นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 8

Share

นนท์

เมื่อวานตอนเย็นผมโทรไปที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่ เพื่อสอบถามเรื่องทำงานพาร์ทไทม์ ได้คุยกับพี่ส้มเจ้าของร้านคร่าว ๆ ถึงขอบเขตของการทำงาน ความยืดหยุ่นในการทำงานและเรื่องค่าตอบแทน วันนี้พี่ส้มนัดสัมภาษณ์ผมที่ร้านเพื่อดูหน้าค่าตา พูดคุยสอบถามทัศนะคติว่าเหมาะสมที่จะร่วมงานกับร้านไหม

ผมมาถึงร้านตรงตามเวลานัด เดินเข้าไปก็ตรงไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ แล้วบอกว่ามีนัดกับพี่ส้ม ปรากฎว่าพนักงานคนที่ผมคุยด้วยคือพี่ส้ม

“พี่นี่แหละพี่ส้ม ใช่น้องนนท์ที่นัดสัมภาษณ์งานไว้หรือเปล่า?”

“ใช่ครับ สวัสดีครับพี่ส้ม”

พนักงานที่เพิ่งล้างแก้วเสร็จ เดินมาอยู่ข้างพี่ส้ม “พนักงานใหม่เหรอพี่ อุ้ย! หล่อเชียว รับเข้าทำงานค่ะ สะดวกเริ่มงานเลยไหมจ๊ะ เดี๋ยวพี่กิ่งแก้วคนนี้จะสอนงานให้”

ผมยิ้มแก้เขินให้พี่กิ่งแก้ว พี่เขาเป็นผู้ชายออกสาว

“เดี๋ยวสิกิ่งแก้ว รอพี่คุยกับน้องเขาก่อน มา ๆ เราไปนั่งตรงโน้นดีกว่า”

พี่ส้มพูดแล้วเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ เดินนำผมไปนั่งที่โต๊ะข้างกระจกใสที่มองทะลุออกไปเห็นสวนนอกร้าน

“ทำไมถึงอยากมาทำงานที่นี่ล่ะจ๊ะ?”

“วันก่อนผมมีนัดที่ร้านนี้ เห็นร้านพี่บรรยากาศดี ร่มรื่น น่าทำงาน ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ แถมยินดีรับนักศึกษา ผมก็เลยคิดว่าเหมาะกับตัวเองดี เลยอยากมาหารายได้เสริมครับ”

“หารายได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่สินะจ๊ะ”

“พ่อกับแม่ผมเสียไปนานแล้วครับ ผมออกมาอยู่คนเดียวได้สักพักแล้ว งานไหนที่ตัวเองทำได้ผมทำหมด ใครจ้างอะไรผมไม่เคยเกี่ยง พอเข้ามหาลัยผมอยากเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ ผมฝันว่าอยากไปทำงานที่ต่างประเทศ”

“โห… ทำงานส่งตัวเองเรียนได้พี่นับถือเลย ยิ่งค่าเทอมมหาลัยสมัยนี้แพง ๆ อยู่ด้วย”

“โชคดีว่าผมได้ทุนจากมหาลัยครับ ตรงนี้เลยช่วยผมได้เยอะเลย”

“ว้าว… เด็กทุนซะด้วย โอเค พี่รับเราเข้าทำงาน เด็กเก่ง เด็กขยันแบบนี้พี่สนับสนุน”

“ขอบคุณครับพี่”

ในที่สุดผมก็ได้ยินคำที่อยากได้ยิน ผมบอกพี่ส้มว่าสะดวกเข้างานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเย็น ๆ เป็นต้นไป โดยพี่ส้มจะจ่ายค่าแรงให้เป็นรายชั่วโมง พี่ส้มแนะนำร้านว่าเปิดมาได้ 4 ปีแล้ว แกเข้ามาดูแลร้านทุกวัน เคยมีพนักงานประจำ 2 คน คือพี่กิ่งแก้วกับอีกคนเพิ่งลาออกไปเลี้ยงลูก ร้านเลยต้องรับพนักงานเพิ่ม

พี่ส้มให้ผมเริ่มทำงานวันจันทร์หน้านี้เลย แรกเริ่มให้ผมลองทำงานวันละ 3 ชั่วโมงก่อน เข้างานตอน 5 โมงเย็น เลิก 2 ทุ่ม หลังจากร่ำลากันเสร็จ ผมก็ขี่มอไซด์ออกมาจากร้าน จะกลับหอไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมทำงานขับรถรับส่งอาหารเดลิเวอรี ระหว่างทาง พลันสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นป้ายไวนิลเขียนว่ารับสมัครพนักงานตัวเบ้อเริ่ม แขวนอยู่หน้ากำแพงร้านแห่งหนึ่ง ผมเบรกมอไซด์แล้วหันไปดู

รับสมัครพนักงานเสิร์ฟพาร์ทไทม์ สนใจติดต่อด้านในร้าน

มองเข้าไปในร้านน่าจะเป็นร้านเหล้า ใช่จริง ๆ ด้วย ที่หน้าร้านมีป้ายติดไว้ว่าลมเย็นบาร์ ผมสนใจงานเสิร์ฟอาหารที่นี่ ถ้าเป็นร้านเหล้าก็ต้องเปิดดึก ผมเลิกงานที่กรีนเฮาส์คาเฟ่ตอน 2 ทุ่ม มีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะ เอาเวลาที่ว่างมาเปลี่ยนเป็นเงินดีกว่า

ผมเลี้ยวรถเข้าไปในร้าน จอดมอไซด์ไว้ใต้ต้นหูกระจงที่ปลูกติดกับกำแพงหน้าร้าน พอดับเครื่องมอไซด์ก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากในร้าน ผมเดินเข้าไปเห็นผู้ชาย 3 คนยืนเล่นเพลงของ แซม สมิธ อยู่บนเวที ผมไม่ได้สนใจพวกเขา แต่สนใจพี่ผู้ชายเสื้อดำที่นั่งอยู่หน้าเวทีมากกว่า ดูราศีแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้าน

“สวัสดีครับพี่ ผมเห็นป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟติดอยู่หน้าร้าน ไม่ทราบว่ายังรับอยู่หรือเปล่าครับ?”

“รับอยู่ ๆ ไอ้น้องสนใจเหรอ ดี ๆ ที่ร้านกำลังขาดคนพอดี สะดวกเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ วันนี้เลยไหม?”

“ผมสะดวกเริ่มงานวันจันทร์หน้าครับ เสาร์อาทิตย์พอดีติดงานอื่น ขอทำงานแค่วันจันทร์ถึงศุกร์ได้ไหมครับ?”

“ไม่มีปัญหา งั้นพี่ขอชื่อกับเบอร์โทรเราหน่อย”

ผมบอกชื่อกับเบอร์โทรให้พี่เขาไป

“โอเค เรียบร้อย ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ”

“พี่รับผมเข้าทำงานแล้วเหรอครับ?”

“ใช่น่ะสิ ลืมบอกไปพี่ชื่อสุเมธนะ เป็นเจ้าของร้านนี้”

“ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่สุเมธ”

ผมออกจะประหลาดใจเล็กน้อยที่ถูกรับเข้าทำงานง่ายขนาดนี้ แค่ถามชื่อกับเบอร์โทร ไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรสักคำ ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้รีบไปขับเดลิเวอรี

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวสิ ถ้าไม่รีบไปไหน ช่วยอยู่ดูวงนี้เล่นดนตรีเป็นเพื่อนพี่หน่อย ไม่นานหรอก วงนี้มาสมัครเล่นที่ร้านน่ะ น้องช่วยดูหน่อยว่าใช้ได้ไหม?” พี่สุเมธพยักพเยิดไปบนเวที

ผมหันไปมองบนเวที พวกเขาเป็นวงดนตรีที่มีกัน 3 คน เดี๋ยวนะ มือกีตาร์คนนั้นหน้าคุ้น ๆ ไอ้ตู้เย็นนี่หว่า ไม่ยักรู้ว่ามันเล่นดนตรีเป็นกับเขาด้วย ผมยิ้มแล้วยักคิ้วทักทายมัน ท่าทางมันเขินอายที่เจอคนรู้จักในเวลาเช่นนี้

“จบไปแล้วนะครับกับเพลง แอมน็อทดิโอนลีวัน ของ แซม สมิธ จากอัลบั้ม อินเดอะโลนลีอาว นะครับ เพลงนี้เนี่ยเรียกว่าเป็นเพลงแจ้งเกิดของศิลปินคนนี้เลยก็ว่าได้ ใครอยากฟังเพลงไหนของศิลปินคนนี้ขอเข้ามาได้นะครับ วงเราเล่นได้แทบทุกเพลงของคนนี้ เอาล่ะครับ ต่อไปวงอินเดอะมูดฟอร์เลิฟ เราจะพาทุกท่านไปฟังเพลงของศิลปินรุ่นใหญ่กันบ้างกับเพลง น็อทติงส์กอนนาเชนจ์มายเลิฟฟอร์ยู ของ จอร์จ เบนสัน ขอเสียงปรบมือให้กำลังใจพวกเราและเชิญฟังได้เลยครับ”

ผมเคลิ้มตามคำพูดของนักร้องนำและปรบมือไปเองโดยไม่รู้ตัว นอกจากเขาคนนี้จะร้องเพลงเพราะ สำเนียงใช้ได้ ลีลาการพูดคุยกับคนฟังยังเหมือนดีเจอีกด้วย แล้วพวกเขาก็ขึ้นอินโทรเพลง

ตอนแรกที่ได้ยินชื่อเพลง ผมไม่รู้จักว่าเป็นเพลงอะไร แต่พอถึงท่อนฮุกถึงได้คุ้นหูว่าเคยได้ยินมาผ่าน ๆ เป็นเพลงประจำยุค 80 มั้งถ้าจำไม่ผิด ผมลื่นไหลไปกับอารมณ์เพลง เนื้อหาของเพลงหวานซึ้งกินใจ จนนึกว่ากำลังอยู่ในงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวสักคู่หนึ่ง รู้ตัวอีกทีเพลงก็จบแล้ว ผมปรบมืออย่างชื่นชมจากใจจริง

“ขอบคุณครับ เพลงที่เพิ่งจบไปเมื่อกี้ชื่อเพลง น็อทติงส์กอนนาเชนจ์มายเลิฟฟอร์ยู ของ จอร์จ เบนสัน เป็นเพลงปี 1985 เนื้อหาว่าด้วยความรักของชายหนุ่มที่มีให้แฟนสาว เป็นความรักที่มั่นคง แม้ชีวิตเขาจะเปลี่ยนแปลง โลกนี้จะแปรเปลี่ยนไปยังไง ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความรักของเขาที่มีให้เธอได้ อาจฟังดูน้ำเน่าใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมเพลงนี้เป็นเพลงโรแมนติกเพลงโปรดของผมเลย”

นักร้องนำเพื่อนไอ้ตู้เย็นคนนี้น่าประทับใจ เสียงร้องเพราะ มีพูดเนื้อหาเกี่ยวกับเพลงให้คนฟังได้ทราบ ผมไม่เคยฟังดนตรีสดกลางคืน ไม่รู้ว่านักร้องวงอื่นคุยเล่นกับคนฟังอย่างนี้ไหม แต่แบบนี้ผมชอบ ดูมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าแค่ร้องเพลงแล้วจบไป

“เพลงต่อไปเพลงสุดท้ายของวันนี้แล้วนะครับ ขยับมาเล่นเพลงยุคปัจจุบันที่คุ้นหูพวกเรากันบ้างนะครับ เป็นเพลงจากวงโปรด วงไอดอลของพวกเราเลยก็ว่าได้ นั่นคือวงมารูนไฟว์ วงนี้เนี่ยมีผลงานเพลงออกมามากมาย เพลงที่ดัง ๆ มีอยู่หลายเพลง วันนี้พวกเราเลือกเพลงจังหวะสนุก ๆ อย่าง ซันเดย์มอร์นิ่ง ครับ เชิญฟังกันได้เลย”

ผมรู้จักเพลงนี้ ซันเดย์มอร์นิ่ง เป็นเพลงที่ดังเพลงหนึ่งของวงมารูนไฟว์ ต่างประเทศหลายคนชอบเอาไปคัฟเวอร์ประกวดในรายการ เดอะวอยซ์ หรือพวกรายการ ก็อททาเลนท์ ทั้งหลาย วงมารูนไฟว์ เป็นวงโปรดของผมเหมือนกัน ผมชอบเปิดเพลงของพวกเขาแล้วอ่านเนื้อร้องตาม เป็นวิธีฝึกภาษาอังกฤษแบบหนึ่งของผม พอนักร้องเริ่มร้อง ผมก็เริ่มร้องตามเบา ๆ

“ซันเดย์มอร์นิ่ง เรนอิสฟอลลิ่ง”

เมื่อเพลงจบผมและพี่สุเมธก็ปรบมือให้นักดนตรีวงนี้ด้วยความชอบใจ นักร้องนำดูจะอิ่มอกอิ่มใจที่มีคนชอบเพลงที่เขาร้องและเล่น แม้จะฟังกันอยู่แค่สองคนก็เถอะ ผมมองไปที่ไอ้ตู้เย็น มันทำหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย แหม… ทำเป็นเก๊กเข้าเถอะ เมื่อมันสบตาผม ผมก็ยกนิ้วโป้งให้ มันเห็นแล้วทำยักไหล่ เหมือนในใจจะพูดว่า ไม่ต้องชมกูหรอก กูเก่งจริง กูรู้ตัวเองดี น่าหมั่นไส้มันจริง ๆ

“โอเค! นัมเบอร์วัน! พี่ให้มาเล่นช่วง 3 ทุ่ม ตอนลูกค้ากำลังพีค ๆ ของดี ๆ อย่างนี้โลกต้องได้เห็น” พี่สุเมธลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเก้าอี้ล้ม สองมือชูกดไลค์ให้นักดนตรีที่เพิ่งทำการแสดงจบ

“ให้พวกผมมาเล่นวันไหนบ้างครับ ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอม เรียนยังไม่หนัก พวกผมสะดวกมาเล่นได้ทุกวันเลย” นักร้องนำถามพี่สุเมษอย่างกระตือรือร้น

“จริง ๆ พี่ก็อยากให้พวกน้องมาเล่นทุกวันนะ แต่ร้านพี่มีวงอื่นมาเล่นด้วย งั้นวงน้องมาเล่นวันจันทร์กับพฤหัสก็แล้วกัน

“โอเคครับ เดี๋ยววันจันทร์นี้พวกผมไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน”

พี่สุเมธยกมือเยี่ยมให้อีกครั้ง แล้วเดินถือแก้วกาแฟไปที่บาร์

“ไม่เห็นเคยบอกเลยว่าเล่นกีตาร์เป็นด้วย” ผมทักไอ้ตู้เย็น ตอนมันกับเพื่อน ๆ กำลังเก็บข้าวของ

“ก็มึงไม่เคยชวนคุยเรื่องพวกนี้นี่ จู่ ๆ จะให้กูบอกว่าเล่นกีตาร์เป็นมันก็ยังไง ๆ ไหมวะ?”

“ไว้สอนกูเล่นกีตาร์บ้างดิ อยากมีความสามารถพิเศษกับเขาบ้าง”

“กูเก็บตังค์นะ ทีมึงยังไม่ติวให้กูฟรีเลย”

“เพื่อนมึงเหรอไอ้ตู้เย็น?” นักร้องนำหันไปถามไอ้ตู้เย็น

ไอ้ตู้เย็นพยักพเยิด “เพื่อนที่คณะน่ะ”

“หวัดดี เราชื่อนนท์ เรียนอยู่คณะวิศวกรรมสาขาซอฟต์แวร์” ผมแนะนำตัวอย่างสุภาพสำหรับคนรุ่นเดียวกันที่ยังไม่รู้จัก

“กูชื่อดินปืนนะ อยู่คณะนิเทศ ไอ้คนที่เล่นคีย์บอร์ดนั่นชื่อหมอก อยู่คณะรัฐศาสตร์”

ฝ่ายนั้นใช้สรรพนามเหมือนพวกเราสนิทกันมานาน ผมไม่ติดใจที่จะใช้สรรพนามกูมึงกับใคร แต่ถ้าเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอ ผมจะลองเชิงใช้คำว่าเราเรียกแทนตัวเองไปก่อน ถ้าสนิทค่อยขยับขยาย แต่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฝ่ายนั้นหยิบยื่นความเป็นกันเองให้

“ยินดีด้วยนะที่ได้เล่นที่นี่ ว่าแต่ชื่อวงอะไรเหรอ?”

“อินเดอะมูดฟอร์เลิฟ ชื่อมาจากหนังของหว่องกาไวน่ะ” ไอ้ดินปืนตอบ

“ไม่เคยดูแฮะ”

“ว่าแต่มึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?” ไอ้ตู้เย็นถาม

“กูเห็นเขาติดป้ายรับสมัครพนักงานเสิร์ฟเลยมาสมัครดู พี่เขารับง่าย ๆ เลย งั้นกูขอตัวกลับก่อนนะ เดี๋ยวจะรีบไปวิ่งรถรับส่งอาหาร”

“มึงจะขยันไปไหนวะ ทำงานเหมือนติดหนี้ธนาคารอยู่ 10 ล้านงั้นน่ะ”

ผมหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของไอ้ตู้เย็น

“ไว้เจอกันนะพวกมึง”

ผมยกมือขึ้นโบก แล้วเดินกลับมาที่มอไซด์ ได้ฟังเพลงที่วงของไอ้ตู้เย็นเพิ่งเล่นไป ผมเหมือนได้เติมพลัง อาชีพนักร้องนักดนตรีเป็นอาชีพที่น่านับถือนะ เป็นอาชีพที่คอยส่งพลังบวกให้ผู้คน ถ่ายทอดอารมณ์สู่คนฟังผ่านเสียงเพลง


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

error: Content is protected !!