ใจพันธนาการ – ตอนที่ 13

Share

วันนี้เป็นวันหยุดจึงไม่ต้องรีบร้อนออกไปทำงาน หลังจากรับประทานมื้อเช้าร่วมกับไอยราที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว แป้งหอมก็ยกสำรับอาหารขึ้นไปให้ณเรศบนห้อง

ก๊อก ๆ ๆ

“คุณณเรศคะ ฉันเอาอาหารมาให้ คุณตื่นหรือยัง?”

เงียบ…

“งั้นฉันขออนุญาตเข้าไปในห้องคุณนะ”

แป้งหอมถือวิสาสะเข้าไปในห้อง วางสำรับอาหารไว้บนโต๊ะ มองหาณเรศแต่ไม่เห็น ดีเลย… ไม่เจอก็ดีแล้ว เธอกำลังจะออกจากห้องนี้

“จะรีบไปไหน?” เสียงณเรศดังขึ้นมา เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ

แป้งหอมสะดุ้ง หยุดชะงักก่อนจะหันหลังกลับไป

“เดี๋ยวก่อนสิ รีบไปไหนนักหนา นัดไอ้ศกรไว้เหรอ?”

ณเรศเดินมาเผชิญหน้ากับแป้งหอม

“นี่! คุณอย่าหาเรื่องกันได้ไหม” แป้งหอมว่าให้

“มีนัดกับไอ้ศกรจริงด้วยถึงรีบออกไปอย่างนี้ ติดใจรสชาติริมฝีปากมันใช่ไหม? คงอยากได้มันมาดูแลชีวิตเร็ว ๆ สินะ”

“ฉันไม่เคยคิดอย่างที่คุณกล่าวหา คุณอย่าพูดจายัดเยียดอะไรให้คนอื่นอย่างนี้สิคะ ไม่มีใครชอบหรอก”

“ฉันก็พูดความจริงตามที่เห็น เด็กกำพร้าที่ขาดพ่อขาดแม่อย่างเธอ คงอยากได้ผู้ชายรวย ๆ มาเกาะกินไปตลอดชีวิต หรือที่ฉันพูดนี่มันไม่จริง?”

“ใช่! มันไม่จริง ถึงฉันจะกำพร้าพ่อแม่ แต่ฉันก็ไม่ได้กำพร้าจิตใจ กำพร้าสามัญสำนึกอย่างคุณ วัน ๆ เอาแต่จ้องหาเรื่องคนอื่น คนอย่างคุณทุเรศมากคุณณเรศ รู้ตัวบ้างไหม?”

“แล้วเธอไม่ยิ่งทุเรศไปกว่าฉันเหรอ ผู้หญิงอะไรยอมผู้ชายง่าย ๆ”

เพี๊ยะ!

แป้งหอมตบหน้าณเรศเต็มแรง จนชายหนุ่มหน้าหัน

“นี่คงจะทำให้คุณรู้ว่าฉันไม่ได้ยอมผู้ชายง่าย ๆ” แป้งหอมพูดใส่แล้วรีบเดินหนีไป ทิ้งรอยแดงรูปฝ่ามือฝากไว้บนใบหน้าของณเรศ

แป้งหอมเดินหงุดหงิดลงบันไดมา ไอยราเดินผ่าน เห็นอย่างนั้นจึงเรียกแป้งหอม

“อ้าว… หนูแป้งหอม ทะเลาะกับณเรศมาอีกแล้วเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” แป้งหอมยิ้มเจื่อน ๆ

“แล้วนี่หนูว่างอยู่หรือเปล่า?”

“ว่างค่ะ คุณน้ามีอะไรให้หนูช่วยคะ?”

ไอยรายิ้ม

“เมื่อกี้หนูนิตาโทรมาบอกว่าอยากจัดงานวันเกิดให้ณเรศที่บ้านของเรา เลยชวนน้าไปเลือกซื้อของมาทำอาหาร เย็นนี้เขาจะจัดปาร์ตี้กัน แป้งหอมไปด้วยกันกับน้านะ”

“วันนี้วันเกิดคุณณเรศหรือคะ?” แป้งหอมหน้าเหวอถามไป

“ใช่จ้ะ ไปกันเลยไหม”

“ค่ะ” แป้งหอมตอบเสียงอ่อย ที่เธอเพิ่งทำกับเขาไป เหมือนได้ทำลายเช้าวันพิเศษของเขาไปแล้ว

ห้างสรรพสินค้ามีสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายราคา หลายระดับ นิตาพาไอยราและแป้งหอมเดินออกมาหลังจากซื้อของที่ต้องการครบ ทุกอย่างถูกใส่ไว้ในรถเข็น แหววเป็นคนเข็นมัน

“คุณน้าคะ หนูขออนุญาตไปซื้อของขวัญให้คุณณเรศเดี๋ยวนะคะ” นิตาพูดกับไอยรา

“จ้ะ งั้นน้าไปรอที่รถนะ” ไอยรารับทราบ แล้วหันไปพูดกับสาวใช้ “ไปกันแหวว”

“ค่ะ” แหววเข็นรถตามหลังไอยราไป

นิตาหันมาพูดกับแป้งหอม

“นี่แป้งหอม เธอช่วยไปเป็นเพื่อนฉันเลือกซื้อของขวัญให้คุณณเรศหน่อยสิ เป็นถึงเลขาน่าจะรู้นะว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร”

“ได้ค่ะ”

แป้งหอมตามนิตาเข้าไปในร้านขายนาฬิกายี่ห้อหรู ที่นี่เต็มไปด้วยนาฬิกาเรือนงาม ราคาแพง สองสาวเดินมาหยุดหน้าตู้แสดงสินค้าชุดใหม่ล่าสุดของทางร้าน นิตาถูกใจนาฬิกาเรือนหนึ่งเลยชี้นิ้วไปที่มัน

“เธอว่าเรือนนี้เป็นไง? ถ้าซื้อไปแล้วเขาจะชอบหรือเปล่า? เวลาเขาใส่จะเข้ากับเขาไหม?” นิตาถามความเห็นจากแป้งหอม

“ไม่รู้สิคะ ฉันไม่ใช่คุณณเรศ”

“อ้าว… เธอเป็นเลขาประสาอะไร ถึงไม่รู้ว่าเจ้านายชอบอะไรไม่ชอบอะไร” นิตาผิดหวังที่พาแป้งหอมมาแล้วพึ่งพาไม่ได้

“ฉันเป็นแค่เลขาเองนะคะ มีหน้าที่ทำงาน ไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเขาหรอกค่ะ”

นิตาแสยะยิ้ม หันมามองแป้งหอมอย่างหยามเหยียด

“รู้ตัวได้ก็ดี คุณณเรศน่ะเป็นของฉัน คนต้อยต่ำอย่างเธอไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด”

“ค่ะ เรื่องนี้ฉันรู้ตัวเองดี” แป้งหอมพูดอย่างเจียมตน

“เจียมตัวไว้แบบนี้ให้ได้ตลอดไปเถอะ งั้นฉันตกลงเอาเรือนนี้แหละ” นิตาหันไปเรียกพนักงาน “ขอเรือนนี้เรือนหนึ่ง ห่อของขวัญให้ด้วยนะคะ”

แป้งหอมก้มมองพื้น การตัดสินใจมาทำงานร่วมกับบรรดาคนมีเงินมากหน้าหลายตาเช่นนี้ดีแล้วเหรอ คนฐานะอย่างเธอดีแต่ถูกพวกเขาหยามหน้า ไม่มีใครคิดรัก คิดอยากคบอย่างจริงใจ สู้กลับไปทำงานอย่างเดิมดีกว่า มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่างานที่ทำอยู่นี่เสียอีก

ค่ำคืนมาเยือน ชายหนุ่มทิ้งกายลงนอนแผ่หราเต็มเตียง ใบหน้าของเขาเศร้าหมองเช่นทุกวัน วันพิเศษแบบนี้คนอื่นเขาควรจะยินดีกัน แต่สำหรับเขาช่วงเวลานั้นมันหมดลงไปนานแล้ว วันนี้มาถึงทีไรก็อดเสียน้ำตาให้กับการจากไปของคนนั้นไม่ได้ แล้วจู่ ๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดัง ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

นิตาแง้มประตู เดินเข้ามา

“อ้าวนิตา มาหาผมทำไมดึก ๆ ดื่น ๆ”

“นิตามีอะไรจะเซอร์ไพร์สคุณค่ะ” นิตาพูดแล้วเดินเอาผ้าปิดตามาปิดตาณเรศ

“เดี๋ยวนะ? ทำไมต้องปิดตาผมด้วย”

“เอาเถอะค่ะ ไม่ปิดตาแล้วจะเซอร์ไพร์สได้ยังไง”

ณเรศยอมโดนปิดตา นิตาพาเขาเดินลงมาที่ข้างสระว่ายน้ำ บริเวณนี้มีงานเลี้ยงสังสรรค์เล็ก ๆ ที่นิตาจัดขึ้นตั้งใจจะเซอร์ไพร์สวันเกิดให้ณเรศ ทั้งแป้งหอม ศกร ไอยรา มอด และแหววอยู่กันครบ ทุกคนเงียบเสียง รอเซอร์ไพร์สวันเกิดให้ณเรศ

“พร้อมหรือยังคะ?” นิตาถาม

“อืม… พร้อมครับ”

นิตาเอาผ้าปิดตาออกให้ณเรศ

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์” ทุกคนพร้อมใจกันตะโกน พลุกระดาษถูกยิงปลิวว่อนกลางอากาศ

“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณณเรศ นี่ของขวัญค่ะ” นิตากระซิบข้างหูณเรศ ยื่นกล่องของขวัญเล็ก ๆ ให้เขาแล้วหอมแก้มหนึ่งฟอด

ณเรศรับของขวัญมา ขยับหน้าหนีเมื่อเห็นว่านิตาไม่ยอมเลิกหอมเขาเสียที เขาค่อย ๆ เปิดห่อของขวัญออกดู เห็นนาฬิกาเรือนหรูบรรจุอยู่ภายใน

“เรือนนี้เป็นรุ่นใหม่ที่สุดในร้านเลยนะคะ นิตาคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับคุณ ลองใส่ให้นิตาดูหน่อยได้ไหม?” นิตายิ้ม

ณเรศถอนหายใจ

“ผมไม่อยากได้ของพรรค์นี้หรอก คุณเก็บเอาไว้เถอะ”

ณเรศยัดกล่องนาฬิกาคืนให้นิตา

“อะไรกันคะ นิตาอุตส่าห์ตั้งใจซื้อให้ คุณไม่รับแบบนี้เท่ากับทำลายน้ำใจของนิตานะ ได้โปรดรับไว้เถอะค่ะ นิตาตั้งใจซื้อให้คุณจริง ๆ”

นิตาหยิบนาฬิกาออกมาจากกล่อง คว้าข้อมือซ้ายของณเรศแล้วเอานาฬิกาสวมให้ เธอถอยออกมาก้าวหนึ่งยืนมองชายหนุ่ม ก่อนยิ้มแล้วเอ่ยปากชม

“นิตาคิดแล้วว่ามันต้องเหมาะกับคุณ”

ณเรศยกนาฬิกาขึ้นดู เพ่งมองมันอย่างพิจารณา ภาพวันเก่าในความทรงจำลอยเข้ามาในหัว วันนั้นเขาดีใจมากที่ได้นาฬิกาเป็นของขวัญวันเกิดจากคุณพ่อ

“ไปทางโน้นดีกว่าค่ะ คนอื่นเขารอเราอยู่” นิตาควงแขนพาณเรศเดินไปรวมกับคนอื่น ๆ

ไอยราเดินมาหอมแก้มลูกชาย อย่างกับว่าเขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ

“สุขสันต์วันเกิดนะลูก แม่ขอโทษที่ปีก่อน ๆ ไม่ได้จัดงานอย่างนี้ให้ลูก”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ต้องการอยู่แล้ว” ณเรศตอบเสียงแข็ง ทำเอาไอยราใจหาย

มอดและแหววเดินเข้ามา มอดพูดกับเจ้านายของเขา

“คุณหนูครับ มอดและแหววไม่มีอะไรจะให้ แต่เราขอสร้างความบันเทิงให้คุณหนูก็แล้วกันครับ” หันไปบอกแหวว “พร้อมนะ สาม… สอง… หนึ่ง…”

มอดกับแหววร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ แถมใส่ท่าเต้นบ้า ๆ บอ ๆ ลงไป คนอื่นมองก็ยิ้มขำ เต้นจนจบไปสามสี่รอบ สองคนรับใช้ก็ถามเจ้านายที่ทำหน้าตายอยู่อย่างเดิม ไม่รู้สึกสนุกเช่นเดียวกับคนอื่น

“ชอบไหมครับคุณหนู?” มอดถาม

“ไม่ชอบ! ฉันอยากได้คนใช้ใหม่มาแทนคนเดิมในวันเกิดปีนี้มากกว่า บอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าเรียกชื่อจริงของฉันไม่ได้ก็ลาออกไปซะ”

“อูย…” มอดหน้าเสีย ถอยออกมาหลายก้าว

“ไปกันเถอะพี่มอด ก่อนโดนดีเข้า”

แหววชวน แล้วสองคนรับใช้ก็หายเข้าไปในบ้าน

ทุกคนต่างสนุกกับงานเลี้ยง กินกันอิ่มหนำสำราญ ณเรศเจ้าของวันเกิดปลีกตัวมานอนวิเวกอยู่คนเดียวบนเตียงผ้าใบที่ข้างห้องครัว ซึ่งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำ ตอนนี้เขากำลังย้อนนึกถึงวันวานอันขื่นขมที่ยากจะลืมเลือน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยกเองได้”

เสียงดังมาจากในครัว เรียกณเรศให้หลุดจากภวังค์ เขาหันไปมองเจ้าของเสียง เห็นศกรพยายามยื้อแย่งกระติกน้ำแข็งไปจากแป้งหอม

“ให้ผมยกไปเองดีกว่า คุณเป็นผู้หญิงจะยกไปยังไงไหว”

“แต่คุณนิตาเป็นคนใช้ให้ฉันมาเอา ถ้าฉันให้คุณยกไปแทนเดี๋ยวจะโดนว่าเอาค่ะ”

“คุณจะสนใจอะไรกับยายนั่น ส่งมาให้ผมเถอะ เดี๋ยวผมยกไปเอง”

ศกรแย่งกระติกน้ำแข็งจากแป้งหอม

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันยกเองไหวจริง ๆ” แป้งหอมพยายามออกแรงยกกระติกน้ำแข็ง

ฮึบ! หนักเหมือนกันนะเนี่ย

ศกรยิ้มขำ

“ผมยกไปให้ดีกว่า ดูแล้วคุณคงไม่ไหว” ศกรแย่งกระติกน้ำแข็งจากแป้งหอมมาจนได้ หญิงสาวเสียหลักถลาเข้าซบอกชายหนุ่ม ทั้งสองจ้องตากันอยู่นาน ต่างคนต่างไปต่อไม่ถูก ณเรศที่อยู่ข้างนอกมองมาด้วยแรงริษยา เขาไม่ยอมให้มีใครมาพลอดรักกันในบ้านของเขาแน่

“ขอโทษค่ะ” แป้งหอมกล่าวแล้วรีบถอยออกมา

“ไม่เป็นไร ผมยกไปดีกว่านะ”

ศกรยกกระติกน้ำแข็งออกมาจากครัว เอาไปให้นิตาที่ข้างสระว่ายน้ำ ณเรศก้าวฉับ ๆ เข้าไปหาแป้งหอมในครัว มาถึงเขาก็กระชากแขนพลางดันตัวเธอติดกับผนัง

“นี่มันบ้านฉันนะไม่ใช่โรงแรม จะทำอะไรก็อย่าให้มันประเจิดประเจ้อ ถ้าอยากเสพสุขกันนักก็โน้น ไปม่านรูด!”

“คุณพูดอะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็เมื่อกี้เธอทำอะไรกับไอ้ศกรล่ะ อย่าคิดนะว่าฉันไม่เห็น”

“เราไม่ได้ทำอะไรกัน คุณอย่าเข้าใจผิดสิคะ เมื่อกี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ”

“ยังจะมาปากแข็งอีก ก็เห็นอยู่เต็มตาว่าเธอกอดกับมัน” ณเรศยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหจนเผลอบีบแขนแป้งหอมแน่น หญิงสาวเจ็บจนต้องร้องออกมา

“โอ๊ย… ปล่อยฉันนะ”

ศกรกลับเข้ามา เห็นณเรศข่มเหงแป้งหอมจึงปรี่เข้ามาชกที่หน้า

“ไอ้ณเรศ!”

พลั่ก!

ณเรศล้มลงไปบนพื้น เลือดซิบปาก ลุกขึ้นจะเอาคืนศกร แต่แป้งหอมเข้ามาขวางไว้

“หยุดนะคุณณเรศ คุณเลิกทำอะไรเหมือนเด็กมีปัญหาเสียที”

“ทำไม? เดี๋ยวนี้ฉันแตะต้องไอ้ศกรไม่ได้เลยหรือไง? ปกป้องอะไรมันนักหนา เธอรักมันมากสินะ?”

แป้งหอมเบื่อกับคำพูดยัดเยียดของณเรศ คำก็หาว่าชอบศกร อีกคำก็หาว่ารักศกร เธอจึงพูดประชดณเรศไปว่า

“ใช่! ฉันกับเขาเรารักกัน คุณรู้เอาไว้ซะ ทีหน้าทีหลังจะได้ไม่ต้องมาถามอีก” หันไปพูดกับศกร “ไปกันเถอะค่ะ อย่าอยู่ใกล้คนไม่มีสติอย่างนี้เลย”

แป้งหอมพาศกรเดินออกไปข้างนอก ทิ้งณเรศให้ยืนโกรธจนเลือดขึ้นหน้าอยู่คนเดียวในครัว ณเรศโมโหกวาดข้าวของบนโต๊ะตกเต็มพื้น พลางร้องโวยวาย

“โธ่เว้ย!”


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Of Mice and Men: เพื่อนยาก – มิตรภาพและความฝันของคนยากจนที่ไม่อาจเป็นจริง

ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้ มาเล่าเนื้อหาจากวรรณกรรมเรื่องเพื่อนยาก (Of Mice and Men) ผลงานชิ้นเอกของจอห์น สไตน์เบค (John Steinbeck) ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่สะท้อนภาพชีวิตและการดิ้นรนของแรงงานในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาครับ เรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน ความฝัน และโชคชะตาที่โหดร้าย ผมอ่านเรื่องนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังจำตอนจบของเรื่องที่สะเทือนใจได้ถึงทุกวันนี้อยู่เลยครับ เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว เป็นเพื่อนที่แตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และนิสัย คนแรกชื่อจอร์จ...

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

Related Articles

ใจพันธนาการ – บทส่งท้าย

กลางแดดแรง ร้อนระอุในยามบ่ายเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องหลบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่ไม่ใช่กับณเรศ วันหยุดยาวแบบนี้ เขาต้องใส่ชุดทำสวน ถือกรรไกรตัดหญ้ามาเล็มหญ้าที่สนามหน้าบ้าน ทั้งที่งานนี้มีมอดทำประจำอยู่แล้ว อีกฟ้ากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แป้งหอมนอนเอนกายอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงผ้าใบ พลางยกน้ำส้มคั้นเย็น...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 40

ด้านหลังเวที ศกรและนิตานั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พิธีกรสัมภาษณ์ ในอีกไม่นานต่อจากนี้ ณเรศเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต เขาส่งมอบมันให้กับศกรและนิตา “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ” ณเรศกล่าว ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ศกรและนิตามองใบหน้านั้น รับช่อดอกไม้ที่เขายื่นให้ “ขอบใจแกมาก” ศกรกล่าวอย่างรู้สึกยินดีที่ณเรศมาร่วมงาน...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 39

หลังจากอาการดีขึ้น ณเรศก็ออกจากโรงพยาบาลประจำหาดทรายขาว แล้วรีบให้มอดบึ่งรถเข้ามาที่โรงพยาบาลซึ่งแทนใจเข้ารับการรักษา เขาเป็นห่วงลูกบุญธรรมคนนี้มาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอฟังความคืบหน้าการรักษาที่หน้าห้องผ่าตัดซึ่งแทนใจอยู่ในนั้น  แป้งหอมนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าห้อง ณเรศเดินเข้ามาเห็นลุงเข้มก็เข้าไปถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับลุงเข้ม แทนใจป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่บอกให้ผมรู้” ลุงเข้มหน้าซีด...

ใจพันธนาการ – ตอนที่ 38

ท้องฟ้าที่เคยสว่างจากแสงอาทิตย์ ตอนนี้กลับมืดมน จะมีก็แต่สายฟ้าสาดแปล๊บลงมาเป็นพัก ๆ อากาศเริ่มลดอุณหภูมิ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีเค้าว่าฝนกำลังจะตก  ไม่นานฝนเม็ดโตก็โหมลงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่นั่งขดตัวหลบเปียกอยู่ในซอกหิน สถานที่พักพิงที่ดีที่สุดเท่านี้หาได้ในตอนนี้ หากเย็นนี้ณเรศไม่ออกไปหาผลไม้ป่า...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!