ใจพันธนาการ – ตอนที่ 14

Share

เวลาล่วงเลยมาจนใกล้เที่ยงคืน นิตาและศกรต่างกลับบ้านไป ไอยรา มอด และแหววแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องใครห้องมัน เหลือเพียงณเรศที่นอนเหม่อลอยมองน้ำในสระอยู่บนเตียงผ้าใบ แป้งหอมเดินมาหา ข้างหลังซ่อนอะไรไว้ แอบไม่ให้ณเรศเห็น

“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณณเรศ” แป้งหอมเอ่ย

ณเรศชำเลืองมอง

“อย่ามากวนประสาทฉันดีกว่า กลับห้องของเธอได้แล้ว”

“ฉันยังไม่ง่วง วันนี้เป็นวันเกิดของคุณนะ คุณน่าจะมีความสุขสิ”

“ความสุขของฉันหมดไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนโน้นแล้ว”

“ฉันได้ยินคุณพูดอย่างนี้มาหลายรอบแล้ว ทำไมเหรอ… เมื่อสิบกว่าปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”

“เธอจะรู้ไปทำไม คนอย่างเธอเคยคิดจะสนใจเรื่องฉันด้วยเหรอ?”

“ถ้าอึดอัดใจอะไร ระบายออกมากับฉันได้นะ รับรองว่าจะไม่เอาไปบอกใครเด็ดขาด” แป้งหอมบอก

ณเรศมองแป้งหอม ชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟังดีไหม ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเล่าให้เธอฟัง

“ที่พ่อฉันเสียก็เพราะฉันนี่แหละ พ่อของฉันท่านเป็นประธานก่อตั้งบริษัทดิเรกธานนท์ ร่วมกับลุงแสงสรวล ตอนเพิ่งเริ่มตั้งบริษัทใหม่ ๆ พ่อและลุงแสงสรวลเหนื่อยกันมาก ต้องไปติดต่อที่นั่นที่นี่ จนกลับบ้านดึกอยู่เป็นประจำ ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ประสีประสาอะไร วันที่พ่อฉันเสียเป็นวันเกิดครบรอบสิบสามปีของฉัน จำได้เลยว่าวันนั้นฝนตกหนักมาก ที่บ้านของฉันจัดงานวันเกิด พ่อฉันทำงานจนดึก ฉันโทรไปเร่งให้ท่านกลับมากินเค้กด้วยกันเร็ว ๆ แล้ว…” ดวงตาของณเรศสั่นระริก คล้ายว่ากำลังโดนอดีตทำร้ายอยู่

เขาเล่าต่อ “แล้ว… ท่านก็ประสบอุบัติเหตุ รถที่ขับมาเกิดพลิกคว่ำ เสียชีวิตทันที ที่พ่อฉันเสียไปก็เพราะฉันนี่แหละ ถ้าฉันไม่โทรไปเร่งท่าน ท่านคงไม่รีบขับรถเร็วจนเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น” ณเรศเล่าความหลัง น้ำตาคลอเต็มเบ้า แล้วก็จับกลุ่มกันไหลลงมาเป็นทาง อาบแก้มทั้งสองข้าง

“ฉันขอโทษคุณนะ ที่ถามเรื่องนี้” แป้งหอมกล่าว การสูญเสียคนที่เรารักเป็นเรื่องน่าเสียใจ เธอเข้าใจดี หญิงสาวก้มมองพื้นท่าทางลังเลที่ต้องตัดสินใจบางอย่าง ในที่สุดเธอก็เอาของที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมาให้ณเรศ

ณเรศหันมา เห็นแป้งหอมยื่นกุญแจรถให้ แถมมีสร้อยหินหลากสีคล้อยไว้เป็นพวงกุญแจ

“อะไรเนี่ย?”

“ของขวัญวันเกิดคุณไง สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณณเรศ”

“เธอเอารถคืนฉันเหรอ?”

“ค่ะ… รับไปสิ”

ณเรศรับกุญแจมา มองสร้อยหินที่แป้งหอมร้อยให้

“อะไรติดมาด้วยเนี่ย เธอทำมันเองเหรอ?”

“ใช่ แต่ถ้าคุณไม่ชอบจะเอามันออกก็ได้นะ แล้วคราวหน้าคราวหลังอย่าไปท้าพนันกับใครอีก การสูญเสียมันไม่ใช่สิ่งที่น่าสนุก คุณเองก็รู้ดีนี่”

“ฉันไม่ขอบใจเธอหรอกนะ ที่คืนรถให้ฉัน”

“ไม่เป็นไร เพราะฉันไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว” แป้งหอมพูดจาเหน็บแนม “ขอตัวก่อนนะคะ” แป้งหอมเดินออกมาแล้วหายเข้าบ้านไป

ณเรศมองตาม เคืองกับความทะนงตัวของแป้งหอมที่ไม่เคยอ่อนข้อต่อเขาแม้เพียงครั้งเดียว แถมยังพูดจาเหน็บแนมเขาอีก สักวันเขาต้องทำให้เธอยอมรับเขาให้ได้

แสงไฟส่องจากหน้ารถสาดสีสว่างลงกระทบกับพื้นถนนลาดยางมะตอย นิตาบังคับรถมา เธอรู้สึกเพลียเล็กน้อย วันนี้หลังจากจัดรายการวิทยุเสร็จก็เอาเวลาไปซื้อของ และเตรียมอาหารเตรียมงานวันเกิดของณเรศ เธออยากกลับบ้านไปพักผ่อนเอาแรงสำหรับทำงานวันพรุ่งนี้ เห็นทางข้างหน้าติดสัญญาณไฟแดง รถก็ต่อแถวกันยาวเหยียด จึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าซอยเปลี่ยวซอยหนึ่งซึ่งเป็นทางลัด

ขับมาได้สักพักต้องเอาเท้าแตะเบรก

เอี๊ยด… ดดด!

นิตาหยุดรถกระทันหัน เพราะมีใครไม่รู้โผล่จากพุ่มไม้มาขวางหน้ารถ เธอเกือบชนเขาแล้ว นิตาเผลอหลุดสบถคำด่าออกมา

“บ้าเอ๊ย หาเรื่องตายหรือไงห๊ะ! ถ้าชนแกเข้ารถฉันเสียหาย แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาชดใช้” นิตาปลดเข็มขัดนิรภัย ออกจากรถหมายจะมาชี้หน้าด่าคนนั้น

บุรุษลึกลับที่เพิ่งโผล่มาจากพุ่มไม้ถอดหมวกที่บังหน้าตาออก นิตาเห็นโฉมหน้าของมันก็ตกใจกลัว มันคือคนเดียวกับคนที่ลวนลามเธอในวันนั้น มาดักรอกลางทางเปลี่ยวในยามวิกาลอย่างนี้ต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ นิตากลับขึ้นรถกำลังจะเข้าเกียร์แต่โจรโรคจิตวิ่งมาเปิดประตู ฉุดเธอลงมา

“กรี๊ด… ดดด!” หญิงสาวร้อง

เจ้าโจรทำหน้าหื่นดีใจที่ได้แตะเนื้อต้องตัวนิตาอีกครั้ง

“แกเป็นใคร จะทำอะไรฉัน”

“อยู่คุยกับผมก่อนสิครับคุณนิตา สุดที่รักของผม” เสียงของมันฟังดูหื่นกระหาย

“ไม่! ฉันไม่คุยอะไรกับแกทั้งนั้น และฉันไม่ใช่สุดที่รักของแกด้วย ปล่อยฉันนะ ฉันจะกลับบ้าน”

“จุ๊ ๆ ไม่เอาน่า อย่าเสียงดังไป ผมเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณนะ แค่อยากอยู่ใกล้ชิดกับคุณสักคืนเอง”

เจ้าโจรจับเนื้อหนังอันขาวอวบของนิตา แววตาเป็นประกาย อุตส่าห์ตักรออยู่ที่นี่ตั้งนาน เพราะเห็นว่านิตาชอบผ่านทางนี้บ่อย ๆ

“กรี๊ด! อย่ามาจับฉัน ไอ้คนสกปรก”

“มาเป็นของผมนะครับคุณนิตา รับรองผมจะดูแลอย่างดี ไม่ให้แพ้ไอ้คนรวยพวกนั้น”

“อี๋… อย่างแกเนี่ยนะจะมีปัญญามาเลี้ยงฉัน ดูเสื้อผ้าที่แกใส่ยังสกปรกเลย” นิตาดิ้น พยายามจะหลุดจากพันธนาการของเจ้านี่ให้ได้

“ทำไม่คุณถึงตัดสินคนที่ภายนอกล่ะครับ มันไม่น่ารักเลย”

“ปล่อยนะ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย”

“โห… จะแจ้งตำรวจด้วย งั้นผมคงจะปล่อยคุณไปไม่ได้แล้ว”

เจ้าโจรพูดจบมือซุกซนของมันก็เริ่มเล้าโลมนิตา นิตาพยายามขัดขืน ดิ้นและทุบตีมันสารพัด แต่มีหรือแรงหญิงจะสู้คนป่าเถื่อนได้

“ปล่อยนะ ไอ้บ้า กรี๊ด! ไอ้โรคจิต อี๋… แกอยากได้เงินเท่าไหร่บอกมา ฉันจะเอาให้แกเดี๋ยวนี้เลย”

“เงินน่ะมีเยอะแล้ว แต่เมียยังไม่มี คุณมาเป็นเมียผมนะคุณนิตา” มันโอบกอด หอมไปทั่วร่างนิตาอย่างหื่นกระหาย

“ช่วยด้วย ฉันถูกโรคจิตลวนลาม!” นิตาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

“แหกปากไปก็เท่านั้น แถวนี้มันทางเปลี่ยวไม่มีคนหรอก”

“ไอ้บ้า!”

นิตากัดหูเจ้าโรคจิต จังหวะที่มันก้มจูบซอกคอเธอ มันร้องอย่างเจ็บปวดแล้วผละเธอออก เธอกระทืบเท้ามันซ้ำ ก่อนจะถือโอกาสรีบวิ่งหนีออกมา

“โอ๊ย! แสบนักนะ วันนี้ต้องได้มาเป็นเมียให้ได้”

เจ้าโรคจิตรีบวิ่งตามมา ฉุดแขนนิตาไว้ ชกกำปั้นเข้าที่ท้องน้อยของนิตา นิตาจุกทรุดตัวเข้าร่องไหล่ของมัน

“โอ๊ย…” นิตาครวญเบา ๆ เอามือกุมท้องไว้

“ฮึ ๆ คุณนิตา ถ้ายอมผมแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวอย่างนี้หรอก รู้ไหมคุณสวยบาดตาบาดใจผมเหลือเกิน ผมรอเวลาที่จะได้คุณมาเป็นขอผมนานแล้ว และวันนี้แหละผมจะทำให้คุณรู้สึกดีกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก ฮ่า ๆ ๆ” มันระเบิดเสียงหัวเราะน่ารังเกียจออกมา

นิตาคิดว่าสถานการณ์แบบนี้เธอไม่รอดจากน้ำมือของเจ้าโจรใจทรามคนนี้แน่ ไม่เหลือทางให้เธอหนีรอดแล้ว คงได้แต่ร้องวิงวอนขอให้มันเห็นใจ ซึ่งช่างริบหรี่เหลือเกิน

“ปล่อยฉันไปเถอะนะ รับรองว่าฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ขอร้องล่ะ” นิตาร้องไห้

“ไม่ต้องกลัวหรอก อยู่กับผมไม่มีอะไรน่าห่วง คุณไม่เห็นใจผมบ้างหรือ อุตส่าห์อดทน รอคุณผ่านมาทางนี้ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตอนนี้ จะไม่ให้อะไรเป็นรางวัลหน่อยหรือไง?”

ราวกับปาฏิหาริย์ แสงไฟจากรถอีกคันขับเข้ามาในทางเปลี่ยวนี้ รถคันนี้เป็นของศกร ชายหนุ่มรีบหยุดรถ ลงมาถีบเจ้าโจรกลิ้งหลุน ๆ ลงพื้น น้ำตาแห่งความดีใจของนิตาไหลออกมา เธอรีบโผกอดเขาเพราะขวัญเสีย

“คุณศกร ดีใจจังที่คุณมา”

“มันทำอะไรเธอหรือเปล่า?”

นิตาส่ายหัว กอดตัวเขาไว้แน่น

เจ้าโรคจิตคว้าไม้หน้าสามจากโพรงหญ้าข้างตัว วิ่งเข้ามาชูไม้หมายจะฟาดหัวศกรอย่างคราวก่อน ศกรผลักนิตาให้ออกห่าง แล้วใช้วิชาเทควันโดที่ได้ร่ำเรียนมาฟาดหน้าแข้งเข้าเต็มชายโครงของเจ้าโรคจิต มันร้องอักแล้วเซออกมาปล่อยไม้หลุดมือ ศกรกระโดดเข้าถีบมันลอยปลิวไปแล้วเดินไปเหยียบหน้าอก ดูท่ามันจะเจ็บตัวและเจ็บใจมาก

“โอ๊ย… ปล่อยผมไปเถอะครับ อย่าทำอะไรผมเลย” เสียงมันอ้อนวอน น้ำเสียงต่างจากเมื่อครู่

“ฮึ! ปล่อยแกไปงั้นเหรอ ฉันว่าคนอย่างแกน่าจะจับส่งตำรวจมากกว่านะ”

เจ้าโรคจิตได้ยินศกรพูดถึงตำรวจก็หัวหด รีบยกมือไหว้วิงวอนขอความเมตตาจากศกร

“อย่าเลยครับพี่ อย่าให้เรื่องนี้ถึงตำรวจเลย ผมสัญญาว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพวกพี่อีก ปล่อยผมไปเถอะนะครับ”

ศกรเหยียบให้แรงขึ้น เจ้าโรคจิตจุกจนแทบกระอัก เขาชี้หน้าด่ามัน

“นี่แกยังกล้าขอให้ฉันไม่แจ้งตำรวจอีกหรือ คราวก่อนก็ซ้อมฉันซะอ่วมไปแล้วครั้งหนึ่ง หรือว่าจะให้ฉันกระทืบแกให้ตายตรงนี้ไปเลยดี?”

“อย่าครับพี่ อย่าครับ! ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจ เพื่อนมันพาไปครับ ผมขอโทษพี่ด้วยแล้วกัน อย่าถือสาเอาเรื่องผมเลยนะพี่”

ศกรหันไปพูดกับนิตา

“นิตา เธอช่วยกด 191 เรียกตำรวจมาลากมันไปเข้าคุกที”

จังหวะที่ศกรเผลอไปคุยกับนิตา เจ้าโรคจิตก็ผลักขาศกรออก รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายเข้าป่าไป ศกรมองตามอย่างเจ็บใจ เดินมาไถ่ถามนิตาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เสียดายที่มันหนีไปได้ เธอปลอดภัยดีนะ?”

นิตาร้องไห้ โผเข้ากอดศกรอีกครั้ง คราวนี้เธอกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิม ดูเธอจะช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหลังหญิงสาว ปลอบเธอว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เขาอยู่ที่นี่แล้ว

นิตาขับรถเข้ามาในบ้านของเธอ โดยมีศกรขับประกบหลังมา เมื่อรถทั้งสองคันจอดนิ่ง นิตาก็เดินมาพร้อมคราบน้ำตาเต็มแก้มทั้งสองข้าง วราที่ออกมารับลูกสาว เห็นอย่างนั้นก็เดินเข้ามาหา โผเข้ากอดลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

“นิตาเป็นอะไรลูก บอกพ่อสิใครทำหนู?”

ศกรออกรับแทน เพราะนิตายังขวัญเสียไม่หาย

“นิตาถูกโจรฉุดครับ มันเป็นคนเดียวกับที่ลวนลามเธอและทำร้ายผมในวันนั้น พอดีผมผ่านทางนั้น เลยเข้าไปช่วยไว้ทัน แต่เสียดายที่ไอ้โจรนั่นมันหนีไปได้ครับ”

“โถ่… ลูกสาวของพ่อ คราวหลังดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ไม่ต้องกลับเองนะ โทรมาหาพ่อนี่ พ่อจะขับรถไปรับหนูเอง พ่อว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่า อาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอน จะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ” หันไปพูดกับศกร “อาขอบใจมากนะศกรที่ช่วยนิตาไว้ กลับบ้านปลอดภัยล่ะ”

“ครับคุณอา ผมลาแล้วครับ”

ศกรไหว้ลา วราพยักหน้ารับแล้วโอบหลังลูกสาวเข้าไปในบ้าน

เช้าวันนี้นิตายังมาจัดรายการวิทยุตามปกติ สดใสร่าเริงเช่นเดิมเหมือนว่าเมื่อคืนไม่ได้ผ่านเรื่องร้ายอะไรมา ช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายของรายการ นิตาต้องอ่านข้อความที่ผู้ฟังทางบ้านส่งเข้ามาในรายการ เธออ่านข้อความไปอย่างอารมณ์ดี จนมาสะดุดกับข้อความหนึ่งที่ทำเธอชะงักเงียบไป

เมื่อคืนแค่เริ่ม จากนี้ไปจะเอาจริงแล้ว …จากแฟนคลับเบอร์หนึ่ง

อ่านแล้วนิตาก็หวั่นใจ ข้อความข่มขู่นี้ต้องมาจากเจ้าโรคจิตคนเมื่อคืนอย่างแน่นอน มันยังจะตามราวีเธออีกเหรอ งั้นเธอก็ไม่ปลอดภัยแล้วสิ จะแก้ปัญหานี้ยังไง นิตาสับสนวุ่นวายไปหมด จนสะดุ้งหลุดจากภวังค์เพราะทีมงานเคาะกระจกห้องส่งเรียก นิตากลับมายังบุคลิกเดิม รีบตัดจบรายการก่อนเวลาทันที

“วันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

นิตาถอดหูฟังวางทิ้งไว้ รีบเดินออกจากห้องส่งท่ามกลางความแปลกใจของทีมงาน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาศกรทันที

รอไม่นานปลายสายก็รับ

“สวัสดี มีอะไรหรือนิตา?”

“คุณศกร ฉันควรทำยังไงดี เมื่อกี้ฉันจัดรายการอยู่แล้วไอ้โจรคนเมื่อคืนมันส่งข้อความเข้ารายการมา”

“หืม… มันส่งมาว่ายังไง” ศกรถามอย่างสนใจ

“มันบอกว่ามันจะเอาจริงแล้ว”

“อืม… งั้นเราต้องเอาจริงบ้างแล้ว ฉันว่าเราแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจดีกว่า ตอนนี้เธอว่างไหม ฉันจะรับเธอไปแจ้งความที่โรงพัก”

“ว่าง ฉันเพิ่งจัดรายการเสร็จ คุณมารับที่หน้าสถานีเลยนะ”

“ได้ ฉันจะออกไปตอนนี้เลย”

ที่สถานีตำรวจ ศกรและนิตามาแจ้งความเรื่องโจรโรคจิต ข้อหาทำร้ายร่างกายและข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำทั้งสอง ถึงรูปลักษณ์หน้าตาของเจ้าโจรชั่วนั่น แต่ดูเหมือนทั้งสองจะพร้อมใจกันให้การแก่เจ้าหน้าที่เหลือเกิน

“ฉันบอกแล้วไงว่าไอ้นั่นมันคิ้วหนา” ศกรเถียงนิตา

“คิ้วมันบางจะตาย แถมคิ้วซ้ายก็มีแผลเป็นด้วย” นิตาสวน

“แต่จมูกมันไม่ได้โด่งอย่างที่เธอว่านะ จมูกมันกับหน้ามันแบน”

“จมูกมันก็โด่งหน่อยหนึ่งนะ ปากมันก็บางและคล้ำ ไม่ได้หนาอย่างที่คุณว่า”

“นี่มันโจรหรือดาราเกาหลีกันห๊ะ อะไรจะหน้าตาดีขนาดนั้น” ศกรติคำให้การของนิตา

“โจรเดี๋ยวนี้มันก็หน้าตาอย่างนี้กันหมดแหละ สมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ”

“ไม่ใช่! โจรมันต้องหน้าอย่างนี้” ศกรชี้ภาพสเกตซ์ที่วาดจากคำให้การของเขา

 “มันคิ้วบาง ๆ อย่างนี้ต่างหาก” นิตาชูภาพสเกตซ์ที่วาดจากคำให้การของเธอให้ศกรดู

เจ้าหน้าที่ตำรวจเวียนหัวกับทั้งสองคน

“ไม่ใช่ ๆ เธอคงจะตกใจกลัวจนจำหน้ามันผิด ๆ ถูก ๆ สลับกับคนอื่นมั่วไปหมด”

“พอเถอะครับ ที่นี่สถานีตำรวจนะ จะพูดจะว่ากันก็ให้เกียรติสถานที่หน่อย” เจ้าหน้าที่ตำรวจปรามให้ทั้งสองหยุด

“ขอโทษครับ/ค่ะ”

ศกรและนิตากกล่าวขอโทษพร้อมกัน ทั้งคู่หันมาเขม่นใส่กัน ในใจนึกด่าว่าเธอ/คุณนั่นแหละมั่ว ของฉันต่างหากล่ะที่ถูก

“วันนี้ผมว่าพอแค่นี้ก่อน ไว้ตกลงเรื่องหน้าตาคนร้ายได้เมื่อไหร่ ค่อยเชิญคุณสองคนมาใหม่นะครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดทำนองไล่นิด ๆ

“งั้นไม่รบกวนแล้วครับ ขอตัวก่อน”

ศกรและนิตายืนขึ้นไหว้ลาเจ้าหน้าที่ ทั้งสองเดินออกมาจากแผนกรับแจ้งความ ต่างสะดุดกับภาพ ๆ หนึ่งบนกระดานแจ้งประกาศจับ

“นี่มัน… ไอ้โจรคนนั้นนี่นา” ศกรพูดขึ้น เขาและนิตายิ้มออกมา ในที่สุดก็ได้รูปคนร้ายแล้ว แถมยังถูกประกาศจับอยู่ด้วย แกไม่รอดแน่คราวนี้


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!