นิยาย

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 2

Share

นนท์

วันนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นวันที่ผมเหนื่อยที่สุดในชีวิต สภาพผมตอนนี้เปียกโชกเหมือนลูกนกตกน้ำ พยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายตะเกียกตะกายจนบินกลับรังได้สำเร็จ วันนี้ตั้งแต่เช้าผมออกไปขับรถส่งอาหารทั้งวัน ซึ่งผมน่าจะวิ่งรับได้อีก 2-3 ออเดอร์ ถ้าฝนไม่ตกหนักจนอันตรายเกินกว่าจะขับมอไซด์ และทำผมเปียกทั้งตัวยันกางเกงใน

ผมกลับมาถึงห้องเช่าขนาด 23 ตารางเมตร รีบตรงไปยังห้องน้ำทันที แล้วถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกเตรียมเอาไปซัก ผมคงต้องรีบอาบน้ำทันที เพราะกลัวว่าน้ำฝนในเมืองจะไม่สะอาดแล้วทำให้ไม่สบายเอา ผมไม่อยากป่วยช่วงนี้เพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว

ผมชื่อ นนท์ ทักษะโยธิน ชื่อเล่นชื่อนนท์เหมือนชื่อจริงเลยครับ พรุ่งนี้ผมจะได้ใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์อย่างเต็มตัวเป็นวันแรก สาเหตุที่เลือกเรียนสาขานี้เพราะผมมองไปถึงอนาคตด้านการงาน ผมมีความคิดว่าเทคโนโลยีทำให้ช่องว่างทางสังคมแคบลง หมายความว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีสถานะอย่างไรในสังคม จะยากดีมีจน ขอแค่ใช้เทคโนโลยีเป็น มันจะสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณให้รุ่งโรจน์ได้ ผมฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสทำงานในบริษัทชื่อดังสักแห่งในซิลิคอนวัลเลย์ อาจจะเป็นเฟซบุ๊ก กูเกิ้ล แอปเปิ้ล หรือไมโครซอฟต์ก็ได้

ความฝันนี้ของผมชัดเจนตั้งแต่เริ่มขึ้น ม.ปลาย การจะเข้าทำงานบริษัทเหล่านั้นได้ ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษจำเป็นมาก ผมจึงเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ซื้อหนังสือมาอ่าน ดูคลิปสอนในยูทูบ วิธีพวกนี้ใช้เงินไม่มาก แต่ก็ทำให้ผมทำคะแนนสอบได้พอ ๆ กับเพื่อน ๆ ที่ไปกวดวิชาที่สถาบันดัง ๆ

หลังอาบน้ำเสร็จและเอาเสื้อผ้าที่เปียกไปซักรวมกับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วในตะกร้า ผมก็มานอนเล่นมือถือบนเตียง โชคดีวันนี้อากาศดีเพราะฝนเพิ่งตก ผมเลยไม่ต้องเปิดแอร์ เปิดแค่พัดลมเบอร์ 2 ก็อยู่ได้สบาย แล้วพอได้เวลาผมก็ลงไปเอาผ้ามาตาก ตากเสร็จก็กลับขึ้นเตียงหยิบมือถือมาดูรายการของ จิมมี่ แฟลลอน บนยูทูป ใครกำลังฝึกภาษาอังกฤษผมแนะนำให้ลองหารายการทอล์กโชว์ของฝรั่งมาดู นอกจากจะสนุกแล้วยังได้คำศัพท์ที่เอาไปใช้ในชีวิตจริงได้อีก

ดูจิมมี่ แฟลลอนได้ครึ่งคลิป มือถือของผมก็เด้งหน้าวิดีโอคอลขึ้นมา คนที่โทรมาคือพี่นาถ พี่สาวของผมเอง ผมกดรับสาย

“หวัดดีพี่”

“ไงบ้างนนท์ พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรก” เสียงพี่นาถไม่สดใส ฟังดูสะลึมสะลือ คล้ายคนอยากนอน

“พรุ่งนี้ยังไม่เปิดเทอมนะ รุ่นพี่นัดไปปฐมนิเทศน์แล้วก็เข้ากิจกรรมรับน้อง”

“อยู่ที่โน่นก็พักผ่อนบ้างนะ อย่าเอาแต่เรียนกับทำงานหนักเกินไป เดี๋ยวจะเครียดนะรู้ไหม”

“มาบอกผมอย่างนี้พี่ดูแลตัวเองก่อนเถอะ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกี่โมงแล้ว ที่ไทยตอนนี้ 5 ทุ่ม งั้นที่ญี่ปุ่นต้องตี 1 แล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก ทำงานหนักเหรอพี่ช่วงนี้?”

“อือ ช่วงนี้ต้องเร่งทำน่ะ อนิเมะเรื่องใหม่ใกล้ฉายแล้ว คนในบริษัทเลยต้องทำงานล่วงเวลากันทุกคนเลย”

“ทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ระวังสุขภาพด้วยนะพี่ เดี๋ยวนี้แก่แล้วนะ ไม่เหมือนสมัยสาว ๆ ที่มีแรงทำงานโต้รุ่ง”

“จะบ้าเหรอนนท์ พี่ยังไม่แก่นะ อายุยังไม่ขึ้นเลยสามเลยย่ะ นี่ก็ว่าจะไปนอนแล้ว แค่โทรมาทักทายเฉย ๆ แกก็ควรไปนอนได้แล้วเหมือนกัน”

“ครับ ฝันดีครับพี่”

พี่นาถกดวางสาย พี่นาถคือพี่สาวแท้ ๆ ของผมแบบคลานตามกันมา แต่ผมอาจจะคลานตามมาช้าหน่อย ช้าไปตั้ง 9 ปีแน่ะ นอกจากจะเป็นพี่สาวแล้ว พี่นาถก็ยังเหมือนแม่ที่เลี้ยงดูแลผมขึ้นมา พ่อแม่ของพวกเราเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตอนผมอยู่ชั้น ป.2 ส่วนพี่นาถอยู่ชั้น ม.5 หลังจากนั้นป้านงค์ผู้เป็นพี่สาวของแม่ก็รับเราไปอยู่ด้วย ป้านงค์รักเราเหมือนลูก แต่แกก็มีลูกสาวกับลูกชายอายุไล่เลี่ยกับพวกเราอยู่แล้ว แถมเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวทำงานเป็นครูสอนเด็กอนุบาลที่โรงเรียนแถวบ้าน รายได้แค่ทางเดียวจึงไม่ค่อยพอเลี้ยงปากท้องคนทั้งบ้านและส่งเสียเด็ก ๆ สี่คนเรียนหนังสือ พี่นาถซึ่งอายุมากที่สุดในหมู่พี่น้องจึงเรียนไปด้วยทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย หาเงินมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนของพี่และของผม

หลังจากพี่นาถเรียบจบปริญญาตรีคณะศิลปศาสตร์ สาขามัลติมีเดีย ทำงานที่ไทยได้ 2 ปี ก็ส่งผลงานไปสมัครงานกับบริษัทผลิตแอนนิเมชันที่ญี่ปุ่นหลายบริษัท จนมีบริษัทแห่งหนึ่งสนใจติดต่อให้ไปทำงานด้วย ส่วนผมเมื่อเห็นพี่สาวสยายปีกออกไปใช้ชีวิตได้อย่างสง่างามก็เลยถือโอกาสทำตามบ้าง ผมขอป้านงค์ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว เรียนไปด้วยทำงานรับจ้างทุกอย่างหาเงินมาเป็นค่ากิน ค่าหอ และค่าเทอมตั้งแต่ผมขึ้นชั้น ม.4

ค่าเทอมมหาลัยแพงกว่าค่าเทอมโรงเรียนมัธยมหลายเท่าตัวมาก ผมคงต้องเหนื่อยทำงานพาร์ทไทม์หลายที่เพื่อจะได้มีเงินมารับผิดชอบส่วนนี้ แต่ถ้าโชคดีผมอาจขอทุนการศึกษาได้สักทุน ผมลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดูแล้ว พบว่ามหาลัยที่ผมเข้าเรียนมีทุนให้นักศึกษาหลายทุนมาก แทบทั้งหมดเป็นทุนให้เปล่า บางทุนก็ได้เต็มจำนวนค่าเทอม บางทุนก็ได้ไม่ถึง แต่ไม่ว่าจะได้ทุนมาเท่าไหร่ผมก็ยินดีทั้งนั้น เพราะเท่ากับผมจะเหนื่อยในการหาเงินน้อยลง แล้วเอาเวลาไปทุ่มให้กับการทำเกรดแทน หรืออย่างแย่สุดถ้าไม่ได้เลยสักทุน ผมก็คงต้องกู้กยศ. และขอให้ป้านงค์มาเป็นคนเซ็นต์ค้ำประกันให้ ซึ่งผมไม่อยากไปรบกวนป้าแกเลย

เมื่อคืนนอนสบายมาก ใจหนึ่งผมก็ชอบฝนเพราะทำให้อากาศเย็นสบาย นอนหลับง่ายโดยไม่ต้องเปิดแอร์ แต่ใจหนึ่งผมก็ไม่ชอบ ถ้าฝนเกิดตกตอนผมกำลังขับรถส่งอาหารอยู่ มันทำให้คุมมอไซด์ยาก ทัศนวิสัยมองเห็นลำบาก แถมทำให้ถนนลื่น เกิดอันตรายได้ง่าย

ผมเพิ่งอาบน้ำและแต่งตัวในชุดนักศึกษาเต็มยศเสร็จ มือถือที่เสียบปลั๊กชาร์ตแบตไว้ตรงหัวเตียงก็เสียงดังขึ้น ผมเดินไปปลดสายชาร์ตแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นเป็นหน้าต่างวิดีโอคอลมาจากพี่นาถ ผมกดรับสาย หน้าจอเป็นหน้าพี่นาถที่ดูไม่ได้สดชื่นขึ้นกว่าเมื่อคืนเลย

“ว่าไงพี่ เมื่อคืนได้นอนป่ะเนี่ย ทำไมหน้าโทรมยังกับคนอดนอนมาหลายวัน”

“โดนโทรตามเรื่องงานแต่เช้าน่ะสิ ช่วงยุ่ง ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ชินแล้ว ไว้ผ่านช่วงนี้ไปค่อยกู้ร่างคืนทีเดียว”

“แล้วโทรมาหามีอะไรหรือเปล่า? ผมกำลังจะไปมหาลัยพอดีเลย”

“อืม จะโทรมาบอกว่าพี่ติดต่อเพื่อนที่ไทยไว้ให้ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยมาด้วยกัน ชื่อพี่กับข้าวนะ นนท์รู้จักพี่เขาไว้ เผื่อมีอะไรจะได้ให้พี่เขาช่วยเหลือ เดี๋ยวพี่ส่งคอนแทคให้นะ”

“เพื่อนของพี่สมัยเรียนมหาลัยเหรอ ชื่ออะไรนะ?”

“ชื่อกับข้าว”

“ไม่เคยได้ยินชื่อแฮะ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เห็นแนะนำให้รู้จักเลย”

“จริง ๆ หลังเรียนจบก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ทางนั้นทักมาก่อนน่ะ ข้าวจำได้ว่าพี่เคยเล่าให้ฟังว่ามีน้องอายุเท่ากับน้องของข้าว ข้าวเลยทักมาถามว่าน้องเข้ามหาลัยที่ไหน บังเอิญว่าน้องของข้าวก็เข้ามหาลัยเดียวกับนนท์ คณะเดียวกันด้วยนะ แต่เห็นว่าเรียนภาคพิเศษ”

“งั้นบ้านเขาก็รวยอ่ะดิ ค่าเทอมภาคพิเศษคณะผมแพงจะตาย”

“คงงั้นมั้ง”

“แล้วน้องเขาชื่ออะไรล่ะ เผื่อวันนี้ผมเจอจะได้ทัก”

“จำไม่ได้อ่ะ แต่ชื่อไม่ได้ขึ้นต้นด้วย ข. เหมือนข้าว” ผมได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานของพี่นาถเรียกหา “มีอะไรก็ขอให้พี่ข้าวช่วยได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ พี่เขาใจดี พี่ต้องไปแล้วนะนนท์ หัวหน้าเรียกน่ะ ขอให้สนุกกับวันแรกที่มหาลัยนะ” พี่นาถกดวางสายโดยไม่รอให้ผมร่ำลา ช่วงนี้พี่คงยุ่งจริง ๆ

แล้วในแอพแชทของผมก็เด้งแจ้งเตือนว่าพี่นาถส่งคอนแทคมาให้ ผมกดเข้าไปดูเห็นโปรไฟล์ชื่อกับข้าว จึงกดเพิ่มเพื่อนไปแล้วพิมพ์แนะนำตัวกับพี่เขาสักหน่อย

นนท์

สวัสดีครับพี่กับข้าว ผมนนท์ น้องชายพี่นาถนะครับ

กดส่งข้อความปุ๊บ ฝ่ายนั้นก็อ่านปั๊บ มุมขวาล่างของหน้าต่างแชทขึ้น 3 จุด ฝ่ายโน้นกำลังพิมพ์ข้อความอยู่

กับข้าว

สวัสดีจ้าน้องนนท์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ

เห็นนาถบอกว่าทำงานส่งตัวเองเรียนเหรอ

เก่งจังเลย ตอนนี้ทำอะไรบ้างล่ะ
นนท์

หลัก ๆ ก็ขับรถส่งอาหารครับ

แต่พอเปิดเทอมคงทำได้แค่เสาร์อาทิตย์

เลยว่าจะหางานพาร์ทไทม์ร้านกาแฟทำหลังเลิกเรียนดูครับ
กับข้าว

เห็นนาถบอกว่านนท์เก่งภาษาอังกฤษ
นนท์

ก็พอได้ครับ
กับข้าว

รับติวภาษาอังกฤษไหม

พี่จะฝากน้องไปติวด้วย
นนท์

รับครับ
กับข้าว

งั้นวันพรุ่งนี้ขอนัดเจอหน่อยสิ

พี่จะพาน้องไปแนะนำให้รู้จัก

แค่นี้แหละ ไม่กวนละ
นนท์

ขอบคุณครับพี่

สวัสดีครับ

โชคดีอะไรขนาดนี้ จู่ ๆ ก็ได้งานติวหนังสือ สมัยเรียนมัธยมผมก็เคยติวให้เพื่อนในชั้นบ้าง แต่ไม่เคยเก็บเงิน ติวหนังสือนี่เขาคิดค่าจ้างยังไง คิดเป็นรายชั่วโมงใช่ไหม ไว้ผมค่อยหาราคากลางในอินเตอร์เน็ตไปเสนอพี่กับข้าว ตอนนี้รีบไปคณะก่อนดีกว่า ขืนออกช้ากว่านี้อาจจะสายจากเวลาที่รุ่นพี่นัดได้

ผมคว้าเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลอ่อนตัวเก่งออกมาสวม แล้วลงไปข้างล่าง ควบมอไซด์ที่จอดอยู่ข้างหอขี่ออกไปมุ่งสู่มหาลัย หอผมไม่ได้ใกล้มหาลัย เพราะยิ่งหอไหนใกล้มหาลัยค่าเช่าก็ยิ่งแพง ชีวิตนักศึกษาของผมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมยิ้มรับมัน กิจกรรมวันนี้จะสนุกไหม รุ่นพี่จะวางมาดดุแค่ไหน และวันนี้ผมจะได้เพื่อนใหม่กี่คน เบื้องหน้าผมดูน่าตื่นเต้นไปหมด ผมสนุกกับการทำตัวเป็นขนนกที่พร้อมปลิวไปตามสายลมที่โบกพัดมา


Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

error: Content is protected !!