ใจพันธนาการ – ตอนที่ 17

Share

รถคันเล็กขนาดกะทัดรัดของนิตาเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านประภากรณ์ เธอก้าวลงมาจากรถ ถอดแว่นกันแดดแล้วเก็บเข้ากระเป๋าถือ จากนั้นเดินตรงมาหาแหววซึ่งกำลังกวาดใบไม้ที่เรี่ยราดเต็มลานหน้าบ้านอย่างขะมักเขม้น ปากก็ฮัมเพลงโปรดของเธอไปด้วย

“นี่นังคนใช้! คุณณเรศอยู่บ้านไหม?” นิตาเท้าเอว ยืนถามแหววด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“อยู่ค่ะ คุณนิตาจะให้แหววไปเรียนคุณณเรศไหมคะว่าคุณมาหา”

“ไม่ต้อง! สาระแนสมกับเป็นคนใช้จริง ๆ” นิตาด่าแหววแล้วเดินต่อ เห็นเข่งใส่ใบไม้วางขวางทางเลยบ่นออกมา “โอ๊ย… อะไรเนี่ย เกะกะขวางที่ขวางทาง” เธอเตะเข่งล้ม ใบไม้ทะลักออกมาเรี่ยพื้น ลำบากแหววต้องเก็บกวาดอีกรอบ สาแก่ใจแล้วนิตาก็เดินเข้าบ้านไป

“โอ๊ย… อะไรกันนักกันหนานะคนเรา เข่งมันอยู่ของมันดี ๆ จะเตะให้เป็นภาระของนังแหววต้องเก็บใหม่อีกทำม๊าย…” แหววพึมพำให้กับนิสัยแย่ ๆ ของนิตา

นิตาเดินเข้าบ้านมาเจอไอยรากำลังนั่งดูข่าวอยู่กับแป้งหอมในห้องนั่งเล่น

“อ้าว… หนูนิตา มาหาณแรศเหรอจ๊ะ?” ไอยรากล่าวทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณน้า สบายดีไหมคะ?” นิตาไหว้ พลางกล่าวทักทายอย่างสนิทสนม

“น้าสบายดีจ้ะ ณเรศเขาอยู่ในห้องน่ะ เดี๋ยวน้าให้แป้งหอมขึ้นไปตามให้นะ”

ไอยรากำลังจะหันไปบอกแป้งหอม แต่นิตาปรามไว้

“ไม่ต้องค่ะ รบกวนแป้งหอมเปล่า ๆ หนูขอขึ้นไปหาเขาเองดีกว่า”

“เอางั้นเหรอจ๊ะ งั้นก็ตามสบายนะ”

นิตารีบกระโดดขึ้นบันไดอย่างลิงโลด ก้าวขายาวที่นุ่งกางเกงขาสั้นจนมาถึงหน้าห้องของณเรศ เธอยกมือขึ้นหมายจะเคาะประตู แต่คิดไปคิดมา เปิดประตูเข้าไปเลยดีกว่า เพราะรู้นิสัยไม่ชอบล็อกประตูของณเรศ

“สวัสดีค่ะคุณณเรศ!”

ณเรศที่นั่งอยู่บนเตียงตกใจ รีบเก็บของในมือลงลิ้นชักแล้วลุกขึ้นต่อว่านิตา

“จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน”

“แหม… ไม่เห็นเป็นไรเลย เมื่อกี้คุณดูอะไรเหรอคะ นิตาขอดูบ้างสิ” นิตาเข้ามาจะเปิดลิ้นชัก ณเรศบังไว้ไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้ “นิตาขอดูหน่อยจะเป็นไรไป” เธอหลบ เอื้อมจะเปิดลิ้นชักให้ได้ ณเรศตามขวางไว้ตลอด

“ไม่มีอะไรน่าสนใจเหรอ”

“ไม่มีอะไรทำไมต้องหวงด้วยล่ะ นิตาไม่เชื่อคุณหรอก”

“ผมบอกไม่ได้ก็ไม่ได้สิ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ผมว่าเราลงไปข้างล่างกันเถอะ” ณเรศดึงนิตาออกมาจากห้อง พาเธอลงมาข้างล่าง

“อ้าว… ลูกชายตัวดียอมลงมาเสียที แหม… ทีหนูแป้งหอมขึ้นไปตามตั้งหลายรอบไม่ยอมลงมา พอเป็นหนูนิตานี่รีบลงมาเลยนะ” ไอยราแซว

ณเรศเห็นแป้งหอมตีหน้าอย่างประมาณตน

“ก็อย่างว่าแหละค่ะคุณน้า คนเรามันคนละชั้นกัน ดินมันจะมาเป็นดาวได้ยังไง  อย่างดีที่สุดก็เป็นได้แค่อุกกาบาตเท่านั้นแหละค่ะ” นิตาเหน็บแนมแป้งหอม

“แล้วคุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?” ณเรศถามนิตา

“ที่นิตามาหาทุกคนที่นี่เพราะมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ เมื่อวานไอ้โจรนั่นมันพาพวกมาจุดไฟเผาหน้าสถานี แถมยังขู่ด้วยว่าถ้าไม่ถอนแจ้งความ มันจะเผาให้วอดทั้งตึก นิตากลัวจังเลยค่ะ จะทำยังไงกันดีคะคุณณเรศ” นิตาออเซาะเกาะแขนณเรศ

“ปล่อยไว้ไม่ได้แน่ แล้วทางตำรวจว่ายังไงบ้าง” ไอยราถาม

“ตั้งแต่เมื่อเรื่องคราวก่อนถึงตอนนี้ ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยค่ะ นิตากลัวจังเลย คุณรู้ไหมว่าเมื่อคืนนิตานอนไม่หลับทั้งคืน เพราะกลุ้มใจเรื่องนี้แหละ คุณช่วยนิตาคิดหน่อยสิคะว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี” นิตาคลอเคลียณเรศอย่างเอาใจ แต่ชายหนุ่มรำคาญเธอมากกว่า

เสียงรถยนต์ขับเข้ามาที่บ้านประภากรณ์อีกคัน ทุกคนหันไปสนใจ

“ใครมานะ แป้งหอมออกไปดูให้น้าทีสิจ๊ะ” ไอยราวานแป้งหอม

แป้งหอมลุกจากโซฟาเดินออกไปดูว่าใครมา ผู้ซึ่งเพิ่งออกมาจากรถเดินเข้ามาในบ้านทำให้แป้งหอมใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง

“คุณศกร” แป้งหอมยิ้มทักทาย “ไม่ได้เจอกันหลายวัน คุณเป็นไงบ้างคะ?”

“ผมสบายดี แล้วคุณล่ะ?”

“ฉันก็เหมือนเดิมแหละค่ะ เชิญคุณเข้ามาในบ้านก่อนสิคะ ทุกคนอยู่ข้างในกันครบเลย” แป้งหอมเชิญศกร เดินนำเข้ามาในห้องนั่งเล่น นิตาเห็นหน้าศกรก็เกิดหน่ายอารมณ์ขึ้นมา

“อ้าว… ศกร ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้” ไอยราถาม

“พอดีผมไปหานิตาที่บ้าน เห็นอาวราบอกว่านิตามาที่นี่ ผมก็เลยตามมา คือผมรับปากกับอาวราว่าจะช่วยดูแลนิตาให้ จนกว่าคนร้ายจะถูกจับ ผมไม่อยากผิดคำพูดกับผู้ใหญ่ก็เลยต้องจำใจมาน่ะครับ” ศกรว่า

“ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาสิ ฉันไม่ได้ขอร้องคุณสักหน่อย” นิตาค้าน กระชับแขนณเรศแน่น “ฉันมีคุณณเรศอยู่แล้ว ไม่ว่าโจรหน้าไหนก็ทำอะไรเราสองคนไม่ได้”

ศกรเห็นนิตาออดอ้อนณเรศก็รู้สึกหมั่นไส้ ทำไมเธอไม่เห็นคุณค่าน้ำใจเขาบ้าง จึงหันไปจับมือแป้งหอมแล้วกล่าวกับเธออย่างอ่อนโยน

“แป้งหอม คุณก็ต้องระวังตัวไว้นะ ไม่รู้คุณจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไปหรือเปล่า แต่ไม่ต้องกลัวไป ผมจะอยู่ดูแลคุณเอง ตราบใดที่มีผมอยู่ ไม่ว่าใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้”

แป้งหอมยิ้มเขิน ณเรศทำตาแข็งใส่ ริษยาในความเป็นห่วงเป็นใยของทั้งคู่ เขารีบพูดขัดคอ

“ว่าแต่แกมีอะไรหรือเปล่าไอ้ศกร?”

ศกรวางมือแป้งหอมลง ยิ้มอบอุ่นให้เธอ ก่อนจะหันมาพูดกับทุกคน

“ผมมีแผนการที่จะจับตัวคนร้ายแล้วครับ แต่แผนนี้นิตาต้องเสี่ยงหน่อยนะ ผมรับรองว่าได้ผลชัวร์”

“อะไรนะ ไม่เอาด้วยหรอก คุณพูดอย่างกับว่าจะให้ฉันไปเป็นเหยื่อล่อไอ้โจรโรคจิตอย่างนั้นแหละ”

“ก็ใช่ไง” ศกรยิ้มอย่างมีเลศนัย

นิตาอึ้ง หน้าถอดสี

กลางดึกคืนนั้นนิตากลับมาบ้านด้วยสีหน้าบูดบึ้ง กระทืบเท้าเข้ามาหาคุณพ่อที่นั่งจิบน้ำขิงดูข่าวต่างประเทศอย่างสบายใจ เธอเหวี่ยงกระเป๋าทิ้งลงโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวตามลงไป

“คุณพ่อคะ ทำไมคุณพ่อต้องไปขอร้องให้ตานั้นมาดูแลหนูด้วย ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีผู้หญิงของเขาอยู่แล้ว” นิตาบ่นใส่วรา

วราวางแก้วน้ำขิง ละสายตาจากโทรทัศน์หันมาคุยกับลูกสาว

“ลูกหมายถึงใคร ศกรเหรอ?”

“ค่ะ ไม่รู้พ่อคิดยังไง ถึงเอาคนอย่างหมอนั่นมาดูแลหนู น่าอึดอัดจะตายไป”

“โถ่… นิตา ทำไมไปว่าคุณศกรเขาแบบนั้นล่ะ พ่ออยากให้หนูมองเขาใหม่นะ ศกรเขาทั้งเก่ง ทั้งเรียนจบจากเมืองนอก มีธุรกิจใหญ่โต สามารถดูแลลูกได้ดีไม่แพ้พ่อเลยนะ ลูกคิดถึงอนาคตของตัวเองบ้างสิ เผื่อวันไหนพ่อไม่ได้อยู่กับลูกแล้ว ลูกจะได้มีคนดี ๆ มาดูแลแทนพ่อไง”

“คุณพ่อพูดอย่างกับว่าอยากให้หนูแต่งงานกับหมอนั่นอย่างนั้นแหละ หนูรักคุณณเรศแค่คนเดียวค่ะ จะแต่งงานกับคุณณเรศแค่คนเดียวเท่านั้น” นิตาพูดเด็ดขาด

“ไม่เอาลูก อย่าเพิ่งด่วนสรุปอย่างนั้น หนูยังไม่ได้ลองเปิดใจให้ศกรเขาเลย ไม่แน่นะ หนูอาจเปลี่ยนใจมารักศกรเขาก็ได้”

“ไม่มีทางค่ะ แล้วพ่อรู้ไหมว่าวันนี้ตานั่นไปที่บ้านคุณณเรศ ไปคุยเรื่องแผนการบ้าบออะไรของเขาก็ไม่รู้ที่จะให้หนูไปเสี่ยงด้วย ผู้ชายอะไรทุเรศชะมัด ทำไมไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเองล่ะ”

“เรื่องแผนการน่ะศกรเขามาปรึกษาพ่อแล้ว พ่อว่าก็เข้าท่าดีนะ เป็นแผนที่รัดกุมดี ท่าทางจะจับคนร้ายได้จริง ๆ” วรายกน้ำขิงขึ้นมาจิบ

“แต่หนูเข้าไปเสี่ยงด้วยนะคะ คุณพ่อจะยอมเอาชีวิตลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อไปแขวนไว้บนแผนการบ้า ๆ ของหมอนั่นเหรอ?”

“นิตา… หนูจะไม่เป็นอะไรหรอก ปลอดภัยแน่นอนเชื่อพ่อสิ อีกอย่างพอคนร้ายถูกจับ หนูก็ไม่ต้องคอยระแวงมันอีก จะได้ใช้ชีวิตสบายใจเหมือนเดิมไง”

นิตาหน้าบูด นี่เธอต้องยอมแพ้ให้ศกรอีกแล้วเหรอ

หลังกลับจากไปซื้อของส่วนตัวให้แป้งหอมแล้ว ศกรก็ขับรถมาส่งเธอที่บ้านประภากรณ์ จากนั้นจึงค่อยขับกลับบ้าน แป้งหอมเดินหิ้วของที่ศกรซื้อให้เข้ามาในบ้าน แล้วต้องตกใจกับชายหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าประตู

“ไปไหนกับมันมา?” ณเรศถาม

แป้งหอมมองหน้าก่อนจะตอบอย่างกวนประสาทไปว่า

“ไปตีกอล์ฟมา”

ณเรศฉุน ฉุดมือเธอขึ้นมา ข้าวของที่เธอหิ้วอยู่ตกเกลื่อนพื้น แป้งหอมเจ็บจนต้องร้องออกมา

“โอ๊ย… เจ็บนะ”

เธอสลัดข้อมือจนหฃุดจากพันธนาการของเขา เขาจับเธอหันหลังชิดผนัง กั้นแขนล้อมเธอไว้

“เจ็บงั้นเหรอ แค่นี้เธอเจ็บงั้นเหรอ ที่เธอโดนน่ะมันไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดที่แท้จริงหรอก”

“ใครมันจะไปไร้หัวใจ ไม่มีความรู้สึกอย่างคุณล่ะ แม้กระทั่งสามัญสำนึกที่ดีคุณก็ไม่มี” แป้งหอมด่าใส่หน้าณเรศ

ณเรศโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ก้มลงประกบปากกับแป้งหอม แป้งหอมอึ้ง ไม่คิดว่าณเรศจะกล้าทำกับเธออย่างนี้ ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ ถูกร่างกายมันเกร็งไปหมด ณเรศจูบปากแป้งหอมอย่างเผลอตัว ก่อนจะรู้ตัวเมื่ออารมณ์ชั่ววูบหายไป เขารีบปล่อยเธอออก

“เอ่อ… ฉันขอโทษ”

น้ำตาแป้งหอมไหลริน

เพี๊ยะ!

เธอตบหน้าคนที่ขโมยจูบแรกของเธอจนหน้าหัน

“ฉันตบคุณครั้งนี้เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่แท้จริง” แป้งหอมพูดเสียงสั่น

เพี๊ยะ!

เธอตบเขาซ้ำที่เดิม

“ครั้งนี้ฉันตบเพื่อให้คุณรู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณคิดจะจับก็จับ คิดจะจูบก็จูบ”

เพี๊ยะ!

เธอตบอีกครั้งจนใบหน้าของเขาเกิดรอยแดงรูปฝ่ามือขึ้น

“ตบครั้งนี้ฉันหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย คุณควรจะคิดเป็นได้แล้วว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ไม่ต้องให้ลูกน้องอย่างฉันชี้แจงหรอกนะ” แป้งหอมปาดน้ำตาทิ้งแล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง

ที่ห้องของแป้งหอม เมื่อเข้ามาเธอก็ปิดประตูแล้วล็อก หันหลังพิงมัน ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่ง น้ำตาไหลอยู่เรื่อย ๆ โกรธที่ณเรศฉวยโอกาสกับเธอ อย่างนี้มันเหมือนดูถูกกัน  แม้แป้งหอมจะจน แต่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ใครจะหยามเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีได้ ถึงฐานะจะต่างกัน แต่ทุกคนล้วนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันจะละเมิดกันไม่ได้ ในใจแป้งหอมตอนนี้ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะออกไปจากที่นี่จริง ๆ เสียที

ในเวลาเดียวกันที่ห้องฝั่งตรงข้าม ตั้งแต่ณเรศเข้ามา เขาก็หยิบแหวนเพชรวงหนึ่งขึ้นมาดูอยู่นาน ในใจก็คิดพิจารณาตัวเอง รู้สึกผิดที่ทำกับแป้งหอมไปอย่างนั้น

“แป้งหอม เมื่อไหร่ที่ฉันจะได้มอบแหวนวงนี้ให้เธอสักที” ณเรศพูดกับแหวน ในใจคิดถึงแป้งหอมที่ตอนนี้คงกำลังร้องไห้อยู่


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!