ใจพันธนาการ – ตอนที่ 28

Share

แสงแดดตอนเช้าให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวย ท่ามกลางทรายหาดที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์  บรรยากาศชักชวนให้หญิงสาวออกมาเดิน

หาดทรายตอนเช้าอย่างนี้ยังไม่มีคนพลุกพล่าน เงียบสงบและรู้สึกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การเดินเล่นพักสมองและสามารถคิดเรื่องราวที่ค้างคาอยู่ในหัวได้ดีขึ้น

เมื่อคืนเราทำกับเขาเกินไปหรือเปล่านะ?

แป้งหอมถามตัวเอง

“แบบนั้นสมควรแล้ว ผู้ชายที่ไม่รู้จักให้เกียรติผู้หญิง ไม่จำเป็นที่ผู้หญิงจะให้เกียรติด้วยเหมือนกัน”

แป้งหอมตอบใจตัวเองเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ที่จริงแล้วในใจของเธอรู้สึกผิดกับการกระทำที่ทำกับเขา  ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเธอปวดใจ ไม่ใช่ณเรศที่ทำให้เธอเจ็บ แต่เป็นเธอเองต่างหาก

“อีกไม่กี่วันต้องแต่งงานกันคุณศกรแล้ว ถึงวันนี้ฉันจะยังไม่ได้รักคุณ แต่ฉันมั่นใจว่าสักวัน ฉันจะสามารถรักคุณอย่างเต็มหัวใจได้ไม่ยาก”

“เพ้อถึงใครอยู่เหรอแป้งหอม?”

เสียงดังมาจากข้างหลัง ทำให้แป้งหอมสะดุ้งหลุดจากภวังค์  เธอหันมาดูเป็นศกรนี่เอง

“อ้าว… คุณศกร มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”

“เดินตามคุณมาได้สักพักแล้วล่ะ ว่าแต่เมื่อกี้คุณเพ้อถึงใครอยู่เหรอ ผมได้ยินไม่ถนัด”

“ปะ… เปล่านี่คะ ฉันก็พูดของฉันไปเรื่อย” แป้งหอมปฏิเสธ

“ผมว่าคุณต้องเพ้อถึงผมอยู่แน่เลย ถึงดลใจผมให้ออกมาหาคุณนี่ไงล่ะ” ศกรส่งยิ้มให้

แป้งหอมยิ้มแห้ง ทั้งคู่เดินเคียงกันไปบนหาดทรายขาว ศกรคุยเรื่องแต่งงานกับแป้งหอม

“ผมเห็นชุดเจ้าสาวของคุณแล้วนะ สวยมากเลย ดูเหมาะกับคุณมาก ผมชักอยากเห็นคุณสวมมันในงานแต่งงานของเราเร็ว ๆ แล้วสิ”

แป้งหอมเงยหน้าขึ้นมามองศกรแล้วยิ้มให้

“ฉันก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ เหมือนกันค่ะ”

สายตาคู่หนึ่งมองทั้งสองมาได้พักใหญ่แล้ว โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ณเรศจ้องแป้งหอมและศกรจากระเบียงชั้นสองของห้องพัก นัยน์ตาของเขาฉายแววริษยา ในมือขยำกระป๋องเบียร์จนบู้บี้เพื่อระบายความโกรธ

“จะแวะเข้าบ้านก่อนหรือจะไปที่เวดดิ้งสตูดิโอเลยดีล่ะแป้งหอม?” ศกรถามหวานใจระหว่างขนกระเป๋าใส่ท้ายรถ

“ไปเวดดิ้งสตูดิโอก่อนก็ดีคะ ฉันอยากลองสวมชุดแต่งงานดู”

“ตกลงตามนั้น ขึ้นรถกันเลย”

ศกรและแป้งหอมเดินเข้าไปนั่งในรถ ศกรติดเครื่องแล้วขับผ่านรถของณเรศที่จอดนิ่ง

“ตามเขาไปกันดีไหมคะ นิตาอยากเห็นคุณสวมชุดเจ้าบ่าวบ้าง” นิตากอดแขนณเรศทำท่าทีสนิทสนม

ณเรศไม่สนใจ เดินหนีออกมาแล้วเข้าไปนั่งในรถ ติดเครื่องยนต์แล้วหันไปบอกกับนิตา

“คุณไม่ไปใช่ไหม?”

“ไปค่ะ!” นิตารีบเข้ามานั่งในรถ

ที่เวดดิ้งสตูดิโอ หน้าห้องแต่งตัว ศกรและนิตานั่งรอคู่แต่งงานของตัวเองอยู่ตรงนี้  แล้วณเรศในชุดสูทสุภาพสีขาวชุดเดียวกับศกรก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว นิตาเห็นแล้วก็ตื่นเต้นตาวาว ลุกขึ้นมาชื่นชม

“ดูดีมากเลยค่ะ นิตาดีใจจริง ๆ ที่จะได้แต่งงานกับคุณ”

ศกรหมั่นไส้ ทำปากขมุบขมิบล้อเลียนคำพูดของนิตา

“เป็นอะไรของคุณ? ให้ฉันเอาไม้แขวนเสื้อตีปากไหม เผื่อจะหาย”

“เป็นอะไร? ฉันเปล่าเป็นอะไรสักหน่อย”

“ชิ!” นิตาเมินใส่ศกร

แป้งหอมในชุดแต่งงานชุดเดียวกับนิตาปรากฎต่อหน้าทุกคน สองหนุ่มเห็นก็ตะลึงในความสวยของเธอ เธอดูโดดเด่นและสง่างามมากในชุดนี้ ผิวของเธอขาวผ่อง สวยกว่าเนื้อผ้าสีขาวเป็นพันเท่า  เธอมองทุกคน รู้สึกไม่มั่นใจตัวเอง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ ฉันไม่เหมาะกับชุดนี้หรือไง?” แป้งหอมหันไปถามศกร

ศกรยังตาค้างไม่หาย ลุกขึ้นเดินมาหาเธอ

“เปล่า… คุณสวมชุดนี้แล้วดูสวยมาก ผมโชคดีจริง ๆ ที่ได้คุณมาเป็นภรรยา” ศกรจับมือแป้งหอมขึ้นมาจูบต่อหน้าณเรศและนิตา

แป้งหอมเขิน ค่อย ๆ ดึงมือมาเก็บ เธอยิ้มให้ศกรแล้วเหลือบไปเห็นสายตาอิจฉาของณเรศที่จ้องมองมา  งานแต่งของเธอจะมีพร้อมกับงานแต่งของเขา มันน่าอึดอัดใจที่มีคนคอยจ้องจับผิดอย่างนี้ตลอด

“เจ้าบ่าวขยับลงมาใกล้เจ้าสาวหน่อยครับ” ช่างภาพบอกกับณเรศให้ก้มหน้าลงมาใกล้นิตาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หรู

“อย่างนั้นแหละครับ หนึ่ง-สอง-สาม!”

แชะ!

“โอบไหล่เจ้าสาวหน่อยครับ เจ้าบ่าวทำไมไม่ยิ้มเลยล่ะครับ ยิ้มด้วยนะครับ”

ณเรศยิ้ม ดูแล้วหยิ่ง

“นั่นแหละครับ หนึ่ง-สอง-สาม!”

แชะ!

ต่อไปเป็นคราวของแป้งหอมและศกร คู่นี้ช่างภาพให้ยืนโอบกัน ดูใกล้ชิดกว่าคู่ที่แล้ว เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเมื่อมาอยู่หน้ากล้องก็ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ช่างภาพไม่ต้องร้องขอ

“ดีครับ ๆ หนึ่ง-สอง-สาม!”

แชะ!

“โพสท่าตามสบายเลยนะครับ ทำท่าอะไรก็ได้ เพราะคุณสองคุณดูเป็นธรรมชาติมาก เดี๋ยวผมจะถ่ายไปเรื่อย ๆ สักสิบรูปนะครับ”

แชะ!

แชะ!

ช่างภาพถ่ายสนุกมือ รัวชัตเตอร์เป็นว่าเล่น เพราะเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเปลี่ยนท่าเปลี่ยนตำแหน่งกันเอง โดยช่างภาพไม่ต้องออกปาก แถมดูเป็นธรรมชาติสมกับที่เป็นคู่รักกัน

ณเรศมานั่งพักดื่มน้ำที่ด้านหลังกล้อง สายตาก็มองแป้งหอมและศกรผลัดกันเปลี่ยนท่าเปลี่ยนทางดูสนุกสนาน  ณเรศหมั่นไส้หน้าตาบึ้งตึง รีบดูดน้ำให้หมดแก้ว ก่อนปาแก้วกระดาษลงพื้นจนน้ำแข็งหกกระจาย ทุกคนตกใจหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน

“เอ่อ…ผมขอโทษ พอดีมันลื่นหลุดมือ” ณเรศพูดหลังจากใจเย็นลงบ้างแล้ว เขารีบเดินออกมาจากห้องถ่ายภาพ นิตาเห็นคนรักท่าทางดูแปลกไปจึงรีบตามออกมา

“เดี๋ยวค่ะ คุณจะไปไหนคะ?” นิตาตะโกนไล่หลัง

“เสร็จธุระแล้วใช่ไหม? ผมอยากกลับบ้านแล้ว” ณเรศตอบพร้อมดึงเนคไทออก

“เรายังต้องไปช่วยกันเลือกบัตรเชิญงานแต่งงานของเราอีกนะคะ”

“เรื่องนั้นให้สองคนนั้นจัดการก็ได้ ยังไงมันก็เป็นงานเดียวกันอยู่แล้ว”

“ได้ยังไงกันคะ นี่มันงานแต่งของเรานะ คุณจริงจังกับมันหน่อยได้ไหม นิตาขอร้องล่ะ” นิตาน้ำเสียงจริงจัง ดูเธอจะน้อยใจณเรศ

“ก็ได้… แต่ผมอยู่ต่ออีกแค่เดี๋ยวเดียวนะ”

นิตาพยักหน้า พาณเรศเข้าไปเปลี่ยนชุด

จากนั้นทั้งคู่ก็ออกมานั่งเลือกตัวอย่างบัตรเชิญงานแต่งจากแคตตาล็อก ซึ่งมีนับร้อย ๆ แบบ โดยมีพนักงานนั่งแนะนำอยู่ข้าง ๆ สายตาของณเรศไม่ได้จับจ้องที่แคตตาล็อกตรงหน้า เขาทอดสายตาไปมองแป้งหอมซับเหงื่อให้ศกร  เกิดความน้อยใจขึ้นมา อะไรที่ทำให้แป้งหอมมองเขาและศกรต่างกันขนาดนี้ เขาดีสู้ศกรไม่ได้เลยเหรอ?

ณเรศละสายตา หันมาพูดกับนิตา

“ผมขอตัวกลับก่อนนะ”

ไม่รอให้นิตาตอบ จู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากเวดดิ้งสตูดิโอทันที นิตาลุกขึ้นรีบตามออกไป แต่ไม่ทัน เขาหายลับไปไหนไม่รู้แล้ว

“คุณณเรศ ยังเลือกไม่ได้เลยนะคะ กลับมาก่อนสิ”

นิตานั่งเลือกบัตรเชิญงานแต่งของเธอกับณเรศจนได้แบบที่ถูกใจ พอดีกับแป้งหอมและศกรเสร็จจากการถ่ายภาพ พากันเดินออกมาในชุดลำลอง

“จะกลับกันแล้วเหรอคะ?” นิตาแสร้งถาม

“ค่ะ อ้าว… นี่คุณไม่ได้กลับกับคุณณเรศไปแล้วเหรอคะ?” แป้งหอมถามนิตา

“เรื่องของฉันย่ะไม่ต้องยุ่ง จะกลับก็กลับกันไปเลย เดินทางโดยสวัสดิภาพแล้วกัน บ๊ายบาย” นิตากล่าวอำลาที่ฟังเหมือนไล่กันมากกว่า

ศกรยิ้มอบอุ่นให้แป้งหอม จับมือเธอเดินออกจากตรงนี้ไป พนักงานสาวในเวดดิ้งสตูดิโอเรียกเขาไว้ทัน ก่อนจะหายออกไปจากร้าน

“คุณศกร เดี๋ยวก่อนค่ะ!”

ศกรหันมามอง

“มีอะไรครับ?”

“นี่ค่ะ รูปที่คุณฝากให้ใส่กรอบ” พนักงานสาวส่งถุงใบใหญ่ให้ศกร

ศกรเพิ่งนึกได้ เมื่อสองวันก่อนเขานำรูปที่ถ่ายคู่กับนิตามาให้ร้านใส่กรอบให้ กำหนดรับคือเมื่อวานนี้ แต่เขาติดธุระมารับไม่ได้ แล้วตอนนี้มีแป้งหอมอยู่ด้วย ขืนเธอรู้งานอาจเข้าและอาจเสียฟอร์มให้นิตา เขาจึงแกล้งเฉไฉทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“ระ… รูปอะไรเหรอครับ? ผมไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” ศกรอ้ำอึ้ง พยายามพาแป้งหอมออกจากร้านโดยไว แต่ไม่ทันพนักงานสาวชิงตอบคำถามของเขาเสียก่อน

“ก็รูปที่คุณถ่ายคู่กับคุณนิตาไงคะ”

นิตาหันมาสนใจ นี่ศกรก็เอารูปนั้นมาใส่กรอบด้วยเหรอ เขาทำแบบนี้หมายความว่ายังไง  ตอนนี้หัวใจของนิตาเต้นแรง เพราะกลัวพนักงานสาวคนนี้จะหลุดพูดเรื่องของเธอบ้าง

“ของคุณนิตาก็รับได้เลยนะคะ รูปที่คุณถ่ายคู่กับคุณศกรก็ใส่กรอบเสร็จแล้วค่ะ เชิญคุณทั้งสองรับกลับไปได้เลย”

พนักงานสาวบอกหมดเปลือก ไม่เหลือความลับอะไรให้ปกปิดแล้ว

แป้งหอมงงกับเหตุการณ์ นี่มันเรื่องอะไร?  ส่วนศกรและนิตาต่างก็มองหน้ากัน สงสัยว่าอีกฝ่ายทำเช่นนี้ทำไม

“ของคุณศกรค่ะ” พนักงานสาวเดินมายัดถุงบรรจุภาพถ่ายในกรอบหรูใส่มือศกร

“ของคุณค่ะคุณนิตา” พนักงานสาวเดินมาหานิตา แล้ววางถุงบรรจุภาพถ่ายในกรอบหรูไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ

“รูปอะไรกันคะคุณศกร?” แป้งหอมถาม

“ไม่มีอะไรหรอก เรากลับกันเถอะ”

ศกรเหงื่อตก จูงมือแป้งหอมเดินออกจากเวดดิ้งสตูดิโอพร้อมถุงในมือ นิตาหน้าแดงก่ำหันมายิ้มแห้งให้พนักงานที่ตีหน้าซื่ออยู่ข้าง ๆ ตกลงนิตากับศกรคิดยังไงกันแน่?


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!