ยุพาช่วยแก้วกิ่ง ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอยกสัมภาระใบโตลงจากกระโปรงหลังรถเก๋งสีขาวสุดหรู สัมภาระที่ขนมานั้นมีมากมาย พวกเธอกำลังจะย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร หลังจากแก้วกิ่งได้ฟ้องหย่าอดีตสามี ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เนื่องจากจับได้ว่าอดีตสามีแอบไปทำสาวนักศึกษาท้องป่องถึงสองคน เธอเรียกค่าสินไหมจากเขาไม่น้อย มันมากพอจะตั้งตัวทำธุรกิจเล็ก ๆ สักอย่างที่นี่ได้
ยุพายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก หันเข้าไปมองสถานที่ที่เธอและลูกสาวจะย้ายมาอยู่ นี่คือบ้านหลังเก่าของเธอเอง เป็นบ้านที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของสามีสุดที่รักผู้รับราชการทหาร หลังจากเขาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้าย ตอนบุกทะลายพวกลักลอบตัดไม้ ประจวบกับแก้วกิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพได้ เธอจึงตัดสินใจทิ้งบ้านหลังนี้แล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพกับลูกสาว นับเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านหลังนี้
“ดีนะคะที่ตอนนั้นแม่ไม่ได้ขายบ้านหลังนี้ทิ้ง” แก้วกิ่งพูด
“แม่ว่าถ้าแม่ทำอย่างนั้น พ่อของเราที่อยู่บนสวรรค์คงจะโกรธ”
“ไม่ได้มาสิบกว่าปีแล้ว คิดถึงจะแย่ ไม่รู้ข้างในจะเป็นยังไงบ้าง ฝุ่นกับใยแมงมุมคงเต็มแน่”
“เราต้องทำความสะอาดให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็น แต่แม่ว่าสักบ่ายสองกว่า ๆ ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย”
ยุพาเดินนำลูกสาวไปที่ประตูบ้านไม้สองชั้น เธอล้วงลูกกุญแจทองเหลืองออกมาจากกระเป่าเสื้อล้านนา สอดมันเข้ารูกุญแจซึ่งเป็นกุญแจแบบฝังอยู่กับบานประตู
คลิก!
เธอค่อย ๆ แง้มประตูออก อากาศจากภายในบ้าน ลอยออกมาปะทะใบหน้าของสองแม่ลูก มันหอบเอากลิ่นบางอย่างมาด้วย กลิ่นที่เธอจำได้ไม่เคยลืม กลิ่นของ “มัน” ซึ่งทำเธอรู้สึกใจหวิว เมื่อรู้ว่ามันยังอยู่ที่นี่
แม้ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่ยุพาก็ข่มใจตนเองจนทำความสะอาดบ้านหลังนี้เสร็จ ที่นี่เป็นบ้านของเธอ เป็นสถานที่ของเธอ ไม่ว่าใครที่ไหนซึ่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญก็ไม่มีสิทธิ์อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ แม้แต่ “มัน” ยุพาก็จะหาทางกำจัดออกไปให้ได้
ถึงสองแม่ลูกจะขนข้าวของมามาก แต่พวกเธอก็ไม่ได้นำอุปกรณ์ทำครัวติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว นี่ก็บ่ายสามโมงแล้ว จวนจะถึงเวลาอาหารเย็น แก้วกิ่งขับรถเก๋งคันหรูออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้ออุปกรณ์ทำครัวและของสดสำหรับประกอบอาหารเย็นที่ในตัวอำเภอ โดยทิ้งยุพาอยู่บ้านตามลำพัง เนื่องจากเห็นว่าผู้เป็นแม่อ่อนล้าจากการเดินทางและออกแรงทำความสะอาด จึงอยากให้ท่านพักผ่อนอยู่กับบ้าน
เกือบสองชั่วโมงที่แก้วกิ่งออกไปข้างนอก เธอกลับมาพร้อมข้าวของหลายอย่าง อุปกรณ์ทำครัวเธอเลือกซื้อกระทะ หม้อ ตะหลิว ทัพพี และเครื่องครัวอย่าง จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้ว อย่างละโหล ส่วนของสดมีผักผลไม้ต่าง ๆ ทั้ง กะหล่ำ แครอท ถั่วและเห็ดนานาชนิด ผักใบเขียว หัวหอม มะเขือเทศ ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ และเครื่องปรุงอีกมากมายหลายอย่าง
รถจักรยานยนต์พ่วงข้างขับเข้ามาจอดในบ้านของสองแม่ลูก พ่อค้าเชื้อสายจีนนำถังแก๊สหุงต้มมาส่ง พลางพูดคุยถามไถ่อย่างคนรู้จักกันมานาน กว่าสองแม่ลูกจะได้กินอาหารเย็นก็ปาเข้าไปสองทุ่ม เนื่องจากเตาแก๊สเจ้ากรรมดันมีปัญหา จุดกี่ที ๆ ก็ไม่ติด จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่เข้ามาอยู่จนถึงตอนนี้ ยุพายังไม่เห็น “มัน” เลย เวลาผ่านไปเป็นสิบปี ป่านนี้มันคงหายจากบ้านหลังนี้ไปอย่างถาวรแล้ว
“แม่คะ ตอนหนูเข้าตัวอำเภอเมื่อตอนกลางวัน หนูเห็นป้ายประกาศขายที่ดินแปลงหนึ่งทำเลดีมาก อยู่ห่างจากตลาดสดไม่ไกลเท่าไหร่นัก หนูว่าจะสร้างเป็นตึกแถว ไว้ให้คนเช่าเปิดร้าน แม่คิดว่าดีไหมคะ?” แก้วกิ่งพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
“น่าสนใจดีนะลูก ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ นับว่าจะยิ่งมีราคาเพิ่มขึ้น อีกอย่างยังสบายอีกด้วย ไม่ต้องออกไปทำงานบริษัทตั้งแต่เช้าเหมือนอย่างเคยทุกวัน ๆ นี่แค่เดือนละครั้งออกไปเก็บค่าเช่า”
“หนูมีเพื่อนที่เขารับเหมาก่อสร้าง เขารับทำตึกแถวด้วยนะคะ ไว้กินข้าวเสร็จจะโทรไปขอให้เขาส่งแบบตึกแถวสวย ๆ มาให้ดูทางอีเมล เรามาช่วยกันเลือกนะคะแม่”
“จ้ะ”
แก้วกิ่งเปลี่ยนแบบตึกแถวไปทีละแบบ เพื่อดูกับยุพาบนหน้าจอโน้ตบุ๊ก แบบตึกแถวที่เพื่อนส่งมาให้สวยทุกแบบ ราคาไม่แพงนัก แก้วกิ่งแอบคิดเข้าข้างตนเองว่าถ้าตึกแถวของเธอสร้างเสร็จเมื่อไหร่ คนต้องแห่มาเช่าเพราะตึกแถวของเธอเป็นตึกที่สวยกว่าทุกตึกในย่านนั้น
ทั้งสองลงความเห็นจะสร้างตึกแถวในรูปลักษณ์แบบตึกของชาติตะวันตกสีเอิร์ทโทน ยุพากลัวตึกที่จะสร้างออกมาฝรั่งจ๋าจนเกินไป จึงออกความเห็นว่าควรจะหยิบการตกแต่งในแบบล้านนาผสมปนไปด้วย คงจะออกมาแปลกใหม่ไม่มีใครเหมือน
เมื่อได้แบบที่ถูกใจแล้ว แก้วกิ่งก็โทรไปปรึกษากับเจ้าของแบบเดี๋ยวนั้นทันที ได้ฟังจากเพื่อนจึงรู้ว่าการดำเนินงานก่อสร้างตึกแถวตามแบบที่ว่า ต้องใช้เงินหนึ่งในสี่ของทรัพย์สินที่ได้รับจากอดีตสามี นั่นไม่ได้ระคายหน้าแข้งเธอเท่าไหร่ เพื่อนผู้รับเหมาซึ่งสนิทกันรับปากเป็นมั่นว่าอีกสองวันจะขึ้นเหนือมาดูที่ดิน ถ้าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในอาทิตย์หน้าได้ทันที
“แม่คะ พรุ่งนี้เราเข้าไปในเมืองกันดีไหม หนูอยากหาซื้อเครื่องเรือนมาแต่งบ้านเสียหน่อย อีกอย่างไม้ดอกหน้าบ้านก็แห้งตายไปหมดแล้ว หนูอยากได้ไม้ดอกสวย ๆ มาปลูกแทน ไปด้วยกันนะคะแม่”
“จ้ะ แม่กำลังอยากได้ชั้นหนังสือสักชั้น งั้นแม่ขอตัวไปนอนก่อน หลับฝันดีนะจ๊ะลูกรัก” ยุพากล่าวกับลูกสาว พลางยื่นแก้มไปให้แก้วกิ่งหอม ก่อนจะลุกจากม้านั่งไม้ในห้องนั่งเล่นเดินขึ้นชั้นสองเข้าห้องนอนไป
ในห้องนอนของยุพาไม่มีอะไรมาก มันเป็นห้องโล่ง ๆ มีเพียงเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งเท่านั้น ยุพาไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในห้อง แสงสว่างจากพระจันทร์เต็มดวงของคืนหน้าร้อน ทอแสงทะลุผ่านกระจกฝ้า ทำให้เห็นทางที่จะเดินสู่เตียงอย่างแจ่มชัด
ระหว่างกำลังเหยียดกายนอนหนุนหมอนอยู่บนเตียง จู่ ๆ มีเสียงหนึ่งดังจากเพดานห้องมาเข้าหูของยุพา
จี๊ด…ดดด จี๊ด ๆ ๆ ๆ
เป็นเสียงที่เธอไม่อยากได้ยิน เสียงของ “มัน” มันยังอยู่ในบ้านหลังนี้มาตลอดสิบว่าปีที่เธอจากไป ยุพาพยายามไม่สนใจและข่มตาให้หลับ ความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้เธอผล็อยหลับไปในที่สุด
สองแม่ลูกรีบออกจากบ้านแต่เช้า เพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้อากาศจะร้อนจนไม่อยากออกไปไหน ทั้งสองมาถึงร้านขายต้นไม้แห่งหนึ่งข้างในตัวเมือง ที่นี่มีต้นไม้หลากหลายชนิดทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ต้นผลหมากรากไม้ต่าง ๆ เรียกว่ามีครบ เลือกไปแต่งสวนได้ทุกสไตล์
แก้วกิ่งเลือกไม้ดอกไทย ๆ อย่าง ต้นมะลิ ต้นลีลาวดี สำหรับนำไปแต่งบริเวณหน้าบ้าน ต้นขนุนสำหรับปลูกไว้หลังบ้าน เพราะเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุน เธอเลือกจองไม้ประดับอื่น ๆ ด้วยอย่างต้นวาสนา ต้นหูกระจง ต้นน้ำเต้าญี่ปุ่น เฟิร์นชายผ้าสีดา สำหรับนำไปตกแต่งตึกแถวของเธอที่กำลังจะสร้าง
“มีต้นอะไรที่ใช้ไล่หนูได้ไหมคะ?” ยุพาถามคนขาย
แก้วกิ่งหันขวับมามองผู้เป็นแม่อย่างสงสัย
“แม่จะเอาต้นแบบนั้นไปทำอะไรคะ?”
ยุพาไม่ตอบอะไร แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ถ้าอยากได้ต้นที่ไล่หนูได้ แถมยังมีดอกสวย แนะนำต้นยี่โถค่ะ” คนขายชี้แนะนำไม้พุ่มสูงประมาณเมตรกว่า ๆ ใบเขียวเรียวแหลม มีช่อดอกสีชมพูอ่อน “วิธีใช้ไล่หนูก็ตัดกิ่งแก่ ๆ ไปตากแห้งแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่ไม่ต้องการเห็นหนู”
ความคิดเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นมาในหัวของยุพา เธอจะนำต้นยี่โถไปปลูกล้อมบ้าน ไม่ให้หนูตัวในออกตัวนอกเข้า เมื่อทางหนีถูกปิด เธอจะค่อย ๆ ล้างเผ่าพันธุ์พวกมันทีละตัว ๆ ด้วยฝีมือของเธอเอง
“งั้นเอาต้นนี้ยี่สิบต้นค่ะ” ยุพาบอกคนขาย
“แม่จะเอาไปทำไมตั้งเยอะแยะคะ” แก้วกิ่งตกใจกับความคิดของแม่ แม่เธอนึกพิศวาสเจ้าดอกสีชมพูแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“ตอนนี้ทั้งร้านเหลือไม่ถึงสิบต้นเองค่ะ”
“อืม… งั้นเอาเท่าที่มีก็ได้ค่ะ” ยุพาบอกคนขาย แล้วคนขายก็เดินไปเอาต้นยี่โถทั้งร้านออกมา
“แม่จะเอาไปทำไมเยอะแยะ หนูว่าสัก 2-3 ต้นนี่กำลังสวย แต่ถ้าเป็นสิบต้นนี่ดูเยอะเกินไปนะคะ”
“ไม่เยอะหรอก แม่อยากให้บ้านเราเป็นสีชมพู” ยุพาเอ่ยอย่างมีอะไรเคลือบแฝง ลูกสาวของเธอมองดูด้วยสายตาไม่เข้าใจความคิดของแม่
Leave a comment