แป้งหอม ไอยรา ศกร และแสงสรวล ยืนล้อมเตียงณเรศ ทุกคนเป็นห่วงอาการของเขา ที่อดนอนแถมยังตากฝนทั้งคืน หมอวินิจฉัยว่าณเรศปอดชื้น ต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน
“เมื่อคืนที่ณเรศไม่กลับบ้าน เพราะไปยืนคอยหนูแป้งหอมงั้นเหรอ?” ไอยราพูดขึ้น กำมือซีด ๆ ของลูกชายไว้
“หนูขอโทษด้วยนะคะ หนูไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ ถ้าหนูยอมกลับไปกับเขา เขาคงไม่มานอนป่วยแบบนี้หรอกค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างสลด เธอโทษว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเธอ
“ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องจิตใจบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าหนูแป้งหอมอยู่ที่ไหนแล้วสบายใจน้าก็ไม่ว่าอะไร ขอแค่อยู่ทำงานช่วยณเรศก็พอ” ไอยราไม่โทษแป้งหอม แถมยังยิ้มให้กำลังใจ
“เอ่อ… คุณไอยราครับ ผมว่าไว้เราค่อยมาเยี่ยมณเรศใหม่ดีไหมครับ นี่ก็จวนจะถึงเวลาประชุมแล้ว” แสงสรวลพูดขึ้น
“อืม… ค่ะ งั้นเรารีบไปกันเถอะ” ไอยราหันไปพูดกับแป้งหอม “น้าฝากดูแลณเรศด้วยนะ”
แป้งหอมพยักหน้ารับทราบ ไอยรายิ้มตอบแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมแสงสรวลและศกร แป้งหอมเดินมานั่งเก้าอี้ที่ไอยราเพิ่งลุกไป เธออยู่ข้างณเรศ จ้องมองเขาพลางไตร่ตรองถึงเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น
เธอเกลียดเขางั้นเหรอ? คำถามผุดขึ้นมาในใจของหญิงสาว
ฉันไม่รู้ แล้วที่เป็นอยู่อย่างนี้เรียกว่าเกลียดใช่ไหม? แป้งหอมตอบในใจ
ทุกอย่างที่เขาทำกับเธอ มันให้อภัยไม่ได้เลยเหรอ?
ฉันพร้อมที่จะอภัยให้เขา ขอเพียงเขาพูดขอโทษออกมาจากใจ
ตอนอยู่ใกล้เขาเธอคงทุกข์ใจมาล่ะสิ?
ฉันเปล่าทุกข์ใจอะไร แค่เพียงอึดอัดนิดหน่อยเท่านั้น ฉันกลัวว่าเขาจะพูดจาดูถูกฉัน
เธอคงไม่ได้รักเขาหรอกนะ?
คนอย่างฉันไม่มีค่าพอที่เขาจะยอมดูแลไปตลอดชีวิตหรอก
เสียงประตูห้องพักคนไข้เปิด นิตาเดินเข้ามา ไม่ทันไรก็วีนใส่แป้งหอม
“แกทำอะไรคุณณเรศ หนอย… คุณณเรศแค่ยอมลดตัวหน่อย แกถือโอกาสเล่นตัวใหญ่เลยนะ คนจน ๆ อาศัยบ้านคนอื่นอยู่อย่างแกจะก่อความวุ่นวายให้เขาปวดหัวไปถึงเมื่อไหร่ ไม่สำนึกบุญคุณที่เขาเจียดให้แกบ้างเลยหรือไง”
“คุณนิตา คุณพูดเพ้อเจ้ออะไรของคุณคะ?”
“หนอย… ตอแหลจริงนะแก ฉันด่าซึ่งหน้ายังจะเฉไฉอีก ขอลองตบหน้าแกดูสักทีว่าจะด้านแค่ไหน อีเด็กกำพร้า!”
นิตาปรี่เข้ามาจิกคอเสื้อแป้งหอม ฟาดฝ่ามือตบใบหน้าของแป้งหอมจนหน้าหัน เซถลาไปเกาะผนัง
“เป็นยังไงล่ะ ที่ฉันตบไปพอจะช่วยให้แกเจียมกะลาหัวได้บ้างหรือยัง? นังคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า!” นิตาเหยียดหยามแป้งหอม
แป้งหอมผลักตัวเองออกจากผนัง จับใบหน้าที่ถูกตบ โดนตบแค่นี้ไม่เจ็บเท่าใจที่กำลังถูกคำพูดทิ่มแทง
“ถึงฉันจะจน ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างที่คุณพูด แต่ฉันไม่เคยทำตัวต่ำ เที่ยวพาลหาเรื่องคนอื่นไปวัน ๆ เหมือนคุณหรอกค่ะ”
“กรี๊ด! นี่แกว่าฉันเหรอ”
นิตาโกรธ เธอกระแทกเท้าลงพื้น ปรี่จะไปตบแป้งหอมเป็นครั้งที่สอง คราวนี้แป้งหอมตั้งรับกับเหตุการณ์ได้ เธอคว้ามือนิตาไว้ แล้วยกมือข้างที่ว่างตบใบหน้าของนิตา นิตบเซไปซบที่ขอบเตียงณเรศ
“กรี๊ด!” นิตาร้อง
จังหวะนั้นเองณเรศก็ตื่น ทันเห็นเหตุการณ์ที่แป้งหอมทำกับนิตาทั้งหมด เขาเข้าใจว่าแป้งหอมไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาคิด จึงเอ็ดว่าให้เธอ น้ำเสียงยังสะลึมสะลืออยู่
“เธอทำอะไรนิตาน่ะ!”
นิตาเห็นโอกาสรีบเข้าไปซบณเรศ เปลี่ยนไปเล่นบทนางเอกทันใด
“คุณณเรศคะ แป้งหอมเขารังแกนิตา เพราะเขาไล่นิตาแล้วนิตาไม่ยอมไป ผิดเหรอคะที่นิตาจะเป็นห่วงคุณ แป้งหอมน่ะอยากจะจับคุณ อยากจะอยู่กับคุณสองต่อสอง ไม่อยากให้ใครคนอื่นแทรก เรื่องแค่นี้ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย จริงไหมคะคุณณเรศ”
แป้งหอมหลิ่วตามองนิตาพูดโกหก ดูท่าว่าณเรศจะเชื่อเธออย่างสนิทใจ เขาชี้นิ้วไปที่ประตูทำตาแข็งใส่เธอ
“เธอออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากเห็นคนไร้เหตุผลอย่างเธอ”
แป้งหอมกำหมัดแน่น โกรธที่นิตาใส่ร้ายป้ายสี รังเกียจณเรศที่หูดับตาบอดไม่พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นว่าจริงเท็จแค่ไหน เธอไม่อยู่รอให้ใครไล่ซ้ำสอง รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที นิตาแสยะยิ้มให้หลัง
หญิงสาววิ่งร้องไห้มาตามทางเดิน เธอหลั่งน้ำตาให้กับชีวิตที่กลับมาเป็นอีหรอบเดิม คนอย่างเธอไม่มีวันมีชีวิตที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ สิ่งใดพันธนาการเธอให้วนเวียนอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์เช่นนี้ แล้วสิ่งใดจะฉุดให้เธอหลุดพ้นจากห้วงร้าย ๆ แห่งนี้ได้
หลังจากหายดีณเรศก็กลับบ้าน เล่าเรื่องบ้านเนินดอยให้ไอยราฟัง ทั้งเรื่องบรรยากาศที่แสนจะสบาย ความก้าวหน้าของการก่อสร้าง หรือเรื่องแทนใจเด็กกำพร้าผู้น่ารัก ไอยราได้ฟังกิตติคุณต่าง ๆ นานาก็เกิดชอบแทนใจขึ้นมา คิดอยากจะอุปการะส่งเสียเด็กน้อยให้ได้เรียนสูง ๆ
วันนี้เป็นวันทำงานที่น่าเบื่ออีกวัน แป้งหอมอยากให้โครงการบ้านเนินดอยแล้วเสร็จภายในเร็ววัน เธอไม่อยากติดรถณเรศเข้ามาที่บ้านเนินดอยแค่สองต่อสอง มันอึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้กับคนที่เราไม่ชอบ หรืออาจจะเกลียดเลยด้วยซ้ำ
ตั้งแต่นั่งรถออกมาได้ครึ่งทาง ทั้งคู่ก็เงียบตลอด แถมยังเขม่นกันเป็นพัก ๆ ในที่สุดณเรศก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ
“นี่เธอไม่คิดจะชวนฉันคุยเลยเหรอ?”
“จะให้ฉันชวนคุณคุยเรื่องอะไรล่ะ?”
“เรื่องอะไรก็ได้ เรื่องที่เธอไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นไง ไปเป็นลูกจ้างเขาสนุกไหม?”
“ทุกอย่างสำหรับฉันมันสนุกหมดแหละค่ะ ถ้าไม่มีคุณเข้ามายุ่งน่ะ”
“ฉันก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรเธอสักหน่อย ตอนนี้เธอก็ได้อยู่บ้านไอ้ศกรสมใจแล้วนี่ ฉันก็ไม่ได้ไปรบกวนอะไรเธออีกเลยไง” ณเรศพูดแกมประชด
“ขอบคุณค่ะ ทำแบบนี้ให้ได้ตลอดล่ะ”
“แบบไหน? โดยการไม่เข้าไปเป็น ก.ข.ค. เธอกับไอ้ศกรน่ะเหรอ?”
แป้งหอมถอนหายใจ พูดประชดไป
“ใช่! เราต่างคนต่างอยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว คุณศกรดูแลฉัน ส่วนคุณก็ไปดูแลคุณนิตา เราสองคนห้ามยุ่งเกี่ยวกันอีก นอกจากเรื่องงาน”
ณเรศผงกหัว
“ได้… ฉันจะรับแทนใจไปเป็นลูกบุญธรรม แล้วพาไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน เธอห้ามมายุ่งเกี่ยวนะ”
แป้งหอมตกใจกับคำบอกเล่า อย่างณเรศน่ะเหรอจะรับลูกบุญธรรม
“ได้ยังไงกัน แทนใจเรียกฉันว่าแม่ ฉันก็มีสิทธิ์รับเขาไปเป็นลูกบุญธรรมได้เหมือนกัน”
“แล้วเธอจะพาแทนใจไปอยู่ไหน บ้านไอ้ศกรงั้นเหรอ แค่เธอคนเดียวยังรบกวนมันไม่พอใช่ไหม คิดจะเปลี่ยนบ้านมันเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือไง?”
แป้งหอมเถียงต่อไปไม่ออก แต่เธอไม่ยอมให้ณเรศรับแทนใจไปอุปการะแน่ เธอมีคุณสมบัติที่จะดูแลแทนใจมากกว่าเขา แค่มีเงินน้อยกว่าเท่านั้นเอง
ณเรศขับรถมาถึงบ้านเนินดอย แป้งหอมแปลกใจที่งานก่อสร้างดำเนินไปรวดเร็วมาก คงส่งผลมาจากนิสัยที่โผงผางของผู้คุมงานอย่างณเรศด้วยมั้ง บรรยากาศที่นี่ยังสดชื่นเหมือนเดิม ทั้งณเรศและแป้งหอมพากันลงมาจากรถ
“โห… สร้างไวดีจัง เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วนะเนี่ย” แป้งหอมตาโต มองเค้าโครงของตึก
“ป่ะ ไปช่วยฉันคุมงานทางโน้น” ณเรศพูดแล้วจับมือแป้งหอมเดินขึ้นเนินไปยังบริเวณก่อสร้าง หญิงสาวมองมือชายหนุ่มที่จับมือเธอ เธอโดนเขาจับมืออย่างนี้มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เขาจับมือเธอเบามากจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา
“ฉันว่าจะทาสีอาคารหลังนี้เป็นสีฟ้าอ่อน เธอว่ามันจะเข้ากับบรรยากาศไหม?” ณเรศถามแป้งหอม
“สีฟ้าอ่อนเหรอ อืม… อ่อนมากแค่ไหนล่ะ”
ณเรศหันมามอง
“นี่เธอกำลังยียวนฉันอยู่หรือเปล่า?”
“ฉันถามจริง ๆ สีฟ้าอ่อนแค่ไหน?”
“ก็… คงอ่อนเท่ากับสติปัญญาเธอแหละมั้ง”
แป้งหอมค้อนใส่แล้วแอบอมยิ้ม ณเรศหัวเราะชอบใจ
ชิ้นส่วนนั่งร้านที่สร้างจากไม้ไผ่เอียงโอนทำทางว่าจะร่วงลงมา ในที่สุดมันก็ร่วงลงมาจริง ๆ เบื้องล่างมีแทนใจเดินผ่านโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เสื้อของเขาห่อผลไม้ ตั้งใจจะเอามาฝากป๊ากับม๊า ณเรศเห็นถึงอันตรายรีบวิ่งไปอุ้มแทนใจออกมา ดีที่ช่วยได้ทัน ไม้ไผ่ปลายแหลมร่วงลงมาไม่โดนแทนใจ แต่เฉียดไหล่ณเรศไปหน่อยหนึ่ง คมของมันกรีดเสื้อเขาขาด เผยให้เห็นแผลถลอก
“แทนมาทำอะไรที่นี่ ป๊าบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาเล่นแถวนี้” ณเรศดุแทนใจ
“ผมได้ยินลุงบอกว่าป๊ากับม๊าจะมา เลยไปเก็บผลไม้มาให้ครับ” แทนใจพูด รอบตัวเกลื่อนไปด้วยผลไม้จากสวน
“ถ้าอยากเก็บทำไมไม่ชวนลุงเข้มไปด้วย ไปคนเดียวแบบนี้มันอันตรายนะรู้ไหม แล้วคราวหน้าคราวหลังอย่ามาตรงนี่อีกนะ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ”
แป้งหอมวิ่งเข้ามาหาณเรศ
“แทนเป็นอะไรบ้าง?” แป้งหอมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมไม่เป็นไรครับ”
เธอมองไปที่ณเรศบ้าง ตกใจเมื่อเห็นแผลตรงหัวไหล่
“คุณเลือดออกนี่”
ณเรศเพิ่งรู้ตัว มองไปที่แผลของตน
“อืม… ไม่เป็นอะไรมากหรอก” ณเรศเอามือกุมแผล ตอนนี้มันเริ่มมีเลือดไหลออกมาแล้ว
“ไม่เป็นไรได้ไง ก็คุณเลือดออกซะขนาดนั้น ฉันว่าคุณไปทำแผลก่อนดีกว่านะ” แป้งหอมใช้เสียงอ่อนหวานพูดกับณเรศ แล้วเดินพาเขาไปนั่งพักที่แคร่หน้าเพิงใต้ต้นไม้ แทนใจเดินหายเข้าไปในนั้น แล้วกลับออกมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล
“เอามาจากไหนจ๊ะ?” แป้งหอมถาม
“ขอพี่คนสร้างบ้านมาน่ะครับ” แทนใจกำลังหมายถึงวิศวกรสร้างรีสอร์ท เขายื่นกล่องปฐมพยาบาลให้แป้งหอม แป้งหอมรับมา เปิดกล่องหยิบสำลีออกมาชุบแอลกอฮอล์ แล้วเช็ดที่แผลของณเรศ
“โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยสิ” ณเรศร้อง
“ฉันเบามือที่สุดแล้วนะ คุณอดทนเอาหน่อยสิ”
แป้งหอมทายาแดงแล้วปิดแผลให้ณเรศ
“เสร็จแล้ว อย่าลืมล้างแผลทุกวันด้วยล่ะ”
ณเรศมองดวงหน้าแป้งหอมอย่างขอบคุณ
“ขอบใจนะ”
แป้งหอมเขิน แอบดีใจที่ได้ยินณเรศกล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ เธอกลัวณเรศจะรู้ว่าเธอหวั่นไหวจึงบ่ายเบี่ยงพูดเรื่องอื่นแทน
“เอ่อ… ฉันว่าเราไปเก็บผลไม้ไปฝากคุณน้าไอยรากันดีกว่า” แป้งหอมลุกขึ้นจูงมือแทนใจเดินไปสวนท้ายรีสอร์ท “เราไปเก็บผลไม้ให้คุณย่ากันเถอะ”
“ครับ”
“เดี๋ยวสิ รอฉันก่อน” ณเรศรีบตามไป
ต้นมะยงชิดต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านหรา บดบังแสงจากเบื้องบนไม่ให้ส่องลงมาด้านล่าง ผลสีเหลืองทองดกเต็มต้น แป้งหอมยกไม้ยาวขึ้นจะสอยมะยงชิดลงมาสักพวงแต่ก็ไม่โดน เธอพยายามตั้งใจจะสอยให้ได้เพราะไม่อยากให้ณเรศที่เจ็บอยู่ต้องยื่นมือมาช่วย
“จะได้สักลูกไหมเนี่ย?” ณเรศที่เดินเอื่อย ๆ ตามหลังตะโกนแซว
“รออยู่ตรงนั้นแหละ ฉันจะสอยไปปาหัวคุณให้ดู”
แป้งหอมโต้กลับ เล็งสายตาไปที่มะยงชิดพวงหนึ่ง ไม้ยาวที่ยกถืออยู่นี้ช่างหนักเหลือเกิน แป้งหอมปวดข้อเสียแล้วสิ แค่ถือเอียงนิดเดียวมันก็ค่อย ๆ เอนลงมาจนโค่นตกเฉียดณเรศไปนิดเดียว
ตึ้ง!
แป้งหอมตกใจ รีบวิ่งมาดูณเรศ
“คุณเป็นอะไรบ้าง?”
“นี่เธอจะฆ่าฉันหรือไง ถ้าหลบไม่ทันฉันจะเป็นยังไง?”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่ ขอโทษนะ”
ณเรศถอนหายใจ หน่ายกับแป้งหอม เขาเดินกลับไปที่รถโดยไม่สนใจใคร
“เดี๋ยวก่อนสิ รอฉันกับแทนใจก่อน” แป้งหอมตะโกนไล่หลัง ดึงแขนแทนใจวิ่งตามณเรศไป
Leave a comment