ใจพันธนาการ – ตอนที่ 20

Share

โครงสร้างเหล็กหล่อปูนถูกทำขึ้นตามแบบแผนโดยวิศวกรผู้ชำนาญ โครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานที่นี่คงเปิดบริการได้เร็ว ๆ นี้

แสงแดดร้อนแผดเผาทุกอย่างไม่เลือก ทั้งผู้ควบคุมงานก็ไม่เว้น เขาผู้นี้ถูกแดดเผามาแต่เช้า ทำงานมากว่าสี่ชั่วโมง เพิ่งจะได้พัก ณเรศถอดหมวกสานปีกกว้างออกมาพัดคลายร้อน เดินเข้าร่มนั่งพักที่แคร่ใต้ต้นไม้ใหญ่

“ป๊าเหนื่อยไหมครับ ดื่มน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจก่อนนะ” แทนใจเดินเข้ามานั่งข้างณเรศ พร้อมส่งน้ำเย็นเต็มแก้วให้

“อ้าว… แทน ขอบใจมากนะ”

ณเรศรับแก้วมาจากเจ้าหนู ยกดื่มอย่างกระหาย

“วันนี้ป๊าไม่พาม๊ามาเที่ยวด้วยเหรอครับ?”

ณเรศอ้ำอึ้งที่จะตอบ เขาจะอธิบายเด็กยังไงให้เข้าใจความขัดแย้งของผู้ใหญ่ หากพูดตรง ๆ แทนใจคงไม่เข้าใจ หรือรู้แล้วอาจเสียใจไปเลยก็ได้

“เอ่อ… วันนี้ม๊างานยุ่งมาก ไม่ได้มาเยี่ยมแทน แทนคงไม่โกรธม๊าใช่ไหม?”

“ไม่หรอกครับ แทนไม่โกรธม๊าหรอก ม๊ากับป๊าตั้งใจทำงาน โตขึ้นแทนจะเป็นเหมือนม๊ากับป๊าให้ได้”

ณเรศยิ้ม ลูบหัวแทนใจและมองใบหน้าอันใสซื่อของเด็กน้อยอย่างเอ็นดู ที่เขามีปัญหากับแป้งหอมจะกระทบถึงแทนใจหรือเปล่า?

ยกนาฬิกาขึ้นดูก็เห็นว่าควรจะไปจากที่นี่ได้แล้ว เขายังมีเรื่องสำคัญต้องไปสะสางต่อ

“ป๊ากลับก่อนนะ แล้วแทนก็อย่างเข้ามาเล่นซนที่นี่ล่ะ เขากำลังก่อสร้างกันอยู่ มันอันตราย เข้าใจไหม?”

“เข้าใจครับ”

ณเรศยิ้ม เดินกลับไปขึ้นรถ เขาขับรถออกไปอย่างเฉื่อย ๆ ไม่รีบร้อน จะได้มีสมาธิในการคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไร

รถของศกรขับเข้ามาจอดเทียบหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวของติ๊ก ศกรลงจากรถเดินเข้ามาในร้าน เมื่อเห็นแป้งหอมอยู่ที่นี่ก็ร้องเรียกอย่างดีใจ

“แป้งหอม”

“คุณศกร”

แป้งหอมดูจะตกใจที่เห็นศกรมาอยู่ที่นี่ เขารู้ที่อยู่ของเธอได้ยังไง จะมารบเร้าพาเธอกลับไปอยู่บ้านประภากรณ์อีกคนเหรอ ติ๊กเห็นเพื่อนสาวเรียกชายแปลกหน้าท่าทางรู้จักมักคุ้นเลยเอ่ยถาม

“ใครน่ะ?”

“คุณศกร ลูกพี่ลูกน้องของคุณณเรศ”

“อ้าว… ญาตินายนั่นเหรอ งั้นก็แสดงว่าเป็นคนไม่ดีน่ะสิ”

“เปล่า… สองคนนี้ไม่เหมือนกัน คุณศกรเขาเป็นคนดี ไม่โผงผางอย่างหมอนั่น”

ศกรเดินเข้ามาหาแป้งหอม

“คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วหนีออกจากบ้านมาทำไม  รู้ไหมน้าไอยราเป็นห่วงคุณมากก็เลยวานให้ผมมารับคุณกลับ กลับด้วยกันนะแป้งหอม”

แป้งหอมปฏิเสธด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ไม่ต้องมารับฉันให้เสียเวลาหรอกค่ะ ฉันไม่มีวันกลับไปให้คุณณเรศเหยียบย่ำจิตใจอีกต่อไป”

“ที่แท้คุณก็หนีออกจากบ้านมาเพราะไอ้ณเรศนี่เอง ผมพอเข้าใจอยู่ว่าการใช้ชีวิตร่วมกับไอ้ณเรศมันคงอึดอัดใจน่าดู เอาเป็นว่าคุณไปอยู่ที่บ้านผมดีไหม คุณพ่อผมท่านอนุญาตนะ” ศกรพูดอย่างมีความหวังว่าเธอจะตอบตกลง

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เกรงใจคุณเปล่า ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เราคนกันเอง ถ้าคุณไม่กลับไปช่วยดูแลงานให้ไอ้ณเรศ มีหวังบริษัทผมเจ๊งกันพอดี กลับด้วยกันนะแป้งหอม” ศกรคว้ามือแป้งหอมมาจับ

แป้งหอมเขินติ๊กที่เห็นเธอโดนศกรจับมือ

“ฉันคงทิ้งเพื่อนให้ลำบากอยู่คนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ร้านของเพื่อนฉันขาดทุนมาสามวันแล้ว เพราะคุณณเรศมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแข่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คนก็เลยไปกินแต่ร้านเขา ไม่ยอมมากินร้านเราเลย”

“อืม…” ศกรคิดหาทางแก้ปัญหา “เอาเป็นว่าผมจะชดใช้ให้เพื่อนของคุณเป็นเงินห้าหมื่นบาท แล้วจะจัดการปิดร้านไอ้ณเรศภายในวันพรุ่งนี้ ตกลงไหม?”

ติ๊กได้ยินตัวเลขก็ยกมือขึ้นมาบวกเลข เงินจำนวนห้าหมื่นบาทมันเยอะมากสำหรับเธอ ต้องขายก๋วยเตี๋ยวตั้งหลายเดือนกว่าจะได้เงินขนาดนั้น เธอพลั้งรับปากในทันที

“ตกลงค่ะ”

ศกรยิ้ม

“เพื่อนคุณตกลงแล้ว แล้วคุณล่ะ ตกลงไปอยู่บ้านผมไหม?” ศกรยิ้มอบอุ่นให้

แป้งหอมครุ่นคิด หากรับปากจะไปอยู่ที่บ้านศกร ความเป็นอยู่จะดีขึ้น ไม่ต้องดิ้นรนให้ลำบากเหมือนอย่างตอนนี้ แต่ต้องกลับไปเจอเจ้านายอย่างณเรศเหมือนเดิม ถึงยังไงก็เจอหน้าเขาไม่ตลอดเวลาเท่าตอนที่อยู่บ้านประภากรณ์

“ก็ได้ค่ะ”

แป้งหอมพูดเสียงหนักแน่น ทำให้หัวใจของศกรพองโต ไม่มีอะไรน่ายินดีเกินกว่าได้ดูแลแป้งหอมอย่างใกล้ชิด เขากุมมือเธอแน่น ปลื้มใจที่เธอไว้ใจ ส่วนติ๊กก็ยิ้มปากถึงหู ในหัวคิดอย่างเดียวว่า เงิน ๆ ๆ

ก่อนกลับถึงบ้านณเรศคิดจะมาหาเรื่องแป้งหอมให้เธอปวดหัวเล่น เขาจึงแวะจอดข้างทางหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวของติ๊ก แล้วเดินเข้าไปในร้าน มองหาแป้งหอมแต่ไม่เห็น เจอแต่ติ๊กที่เหม่อมองเช็กราคาห้าหมื่นบาทซึ่งศกรเพิ่งมอบให้

ณเรศตบโต๊ะเสียงดัง ทำเอาติ๊กตกใจหลุดจากภวังค์

ปัง!

“กรี๊ดดด!”

ติ๊กเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ทำเธอตกใจ เห็นณเรศยืนอยู่ก็ทำหน้าล้อเลียนใส่

“แป้งหอมอยู่ไหน?” ณเรศถามเสียงแข็ง

“มาที่นี่ทำไมอีกล่ะ ฉันไม่ต้อนรับคุณซะหน่อย รีบออกไปจากร้านฉันซะ!”

ติ๊กลุกขึ้น ปัดมือไล่ณเรศ

“ฉันไม่ได้อยากมาที่ร้านกระจอกใกล้เจ๊งแบบนี้หรอก บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเธอเอาแป้งหอมไปซ่อนไว้ที่ไหน” ณเรศถามอย่างหาเรื่อง

“โอ๊ย… ทำไมไม่มาตามเสียวันพรุ่งนี้เลยล่ะ แป้งหอมน่ะแฟนเขามารับไปตั้งแต่ตอนบ่าย ๆ แล้ว”

“อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะ ยายนั่นมีแฟนกับเขาที่ไหน”

ณเรศไม่ชอบใจที่ติ๊กหาว่าแป้งหอมมีแฟน

“โอ๊ะ! นี่คุณไม่รู้จริงเหรอ เป็นลูกพี่ลูกน้องกันประสาอะไร ดูไม่ออกเลยเหรอว่าญาติคุณเขาชอบเพื่อนฉันและเพื่อนฉันก็ชอบเขาด้วย ขนาดฉันเห็นแค่แว๊บเดียวยังดูออกเลยว่าสองคนนั้นเขามีใจให้กัน” ติ๊กพูดจบก็หันไปชื่นชมกระดาษที่เรียกว่าเช็กต่อ

ณเรศกระชากข้อมือติ๊ก ทำเอาเช็กเกือบขาด

“บอกมานะว่ายายนั้นไปกับใคร”

ติ๊กสะบัดมือทิ้ง พูดเสียงโฮกฮากใส่

“ก็บอกแล้วไงว่าแฟนเขามารับ”

“แล้วไอ้นั่นมันเป็นใคร?”

“ก็คุณศกรผู้แสนจะสุภาพบุรุษไงล่ะ รู้แล้วก็รีบ ๆ ไปซะ ฉันจะปิดร้านแล้ว” ติ๊กผลักณเรศออกนอกร้าน แล้วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ เอื้อมมือไปดึงประตูเหล็กม้วนลงมาปิดร้าน

“ไอ้ศกร!”

ณเรศกำหมัดแน่น โกรธมากที่ศกรมาชุบมือเปิบไปแบบนี้

ศกรพาแป้งหอมไปเลี้ยงมื้อเย็นที่ร้านอาหารในห้าง พออิ่มแล้วก็พาเธอไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น จนกลับบ้านเอามืดค่ำ

ศกรและแป้งหอมช่วยกันหิ้วถุงกระดาษใส่ของที่ซื้อมาเข้าบ้านดิเรกธานนท์ ปากก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แป้งหอมมีความสุขที่ได้อยู่กับคนซึ่งให้เกียรติ เคารพในศักดิ์ศรีของเธออย่างศกร

“เราน่าจะดูหนังด้วยกันสักเรื่องนะ คุณว่าดีไหม?” ศกรถามแป้งหอม

“ไม่ดูก็ดีแล้วค่ะ แค่คุณซื้อของพวกนี้ให้ ฉันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ไว้เดือนหน้าเงินเดือนฉันออก จะรีบเอามาคืนคุณนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกแป้งหอม ถือซะว่าผมซื้อของพวกนี้เป็นของขวัญให้คุณละกัน อย่าคิดเรื่องเงินทองให้มันมาก ปวดหัวเปล่า ๆ”

ศกรและแป้งหอมยิ้มให้กัน ก่อนจะจูงมือกันเข้าบ้าน  ทันใดนั้นณเรศก็ออกมาขวางทาง ทั้งสองตกใจ

“คุณณเรศ!”

“ไปกับฉันแป้งหอม”

ณเรศฉุดมือแป้งหอมไป โดยไม่สนใจสายตาใคร เขาจะลากเธอออกจากบ้านดิเรกธานนท์แล้วพาไปอยู่ด้วยกันที่บ้านประภากรณ์เหมือนเมื่อก่อน แป้งหอมฉุนที่ณเรศเข้ามาทำเช่นนี้กันเธอ จึงสะบัดให้มือหลุดออก

“ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณกลับไปได้แล้ว” แป้งหอมยื่นคำขาด

ณเรศฉุดมือแป้งหอมขึ้นมาอีก จะเอาตัวเธอกลับให้ได้ คราวนี้ศกรชกที่หน้าเข้าให้ ณเรศปลิว ล้มลงไปที่พื้น  เขาลุกขึ้นมาจะเอาคืนศกร แต่แป้งหอมเข้ามาขวางไว้

“อย่านะ อย่าทำอะไรคุณศกร ฉันว่าตอนนี้คุณควรกลับบ้านไปสงบสติอารมณ์ก่อน ต่อจากนี้ฉันจะไม่คุยกับคนโมโหร้ายอย่างคุณอีก เชิญกลับไปได้แล้วค่ะคุณณเรศ” แป้งหอมพูดอย่างขึงขัง

ณเรศแตะมุมปากที่มีเลือดไหลซึมออกมา เขาคิดน้อยใจว่าทำไมแป้งหอมต้องเข้าข้างแต่ศกร ศกรทำอะไรก็ดีไปหมดในสายตาของเธอ ต่างกับเขาที่ตรงกันข้าม แม้จะพยายามทำตัวดีแค่ไหนก็ไม่ทำให้แป้งหอมเห็นคุณค่าในตัวเขามากขึ้นเลย

ยิ่งคิดอารมณ์ริษยาในตัวก็มีมากขึ้น ณเรศดึงตัวแป้งหอมออกมาแล้วสวนหมัดเข้าชกเต็มใบหน้าของศกร จนถลาล้มลงพื้น  แป้งหอมตกใจกับการกระทำที่โผงผางของเขา เธอหันมาฟาดฝ่ามือลงที่ใบหน้าของเขา

เพี๊ยะ!

 “พอเถอะค่ะ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับอันธพาลอย่างคุณ หยุดนิสัยก้าวร้าวไว้แค่นี้ ฉันขอร้องล่ะ คุณออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว เลิกตอแยกับฉันเสียที”

ณเรศเจ็บใจที่แป้งหอมพูดเหมือนไม่ต้องการเขาเช่นนี้ ทุกอย่างที่เขาทำผิดพลาดไป มันเลวร้ายขนาดให้อภัยไม่ได้เชียวเหรอ แล้วกับศกรล่ะ นานวันก็ยิ่งดูเหมือนแป้งหอมจะชอบเขามากขึ้นทุกวัน

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรอจนกว่าเธอจะกลับบ้านพร้อมกัน” ณเรศพูดเสียงแข็ง ดูแน่วแน่กับสิ่งที่พูด แล้วเขาก็เดินออกไปยืนกลางลานหน้าบ้านศกร

“ปล่อยให้เขารอไปเถอะค่ะ ยังไงฉันก็ไม่มีวันกลับไปอยู่กับเขาอีก ฉันตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่แล้ว” แป้งหอมพูด

“งั้นเราเอาของขึ้นไปเก็บกันเถอะ คุณเลือกดูเลยนะว่าจะอยู่ห้องไหน  ถ้าเลือกได้แล้วผมจะให้แม่บ้านทำความสะอาด จัดการเรื่องที่หลับที่นอนให้” ศกรพูดแล้วพาแป้งหอมเดินขึ้นไปชั้นสอง ทิ้งณเรศให้อยู่นอกบ้านคนเดียว ไม่แม้เหลียวแลมามอง

ณเรศได้แต่ยืนมองความสนิทสนมของศกรและแป้งหอม จะมีวันนั้นไหม วันที่แป้งหอมเห็นคุณค่าในตัวเขา แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

หลังจากศกรให้แป้งหอมเลือกห้อง แต่เธอไม่ยอมเลือก อ้างว่าเกรงใจ อยู่ห้องไหนก็ได้ทั้งนั้น เขาจึงเลือกห้องให้เอง แล้วสั่งป้าศรี แม่บ้านคนเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ที่นี่มานานเข้ามาทำความสะอาด โดยแป้งหอมก็ช่วยด้วยอีกแรง กว่าจะเสร็จก็ดึกเอามากแล้ว ศกรมากล่าวราตรีสวัสดิ์ ก่อนจะกลับไปที่ห้องของตนเอง แป้งหอมสวมชุดนอน เตรียมหลับพักผ่อนเพื่อตื่นขึ้นมาลุยงานในวันพรุ่งนี้

แต่ก่อนจะล้มตัวนอนลงบนเตียง ไม่รู้มีอะไรมาสะกิดใจแป้งหอม เธอถึงเดินมาแหวกม่าน มองลงไปที่ลานหน้าบ้าน ณเรศยังยืนอยู่ที่เดิม ยืนรอเธอให้กลับบ้านประภากรณ์ไปด้วยกัน แป้งหอมจ้องมองเขาอยู่นานจนเขารู้ตัวเหลียวมามอง แป้งหอมตกใจรีบปิดม่านหนีทันที

“อยากรอก็รอไปให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเลยละกัน ตาบ้าเอ๊ย”

แป้งหอมพูดกับตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่นที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา ในหัวของเธอตอนนี้คิดไตร่ตรองเรื่องราวต่าง ๆ วันพรุ่งนี้ต้องกลับไปเจอหมอนั่นอีกแล้ว จะสู้หน้าเขาไหวไหมนะ ถ้าพนักงานในบริษัทถามว่าหายไปไหนมา จะตอบไปตรง ๆ เลยไหมว่ามีปัญหากับณเรศ มาอยู่บ้านศกรแบบนี้ก็ดูไม่ดี เพราะเจ้าของบ้านเป็นผู้ชายหมด คนอื่นจะมองเธอไม่ดีหรือเปล่า จะหาว่าเกาะอาศัยผู้ชายไหม คิดไปคิดมาแป้งหอมก็ผล็อยหลับไป

ครื้นนนน

ครึ้งงงงง

ซ่า… ซ่า… ซ่า

เสียงฝนตกฟ้าร้อง ปลุกแป้งหอมให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เธอแหงนมองไปที่นาฬิกาบนผนัง ขณะนี้เวลาตีสองของวันใหม่ เธอไม่อาจข่มตาหลับอีกต่อไปได้อีก เพราะเสียงอึกระทึกทำให้เธอสร่างจากความง่วง แป้งหอมลองเงี่ยหูฟังว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก ฟังแล้วเหมือนลมพัดต้นไม้แรงมาก เธอลุกขึ้นจากเตียง เดินไปแหวกม่าน มองทะลุกระจกใสออกไปข้างนอก เห็นต้นไม้ใหญ่ไหวไกวแกว่งไปมาดูท่าจะหักโค่น น้ำฝนก็เจิ่งนองท่วมทางเดินและสนามหญ้าหน้าบ้าน แป้งหอมไล่สายตาดูต่อมาเรื่อย ๆ จนสายตามาถึงลานหน้าบ้าน

ณเรศยังยืนอยู่ที่เดิม ยืนกอดอกตัวเองสู้สายฝนและสายลมที่กระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตอนนี้เขาเปียกไปหมดทั้งตัว ร่างกายสั่นเทิ่มดูแล้วน่าใจหาย แป้งหอมตกใจไม่คิดว่าเขาจะอยู่รอเธอจริง ๆ

“คุณนี่มันบ้าจริง ๆ มายืนตากฝนให้ไม่สบายทำไม”

แป้งหอมพูดออกมา รีบเดินออกจากห้องลงมาที่ชั้นล่าง หยิบร่มที่แขวนไว้หน้าบ้านออกมากาง แง้มประตูเปิดออกแล้วเดินฝ่าฝนไปหาณเรศ

“นี่คุณ! ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ ยังจะยืนอยู่อีก กลับบ้านคุณไปซะ อย่าดื้อเป็นเด็ก ๆ หน่อยเลย” แป้งหอมแหกปากตะโกนสู้เสียงฝน

“ไม่! ฉันยังไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเธอจะยอมกลับกับฉัน”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่กลับไปกับคุณ”

“ทำไมล่ะ เธอโกรธอะไรฉันนักหนา ฉันขอโทษเธอแล้วยังไม่หายโกรธอีกเหรอ”

“คุณคิดว่าแค่คำขอโทษที่ไม่ได้พูดออกมาจากใจ จะทำให้ฉันยกโทษทุกเรื่องที่คุณทำกับฉันงั้นเหรอ?”

“ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะแป้งหอม”

ณเรศเดินมาคว้ามือแป้งหอมไปกุม แป้งหอมสะบัดทิ้งด้วยท่าทีรังเกียจ ณเรศหน้าเสียกับปฏิกิริยาของแป้งหอม

“คนอย่าฉันมันน่ารังเกียจมากนักหรือไง?” ณเรศถามแป้งหอม นัยน์ตาเศร้า

“ใช่! คนอย่างคุณมันน่ารังเกียจ จิตใจอัปลักษณ์ของคุณมันน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าอะไรซะอีก” แป้งหอมพูดแรงแทงใจณเรศ เขาเสียใจมากที่เป็นฝ่ายถูกแป้งหอมทำร้ายจิตใจบ้าง

“คุณกลับไปได้แล้ว มายืนตากฝนแบบนี้อย่าคิดว่าฉันจะสงสาร ทำไปก็เปล่าประโยชน์ มันไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นหรอกค่ะ”

 แป้งหอมพูดแค่นี้ ก่อนจะหันหลังกลับ เดินเข้าบ้านไปอย่างไม่สนใจใยดีณเรศ แค่นี้ที่ณเรศประสบอยู่ มันไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความเจ็บปวดที่เธอเคยโดนเขาทำร้ายจิตใจมาสารพัด เหตุการณ์ครั้งนี้หวังว่าจะเป็นบทเรียน สอนให้เขารู้จักคุณค่าของมนุษย์ขึ้นมาได้บ้าง

 อากาศยามเช้า หลังฝนโหมกระหน่ำอย่างหนักเมื่อคืน ส่งผลให้หลายคนได้เริ่มเช้าวันใหม่อย่างสดใส ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ ไม่ต้องกลัวแสงแดดจ้าทำลายผิว ไม่ต้องกลัวร้อน ไม่ต้องกลัวจะมีกลิ่นตัว

แป้งหอมร่าเริงกับบรรยากาศสบายเช่นนี้ หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ เธอก็ออกมารอศกรที่หน้าบ้าน สาวเจ้าตกใจอย่างมากที่เห็นณเรศ อยู่ในเสื้อผ้าที่เปียกชุ่ม เนื้อตัวซีด ยังยืนอยู่ที่เดิม ตรงลานหน้าบ้าน เธอปรี่เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“คุณณเรศ คุณเป็นบ้าอะไรถึงยืนอยู่ตรงนี้จนถึงเช้า ไม่กลัวตัวเองเป็นอะไรขึ้นมาบ้างหรือไงฒ” แป้งหอมเดินมาว่าให้

“แป้งหอม… กลับบ้านด้วยกันนะ” ณเรศพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย ใบหน้าซีดเซา จู่ ๆ เขาก็ล้มพับลงท่ามกลางความตกใจของผู้พบเห็นทั้งแป้งหอมและป้าศรี แป้งหอมรีบเข้าไปประคองศีรษะณเรศมาหนุนที่ตัก พลันน้ำตาก็ไหล

“คุณนี่มันบ้า คุณมันบ้าที่สุด”

ณเรศลืมตาสู้แสง ฝืนยิ้มจืดจางให้แป้งหอม


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Of Mice and Men: เพื่อนยาก – มิตรภาพและความฝันของคนยากจนที่ไม่อาจเป็นจริง

ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้ มาเล่าเนื้อหาจากวรรณกรรมเรื่องเพื่อนยาก (Of Mice and Men) ผลงานชิ้นเอกของจอห์น สไตน์เบค (John Steinbeck) ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่สะท้อนภาพชีวิตและการดิ้นรนของแรงงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาครับ เรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน ความฝัน และโชคชะตาที่โหดร้าย ผมอ่านเรื่องนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังจำตอนจบของเรื่องที่สะเทือนใจได้ถึงทุกวันนี้อยู่เลยครับ เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว เป็นเพื่อนที่แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และนิสัย คนแรกชื่อจอร์จ...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!