ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา
“ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์
ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้
“ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน
“ที่ฉันมาก็เพื่อจะมาแสดงความยินดีและมาลาด้วย”
“คุณจะลาไปไหนคะ?” นิตาถาม
“ผมจะไปเรียนต่อที่เยอรมันนี!”
ศกรและนิตาใจหายเมื่อได้ยิน ณเรศไม่เคยเปรยเรื่องนี้ให้ฟังมาก่อน
“แล้วคุณจะไปเมื่อไหร่คะ?”
“อย่างช้าคงจะเป็นมะรืนนี้”
“มะรืนนี้!” ศกรทวนคำพูด “แล้วนี่แกบอกแป้งหอมแล้วหรือยัง?”
ณเรศพยักหน้าแทนคำตอบ
“อืม… ฉันบอกเธอไปแล้ว แต่แป้งหอมคงไม่สนใจมากมายหรอก”
“งั้นฉันขออวยพรให้คุณโชคดีนะคะ” นิตากล่าว
“ขอบใจมาก ฉันขอให้ทั้งสองคนมีความสุขมาก ๆ นะ”
ณเรศกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
ระเบียงของบ้านหลังใหญ่ จากที่นี่มองออกไปเห็นอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลของบ้านประภากรณ์ ณเรศยืนเหม่อลอย คิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกทีแป้งหอมก็มายืนอยู่ข้าง ๆ
“คุณจะไปเยอรมันนีจริงเหรอคะ?”
“จริงสิ”
“แล้วคุณจะไปเมื่อไหร่?”
“พรุ่งนี้ตอนเช้า ฉันให้ไอ้มอดไปจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกให้แล้ว”
“ไม่ไปไม่ได้เหรอคะ?”
“ฉันตัดสินใจแล้วแป้งหอม ถ้าฉันไปอยู่ที่โน่นอาจจะมีประโยชน์กว่าอยู่ที่นี่ก็ได้”
“ถ้าคุณไปแล้วฉันคงเหงาแย่เลยน่ะสิ”
“ก็ดีแล้วไง จะได้ไม่มีใครมาทำให้เธอรำคาญใจอีก”
ณเรศพูดแล้วปลีกตัวเดินหนี เขาไม่อยากเห็นหน้าของหญิงสาวอันเป็นที่รักอีก ไม่อยากเจ็บช้ำใจไปมากกว่านี้
แสงสว่างของเช้าวันใหม่ เป็นสัญญาณบอกว่าวันแห่งการจากลามาถึงแล้ว ทุกคนในบ้านประภากรณ์มาส่งณเรศที่หน้าบ้าน มอดขนสัมภาระของณเรศขึ้นไปไว้ท้ายรถ ไอยรากอดอำลาลูกชายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“ไปอยู่ที่นั่นอย่าลืมโทรมาหาแม่บ้างนะ ว่าง ๆ ก็กลับมาเยี่ยมกันบ้าง ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะแม่เป็นห่วงลูกมากนะจ๊ะ”
“ครับ ถ้าถึงที่นั่นแล้วผมจะโทรมาบอก”
“โชคดีจ้ะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ” ไอยราอวยพรลูกชายแล้วกอดเป็นครั้งสุดท้าย
ขณะที่ณเรศกำลังจะเดินไปขึ้นรถ แป้งหอมก็วิ่งเข้ามาหา ในมือถือกล่องพลาสติกบรรจุของกินบางอย่าง
“เดี๋ยวค่ะคุณณเรศ!” แป้งหอมเรียก
ณเรศหันกลับมามอง
“ช่วยรับนี่ไปด้วยนะคะ ที่เยอรมันนีคงไม่มีให้คุณกิน”
แป้งหอมพูดพลางยื่นกล่องบรรจุมะม่วงน้ำปลาหวานให้
“ขอบใจนะ”
ณเรศกล่าวโดยไม่แม้มองหน้าเธอ เขารับมาแล้วรีบขึ้นรถ พอปิดประตูสนิทมอดก็ออกรถ มุ่งหน้าสู่สนามบิน
“จะไม่กล่าวลาอะไรกับแป้งหอมหน่อยเหรอครับ?” มอดถามเจ้านาย
“ไม่ล่ะ ฉันอยากตัดใจจากเธอ”
“แล้วตัดใจได้หรือยังครับ?”
ณเรศหันมามองมอดตาขวาง
“แกยุ่งอะไรด้วย ฉันจะตัดใจได้หรือไม่ได้ มันเกี่ยวอะไรกับแก”
“อูย… มอดแค่ถามเฉย ๆ ครับ”
ณเรศก้มหน้ามองกล่องมะม่วงน้ำปลาหวานที่แป้งหอมให้มา คิดทบทวนเรื่องราว ดีแล้วที่จากเธอไปแบบนี้ เธอจะได้สบายใจ ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายชีวิตเธอต่อไปอีกแล้ว
“คุณณเรศครับ อย่าหาว่ามอดสาระแนอะไรเลยนะครับ คุณณเรศรักแป้งหอมใช่ไหมครับ?” มอดรวบรวมความกล้า ถามอย่างไม่กลัวจะถูกไล่ออก
ณเรศมองหน้ามอด ทีแรกคิดจะเอาเรื่อง แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจตอบไปดี ๆ
“ใช่! ฉันรักแป้งหอม รักมากด้วย รักเธอมาตั้งแต่แรกพบแล้ว”
“แล้วทำไมคุณณเรศไม่อยู่ดูแลแป้งหอมเธอล่ะครับ รักเธอก็ขอเธอแต่งงานเลยสิครับ”
“ฉันเคยขอแล้ว”
“แล้วแป้งหอมว่ายังไงครับ?”
“เธอไม่ว่าอะไร แต่ฉันคิดว่าคงจะปฏิเสธ แป้งหอมเกลียดฉันจะตายไป เรื่องอะไรจะมาแต่งงานกับฉัน”
“อ้าว… แป้งหอมยังไม่ได้ให้คำตอบอะไรเลย คุณณเรศจะคิดเอาเองได้ยังไงครับ ให้มอดขับกลับไปถามเธอไหม ว่าตกลงแล้วเธออยากแต่งงานกับคุณณเรศหรือเปล่า?” มอดทำท่าจะเลี้ยวพวงมาลัยกลับ
“ไม่ต้อง! ฉันตัดสินใจแล้ว ขับพาฉันไปสนามบินนั่นแหละ” ณเรศสั่งคำขาด
ในห้องครัวของบ้านประภากรณ์ แป้งหอมและแหววช่วยกันล้างจานชาม
“คุณหนูไม่อยู่แบบนี้พี่แหววเหงาแย่ ต่อจากนี้ใครจะมาดุมาด่าพี่ล่ะเนี่ย คิดแล้วก็น่าใจหายนะ จู่ ๆ คุณหนูก็ปุ๊บปั๊บไปต่างประเทศแบบนี้” แหววพูดกับแป้งหอม
“ไม่มีคนมาว่าให้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
“แต่พี่ชอบให้คุณหนูว่าพี่มากกว่านะ ไม่มีคนมาด่าว่าเหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป ว่าแต่น้องแป้งหอมเถอะ ไม่เหงาบ้างเหรอ?”
“เหงาสิคะ คุณณเรศหายไปทั้งคนแบบนี้”
“นั่นแน่… เหงาหัวใจละสิท่า”
แหววแซวจนแป้งหอมหน้าแดงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“เหงาหัวใจอะไรกันคะพี่แหวว พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย?”
“พี่รู้นะว่าน้องแป้งหอมก็รักคุณหนูเขาเหมือนกัน คุณหนูเองก็รักน้องแป้งหอม แล้วทำไมน้องแป้งหอมไม่บอกเขาไปล่ะว่ารัก เขาจะได้อยู่กับเรา”
“ไม่ได้หรอกคะ เด็กกำพร้าอย่างหนูไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด”
“คุณหนูเขาตัดสินใจที่จะรักน้องแป้งหอมแล้วนี่ แสดงว่าเขามองข้ามเรื่องฐานะไปแล้ว คนเรารักกันต้องรักกันที่ไหนเหรอ เงินทอง ฐานะ ชื่อเสียง รูปร่างหน้าตา หรือว่าจิตใจ?”
แหววพูดชวนให้แป้งหอมคิด จริงอย่างที่ว่า ณเรศไม่ได้สนใจว่าแป้งหอมเป็นเด็กกำพร้า และครั้งหนึ่งเขาก็เคยปกป้องชีวิตเธอจากคมกระสุน เขารักเธอด้วยใจจริง และเธอเองก็รักเขาสุดใจเช่นกัน
“รีบเลยดีกว่าค่ะน้อง ตามไปตอนนี้อาจยังทัน ไปห้ามคุณหนูกัน แล้วบอกไปว่าน้องแป้งหอมรักเขา”
แหววยิ้มให้ แล้วจูงแป้งหอมเดินกุลีกุจอออกมาจากครัว
ที่สนามบิน ณเรศเข็นสัมภาระมาเช็คอินกับสายการบิน เสร็จแล้วเขาก็มานั่งรอเครื่องบินออกที่ม้านั่งร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น เขายกนาฬิกาขึ้นมอง อีกสิบห้านาทีก็ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว
“ช้าอย่างนี้จะทันไหมเนี่ยลุง เหยียบให้มันเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?” เสียงแหววเร้าคนขับรถแท็กซี่ที่เธอและแป้งหอมนั่งมาด้วยกัน เพื่อไปยังสนามบิน
“นี่ก็เร็วสุดแล้วนะหนูเอ้ย ให้เร็วกว่านี้ต้องรอให้รถลุงเป็นจรวดเสียก่อน”
“ลุงเหยียบแค่เจ็ดสิบเอง ถ้าเป็นหนูจะเหยียบให้มิดคันเร่งเลย คนแก่ก็เป็นอย่างนี้ ทำอะไรชักช้างุ่มง่าม”
แล้วความเร็วของรถแท็กซี่คันนี้ก็เพิ่มขึ้น แหววยิ้มกว้างที่ยุคุณลุงคนขับแท็กซี่ได้สำเร็จ ไม่นานแกก็พาทั้งสองมาถึงสนามบิน
เอี๊ยด… ดดด!
แป้งหอมและแหววรีบลงมาจากแท็กซี่ เดินมาจ่ายค่าโดยสาร
“ตายแล้ว พี่ลืมหยิบกระเป๋าเงินติดมือมา น้องแป้งหอมมีเงินไหม?” แหววพูดพลางคลำหากระเป๋าเงินทั่วตัว
“หนูก็ไม่ได้เอามา”
“งั้นน้องแป้งหอมเข้าไปตามหาคุณหนูก่อน ที่นี่พี่จะอยู่เคลียร์เอง”
“ค่ะ!”
แป้งหอมรีบจ้ำอ้าวเข้าสนามบิน วิ่งไปในอาคารผู้โดยสารขาออก
‘ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เที่ยวบินที่จะไปเยอรมันนีกำลังจะออกแล้ว ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านขึ้นเครื่องได้ในตอนนี้เลยค่ะ’
เสียงของสาวประชาสัมพันธ์ประกาศ ผู้โดยสารที่จะไปเยอรมันนีต่างลุกขึ้นเดินไปขึ้นเครื่องบิน
แป้งหอมวิ่งหน้าตั้งมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
“ขอโทษนะคะ เที่ยวบินเที่ยวแรกที่จะไปเยอรมันนี ไม่ทราบว่าตอนนี้ออกไปหรือยัง?”
“อ๋อ… เที่ยวบินที่ว่าเพิ่งจะออกไปเมื่อไม่นานนี้เองคะ”
“เหรอคะ ขอบคุณค่ะ”
แป้งหอมคอตก หมดโอกาสที่จะได้บอกให้ณเรศรู้ความจริงในใจเสียแล้ว นับจากนี้เธอจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วเหรอ ตอนนี้รู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมา โกรธที่เล่นตัวไม่ยอมบอกรักเขาไปเมื่อยังมีโอกาส
“แป้งหอม!”
น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้น แป้งหอมเหลียวไปมอง
เห็นบุรุษผู้เป็นเจ้าของเสียงเธอก็ประหลาดใจ เผยยิ้มกว้างออกมาแล้วกระโดดเข้าสวมกอดบุคคลผู้นั้น
“คุณณเรศ คุณอย่าทิ้งฉันไปอีกนะคะ ฉันรักคุณค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างกระอึกกระอักเพราะร้องไห้ไปด้วย
ณเรศลูบผมเธอเบา ๆ พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันอยู่นี่แล้ว ฉันไม่ไปไหนแล้ว ฉันจะอยู่กับเธอแป้งหอม หยุดร้องไห้ได้แล้ว อายคนอื่นเขา”
แป้งหอมค่อย ๆ ผละออกจากณเรศ ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแห่งความปีติดีใจ ณเรศช่วยเธอปาดน้ำตาอีกข้าง
“แล้วทำไมคุณถึงไม่ขึ้นเครื่องล่ะคะ?”
ณเรศยิ้มก่อนตอบ เอามือกุมที่ท้องตัวเองไว้
“ก็มะม่วงน้ำปลาหวานของเธอน่ะสิ เล่นงานจนฉันท้องเสีย นี่เข้าห้องน้ำไปหลายครั้งแล้วนะ ยังปวดอยู่เลย แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้ฉันได้ฟังคำบอกรักจากเธอ รู้ไหมฉันฟังแล้วซึ้งมากเลย”
แป้งหอมเขินอายเบี่ยงหน้าหลบณเรศ
“ดูซิ ขนาดเขินเธอยังน่ารักเลย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฉันรักเธอได้อย่างไร” ณเรศยกยอ ทำแป้งหอมอายมากกว่าเดิมหลายเท่า
Leave a comment