นิยาย

ฝันร้าย – ตอนที่ 1/4

Share

เด็กชายมาอยู่ในที่ไม่เคยคุ้น จำได้ว่าเมื่อครู่เขายังเล่นสนุกกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ลานกว้าง สถานที่ตรงนี้มีเพียงเขาคนเดียวโดดเดี่ยวในความมืด อากาศรอบข้างอบอ้าว แต่ภายในร่างกายกลับรู้สึกหนาวเหน็บ เขาหวาดวิตกจนตัวสั่น หาสาเหตุที่มาของอาการไม่ได้ คงกลัวความมืดล่ะมั้ง

ขณะกำลังหวั่นใจในความมืด เด็กชายก็ตกใจที่จู่ ๆ มีบางสิ่งสากกระด้างคล้ายแผ่นไม้ไม่ได้ขัดเสี้ยนออก ตบฉาดอย่างแรงเข้าที่แก้มข้างซ้าย จนตัวเขาลอยล่องสู่กลางอากาศ ไม่นานนักร่างผอมบางก็ตกสู่หนองน้ำเสียงดังตูมใหญ่

หนองน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใสจนเห็นฝูงปลาแหวกว่าย ไม่ได้มีสีเขียวเนื่องด้วยตะไคร่น้ำ ไม่ได้มีสีขุ่นของดินที่ละลายมาปน ทว่าหนองน้ำแห่งนี้กลับมีสีแดงฉานคล้ายสีของเลือด ร่างที่ดูไม่น่าจะหนักของเด็กชาย จมดิ่งสู่ก้นหนองไวปานมีเครื่องยนต์ฉุด

เด็กชายพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาตัวรอดจากมัจจุราชสุดชีวิต เขาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือตามที่สัญชาตญาณสั่ง แต่กลับไร้ผล ฟองอากาศไหลออกจากปอด ผ่านปากพุ่งขึ้นเหนือน้ำ กลายเป็นว่ายิ่งเร่งนาทีตายให้มาถึงเร็วขึ้น เขาสำลักน้ำเข้าไปเต็มปอด

แค่ก แค่ก แค่ก

เฮือก ก ก!

ร่างล่ำสันสูงยาวเด้งขึ้นจากเตียง เขาไอเหมือนสำลักน้ำทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรค้างอยู่ในลำคอ เพียงแค่ฝันไป ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เขาตื่นมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ภายในห้องนอนร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหลท่วมกาย ทำเสื้อกล้ามที่สวมอยู่เปียกชุ่ม

เสียงเครื่องปรับอากาศเครื่องเก่าที่มักครางหึ่ง ๆ เวลาทำงาน กลับเงียบกริบในเวลานี้ ไฟฟ้าดับแน่เลย ตอนนี้ข้างนอกฝนกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา แถวบ้านเขาไฟฟ้ามักดับทุกทีที่พายุฝนเข้า

ชายหนุ่มควานหาโทรศัพท์มือถือที่มักวางไว้บนหัวเตียงเวลาเข้านอน หยิบมันขึ้นดูเวลา ตอนนี้ตีหนึ่งกว่า ๆ แล้ว ไม่รู้เจ้าหน้าที่จะแก้ไขให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้เมื่อไหร่ อย่างเร็วสุดคงเช้ามืดอีก 4-5  ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ชายหนุ่มรำคาญเนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะของตนเอง เขาเปิดแอปพลิเคชั่นบนมือถือให้เปลี่ยนแฟลชเป็นไฟฉาย สำหรับใช้ส่องนำทางฝ่าความมืด เดินไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า แล้วเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายอีกสักรอบ คืนนี้เขาคงหลับตานอนไม่ลงอีกแล้ว พยายามสลัดภาพฝันร้ายในหัวให้ไหลไปตามสายน้ำ แต่กลับทำไม่ได้


ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ไวกว่าที่คิด ประมาณตีสามเครื่องปรับอากาศบุโรทั่งก็ครางหึ่ง ๆ ขึ้นมาเอง ชายหนุ่มที่นอนไม่หลับพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงจำต้องลุกขึ้นมาปิดมัน ตอนนี้อากาศเย็นจนแทบต้องเอาผ้านวมมาห่มตัวแล้ว ฝนยังคงตก ไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่าย ๆ

ชายหนุ่มเปิดไฟให้แสงสว่างทั่วถึงทั้งห้อง คว้ารีโมทโทรทัศน์แล้วกลับมานอนที่เตียง กดปุ่มเปิด ไม่นานภาพก็ฉายขึ้นบนจอ เป็นภาพยนตร์ไล่ล่าภาคต่อสุดมัน เขากดเพิ่มเสียงให้ลำโพงดังขึ้น กระนั้นก็ยังสู้เสียงฝนกระหน่ำด้านนอกไม่ได้อยู่ดี สายตาจับจ้องภาพเคลื่อนไหวตรงหน้า ทว่าจิตใจกลับคิดเหม่อลอย ไม่ได้จดจ่อกับเนื้อหาภาพยนตร์เลย

เครดิตท้ายเรื่องของภาพยนตร์ปรากฏขึ้นบนจอ หลังจากเนื้อหาคลี่คลายจนคนดูกระจ่าง พอดีกับฝนที่ขาดเม็ดลง ตอนนี้ตีห้าแล้ว เมฆหนาทึบสลายไปพร้อมฝน เผยแสงรำไรของวันใหม่ที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

ชายหนุ่มได้ยินเสียงก๊องแก๊งดังมาจากในครัวชั้นล่าง แม่ของเขาตื่นเช้าขึ้นมาหุงข้าวสำหรับทุกคนในบ้านที่มีกันอยู่ถึงหกคน มีตัวเขา พ่อ แม่ ตา ยาย และน้องชายร่วมท้องเดียวกันที่อายุห่างกันถึง 13 ปี

ชายหนุ่มกดปิดโทรทัศน์ที่รีโมท เดินออกจากห้องลงไปที่ชั้นล่างมุ่งตรงสู่ห้องครัว เห็นแม่ของเขากำลังซาวข้าวสำหรับหุงเช้านี้ ที่เตาอั้งโล่มีถ่านสีแดงลุกโชน แม้ครัวบ้านนี้จะมีเตาแก๊สแบบสมัยนิยม แต่แม่ของเขาไม่นิยมสมัย ยังชอบเสน่ห์ของเตาถ่าน กลิ่นควันไฟจาง ๆ ที่ติดอยู่กับเม็ดข้าว

ชายหนุ่มโอบกอดแม่จากด้านหลัง โน้นตัวแนบแก้มไว้ตรงไหล่ของแม่

“อุ้ย! ตั้วทำแม่ตกใจหมด อะไรกัน วันนี้ตื่นเช้าผิดกับทุกทีนะ”

“ตกใจเสียงฟ้าร้องน่ะแม่ เลยนอนไม่หลับจนถึงเช้า”

ผู้เป็นแม่ยิ้ม นึกถึงวัยเด็กของลูกชายคนนี้ก็อดเอ็นดูขึ้นมาเสียไม่ได้ สัก 5-6 ขวบ เธอและสามีพาเขาไปเที่ยวงานวัดครั้งแรก ในงานนั้นมีการปล่อยโคมลอยที่มีประทัดพ่วงท้าย เมื่อสิ้นสายฉนวนประทัดก็เผาผลาญตัวเอง ระเบิดเสียงดังตูมตาม เมื่อโคมหลาย ๆ ลูกถูกปล่อยขึ้นฟ้าพร้อมกันก็ประสานเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาททั่วฟ้า เขย่าขวัญเด็กชายตัวน้อยจนร้องไห้โยเยน้ำตาไหล

“ปล่อยก่อนลูก ให้แม่หุงข้าวก่อน” ผู้เป็นแม่เกาะแขนลูกชายที่รัดเอวเธอไว้

ชายหนุ่มคลายมือออกอย่างว่าง่าย

“มีอะไรให้ช่วยไหมแม่?” ชายหนุ่มถามห้วน ๆ แต่แฝงน้ำเสียงออดอ้อนเอาใจ

“เราหุงข้าวเป็นเหรอ ไว้เดี๋ยวแม่หุงข้าวเสร็จไปจ่ายตลาดเป็นเพื่อนแม่นะ”

“ครับ”

ข้าวร้อน ๆ ใช้เวลาหุงสุกไม่นาน นงเยาว์หิ้วตะกร้าหวายออกมานอกบ้าน ลูกชายสุดที่รักของเธอนั่งควบบนรถจักรยานแม่บ้าน จอดรอเธอขึ้นซ้อนท้าย พร้อมปั่นพาไปตลาดสดใกล้บ้านที่อยู่ละแวกเดียวกัน

ฟ้าเริ่มสว่าง มองเห็นหนทางที่รถจักรยานจะผ่านไป ไม่นานสองแม่ลูกก็มาถึงตลาดสด แหล่งซื้อขายที่มีชีวิตชีวา ต่อรองราคาได้ ซื้อหรือไม่ซื้อค่อยว่ากัน ตอนนี้จวนหกโมงเช้าแล้ว ช่วงเวลาประมาณนี้คนจะพลุกพล่านที่สุด จะเริ่มซาลงตอนแปดโมงเช้าและตลาดวายในที่สุด ตลาดสดแห่งนี้เปิดแป๊บเดียวเอง เมื่อเทียบกับห้างสรรพสินค้า

ตั้วจอดรถจักรยานชิดถนนเหมือนคนอื่น ๆ อาจเกะกะขวางทางจราจรไปบ้างแต่รถรายังสัญจรกันได้อยู่ เพราะคนที่นี่นิยมใช้รถจักรยานเป็นพาหนะ รถจักรยานยนต์พอมีให้เห็นบ้าง ส่วนรถยนต์ในตอนเช้านั้นไม่มีเลย

“เช้านี้แม่จะทำกับข้าวอะไรบ้าง?” ตั้วถาม ระหว่างเดินเข้าตลาดไปพร้อมแม่ 

“แม่ว่าจะทำคะน้าน้ำมันหอย แกงเทโพและน้ำพริกกะปิ คุณตาแกบ่นอยากกินน้ำพริกกะปิมาหลายวันแล้ว”

“ผมถือให้นะแม่”

พูดแล้วตั้วก็คว้าตะกร้าหวายในมือแม่ไปถือแทน

“ขอบใจจ้ะ รีบเข้าไปกันเถอะเดี๋ยวคนแย่งซื้อหมด”

ตลาดสดแห่งนี้คึกคักด้วยร้านรวงแผงลอยและลูกค้า ที่นี่มีครบครันทั้งของสดของแห้ง ไม่ว่าจะผักนานาชนิดสำหรับทำผัดทำแกง เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ไข่สารพัดขนาด เครื่องปรุง กะปิ ปลาร้า พริกแกง ปลาแห้ง กุ้งแห้ง เนื้อแดดเดียว และอื่น ๆ อีกมากมายสารพัด

สองแม่ลูกมาหยุดที่แผงขายผักเป็นร้านสุดท้าย หลังจากเดินรอบตลาดไปแล้วหนึ่งรอบได้ของสำหรับทำมื้อเช้ามาเกือบเต็มตะกร้าหวาย ผักที่ต้องซื้อจากร้านนี้ก็มีผักคะน้าและผักบุ้ง แม่ค้าเจ้าของแผงทักนงเยาว์อย่างคุ้นเคย

“วันนี้ลูกชายตามแม่มาจ่ายตลาดด้วยเหรอ เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มแล้วแทบจำไม่ได้” หันมาพูดกับตั้ว “สมัยก่อนที่มาวิ่งเล่นกับลูกชายน้า ยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย แล้วนี่จะแต่งงานแต่งการเมื่อไหร่ล่ะ ลูกชายน้ามันมีหลานให้น้าอุ้มตั้งสองคนแล้วนา”

สารภาพว่าตั้วจำคุณน้าที่พูดจาสนิทสนมกับเขาคนนี้ไม่ได้แล้ว ตั้งแต่เขาเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนในเมืองก็ไม่ได้ไปมาหาสู่เพื่อนบ้านเรือนเคียงอีกเลย เพื่อนที่เล่นด้วยกันสมัยเด็กก็ต่างแยกย้ายไปมีสังคมใหม่ของใครของมัน

“อ๋อ ผมยังไม่รีบแต่งหรอกครับ ไว้รอร้านที่เพิ่งเปิดเข้าที่เข้าทางกว่านี้ แล้วค่อยว่ากันอีกที”

“นั่นแน่ พูดอย่างนี้แสดงว่ามีแฟนอยู่แล้วใช่ไหม” แม่ค้าแผงผักพูดขึ้นอย่างรู้ทัน

ตัวยิ้มเขินอาย ไม่ได้เขินที่ถูกแซวว่ามีแฟนแล้ว แต่อายเพราะป่านนี้ยังหาคนรู้ใจไม่ได้ต่างหาก

“อิจฉาเธอนะแม่เยาว์ มีลูกเอาการเอางานแบบนี้ รู้จักทำธุรกิจก่อร่างสร้างตัว จนตอนนี้เธอไม่ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนฉันอีกแล้ว ดูลูกชายฉันสิ ดีแต่ทำเรื่องขายหน้าแม่มัน ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยหาเงินมาให้ฉันใช้เลยสักแดงเดียว มีแต่มันมาขอเงินฉันเอาไปซื้อนมซื้อผ้าอ้อมให้ลูก สงสัยฉันต้องขายผักเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานจนตายคาแผงนี้แน่เลยเชียว”


อาหารปรุงสุกใหม่ ๆ หอมกรุ่นพร้อมอยู่บนโต๊ะ สมาชิกทุกคนในบ้านทยอยมารวมตัวกันเพื่อรับประทานมื้อเช้าอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ตั้วปลื้มใจที่ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวในฝันของใครหลายคน

“โห… วันนี้มีน้ำพริกกะปิด้วย” ตาของตั้วเดินมาพร้อมกับยาย ร้องทักเมื่อเห็นกับข้าวบนโต๊ะที่ตนเองอยากกินมาหลายวัน

“เห็นคุณพ่อบ่นอยากกินมาหลายวัน วันนี้เลยทำให้กิน” นงเยาว์พูดพลางตักข้าวใส่จานให้ครบคน

“ไหน ๆ วันนี้มีอะไรกินบ้าง” หัวหน้าครอบครัวเดินเข้ามาร่วมโต๊ะเป็นคนสุดท้ายด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับรูปร่างสมบุกสมบันน่าเกรงขาม

เมื่อทุกคนในครอบครัวได้รับจานข้าวครบก็เริ่มลงมือตักมื้อเช้าเข้าปาก อาหารฝีมือนงเยาว์อร่อยไม่เคยเปลี่ยน สมกับเคยเปิดร้านอาหารตามสั่งมากว่ายี่สิบปี

“ช่วงนี้การเรียนเป็นไงบ้าง” ตั้วหันไปถามน้องชาย

ตั้มกลืนอาหารในปากที่เคี้ยวจนละเอียดลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามของพี่ชาย

“ดีมากเลยครับพี่ ข้อสอบที่โรงเรียนไม่ยากเลย แถมโรงเรียนกวดวิชาที่พี่ตั้วให้ตั้มไปเรียนก็สอนละเอียดเข้าใจง่าย ตั้มมั่นใจว่าสอบติดโรงเรียนที่พี่อยากให้ตั้มเข้าแน่นอน” ตั้มน้องชายของตั้วพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

“ไว้นายสอบติดโรงเรียนที่พี่ว่าได้ พี่จะซื้อมือถือรุ่นล่าสุดให้เป็นของขวัญ”

“ซื้อวันนี้เลยก็ได้ ของแบบนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ตั้มสอบติดที่นั่นแน่ ๆ น้องพี่ตั้วซะอย่าง”

“อย่าเพิ่งมั่นอกมั่นใจไปตาตั้ม เกิดสอบไม่ติดขึ้นมา พ่อจะให้มือถือรุ่นกระติกน้ำเครื่องเก่าของพ่อให้เป็นของขวัญปลอบใจแทน” พ่อแซวลูกชาย ดูแล้วน่ารักน่าอิจฉาในความอบอุ่นของครอบครัวนี้

“เอาไปขายให้พิพิธภัณฑ์เถอะครับ มือถือเครื่องนั้น” ตั้มว่า

“เออ… วันนี้ตั้วจะเข้าร้านกี่โมงล่ะลูก?” นงเยาว์ถามลูกชาย

“วันนี้จะเข้าเช้าหน่อยแม่ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จสักแปดโมงก็จะไปเลย”

“ดี ๆ งั้นลูกแวะบ้านลุงเชิดให้แม่หน่อยนะ แม่จะฝากมะม่วงสุกไปให้ป้าจันทร์หน่อย รายนั้นทำขนมหวานอร่อย จะได้เอามะม่วงสวนหลังบ้านเราไปทำข้าวเหนียวมะม่วง”

“ครับ แม่เอาไปใส่ไว้หลังรถกระบะผมเลย”


หลังจากรับประทานมื้อเช้าแสนอร่อยจนอิ่มแปล้ ตั้วก็เตรียมตัวไปทำงานที่ร้าน เขาขับรถกระบะสีบรอนซ์ทองออกจากบ้าน งวดหน้าเป็นงวดสุดท้ายที่จะผ่อนรถคันนี้หมด เป็นรถคันแรกในชีวิตที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากอาชีพสุจริต ไม่ได้กู้หนี้ยืมสินจากใครมาซื้อ

ก่อนจะเข้าไปที่ร้าน ตั้วไม่ลืมแวะนำมะม่วงมาให้ป้าจันทร์ถึงที่บ้าน ป้าจันทร์เป็นภรรยาของลุงเชิด ลุงเชิดเป็นพี่ชายของพ่อตั้วและตั้ม สองสามีภรรยามีลูกชายสองคน คนหนึ่งเป็นวิศวกรทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ อีกคนกำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งสองอายุมากกว่าตั้วห้าปีและสามปีตามลำดับ เมื่อก่อนพวกเขาเคยมาเล่นด้วยกันบ่อย ๆ แต่หลังพ้นวัยวิ่งเล่นห้อยโหนโจนทะยาน ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองบ้านก็เลิกไปมาหาสู่ และห่างเหินกันในที่สุด จะเจอหน้ากันแค่ปีละครั้งคือวันสงกรานต์ตอนไปดำหัวที่บ้านคุณย่า

Share

Leave a Reply

What's New

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!