นนท์
ผมตกใจที่มีพี่ผู้หญิงปี 2 คนหนึ่งเดินมาดึงผมให้ลุกออกจากแถว หมายความว่าจะให้ผมไปคัดตัวประกวดดาวเดือนคณะงั้นเหรอ ผมยังงง ๆ ไม่ทันคิดอะไร แค่ลุกขึ้นแล้วปล่อยให้พี่เขาจูงแขนไป ผมเฉย ๆ นะกับการประกวดอะไรแบบนี้ ถึงแม้ไม่ได้กระหายอยากเป็นเดือนคณะ แต่ก็อยากมีประสบการณ์ทำกิจกรรมอะไรพวกนี้ดูบ้าง
“กรี๊ด… ดดด! น้องนนท์นนท์”
“โหวตค่าโหวต เอาตำแหน่งไปเลยค่า”
ดูเหมือนพวกรุ่นพี่จะจำผมได้แฮะ ในคณะพวกเขาเรียกผมว่านนท์นนท์ พอเบิ้ลคำเข้าไปทำให้ชื่อของผมดูน่ารักขึ้น และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการจดจำ พอโดนกรี๊ด โดนเรียกชื่อมากเข้า ผมก็เขินจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนเกร็ง ๆ ต่อหน้าเพื่อนปี 1
“ครบหรือยัง?” พี่แป้งถามเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่ออกไปดึงตัวน้องปี 1 “โอเค ครบแล้วนะ ผู้ชาย 10 ผู้หญิง 10 นะ ขอให้น้อง ๆ ตัวแทนทั้ง 20 คน เดินตามพี่แองโจลี่ไปที่ใต้ถุนตึกคณะเลยค่ะ ส่วนน้อง ๆ ที่เหลือจะให้ออกตามหาพี่รหัสของตัวเอง”
“โอเคค่ะน้อง ๆ ตามพี่มาเลยค่ะ” พี่แองโจลี่เรียกพวกเราทั้ง 20 คนให้เดินตามไป พี่เขาเป็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ไว้หนวดเคราอ่อน ๆ แต่แต่งชุดนักศึกษาหญิง สวมกระโปรงยาวคลุมถึงเท้า ที่หัวใส่ที่คาดซึ่งมีตุ๊กตายูนิคอนตัวเล็ก ๆ 2 ตัว เด้งไปเด้งมา พอมาถึงใต้ถุนตึกคณะก็ประกาศ
“ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ พี่ชื่อแองโจลี่เป็นพี่สันทนาการนะคะ น้อง ๆ ทั้ง 20 คนคือตัวแทนของเพื่อน ๆ เข้าประกวดเฟ้นหาดาวเดือนประจำคณะของเราในปีนี้ คนที่ชนะจะได้เป็นตัวแทนไปประกวดชิงตำแหน่งดาวเดือนมหาลัย บอกไว้ก่อนนะ ทุกปีคณะเราไม่ได้ดาวก็ได้เดือนมหาลัย ปีนี้อย่าให้เสียสถิติกันนะจ๊ะ”
พี่แองโจลี่พักหายใจครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“สำหรับงานประกวดดาวเดือนคณะจะจัดขึ้นในวันศุกร์หน้า สิ่งที่น้อง ๆ ต้องทำคือแสดงความสามารถพิเศษของตัวเองคนละไม่เกิน 5 นาที จะร้อง จะเต้น จะเล่นละครได้หมด”
ตายละหว่า ให้แสดงความสามารถพิเศษ ผมจะเอาอะไรมาแสดงให้ดูล่ะ ผมร้องเพลงก็ไม่ได้ เต้นก็ไม่เป็น ถอนตัวดีไหมนะ อืม… ดีเหมือนกัน เอาเวลาไปทำงานพิเศษดีกว่า
“โทษนะครับ” ผมยกมือ “ผมขอถอนตัวได้ไหมครับ พอดีไม่ถนัดด้านนี้”
“ทำไมล่ะจ๊ะ?” พี่แองโจลี่ถาม
“ผมไม่มีความสามารถพิเศษน่ะครับ ไม่รู้จะแสดงอะไร”
“แหม… หล่อ ๆ อย่างน้องเนี่ย แค่มายืนร้องเพลง กรรมการก็ให้ผ่านแล้วจ้า”
“แต่ว่า…”
ผมกำลังจะปฏิเสธ พี่ผู้ชายคนหนึ่งก็ขัดขึ้นเสียก่อน ผมจำได้ว่าพี่เขาเป็นพี่ว๊ากที่ชอบตะโกนกดดันพวกเราตอนจัดแถว
“จะถอนตัวก็ได้ แต่พวกกูไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม”
ไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม? อย่างนี้ผมก็แย่น่ะสิ เด็กปี 1 จะมีวิชากิจกรรมที่ให้เกรดผ่านกับไม่ผ่าน วิชานี้ไม่ต้องทำอะไร แค่เข้ากิจกรรมที่คณะก็ผ่านได้สบาย หายากที่จะมีคนตกวิชานี้ ยิ่งเฉพาะผมที่ได้ทุนเรียนจากหมาลัย จะมาตกวิชาแบบนี้ให้ประวัติด่างพร้อยไม่ได้เด็ดขาด
“น้อง ๆ ทุกคนรับทราบแล้วนะคะ พวกพี่ให้เวลาไปคิดการแสดงและไปฝึกซ้อม วันพุธหน้าจะขอนัดน้อง ๆ มาซ้อมที่คณะกันก่อน มีใครสงสัยอะไรไหมคะ?” พี่แองโจลี่เว้นช่วงให้ทุกคนถาม แต่ไม่มีใครสงสัยอะไร “ถ้าไม่มีใครสงสัย งั้นแยกย้ายกันไปตามหาพี่รหัสของตัวเองกันได้จ้า”
ตัวแทนประกวดดาวเดือนแตกตัวแยกกันไป มีผมที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เหม่อลอยในหัวอยู่คนเดียว ผมจนปัญญาจะหาอะไรมาแสดงในคืนวันศุกร์หน้า จะแสดงอะไรที่ไม่ขายหน้าเพื่อนทั้งคณะดี ในเมื่อผมไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลยสักอย่าง
เอ… ร้องลิปซิงค์นี่มันเรียกว่าเป็นความสามารถพิเศษได้หรือเปล่า แต่ไม่เอาดีกว่า แบบนั้นมันดูมักง่ายไปหน่อย จะถอนตัวก็ไม่ได้เพราะผมก้าวเลยจุดนั้นมาแล้ว โอ้ย… ทำไงดี อยากหาคนมาปรึกษาจัง
คิดไปก็ปวดหัว ผมเลยช่างมันเรื่องการประกวดไปก่อน ตอนนี้เด็กปี 1 คณะผมกำลังสนุกกับการตามหาพี่รหัส บางคนก็ถามหาเบาะแสเอาจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน บางคนก็ถามจากรุ่นพี่ปี 2 ที่สนิทกัน พี่รหัสบางคนก็ตื่นเต้นรีบเปิดเผยตัวกับน้องรหัสไปเลยก็มี
เอาล่ะ ผมไปตามหาพี่รหัสของตัวเองบ้างดีกว่า ผมหันจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แต่ก็ถูกเรียกไว้เสียก่อน
“จะไปไหนเหรอไอ้นนท์นนท์?”
ผมชะงัก หันไปมองเจ้าของเสียง เห็นเป็นพี่ว๊ากคนที่ขู่ว่าถ้าผมถอนตัวจากการประกวดดาวเดือนจะไม่ให้ผ่านวิชากิจกรรม
“ไปตามหาพี่รหัสครับ” ผมตอบ
“ตามหาทั้งชาติมึงก็ไม่เจอหรอก”
ผมงง ไม่เข้าใจความหมาย พี่เขาจะแกล้งอะไรผมอีก พอเห็นว่าผมทำหน้าไม่เข้าใจ พี่เขาก็พูดต่อ
“มึงรหัสนักศึกษา 048 ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ”
“พี่รหัสมึงโดนไทร์ปลิวไปแล้ว”
หืม… หมายความว่าผมจะไม่มีพี่รหัสไว้คอยให้คำปรึกษางั้นเหรอ จะไม่มีโมเมนต์ไปกินหมูกระทะ แล้วพูดคุยถามไถ่ชีวิตในรั้วมหาลัย น่าเสียดายมากถ้าผมไม่มีพี่รหัส
“แต่ไม่เป็นไรนะ กูเป็นลุงรหัสมึง ไว้กูจะดูแลมึงเป็นน้องรหัสเอง”
อ้าว… เพิ่งบ่นเสียดายในใจไปเมื่อกี้ ตอนนี้ผมมีพี่รหัสกับเขาแล้ว
“กูชื่อริวนะ อยู่ปี 3”
“สวัสดีครับพี่ริว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“วันนี้กูกับแฟนนัดกันว่าจะพาน้องรหัสไปเลี้ยงหมูกระทะ ป่ะ… ไปหาแฟนกูกัน ไม่รู้ว่าเจอน้องรหัสตัวเองหรือยัง”
พูดแล้วพี่ริวก็เดินมากอดคอผม แล้วเดินพาไปที่ลานหน้าคณะ ตรงไปยังกลุ่มรุ่นพี่สันทนาการปี 2 ที่ยืนกันอยู่
“แป้ง! เจอน้องรหัสยัง?” พี่ริวทักพี่แป้ง สองคนนี้เป็นแฟนกันเหรอเนี่ย
“ยังเลยตัว รอเค้าแป๊บนะ” พี่แป้งตอบเสียงน่ารักสดใสเหมือนทุกที
“พี่แป้งรหัสอะไรเหรอครับ เผื่อว่าผมจะรู้จักเพื่อนปี 1 รหัสนั้น” ผมถาม
“092 จ้ะ”
รหัสนักศึกษาลงท้ายด้วย 092 นั่นมันรหัสของไอ้…
“พี่รหัส 092 หรือเปล่าครับ?”
จู่ ๆ ก็มีเด็กปี 1 คนหนึ่งโผล่เข้ามาในวงสนทนาของพวกเรา ผมไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร
“ใช่จ้ะ พี่รหัส 092”
“ผมเป็นน้องรหัสพี่นะครับ ชื่อตู้เย็นครับ” ไอ้ตู้เย็นพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามปกติของมัน
บังเอิญจังแฮะ ผมเป็นน้องรหัสพี่ริว พี่ริวเป็นแฟนพี่แป้ง พี่แป้งมีน้องรหัสเป็นไอ้ตู้เย็น ไอ้ตู้เย็นรู้จักกับผม โลกชักจะกลมเกินไปแล้ว พอไอ้ตู้เย็นเห็นผมก็ดูงง ๆ ผมชักแปลกใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้ถึงดวงเจอกับมันบ่อยจัง
พี่แป้งรับคำไอ้ตู้เย็น
“ยินดีที่ได้เป็นพี่รหัสน้องรหัสกันจ้ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะพาเราไปเลี้ยงหมูกระทะนะ รู้จักร้านหมูสามชั้นไหม ร้านนี้อร่อยสุดยอดเลยนะ พี่ไปกินมาหลายรอบแล้ว แต่คนเยอะหน่อย จะมีพี่ริวกับนนท์นนท์ไปด้วยนะ ตู้เย็นสะดวกไปด้วยกันไหม?”
“สะดวกครับ”
“แป้ง ๆ มาทางนี้หน่อยสิ” มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเรียกพี่แป้ง
“ขอตัวเดี๋ยวนะจ้ะ” แล้วพี่แป้งก็ไปหาคนที่เรียก
ประมาณสัก 5 โมงกว่า ๆ คนที่คณะก็เริ่มซา พวกรุ่นพี่พาน้องรหัสไปกินเลี้ยงรับขวัญกันที่ร้านโปรดใครร้านโปรดมัน ทั้งพี่ริวและพี่แป้งเป็นพี่ฝ่ายสันทนาการทั้งคู่ จึงอยู่ดูแลกิจกรรมจนตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ เห็นประชุมกับรุ่นพี่คนอื่นอยู่ ผมกับไอ้ตู้เย็นมานั่งรอพี่ ๆ เสร็จธุระอยู่ตรงบันไดใต้ถุนตึกคณะ
“วันนี้มึงไม่ไปทำงานเหรอ?” ไอ้ตู้เย็นถาม
“วันนี้กูลาที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ กะจะไปทำงานต่อที่ลมเย็นบาร์ แต่ไม่คิดว่าพี่รหัสจะพาไปเลี้ยง เมื่อกี้เลยโทรไปขอลากับพี่สุเมธละ”
“มึงนี่เห็นแก่กินนี่หว่า”
ผมโดนไอ้ตู้เย็นแซวซะแล้ว ขนาดมันแซวคนอื่นยังไม่ทิ้งใบหน้าเรียบเฉย ผมตอบมันไป
“กูไม่ได้เห็นแก่กิน แต่พี่เขาเอ่ยปากชวนมาขนาดนี้ จะไม่ไปก็เสียมารยาทแย่ ว่าแต่มึงก็ไปด้วยนิหว่า งั้นมึงก็เห็นแก่กินน่ะสิ”
“กูก็ไปเพราะอยากรักษาน้ำใจพี่เขาเหมือนมึงนั่นแหละ”
เพี๊ยะ!
เสียงไอ้ตู้เย็นตีแขนตัวเอง
“ยุงเยอะจังวะ เมื่อไหร่พี่เขาจะคุยกันเสร็จสักทีวะ” ไอ้ตู้เย็นบ่นแล้วเกาแขนตัวเองยิก ๆ
ผมก็เริ่มรู้สึกโดนยุงมาตอมวนเวียนแล้วเหมือนกัน “นั่นสิ เราไปยืนใกล้ ๆ กดดันพวกพี่เขาดีไหม?”
“เดี๋ยวก็โดนไล่เอาหรอก”
“มาเถอะน่า มึงจะนั่งอยู่ตรงนี้รอให้ยุงมาหามมึงเข้าโรงบาลเหรอ ไปที่สว่าง ๆ ตรงโน้นดีกว่า”
ผมลุกขึ้นแล้วลากไอ้ตู้เย็นตามมา กะจะพามันไปยืนใกล้ ๆ พวกรุ่นพี่ที่กำลังประชุมกัน พอเดินเข้าไปได้สักระยะ พวกพี่เขาก็คุยกันเสร็จพอดี พี่ริวกับพี่แป้งเดินคู่กันมา พอเห็นพวกเราสองคนก็เดินมาหา
“โทษทีนะที่ปล่อยให้รอนาน พี่โทรจองโต๊ะที่ร้านไว้แล้ว พอพวกเราไปถึงน่าจะได้กินกันเลย นนท์นนท์กับตู้เย็นจะไปกันยังไง ติดรถพวกพี่ไปได้นะ” พี่แป้งว่า
“ผมเอามอไซด์มาครับ กะว่ากินกันเสร็จจะขี่กลับหอเลย”
“แล้วมึงล่ะไอ้ตู้เย็น?” พี่ริวถาม
“เอ่อ… ผมขอไปกับไอ้นนท์ละกันครับ หอมันอยู่ใกล้ผม กินเสร็จจะได้ให้มันแวะไปส่งเลย”
ไอ้ตู้เย็นพูดเองเออเองคนเดียวโดยไม่ปรึกษาผมสักคำ มันคงลำบากใจถ้านั่งรถไปกับพี่แป้งพี่ริว อยู่บนรถคงเกร็งไม่รู้จะทำตัวยังไงดี
ผมขี่มอไซด์โดยมีไอ้ตู้เย็นซ้อนท้าย ขี่ตามรถยนต์ของพี่แป้งไปจนถึงร้านหมูสามชั้น ร้านนี้มีโต๊ะประมาณ 30 ตัว เต็มหมดทุกโต๊ะ แถมหน้าร้านยังมีคนรออีกเพียบ แต่พวกเรารอกันไม่ถึง 5 นาที เมื่อพนักงานเคลียร์โต๊ะให้ พวกเราก็ได้เข้าไปนั่ง ทั้งร้านส่งกลิ่นหมูย่างหอมฟุ้ง ผมอดใจรอให้กระทะของพวกเราร้อนเร็ว ๆ ไม่ไหวแล้ว
การจะกินหมูกระทะให้อร่อย นอกจากสำคัญที่น้ำจิ้มแล้ว การพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหารก็เพิ่มรสชาติได้มาก พี่แป้งและพี่ริวชวนพวกเราคุยสัพเพเหระหลายเรื่อง ดูภายนอกเห็นพี่ริวเป็นพี่ว๊าก ทีแรกผมนึกว่าบุคลิกของพี่เขาจะแข็งกระด้างกว่านี้ แต่จริง ๆ แล้วพี่ริวเป็นคนขี้อ้อน อ่อนหวานเมื่ออยู่กับพี่แป้ง โดยเฉพาะตอนพี่สองคนเถียงกัน แล้วสุดท้ายพี่ริวต้องยอมอย่างช่วยไม่ได้ ผมว่าผมได้เห็นว่าที่พ่อบ้านใจกล้านั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว การมีใครสักคนให้เราได้อ้อน ได้อ่อนโยนด้วย ผมว่ามันดีนะ หวังว่าผมจะเจอคนแบบนั้นเร็ว ๆ นี้
Leave a comment