บ้านไม้หลังเล็กในยามนี้มีแค่ป้าของแป้งหอมอยู่เพียงลำพัง ระหว่างรอหลานสาวกลับมาจากตลาด ป้าก็ทำความสะอาดบ้านไปเรื่อย ปัดกวาดเช็ดถูตามกำลังที่คนเจ็บออดแอดอย่างเธอจะทำได้ อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดต้องทำใจหน่อย ทั้งฝุ่นและกลิ่นเหม็นมีให้กำจัดทุกวัน
เสียงรถขับมาจอดที่หน้าบ้าน ป้าของแป้งหอมเดินลงมาดูที่บันได เห็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับหลานสาวของเธอเดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงสมส่วน ผิวขาวราวกับไม่เคยถูกแดดมาเลย เขาถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมและใบหน้าอันเกลี้ยงเกลา
“สวัสดีครับคุณป้า” ณเรศไหว้ทักทาย
ป้าของแป้งหอมรับไหว้
“ป้ายังไม่มีเงินจ่ายหรอกนะ อย่าทำอะไรป้าเลยนะ” ป้าไหว้วิงวอน สีหน้าหวาดกลัวว่าณเรศจะทำร้าย เพราะใบหน้าของชายหนุ่มนิ่ง ดูขึงขัง
“ผมไม่ได้มาทวงเงินคุณป้าครับ และไม่ได้มาทำร้ายอะไรด้วย เพียงแต่ทางผู้บริหารอยากทราบว่าทำไมคุณป้าถึงยื่นเรื่องขอผ่อนผันการชำระคืนเงินกู้ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เผื่อทางเราจะช่วยเหลืออะไรได้”
ณเรศกล่าวอย่างอ่อนน้อม ทำให้ป้าของแป้งหอมใจชื้นขึ้นมา คลายอาการหวาดกลัวลง เพราะดูแล้วท่าทางเขาก็ไม่ใช่คนจิตใจดำคับแคบแต่อย่างใด
“ก็อย่างที่เห็นนี่แหละจ้ะ หลังสามีป้าตาย ป้าก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่”
“อยู่ที่นี่ท่าทางคุณป้าจะลำบากน่าดูเลยนะครับ”
“ชินแล้วล่ะจ้ะ ป้าก็อยู่ที่นี่มาปีกว่า ๆ แล้ว”
ณเรศล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมา หยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทขึ้นมาจำนวนสามใบ แล้วส่งยื่นให้ป้าของแป้งหอม
“อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับ รับไว้ใช้จ่ายตอนจำเป็นนะครับ”
ป้าเลิกลั่ก รีบยกมือปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“ไม่ดีหรอกจ้ะ ป้าเป็นหนี้พ่อหนุ่มตั้งมากแล้ว จะให้มารับเงินจากพ่อหนุ่มอีกคงไม่ได้”
“คุณป้ารับไว้เถอะครับ เงินเล็กน้อยถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่พนักงานคนเก่าของเราล่วงเกินคุณป้าไป”
ณเรศยัดเงินใส่มือของป้า ป้าลังเลว่าจะคืนหรือรับไว้ดี แล้วเธอก็ตัดสินใจรับมันไว้
“ขอบคุณพ่อหนุ่มมากนะ”
“ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่คุณป้าอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอครับ?”
“เปล่าจ้ะ ป้าอยู่กับหลานสาวอีกคน ตอนนี้แกไปขายของที่ตลาด อ้าว… นั่นไง กลับมาแล้ว”
ป้ามองไปที่หลานสาวผู้เข็นรถเข็นกลับเข้ามา สีหน้าของเธอดูขุ่นเคืองทันทีที่เห็นรถหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ซึ่งทำให้เธอรู้โดยทันทีว่าเจ้าหนี้มาทวงเงิน ถ้าไม่มีจ่ายก็ถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ
แป้งหอมรีบวิ่งขึ้นบันไดมา เห็นณเรศก็ชี้หน้าว่าให้
“กลับไปเลยนะ จะมาทวงอะไรนักหนา เมื่อวานก็มาทีหนึ่งแล้ว บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ มาเซ้าซี้อยู่ได้”
เธอเดินมาผลักเขา จนเขาเซเกือบพลัดตกบันได
“แป้งหอม! อย่าทำอะไรคุณเขานะลูก” ป้าปราม
“ฉันยอมพวกคุณมานานแล้ว วันนี้ฉันจะสู้ ไม่ยอมให้คุณทำอะไรฉันกับป้าได้อีก ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
แป้งหอมพูดเสียงห้าว พลางฉุดแขนณเรศลงมาจากบ้าน ณเรศงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จู่ ๆ มีใครไม่รู้ ท่าทางไม่พอใจเดินเข้ามาฉุดลากเขาให้ลงมาจากบ้าน นี่มันอะไรกัน เขาทำอะไรผิด?
“เธอเป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย ใครจะมาทำอะไรเธอ” ณเรศถามหลังจากถูกสาวเจ้าผลักไหล่
“หนอย… ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา ทำร้ายฉันกับป้าจนสะใจไปเมื่อวาน แล้ววันนี้คิดจะพลิกมาเล่นบทพระเอกหรือไง” แป้งหอมเริ่มคว้าภาชนะบนรถเข็นมาขว้างปาใส่ณเรศ
“โอ๊ย… ทำอะไรของเธอ ฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธตั้งแต่เมื่อไหร่ มาถึงเธอก็ไล่ตะเพิด ขว้างข้าวของใส่ฉันแบบนี้” ณเรศถามสุ้มเสียงขุ่นเคือง พลางยกมือขึ้นกันข้าวของที่เขวี้ยงมาใส่
“คนมีเงินนี่น่ารังเกียจชะมัด ฉันเกลียดพวกใจดำอย่างคุณ” แป้งหอมตั้งหน้าตั้งตาขว้างข้าวของใส่
ณเรศเดินมาคว้ามือแป้งหอม เขย่าตัวเธอเพื่อให้เธอมีสติแล้วหยุดการกระทำบ้าคลั่งนี้เสียที หญิงสาวไม่มีทีท่าอารมณ์จะเย็นลง สะบัดมือสุดแรงจนหลุดจากพันธนาการ หันไปคว้าโหลใส่น้ำปลาหวานที่มีอยู่ครึ่งค่อนมาราดลงบนศีรษะของชายหนุ่ม
น้ำปลาหวานหนืด ๆ ไหลย้อยลงมาจากศีรษะของณเรศ มันค่อย ๆ หยาดลงเลอะเสื้อผ้าที่เขาใส่ กลิ่นเหม็นของมันคลุ้งไปทั่วทั้งตัว เขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้
“นี่มันจะมากไปแล้วนะ” ณเรศกระแทกเสียงใส่อย่างอดเสียไม่ได้
“ไม่! นี่ยังน้อยไปกับสิ่งที่พวกคุณเคยทำกับเราไว้” แป้งหอมน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ป้ารีบเข้ามาขวางหน้าณเรศ ใจหนึ่งก็กลัวว่าหลานสาวจะทำอะไรรุนแรงเกินกว่านี้ อีกใจก็กลัวฝ่ายชายจะฉุนขาด ลงไม้ลงมือตอบโต้หลานสาวของเธอ
“ป้าขอโทษแทนหลานด้วยนะจ๊ะ อย่าถือโทษอะไรเลย ป้าขอร้องล่ะ พ่อหนุ่มรีบกลับก่อนเถอะ”
ณเรศมองดูสภาพของตน หันมาทำตาเขียวใส่แป้งหอม พลางกัดฟันพูดกับป้าของเธอขณะที่ยังจ้องหน้าเธออยู่
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ” ณเรศอำลา จ้องแป้งหอมตาขวางก่อนจะเดินกลับไปที่รถ ณเรศพยายามทำใจให้สงบ ใจเย็นก่อน อย่าทำให้คุณแม่ต้องผิดหวัง
“ไอ้มอด ออกรถ!”
ณเรศตะโกนเสียงดุสั่งคนขับรถ คนขับรถชื่อว่ามอดกุลีกุจอบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งออกรถในทันที แป้งหอมยืนมองการจากไปของผู้รุกราน กอดอกสะใจกับการขับไล่ที่เป็นผลสำเร็จครั้งแรกของเธอ
แป้งหอมหันมาพูดกับป้า “ป้าจะไปขอโทษมันทำไม?”
“ทำเกินไปแล้วนะแป้งหอม คุณคนนั้นไม่ได้มาทำอะไรเรา แถมยังให้เงินช่วยเหลือเราอีก หนูควรจะขอบคุณเขามากกว่าที่ไปทำเสียมารยาทแบบนั้น”
แป้งหอมดูยังไม่สำนึก เธอสะใจกับวีรกรรมเมื่อกี้ไม่หาย
ณเรศเดินเข้าบ้านมาด้วยสภาพเปรอะเปื้อนและเหม็นคลุ้ง ไอยราผู้เป็นแม่เห็นก็เดินเข้ามาทัก พลางปิดจมูกสนทนาด้วย
“ไปทำอะไรมาลูก ถึงได้เลอะเทอะอย่างนี้?”
ณเรศหยุดเดิน แล้วเอ่ยปากตอบด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์กับคำถามสักเท่าไร
“ก็คนที่แม่ให้ผมไปขอโทษน่ะสิครับ เห็นแค่หน้าก็เข้ามาด่าผมฉอด ๆ แล้วยังเอาน้ำปลาหวานมาราดหัวผม นี่ผมยังไม่รู้เลยว่าเคยไปทำอะไรให้ยายนั่นไม่พอใจ”
“หนูแป้งหอมหรือเปล่าจ๊ะ? แม่ให้คนสืบประวัติดูแล้ว ท่าทางน่ารักดีนะหนูคนนี้”
“อย่าไปยุ่งกับยายบ้านั่นเลยครับแม่ เราจะซวยกันเปล่า ๆ ตอนนี้ผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ เหม็นตัวเองจะแย่อยู่แล้ว”
“จ้ะ รีบไปเถอะ”
วันนี้ไอยราให้มอดขับรถมาส่งที่บ้านของแป้งหอม เธอรู้สึกถูกชะตากับแป้งหอมอย่างบอกไม่ถูก จึงมาคุยเรื่องหนึ่งกับเธอ ปกติเมื่อแป้งหอมเห็นรถหรูมาจอดอยู่หน้าบ้านจะตั้งแง่ไว้ก่อน แต่เมื่อเห็นไอยราเดินลงมาจากรถ ความคิดที่ไม่ดีในหัวก็หายวับไป บารมีของไอยราแผ่มาถึงแป้งหอม บอกให้รู้ว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ได้คิดร้ายกับเธอ
“คุณน้ามาที่นี่มีธุระอะไรเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน หนูขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำไม่ดีกับคนของคุณน้า” แป้งหอมพูดพลางยกมือไหว้
ไอยรายิ้มให้
“ไม่เป็นไรจ้ะ ณเรศไม่ได้โกรธอะไร เข้าเรื่องกันเลยนะ หนูแป้งหอมจบบัญชีมาใช่ไหม เห็นว่าได้เกียรตินิยมด้วยนี่”
แป้งหอมมองพื้น พยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ เธอไม่กล้าสบสายตากับไอยรา
“สนใจอยากไปทำงานที่บริษัทของน้าไหม น้ามีตำแหน่งงานดี ๆ ไว้รอหนู เรื่องที่พัก เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วง น้าจะดูแลให้ทุกอย่าง”
แป้งหอมหันไปมองผู้เป็นป้า พลางส่งสายตาขอความเห็น ป้าไม่พูดอะไร ได้แต่ฉีกยิ้มกว้างให้ บอกเป็นนัยว่าให้หลานสายตัดสินใจเอง
“หนูขอปฏิเสธค่ะ ทำงานอย่างทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ได้ดูแลป้าใกล้ชิด อีกอย่างหนูไม่มีประสบการณ์การทำงาน กลัวคุณน้าจะรับหนูเข้าไปเป็นภาระค่ะ”
ไอยรายิ้ม
“ไม่หรอกจ้ะ คนเก่งอย่างหนูเรียนรู้งานได้ไม่ยากอยู่แล้ว”
ป้าของแป้งหอมเสริมขึ้น
“ไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วงป้าหรอก อนาคตหนูสำคัญกว่านะ”
“ไม่ค่ะ ยังไงหนูก็ไม่มีวันทิ้งป้าให้อยู่คนเดียวเด็ดขาด หนูจะอยู่ดูแลป้าที่นี่ ไม่อยากไปไหน” แป้งหอมยืนยันคำเดิม หันไปพูดอย่างถ่อมตนกับไอยรา “ขอโทษด้วยนะคะที่หนูปฏิเสธ ยังมีคนเก่งกว่าหนูอีกเยอะค่ะ”
ไอยรายิ้ม ชอบใจนิสัยของสาวผู้นี้เหลือเกิน
“ไม่เป็นไรจ้ะ นี่นามบัตรน้า ไว้เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ติดต่อมานะ น้ารออยู่เสมอ” ไอยราพูดพลางยื่นนามบัตรของเธอให้แป้งหอม หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ไอยราหมดธุระจึงขอตัวกลับ
“ทำไมถึงปฏิเสธคุณเขาไปแบบนั้นล่ะ งานสบายหนูไม่อยากทำเหรอ?” ป้าพูดกับหลานสาว
แป้งหอมขยับมากอดป้าของเธอ
“อย่างนี้ดีแล้วค่ะ ถึงงานที่ทำอยู่จะลำบากแค่ไหน แค่ขอให้ได้อยู่กับป้า หนูก็พอใจแล้ว”
ป้าลูบหัวหลานสาว แล้วยิ้มอย่างชื่นใจ แป้งหอมหอมแก้มป้าของเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นมา เตรียมพร้อมออกไปทำมาหากิน
“งั้นหนูรีบไปขายของก่อนนะจ๊ะ อยู่บ้านป้าก็พักผ่อน ไม่ต้องทำอะไรนะ ไว้ขายของเสร็จหนูจะกลับมาทำเอง”
“จ้ะ” ป้ายิ้ม มองหลานสาวเข็นรถออกไปนอกบ้านจนลับตาไป
แป้งหอมเข็นรถออกมาขายผลไม้ที่ตลาดตามปกติเช่นทุกวัน แต่วันนี้ดูขายดีมากเป็นพิเศษ ลูกค้ามายืนออกันเต็มร้าน ทำแม่ค้าสับสนเพราะลูกค้าต่างแย่งกันสั่งตามที่ตนเองต้องการ เธอฟังไม่ได้ศัพท์อะไรเลย ต้องคอยไล่ถามเป็นคน ๆ ไป
“แป้งหอม! แป้งหอม!”
เสียงหญิงสาวตะโกนเสียงดังมาแต่ไกล เธอวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ ก่อนจะแหวกลูกค้าร้านผลไม้รถเข็นอย่างไม่เกรงใจใคร เพื่อเข้ามาหาแป้งหอม เธอยืนหอบแฮก ๆ เหมือนจะสิ้นใจตรงนี้เสียให้ได้
“มีอะไรจ๊ะพี่?” แป้งหอมถามมือยังตักผลไม้อยู่
“ก็ที่บ้านของเธอน่ะสิ แฮก ๆ บ้านเธอน่ะไฟไหม้!”
ไฟไหม้!
แป้งหอมตกใจกับคำนี้ ท่าทีลุกลนขึ้นมาทันใด ตอนนี้บ้านของเธอกำลังไหม้ไฟอยู่งั้นเหรอ บ้านหลังสุดท้ายของเธอ แถมตอนนี้ป้าก็อยู่ในนั้นด้วยซิ ไม่รู้ว่าป้าจะปลอดภัยหรือเปล่า จิตใจของเธอว้าวุ่น กังวลถึงคนที่เธอรักสุดชีวิต
“ฝากร้านเดี๋ยวนะคะพี่”
แป้งหอมพูดกับผู้แจ้งข่าวร้าย ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้านตน เมื่อมาถึงเห็นกองเพลิงกองโต โหมไหม้บ้านของเธออยู่ เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังฉีดน้ำสยบกองเพลิงนั้น
“ป้าหนูล่ะ ป้าหนูอยู่ไหน?”
แป้งหอมตะโกน พยายามตะเกียดตะกายให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเจ้าหน้าที่
“เข้าไม่ได้นะครับ ไฟมันแรงมาก ขืนเข้าไปใกล้จะเป็นอันตรายได้ครับ”
“แต่ป้าหนูอยู่ในนั้น ปล่อยหนู หนูจะไปช่วยป้า”
“เข้าไปไม่ได้จริง ๆ ครับ มันอันตราย”
“ไม่! หนูจะเข้าไปช่วยป้า”
“ให้เข้าไปไม่ได้ครับ!”
แป้งหอมเลิกดิ้นรน ละความหวังอันริบหรี่ เธอทรุดตัวลงบนพื้นแฉะ มองบ้านที่เคยอยู่กับป้า ซึ่งตอนนี้ถูกไฟลุกท่วม ป้าของเธอคงอยู่ในนั้น น้ำใสไหลรินลงมาเป็นสาย อาบแก้มทั้งสองข้างของเธอ ตอนนี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ต่อจากนี้เธอต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างในโลกกว้างใบสุดแสนจะโหดร้ายนี้
Leave a comment