้ลุกลนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายถึงนายตำรวจทันที หลังจากปิดเครื่องไว้ทั้งคืน


สารวัตรหนุ่มนัดเด็กสาวไว้แปดโมงเช้าที่สถานีตำรวจ ซึ่งเขาจะต้องเข้าทำงานเวลานั้น เด็กสาวบอกเขาแต่เพียงว่าเธอมีเรื่องทุกข์ใจ ต้องการจะปรึกษาและให้ช่วยหาทางออก

ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้า เหลืออีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด เวลาเพียงแค่นั้นกับการให้เธอต้องรออยู่เฉย ๆ ทำให้เธอร้อนรุ่มใจเป็นอย่างมาก ในเมื่อเธอเหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบสองชั่วโมงก็จะโดนไอ้เบอร์เองซวยนั่นเอาชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ทุกวินาทีล้วนมีค่า   เธอเดินทางมารอพบนายตำรวจตั้งแต่เวลานั้น นายตำรวจมาถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อย

ทันทีที่เห็นหน้านายตำรวจ สิ่งแรกที่เด็กสาวทำคือโผเข้ากอด พลางร้องไห้น้ำตาไหลท่ามกลางความฉงนของนายตำรวจ   เขาพาเธอมาที่โต๊ะทำงาน ขณะนั้นสิงหาเข้างานแล้วเหมือนกัน สิงหาแปลกใจไม่น้อยไปกว่ารุ่นพี่ เมื่อเห็นเด็กสาวน้ำหูน้ำตาไหลขนาดนี้

“นั่งก่อนครับ” ตุลาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง

เธอทิ้งก้นลงนั่ง ตุลาหาเก้าอี้ใหม่นั่งได้ก็เขยิบเข้ามาใกล้ ถามไถ่เรื่องราวของเธอทันที

“เป็นอะไรถึงร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้?”

“หนูกำลังจะตายเพราะเบอร์โทรมรณะนั่น”

“หือ…” ตุลาแปลกใจ “มีคนโทรไปขอให้น้องตายอย่างนั้นเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ไม่มีใครโทรไปที่เบอร์นั่นนอกจากหนู”

“ห๊ะ!” สิงหาอุทานอย่างประหลาดใจ “อย่าบอกนะว่าน้องโทรไปขอให้ตัวเองตาย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ หนูจะโทรไปขอให้ตัวเองตายทำไม หนูขอสารภาพเลยนะคะว่าเป็นหนูเองที่โทรไปขอให้ยายเมษาตาย” สิ้นเสียงมีนาก็ร้องไห้อีกครั้งอย่างคนสำนึกผิด

“น้องทำแบบนั้นทำไม?” ตุลาเป็นคนถามทั้ง ๆ ที่พอจะเดาเหตุผลออก

“หนูแค่ไม่อยากให้ยายเมษาเด่นดังไปกว่าหนู แต่ก่อนเราสนิทและรักกันมาก มีอะไรก็ช่วยเหลือกันตลอด จนเมื่อยายเมษาเข้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ก็ห่างเหินหนูไปทุกที แถมยังกลายเป็นที่รัก ที่ชื่นชอบของใครต่อใครอีก หนูรับไม่ได้ที่ยายเมษาเปลี่ยนไป ก็เลยโทรไปขอให้ยายเมษาตาย”

สองนายตำรวจมองหน้ากัน เป็นอันรู้ว่าไม่ผิดไปจากข้อสันนิษฐาน

มีนาพูดต่อ

“หนูโทรไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แค่ต้องการหาที่ระบาย ตอนนั้นหนูยังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเบอร์บริการส่งความตายจะฆ่าคนได้จริง หนูเลยขอให้ยายเมษาตายแบบแปลก ๆ”

“น้องขอไปว่ายังไง?” ตุลาถาม

“ขอให้ยายเมษาตกจากที่สูง แล้วโดนของแหลมเสียบตาย แต่ไม่น่าเชื่อว่ายายเมษาจะตายแบบนั้นจริง ๆ หนูผิดไปแล้ว   หนูรู้แล้วว่าหนูทำพลาดไป หนูฆ่าเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตเพียงคนเดียวของหนูไป และหนูก็กำลังจะตายในเวลาเดียวกับที่ยายเมษาตาย ยายเมษาฉันขอโทษ… ฮือ…”

“แล้วทำไมน้องถึงต้องตายด้วยล่ะ?” ตุลาถาม

“เพราะเบอร์บ้านั่นมีโปรโมชั่นอะไรของมันไม่รู้”

“โปรโมชั่น?” สองนายตำรวจอุทานอย่างประหลาดใจ

“มันมีโปรโมชั่นกับเขาด้วยเหรอไอ้เบอร์แบบนั้น?” สิงหาถามบ้าง

“ค่ะ! โปรโมชั่นสั่งหนึ่งตายสอง ถ้าคนที่เราขอให้ตายได้ตายไปแล้ว หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เราก็จะตายตามเขาไป ซึ่งวันนี้ก็ครบหนึ่งสัปดาห์ที่ยายเมษาตายพอดี พี่ช่วยหนูด้วยนะคะ หนูยังไม่อยากตายตอนนี้” น้ำเสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย

“ใจเย็น ๆ ครับ อยู่ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครมาทำอะไรน้องได้แน่ พี่รับรองเลย” ตุลาจับไหล่ปลอบใจเธอ

“เราไปหาอะไรกินกันหน่อยดีไหม?” ตุลาชักชวน “น้องมีนากินอะไรมาหรือยังครับ?”

“หนูไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้วค่ะ”

“โห… งั้นคงหิวแย่ เราออกไปกินอะไรเสียหน่อยดีกว่า มื้อนี้พี่ตุลาเลี้ยงไม่อั้น” สิงหาพูดน้ำเสียงแหย่เย้ารุ่นพี่

“อ้าว… ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ?”

“ไม่ได้หรือพี่?”

ตุลาหันไปมองมีนา นึกสงสารอยู่ในใจ

“ได้ ๆ แต่เอารถแกไปนะ”

“ครับ! งั้นผมไปเอารถออกมารับก่อนนะ” พูดแล้วสิงหาก็ลุกพลุนพลันออกไป

“ไปกันเถอะน้องมีนา” ตุลาลุกขึ้นพลางเชื้อเชิญมีนาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หวังให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

มีนาเงยหน้ามองเขา รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ยังเหลือนายตำรวจอยู่เป็นที่พึ่ง เธอเค้นยิ้มส่งให้เขา มันเป็นยิ้มที่ไม่สดใสเสียเลย ก่อนจะลุกเดินออกไปพร้อมกับเขา

ร้านข้าวมันไก่อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก สองนายตำรวจพาเด็กสาวมากินมื้อเช้าและกินชดเชยมื้อเย็นของเมื่อวานด้วย ตอนสาย ๆ แบบนี้คนไม่ค่อยเยอะ ร้านก็เป็นร้านขนาดเล็ก จุได้แค่ไม่กี่โต๊ะ แต่ความอร่อยนี่แน่นคับร้าน

“น้องมีนาอยากกินอะไรสั่งได้เต็มที่เลยนะ พี่ตุลาเขากระเป๋าหนา”

“หนูกินอะไรก็ได้ค่ะ”

สองนายตำรวจพาเด็กสาวมานั่งที่โต๊ะ หลังจากสั่งไปได้ไม่นาน อาหารก็มาพร้อมที่โต๊ะ ไม่รู้ว่าภาพที่เห็นเกิดขึ้นจริงหรือคิดไปเองกันแน่ เธอรู้สึกเหมือนเด็กผู้ชายวัยเดียวกับเธอที่เอาน้ำมาเสิร์ฟ ส่งสายตาอำมหิตให้เธอแวบหนึ่ง

เธอคงคิดไปเอง ก็ไม่ได้นอนตั้งคืนหนึ่งนี่นา

เด็กสาวตักข้าวมันไก่คำแรกเข้าปาก เธอค่อย ๆ ละเลียดเคี้ยวมันอย่างเชื่องช้า ใครจะไปรู้ว่านี่อาจเป็นอาหารมื้อสุดท้ายในชีวิตของเธอก็ได้ แม้จะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน แต่เธอกลับไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่ ความเครียดมันลงกระเพาะจนแทบจะอาเจียนออกมาแล้วกระมัง

โป๊ก!

ฉับ!   ฉับ!   ฉับ!

เด็กสาวสะดุ้งตัวโก่งกับเสียงดังที่เกิดขึ้น เธอหันขวับไปยังต้นกำเนิดเสียงก็ถึงบางอ้อ ที่แท้เป็นเจ้าของร้านยืนสับไก่อยู่หน้าร้าน เจ้าของร้านเงื้ออีโต้จะสับไก่ต้มอีกหนึ่งที

ฉับ!

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเต็มตัวของเจ้าของร้านผู้มีรอยยิ้มแสยะแยกเขี้ยว

“กรี๊ด!” มีนาแผดเสียงร้องพร้อมเบนหน้าหนี สองนายตำรวจหันมาให้ความสนใจในทันที

“เป็นอะไรไปน้องมีนา?” ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

“ไก่ ละ… เลือด” มีนาตะกุกตะกัก หันมามองที่เจ้าของร้านอีกที ยังเห็นเขายืนสับไก่อยู่เหมือนเดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีเลือดอะไรติดตัวเขาสักหยด ทุกอย่างปกติดี มีแต่เธอเท่านั้นที่คิดไปเอง

“น้องมีนา?” ตุลาเรียกสติเด็กสาว “เป็นอะไรไป? ร้องซะเสียงดังลั่นเชียว”

เด็กสาวค่อย ๆ ละสายตาจากเจ้าของร้านมามองคู่สนทนา

“ปะ… เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว รีบกินเถอะ เดี๋ยวหมดโปรโมชั่นพี่ตุลาใจปล้ำ เราจะอดกินต่อจานสองนะ” สิงหาว่าแล้วกินข้าวมันไก่ต่ออย่างมูมมาม

คำว่าโปรโมชั่น ไปสะกิดความรู้สึกอันบอบช้ำของมีนา เธอเจ็บปวดกับคำนี้มาก ช้อนส้อมในมือถูกวางลงบนขอบจาน   ดวงตาเอ่อไปด้วยน้ำใส เธอเอ่ยกับสองนายตำรวจเสียงอ่อนว่า

“หนูอิ่มแล้วค่ะ เรากลับกันเถอะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่”

ตุลาค้อนสายตาใส่สิงหา เป็นการดุคำพูดที่ไม่ทันคิดของรุ่นน้อง เจ้าตัวก็ดูจะรู้ตัวเองดีเหมือนกัน จึงตักข้าวมันไก่คำโตเข้าปากแล้วรีบเคี้ยว ปากจะได้ไม่ว่างพูดอะไรไม่ถูกกาลเทศะออกมาอีก

“กินต่ออีกหน่อยดีไหม? น้องมีนากินไปแค่คำเดียวเอง” ตุลาพูดชักจูงเธอ

“ไม่ค่ะ! หนูอิ่มแล้ว”

“กินต่อได้สักครึ่งจานก็ยังดี น้องบอกเองว่ายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน”

“ไม่แล้วค่ะ หนูอิ่มจริง ๆ” น้ำตาไหลลงมาเป็นสายจากดวงตาของเด็กสาว

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ตุลาหันไปหารุ่นน้อง “ไอ้สิงหากลับกันได้แล้ว”

ทั้งสามลุกจากโต๊ะแล้วเดินไปหน้าร้าน ตุลาสั่งข้าวหมูแดงใส่ห่อกลับไปด้วย เผื่อเวลาใดที่มีนาหิวจะได้มีอะไรกิน และอีกอย่างมันเก็บไว้ได้นานกว่าข้าวมันไก่ พอได้ห่อข้าวแล้วตุลาก็จ่ายเงิน สองนายตำรวจพูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างคนคุ้นเคย ผิดกับมีนาที่ไม่ยอมมองแม้แต่หน้าของเจ้าของร้าน เพราะเธอกลัวรอยยิ้มเคลือบแฝงนั้นของเขา

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!