นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 3

Share

ตู้เย็น

มื้อเช้าวันนี้ผมอุ่นข้าวต้มกุ้งกินคู่กับน้ำผลไม้ที่พี่ข้าวซื้อติดตู้เย็นไว้ให้ ตอนนี้ผมอยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศ ผมยืนอยู่หน้ากระจก ถ่ายรูปตัวเองด้วยมือถือแล้วส่งไปให้พี่ข้าวดู คอนโดของพี่ข้าวอยู่หน้ามหาลัย แค่เดินข้ามถนนก็เจอประตูเข้ามหาลัยเลย แต่คณะวิศวกรรมที่ผมเข้าเรียนตั้งอยู่หลังมหาลัยน่ะสิ กูเกิ้ลแมพในมือถือบอกว่าต้องเดินจากตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ไปที่คณะใช้เวลาประมาณ 15 นาที รถมอไซด์ผมก็ไม่มี ผมต้องเดินเท้าไปกลับระหว่างคอนโดกับคณะทุกวัน อย่างนี้สงสัยน่องคงได้ปูดเข้าสักวัน เสียดายพี่ข้าวน่าจะซื้อคอนโดตรงหลังมหาลัย นอกจากจะใกล้คณะวิศวกรรมแล้ว ของกินแถวนั้นยังมีให้เลือกเยอะและราคาถูกกว่าแถวหน้ามหาลัย

ป๊าคาดหวังให้ผมเข้ามหาลัยนี้ มหาลัยที่เป็นความภาคภูมิใจของป๊า ไม่ใช่เพราะป๊าเรียนจบที่นี่หรอกนะ ป๊าผมไม่ได้เรียนหนังสือเพราะเป็นพี่ชายคนโตเลยต้องทำงานส่งน้องเรียน ป๊าส่งน้องสองคนเรียนจนจบมหาลัยนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง พอมีลูกก็คาดหวังให้เรียนมหาลัยเดียวกับพวกอา ๆ ป๊าคาดหวังให้พี่ข้าวเรียนหมอ ไม่ก็พยาบาลหรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ แต่พี่ข้าวไม่ชอบ หัวไม่ไปทางด้านนี้ ช่วงนั้นทั้งสองคนทะเลาะกันบ้านแตก จนสรุปที่พี่ข้าวยอมสอบเข้ามหาลัยนี้ แต่เป็นคณะศิลปศาสตร์ สาขามัลติมีเดีย

พอบังคับลูกสาวไม่ได้ ป๊าก็มาคาดหวังที่ผมแทน ป๊าอยากให้ผมสอบเข้าคณะวิศวกรรมให้ได้ ผมเลือกสอบเข้าสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์เพราะหวังว่าเรียนจบจะได้สร้างเกมอย่างที่ตัวเองชอบ ปรากฎว่าสอบไม่ติดภาคปกติ จึงต้องมาเรียนภาคพิเศษแทนซึ่งเข้าง่ายกว่า แต่ค่าเทอมต่างกันลิบลับ ป๊าบ่นเรื่องค่าเทอมอยู่นิดหน่อย แต่ก็ถือว่าผมทำความคาดหวังของแกได้บรรลุ

ข้างในมหาลัยบรรยากาศร่มรื่นมาก มีสนามหญ้ากว้างขวาง ซึ่งหากมหาลัยเปิดเรียนน่าจะมีชมรมกีฬาต่าง ๆ มาใช้สนามนี้ในการฝึกซ้อม ตลอดข้างทางที่ผมเดินไปแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ยิ่งเมื่อวานฝนเพิ่งตกต้นไม้ยิ่งดูเขียวชะอุ่ม เหมือนพวกมันชูใบขึ้นมารับความสดชื่นของสายฝน ขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศรอบตัวก็มีมอไซด์ขับมาข้าง ๆ แล่นผ่านแอ่งน้ำที่ขังอยู่บนถนน ทำให้น้ำสกปรกสาดขึ้นมาโดนตัวผม ผมตกใจกระโดดโหยง คนขี่มอไซด์ก็ดูท่าจะตกใจเหมือนกันถึงรีบหยุดรถแล้วเหลียวหลังมามองผม

“ขอโทษครับ ผมหลบไม่ทัน” คนขี่มอไซด์เอ่ยปากขอโทษ

ผมก้มสำรวจตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีขาวฝั่งด้านขวาเปื้อนไปด้วยเม็ดโคลนเป็นสะเก็ด เหมือนมีคนมาสะบัดพู่กันใส่เสื้อผมยังงั้นแหละ ผมเซ็ง วันนี้ซวยแต่เช้า แล้วเรื่องนี้จะโทษใครดี ผมเองไม่ผิดเพราะเดินอยู่บนฟุตบาทตามที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว จะโทษฝ่ายโน้นก็โทษได้ไม่เต็มปากเพราะก็ไม่ได้ขี่มาเร็วและดูไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ถึงยังไงผมก็เซ็งอยู่ดี ผมค้อนสายตาไปมองอีกฝ่าย รายนั้นใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศ แสดงว่าเป็นนักศึกษาปีหนึ่งเหมือนผม

“เพื่อเป็นการขอโทษจะให้ผมขี่ไปส่งไหม คุณเรียนคณะอะไรเหรอ?”

ผมไม่อยากรับน้ำใจ ไม่อยากยุ่งวุ่นวายด้วย เลยโบกมือปฏิเสธไป

“ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ผมขี้เกียจฟังคำขอโทษแล้ว จึงยกมือขึ้นปรามเป็นเชิงบอกให้ฝ่ายนั้นหยุดพูดแล้วเดินต่อไป ฝ่ายนั้นขี่มอไซด์ตามมา จังหวะที่ขับผ่านผมไปเขาหันมาก้มหัวเป็นเชิงขอโทษแล้วขี่มอไซด์หายลับไป วันนี้โชคไม่ดีเลย กว่าผมจะเดินไปถึงคณะแล้วหาห้องน้ำได้ โคลนที่เกาะอยู่บนเสื้อคงแห้งกรังล้างออกยากแล้ว ว่าแต่ทำไมผมไม่ให้ไอ้หมอนั่นขี่รถไปส่งที่คณะกันนะ

เดินตามทางที่กูเกิ้ลแมพบอก ผมก็มาถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตรงลานหน้าอาคารเรียนเจี๊ยวจ๊าวไปด้วยเสียงของเด็กปีหนึ่ง ผมรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ หยิบกระดาษทิชชู่มาชุบน้ำแล้วเอามาเช็ดคราบโคลนออก เศษดินที่เกาะอยู่บนเสื้อหลุดออก แต่ทิ้งคราบฝังลึกเข้าไปในเนื้อผ้าเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน ผมพยายามเช็ดออกอยู่นานจนได้ยินเสียงเป่านกหวีดเสียงดังแหลมหู

“เด็กปีหนึ่งรวมตัว!”

เสียงเอ็ดตะโรสร้างความน่าเกรงขามดังมาถึงในห้องน้ำ ผมปากระดาษทิชชู่ลงถังขยะแล้วเดินมาที่ลานหน้าอาคารเรียน เด็กปีหนึ่งคนอื่น ๆ ค่อย ๆ ขยับมารวมตัวกันอย่างช้า ๆ

“เร็วหน่อย เร็วหน่อย!”

เสียงรุ่นพี่คนเดิมตะโกนลั่น ทำให้เด็กปีหนึ่งที่เดินเอ้อระเหยสับขาฉับ ๆ มารวมตัวกันอยู่กลางลานเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน

พี่ผู้เป็นเจ้าของเสียงตะโกนสร้างความเกรงขามหลบฉากให้พี่ผู้หญิงหน้าตาน่ารักมัดผมเป็นทวินเทลมายืนแทนที่

“สวัสดีค่ะน้อง ๆ ขอต้อนรับทุกคนสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์นะคะ ปรบมือเร็ว”

ทุกคนปรบมือ เสียงกลองทอมบ้ารัวสนั่น

“เย้… พี่ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ พี่ชื่อพี่แป้งนะ อยู่ปีสอง สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์จ้า”

ทุกคนปรบมือ เสียงกลองทอมบ้ารัวสนั่นขึ้นอีกครั้ง

“วันนี้ที่พวกพี่นัดพวกน้องมาเพื่อจะแนะนำเกี่ยวกับการเรียนการสอนของคณะเรา แนะนำชมรมกีฬา ชมรมกิจกรรมต่าง ๆ ใครสนใจชมรมไหนก็สมัครได้ที่พี่ชมรมเลยนะจ๊ะ และช่วงบ่ายเราจะมีกิจกรรมรับน้อง เพื่อให้น้องปีหนึ่งได้รู้จักกัน พวกพี่ได้แบ่งกลุ่มให้น้อง ๆ เรียบร้อยแล้ว กลุ่มละ 8 คน รายชื่อติดอยู่ใต้อาคารเรียน วันนี้ทั้งวันน้อง ๆ ต้องอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้ รู้จักกันไว้ให้ดีล่ะ อ่ะ… ถ้าพร้อมแล้วก็แยกย้ายกันไปหากลุ่มของตัวเองเลยจ้า”

สิ้นเสียงของพี่แป้ง เด็กปีหนึ่งก็ค่อย ๆ แตกกลุ่มกันเดินไปยังใต้อาคารเรียน สงสัยพวกเราจะชักช้าไม่ทันใจ พี่ผู้ชายคนที่ตะโกนเรียกพวกเรามารวมตัวกันก็ตะโกนประกาศอีกครั้ง

“กลุ่มไหนจับกลุ่มช้าสุด กูจะให้วิ่งรอบคณะ 10 รอบ”

พอได้ยินอย่างนั้นเท่านั้นแหละ เด็กปีหนึ่งก็วิ่งฮือไปล้อมกระดานที่ตั้งอยู่ใต้อาคารเรียน หาชื่อของตัวเองว่าได้อยู่กลุ่มไหน ผมหาชื่อของตัวเองเจอว่าได้อยู่กลุ่ม 8 แล้วเดินถอยออกมาให้คนอื่นได้เข้าไปดูต่อ

“อยู่กลุ่มไหนจ๊ะ?” รุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาทัก

“กลุ่ม 8 ครับ”

พอผมบอกไปอย่างนั้นพี่เขาก็ยื่นกระดาษเอสี่ที่พิมพ์เลข 8 ตัวใหญ่เบ้อเริ่มให้ผม

“ชูให้เพื่อน ๆ เห็นด้วยนะ รีบหากลุ่มตัวเองให้เจอเร็ว ๆ ล่ะ ถ้าไม่อยากวิ่งรอบคณะ คณะเรากว้างมากนะพี่บอกไว้ก่อน” พูดเล่นกับผมจบรุ่นพี่คนนั้นก็ไปแจกกระดาษคนอื่นต่อ

ผมชูป้ายเลข 8 อยู่ไม่นานก็มีเพื่อนที่ถูกจับให้อยู่ด้วยกันเข้ามาทัก เหลือเชื่อว่าสมาชิกที่เหลือทั้ง 7 คนเป็นผู้หญิงหมดเลย พอกลุ่มไหนรวบรวมสมาชิกครบ รุ่นพี่ก็เอาป้ายชื่อมาให้ห้อยคอ

“เธอชื่อตู้เย็นจริง ๆ เหรอ ชื่อแปลกจัง ได้ชื่อนี้มาได้ยังไงน่ะ?” เพื่อนในกลุ่มที่มีป้ายห้อยคอว่าเจนถาม เพื่อนคนอื่นดูท่าจะสนใจที่มาของชื่อเล่นผมด้วยเหมือนกัน ผมเลยเล่าให้พวกเธอฟัง

ก่อนเริ่มกิจกรรมรุ่นพี่ให้พวกเราตั้งชื่อกลุ่มโดยใช้ชื่อสัตว์ 2 ตัวมาผสมกัน ผมเสนอชื่อเท่ ๆ อย่างแบล็คแพนเธอร์ จากัวร์ ไฮยีน่า แต่พวกสาว ๆ ไม่ชอบใจจึงปัดตกหมด พวกเธอมาสรุปกันที่ชื่อนางแมวป่าและม้าโพนี่ ตั้งชื่อไม่เกรงใจผมเลย แถมโหวตให้ผมเป็นหัวหน้ากลุ่มอีก จากนั้นรุ่นพี่พาพวกเราไปยังฐานต่าง ๆ เพื่อแนะนำชมรมกีฬาและชมรมกิจกรรม ผมสนใจชมรมชอฟต์บอลกับชมรมดนตรี แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจสมัคร

กิจกรรมช่วงเช้าเสร็จไป รุ่นพี่เอาข้าวกล่องมาแจก พร้อมเสื้อยืดสีดำที่สกรีนด้านหลังว่าเด็กปี 1 วิศวะ และกางเกงวอร์มคนละ 1 ชุด พี่แป้งประกาศออกโทรโข่งบอกว่าชุดที่ได้รับคือชุดทำกิจกรรมรับน้อง ถ้าวันไหนรุ่นพี่นัดทำกิจกรรมอะไรต้องใส่ชุดนี้มา จากนั้นให้แต่ละกลุ่มทะยอยไปเปลี่ยนชุด เมื่อทุกคนเปลี่ยนมาอยู่ในชุดรับน้องกันเรียบร้อยแล้ว พี่แป้งก็ประกาศต่อว่ากิจกรรมรับน้องวันนี้จะแบ่งออกเป็น 6 ฐาน แต่ละฐานจะให้เข้าร่วมทีละ 4 กลุ่ม เมื่อทำกิจกรรมแต่ละฐานเสร็จจะเวียนสลับจับกลุ่มใหม่ วนไปเรื่อย ๆ พวกเราเด็กปี 1 ก็จะได้เห็นหน้าค่าตากันทุกคน

ฐานแรกที่กลุ่มผมได้เข้าเป็นฐานให้แข่งกันกินแตงโมคนละซีกโดยไม่ใช้มือ ต้องกินจนไม่เหลือเนื้อสีแดง กลุ่มผมไม่ชนะแต่ก็ไม่แพ้ กลุ่มที่แพ้โดนลงโทษโดยการออกมาเต้นเพลงสันทนาการให้ตลกที่สุด เสร็จจากฐานแรกกลุ่มเราก็ได้ไปรวมกับกลุ่มใหม่ 3 กลุ่ม ก่อนเริ่มกิจกรรมมีการให้แต่ละคนแนะนำชื่อตัวเอง จากนั้นให้เพื่อนที่เหลือขานชื่อเราย้ำ ๆ 3 ครั้ง

ฐานที่ 2 เป็นฐานใบ้คำ พี่ฐานจะมีคำใบ้มาให้กลุ่มละ 7 คำ โดยให้หัวหน้ากลุ่มถือคำใบ้ไว้เหนือหัวแล้วให้ลูกทีมผลัดกันมาใบ้คำทีละคนโดยใช้แค่ท่าทางห้ามพูด กลุ่มไหนใช้เวลาใบ้คำมากที่สุดจะถูกลงโทษโดยการให้กลุ่มที่ทำเวลาได้ดีที่สุดละเลงหน้าโดยใช้สี ฐานนี้ทีมผมทำเวลาได้ดีเป็นอันดับ 2 ต้องชื่นชมทักษะการทายคำของผมที่ทำให้กลุ่มไม่โดนลงโทษ

มาถึงฐานที่ 3 ก่อนเริ่มกิจกรรมพี่ฐานก็ให้พวกเราแนะนำตัวอีกเช่นเคย เอ๊ะ! กลุ่มใหม่ที่มาเข้าฐานด้วยกันมีคนหนึ่งหน้าตาคุ้น ๆ อ๋อ… จำได้ละ ไอ้คนที่ขี่มอไซด์เหยียบน้ำกระเด็นใส่ผมเมื่อเช้านี้ ไม่นึกว่ามันจะเรียนคณะเดียวกับผม ผมมองป้ายชื่อมัน เขียนไว้ว่านนท์ เมื่อมันเห็นผมคงจำผมได้ มันส่งยิ้มเขิน ๆ มาให้แล้วก้มหัวผงก ๆ เป็นเชิงขอโทษ

“สวัสดีครับผมชื่อนนท์ ชื่อจริงชื่อนนท์ ชื่อเล่นก็ชื่อนนท์ หัวหน้ากลุ่มราชสีห์กับหนูครับ” แนะนำตัวจบมันก็ยิ้มอวดฟันขาว ทำพี่ฐานสาว ๆ วี๊ดว๊าย แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งเขียนป้ายชื่อเอามาห้อยคอให้มันใหม่ว่านนท์นนท์

“นนท์นนท์ ชื่อน่ารักอ่ะ” พี่ฐานกลุ่มเดิมพร้อมใจกันกรี๊ดกร๊าดอีกรอบ ไม่รู้สิผมเกิดหมั่นไส้มันขึ้นมาซะงั้น

หลังจากทุกคนแนะนำตัวเสร็จ พี่แป้งซึ่งเป็นพี่ฐานนี้ก็ออกมาอธิบายกติกา

“ฐานนี้นะคะน้อง ๆ คือฐานชักกะเย่อทัวร์นาเมนท์ พี่จะให้น้อง ๆ แข่งกันชักกะเย่อทีละ 2 กลุ่ม กลุ่มไหนที่ชนะจะได้มาแข่งรอบตัดสินเพื่อหาแชมป์ กลุ่มไหนที่ได้แชมป์จะได้ลงโทษกลุ่มที่ได้ที่โหล่ โดยใช้ลูกบอลมรณะ” พี่แป้งอธิบายแล้วผายมือไปยังตะกร้าที่ใส่ลูกโป่งบรรจุน้ำเอาไว้

โอ้โห… ไม่ต้องเดาแล้วล่ะว่ากลุ่มไหนจะแพ้ ก็ต้องเป็นกลุ่มผมอย่างแน่นอน เพราะสมาชิกกลุ่มมีแต่ผู้หญิงหุ่นบางทั้งนั้น กลุ่มอื่นมีผู้ชายกับผู้หญิงคละเท่า ๆ กัน เมื่อรู้ตั้งแต่ต้นว่าผลจะออกมายังไง ผมก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลงแข่ง ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นเลย

กลุ่มผมได้แข่งกับกลุ่มหนูหริ่งหนูหรั่ง พี่ฐานนับให้สัญญาณ 1 2 3 จังหวะที่นับ 3 กลุ่มโน้นก็ดึงเชือกสุดแรง ฉุดกลุ่มผมไปทั้งโขยง แพ้ราบคาบชนิดเสี้ยววินาที ใครที่เมื่อกี้เผลอกระพริบตาคงงงว่า อ้าวจบเกมแล้วเหรอ?

รอบต่อไปเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มราชสีห์กับหนูของไอ้นนท์และกลุ่มโลมากับวาฬ กลุ่มของไอ้นนท์เอาชนะไปได้ ทำให้กลุ่มของผมต้องมาชิงที่โหล่กับกลุ่มโลมากับวาฬ ซึ่งดูท่ากลุ่มนั้นจะไม่ได้กังวลใจกับการแข่งขันเลย เพราะคิดว่ายังไงกลุ่มตัวเองก็คงไม่แพ้กลุ่มที่มีสมาชิกเป็นผู้หญิงแทบจะทั้งหมดอย่างกลุ่มของผม สาว ๆ ในกลุ่มของผมดูท่าจะไม่มีกะจิตกะใจในการแข่ง เพราะเมื่อกลุ่มโลมากับวาฬออกแรงดึงเชือก พวกเธอก็ปล่อยมือไม่ยอมให้ตัวเองโดนแรงฉุดเหมือนการแข่งครั้งที่แล้ว เอาเถอะถึงแพ้ก็ไม่เป็นไร บทลงโทษไม่ได้หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว

กลุ่มที่ได้มาชิงแชมป์กับกลุ่มหนูหริ่งหนูหรั่งคือกลุ่มราชสีห์กับหนู พอเริ่มการแข่งขัน 2 กลุ่มนี้ก็ยื้อยุดฉุดกันไปมา ไม่มีใครยอมใคร ไอ้นนท์ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มราชสีห์กับหนูยืนอยู่หน้าสุดออกแรงดึงอีกฝั่งจนหน้าดำหน้าแดง พี่ฐานก็ไม่มีความเป็นกลางเลย เชียร์มันออกนอกหน้า จนเหมือนกลุ่มหนูหริ่งหนูหรั่งจะถอดใจกับความลำเอียงนี้ โดนกลุ่มราชสีห์กับหนูเอาชนะไปได้

“และกลุ่มที่ชนะคือกลุ่มราชสีห์กับหนู ขอเสียงปรบมือหน่อย” พี่แป้งออกมาสรุปผลการแข่งขัน

ผมและสมาชิกกลุ่มคนที่เหลือได้แต่ปรบมือเปาะแปะ ไม่ได้ยินดีกับกลุ่มที่ชนะ เพราะกลุ่มที่จะโดนลงโทษคือกลุ่มพวกเรา

“และตามกติกาที่พี่บอกไว้ตั้งแต่ต้น กลุ่มที่แพ้จะต้องถูกกลุ่มที่ชนะลงโทษ ขอให้ทีมนางแมวป่าและม้าโพนี่ออกมารับบทลงโทษด้วยจ้า”

ผมเดินนำทุกคนออกไป รีบรับบทลงโทษให้มันจบ ๆ ไปดีกว่า กับอีแค่ลูกโป่งใส่น้ำ ของเด็กเล่นมากเลย สมาชิกกลุ่มนางแมวป่าและม้าโพนี่ของผมถูกสมาชิกทีมราชสีห์กับหนูเอาลูกโป่งใส่น้ำวางไว้บนหัวแล้วเอาเข็มเจาะ ลูกโป่งแตกโพละ แล้วน้ำด้านในก็ระเบิดออกมารดหัวคนที่ถูกลงโทษ อากาศร้อน ๆ ตอนบ่าย ๆ อย่างนี้ ได้น้ำเย็น ๆ มาชะโลมหัวก็ดีเหมือนกัน

ถึงตาผมเป็นคนโดนลงโทษแล้ว คนที่จะลงมือคือไอ้นนท์ มันถือลูกโป่งใส่น้ำไว้ในมือแล้ว

“เดี๋ยว ๆ เป็นถึงหัวหน้ากลุ่มจะให้โดนลงโทษเหมือนลูกทีมไม่ได้” พี่แป้งเดินมาหาไอ้นนท์ แล้วยื่นลูกโป่งใส่น้ำอีกใบแลกกับใบที่อยู่ในมือของไอ้นนท์ ผมสังเกตเห็นว่าในลูกโป่งใบนั้นมีอะไรยุบยับอยู่ข้างใน ไอ้นนท์รับมาแล้ววางไว้บนหัวผม

“นี่จ้าเข็ม แทงให้แตกเลย” พี่แป้งส่งเข็มสำหรับเจาะลูกโป่งให้ไอ้นนท์ แต่ไอ้นนท์ไม่รับ มันยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วใช้ 2 มือจับลูกโป่งยกขึ้นเหนือหัวแล้วทุ่มใส่หัวของผมสุดแรง ลูกโป่งใส่น้ำแตกโพละ น้ำระเบิดออกมาเปียกหัวผมพร้อมกับเม็ดแมงลักที่พองตัวได้ที่ติดเต็มผมของผมจนเหนียวเหนอะไปหมด


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

error: Content is protected !!