ช่วงสายที่บ้านดิเรกธานนท์ หลังจากผ่านมื้อเช้า แป้งหอมก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อจัดเตรียมของสำหรับไปทำงานที่หาดพันแสงและค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน ตอนนี้ถึงเวลาต้องออกเดินทาง แต่แป้งหอมยังเตรียมของไม่เสร็จและยังไม่ลงมาเสียที ศกรจึงขึ้นไปตาม
“แป้งหอม… คุณยังจัดของไม่เสร็จอีกเหรอ เราจะไปกันแล้วนะ” ศกรพูด
“เสร็จแล้วค่ะ ฉันกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” แป้งหอมตะโกนก่อนตัวจะออกมา เธอหอบกระเป๋าเดินทางท่าทางจะหนักออกมาอย่างทุลักทุเล
“ให้ผมช่วย”
ศกรเอื้อมมือไปช่วยแป้งหอมถือกระเป๋า
“ขอบคุณค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“รีบไปกันเถอะ ผมอยากให้คุณไปสูดอากาศที่หาดพันแสงเร็ว ๆ”
ศกรพูด เอามือข้างที่ว่างกำแขนแป้งหอมแล้วเดินพาลงไปข้างล่าง รถหรูของเขาจอดรออยู่ตรงลานหน้าบ้านแล้ว หลังจากเก็บกระเป๋าใส่หลังกระโปรงรถ ศกรก็ออกรถพาแป้งหอมมุ่งสู่หาดพันแสง
รถมินิคันเล็กขับเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านประภากรณ์ นิตาก้าวออกมาจากรถ จ้ำเท้าเข้าไปหาสาวใช้ที่กำลังฮัมเพลงโปรดขณะฉีดน้ำรดไม้ดอกไปด้วยอย่างสบายอารมณ์
“นี่นังคนใช้! คุณณเรศของฉันอยู่ไหม?” นิตาใช้เสียงแหลมสูงตะคอกถาม
แหววเหลียวมามอง พอเห็นเป็นนิตาก็สะอิดสะเอียนในใจ
“คุณก็เข้าไปดูเองซิคะว่าคุณณเรศเขาอยู่หรือเปล่า?”
“ฉันถามแก แกเป็นคนใช้หน้าที่แกคือตอบคำถามของฉันเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่มาต่อปากต่อคำแบบนี้ ฉันถามแกอีกที คุณณเรศของฉันอยู่ไหม?”
“ถ้าคุณเขาไม่อยู่ที่นี่จะให้ไปอยู่ที่ไหนละคะ ที่นี่เป็นบ้านของเขา เขาก็ต้องอยู่แหละค่ะ” แหววตอบอย่างยียวน
นิตาโมโหที่แหววกวนเธอให้ประสาทเสีย เธอกระทืบเท้าพร้อมทำเสียงแหลมสูงจนแหววต้องเอามือขึ้นมาปิดหู
“กรี๊ด… ดดด! กล้าดียังไงมาพูดล้อเล่นกับฉัน ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นแกนะ ไว้รอฉันแต่งงานกับคุณณเรศแล้วมาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ ฉันจะไล่แกออกทันที”
“เหรอ… ไว้รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะค่า…”
“กรี๊ด! นังคนใช้” นิตาพูดใส่หน้าแหวว ก่อนจะตบเท้าเดินเข้าบ้านไป
นิตาเดินขึ้นมาถึงห้องณเรศ เธอทิ้งใบหน้าบูดบึ้งแล้วเปลี่ยนมายิ้มแฉ่งพลางจัดผมเผ้าให้เข้าที่ จากนั้นเปิดประตูห้องณเรศโดยไม่เคาะประตู
“อรุณสวัสดิ์คะคุณณเรศ” นิตาเสียงแจ้ว
ณเรศกำลังจัดของใส่กระเป๋าอยู่บนเตียง ตกใจกับเสียง หันมาที่นิตา
“ก่อนเข้ามาทำไมคุณไม่เคาะประตูก่อน?”
นิตาเดินเข้ามานั่งข้างณเรศ
“โถ่… นี่เรากำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะคะ เรื่องแค่นี้นิตาต้องถึงกับขออนุญาตคุณเลยเหรอ?”
“อย่างน้อยคุณก็น่าจะทำให้เป็นมารยาทนะ”
“เอาเถอะค่ะ นิตาขอโทษคุณด้วยแล้วกัน คราวหลังก่อนจะเข้าห้องคุณ นิตาจะเคาะประตูก่อน แล้วนี่คุณจัดกระเป๋าจะไปไหนคะ?”
“ผมจะไปทำงานต่างจังหวัดน่ะ คงจะค้างที่นั่นสักคืน” ณเรศตอบขณะยังจัดกระเป๋า
“นิตาไปด้วยได้ไหมคะ ไม่ได้ออกไปสูดอากาศต่างจังหวัดนานแล้ว ขอนิตาติดรถไปด้วยคนนะ” นิตากอดแขนณเรศพลางออดอ้อนให้ชายหนุ่มใจอ่อน
“ผมไปทำงานนะ ไม่ได้ไปพักผ่อน มันไม่สนุกหรอก” ณเรศพยายามห้ามความคิดของนิตา
“จะสนุกไม่สนุกก็ช่าง ขอแค่ได้อยู่ใกล้คุณเท่านั้น นิตาก็พอใจแล้ว น่า… นะ ให้นิตาไปกับคุณเถอะ นิตาสัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาคุณทำงาน”
ณเรศรำคาญ เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ก็ได้ งั้นคุณไปรอผมอยู่ข้างล่างนะ เดี๋ยวผมจัดกระเป๋าเสร็จ แล้วจะพาคุณกลับบ้านไปจัดกระเป๋าของคุณ”
นิตาฉีกยิ้มดีใจ
“ขอบคุณค่ะ คุณใจดีที่สุดเลย งั้นเชิญคุณจัดกระเป๋าของคุณตามสบายนะคะ นิตาไม่รบกวนแล้ว” นิตาพูดแล้วเอื้อมไปหอมแก้มณเรศ
หาดทรายสีขาวสะอาดตา น้ำทะเลสีครามต้องกับแสงอาทิตย์ส่องประกายวิบวับ เสียงคลื่นถลาเข้าซัดฝั่งดังต่อเนื่องเป็นระรอก กลิ่นเกลือทะเลถูกพัดมากับลมเย็น ที่นี่คือหาดพันแสง หาดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด
ณเรศขับรถเข้ามาจอดเทียบรถของศกร ตอนนี้เขาและว่าที่เจ้าสาวมาถึงรีสอร์ทหาดพันแล้ว ศกรและแป้งหอมได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดก็ออกจากอาคารมาดู ณเรศและนิตาก้าวลงจากรถ มาเจอหน้าคนที่มาถึงก่อน
“ณเรศ… แกมาที่นี่ทำไม?” ดูเหมือนเป็นคำทักทายของศกร
“ฉันกฝมาดูแกทำงานไง เห็นแกทำเป็นแต่นั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องแอร์ ไม่รู้ออกมาทำงานนอกสถานที่อย่างนี้แกจะทำเป็นไหม” ณเรศสบประมาท
“ฉันเป็นถึงรองประธาน งานปรับปรุงรีสอร์ทแค่นี้ฉันทำได้อยู่แล้ว”
“ใช่ว่าตำแหน่งใหญ่โตจะเด่นเสียทุกเรื่อง คนอย่างแกงานปฏิบัติยังด้อยกว่าฉันเยอะ” ณเรศหมิ่นศกร
แป้งหอมเห็นท่าไม่ดี ขืนให้ณเรศอยู่ต่อมีหวังจะชวนทะเลาะจนศกรเสียงานได้ เธอจึงอยากเชิญเขากลับไป
“ถ้าจะมาหาเรื่องคุณศกรแค่นี้ ฉันว่าเชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ”
ณเรศหันมาเคืองแป้งหอม
“ทำไม! กลัวฉันอยู่เป็นก้างขวางคอเธอกับไอ้ศกรมันหรือไง?”
“เมื่อกี้ฉันเชิญคุณนะคะ อย่าให้ฉันต้องถึงกับไล่คุณเลย”
“กลัวฉันจะเห็นจุดบกพร่องของไอ้ศกรมันล่ะสิ ถึงออกตัวปกป้องขนาดนี้”
“ฉันพูดดี ๆ กับคุณแล้วนะ เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ”
“ไม่ต้องหรอกแป้งหอม” ศกรพูดขึ้น “ถ้าเขาอยากอยู่ก็ปล่อยเขาไป เรามีหน้าที่ทำงานก็ทำไป อย่าสนกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย” พูดจบศดรก็จูงมือแป้งหอมเข้าไปข้างในที่พัก
“หนอย… นิตาหมั่นไส้ยายแป้งเน่านั่นจริง ๆ มันคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าไล่คุณอย่างนี้ บุญคุณที่เคยอยู่กินบ้านคนอื่นลืมไปหมดแล้วหรือไง แบบนี้มันเรียกว่าอกตัญญูว่าไหมคะคุณณเรศ อีกอย่างไม่รู้ว่าคุณศกรชอบลงไปได้ยังไง ผู้หญิงอย่างนั้น” นิตาพูดจาให้แป้งหอมในทางเสียหาย
“ผมว่าคุณหยุดดูถูกคนอื่นแล้วลองมองหาข้อเสียในตัวคุณดีกว่าไหม คุณไม่มีสิทธิ์ว่าให้แป้งหอมแบบนั้นนะ” ณเรศเอ็ดใส่นิตา
นิตาเกิดอาการขุ่นเคือง เธออุตส่าห์ออกตัวปกป้องเขา แล้วทำไมเขาถึงทำกับเธอเช่นนี้ เธอผลักไหล่เขาแรง ๆ หนึ่งที หวังจะให้เขาเกิดสติเข้าข้างถูกฝ่ายขึ้นมาบ้าง
“ทำไมล่ะคะ กะอีแค่เด็กกำพร้าเกาะผู้ชายกินไปวัน ๆ ทำไมนิตาจะว่าให้ไม่ได้ คุณเองก็เถอะจะปกป้องมันไปถึงไหน ก็เห็นนิคะว่ายายนั่นเลือกคุณศกร ไม่ใช่คุณ”
ณเรศหันไปถลึงตาใส่นิตา คำพูดที่เธอพูดออกมาเมื่อกี้ รู้ไหมว่ามันทิ่มแทงจิตใจเขา ณเรศรีบหิ้วกระเป๋าเข้าที่พักโดยทิ้งคนที่ทำเขาโกรธไว้
“คุณณเรศ รอนิตาด้วยค่ะ!” นิตากุลีกุจอหอบสัมภาระตามไป
อาคารที่พักต่างภายในรีสอร์ทหาดพันแสงยังคงสภาพดูดีเหมือนใหม่ ไม่มีอะไรผุพัง เพียงปัดฝุ่นเช็ดถูแล้วทาสีเสียใหม่ คาดว่าคงสามารถเปิดให้บริการได้เลย ศกรและแป้งหอมเดินสำรวจจุดที่ต้องซ่อมแซมรอบรีสอร์ท ด้านหลังมีณเรศตามมาจ้องจับผิดอยู่ห่าง ๆ ข้างเขามีนิตาติดสอยห้อยตาม เธอมีอาการเบื่อกับที่นี่ เบื่อที่ชายอันเป็นที่รักไม่สนใจเธอ
เวลาผ่านไปจนพลบค่ำ หาดแห่งนี้มีแสงสีขึ้นมา จากผับ บาร์ หรือสถานที่ท่องเที่ยวยามกลางคืน
แม้สถานบันเทิงจะมีหลายที่ แต่หนุ่มสาวทั้งสี่คนกลับไม่สนใจจะออกไปสนุก ศกรและแป้งหอมร่วมกันจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างอาหารทะเลเล็ก ๆตรงหน้ารีสอร์ทหาดพันแสง แขกซึ่งไม่ได้รับเชิญอย่างณเรศและนิตาก็มาร่วมด้วย ระหว่างรออาหารทะเลบนเตาสุก ศกรก็เดินมานั่งเตียงผ้าใบข้างแป้งหอมพร้อมพูดกับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“คุณชอบมาเที่ยวทะเลไหม?”
แป้งหอมยิ้มเจื่อน “ที่จริงฉันเพิ่งเคยมาทะเลครั้งแรกกับคุณนี่แหละค่ะ ทะเลที่นี่สวยกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ ถ้าได้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยก็คงดี”
“คุณชอบที่นี่เหรอ?”
แป้งหอมยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ
“ไว้รีสอร์ทเปิดให้บริการเมื่อไหร่ ผมจะให้คุณมาเป็นผู้จัดการที่นี่ดีไหม?”
“ดีค่ะ แต่ฉันไม่ขอเป็นผู้จัดการนะ ความสามารถฉันน่าจะไม่ถึง”
ณเรศที่นั่งบนเตียงผ้าใบห่างออกไปไม่เท่าไหร่ แลหางตามามองแป้งหอม เขาจำคำพูดของเธอที่เคยพูดกับเขาได้ จึงแกล้งพูดลอย ๆ กระทบกระทั่ง
“แหม… ผู้หญิงสมัยนี้กะล่อนไม่แพ้ผู้ชายเลยนะ เคยบอกกับคนหนึ่งว่าอยากทำงานที่รีสอร์ทบนดอย แต่ไหงวันนี้กลับมาบอกกับคนอื่นว่าอยากทำงานที่รีสอร์ทริมทะเลซะล่ะ”
แป้งหอมรู้ว่าณเรศหมายถึงเธอ เธอโกรธแต่ไม่ทำอะไรแค่แลไปมองเขาเท่านั้น แต่เขากลับพูดจากระแทกใส่เธอ
“ทุเรศ!”
เท่านั้นแหละแป้งหอมก็ฉุน มันเหมาะสมไหมที่ผู้ชายด่าผู้หญิงด้วยคำนี้ เธอลุกขึ้น ยกถังน้ำล้างอาหารทะเลสาดใส่ณเรศ
ซ่า…
ณเรศตกใจ รีบลุกขึ้นจากเตียงผ้าใบ ตัวเขาเปียกและเปื้อนไปด้วยเศษสัตว์ทะเล แถมยังมีกลิ่นคาวชวนอาเจียนโชยออกมา เขาเป็นเดือดเป็นร้อนว่าให้แป้งหอม
“อะไรของเธอ ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจ ถึงเอาน้ำเหม็นคาวมาสาดฉัน”
“ตอบแทนสำหรับคำว่าทุเรศที่คุณว่าให้ฉัน”
“ครั้งที่แล้วก็น้ำปลาหวาน ครั้งนี้ก็น้ำเหม็นคาว ครั้งหน้าเธอจะหาอะไรมาสาดฉันอีก?”
“อะไรที่สกปรกเหมือนใจคุณ ฉันหามาสาดได้หมดแหละ”
“อย่าให้ถึงคราวของฉันบ้างแล้วกัน เพราะฉันจะเอาคืนเธอหนักกว่านี้หลายเท่า” ณเรศชี้หน้าแป้งหอม แววตาฉายความอาฆาต
“ค่ะ ฉันจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น”
นิตาเดินมาหาณเรศ แต่เธอไม่ยอมเข้าใกล้ เพราะกลิ่นคาวรอบตัวเขา
“ไปกันเถอะค่ะคุณณเรศ จะยืนต่อปากต่อคำกับยายบ้านี่ให้มันได้อะไรขึ้นมา รีบไปอาบน้ำล้างตัวดีกว่า” นิตาเดินนำณเรศเข้าอาคารที่พัก
ณเรศแลหางตามามองแป้งหอม เธอยืนมองการจากไปของเขาอย่างเซื่องซึม รู้สึกไม่สบายใจที่ทำอย่างนั้น ศกรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยิ้มชื่นชมในความกล้าหาญของเธอ เขาดีใจที่เธอไม่ยอมณเรศอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว
Leave a comment