รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 1

Share

ตู้เย็น

วันนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นวันที่ผมตั้งตารอให้มาถึงมากที่สุดในชีวิต วันที่ได้เป็นเหมือนนกน้อยที่บินออกจากรัง ผมตื่น 7 โมงเช้า สายที่สุดในบ้าน ลุกขึ้นเก็บฟูกบาง ๆ ที่ใช้ปูนอนกับหมอนใยสังเคราะห์เข้าไปไว้ในตู้ไม้ ผมหันมามองห้องโล่ง ๆ ขนาด 20 ตารางเมตร จากนี้ไปผมคงได้กลับมานอนห้องนี้แค่ครั้งคราว

ครอบครัวของผมใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนรวม ทุกคืนผม ป๊า แม่ และพี่สาวจะหยิบฟูกนอนมาวางในตำแหน่งประจำของตัวเองแล้วนอนรวมกัน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ผมเกิดจนทุกวันนี้ผมอายุ 19 ปีแล้ว ใช่แล้วครับ ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยมีห้องส่วนตัวเลย การโตมาในครอบครัวที่มีป๊าเป็นลูกหลานคนจีนไม่ค่อยมีพื้นที่ส่วนตัวเลย

ชั้นสองของบ้านเงียบเหงา ทุกคนลงไปทำงานข้างล่างกันหมด บ้านเรามีห้องอาบน้ำแค่ห้องเดียว แต่ก็ไม่เคยแย่งกันใช้ เพราะทุกคนรู้ว่าเวลาไหนคือเวลาอาบน้ำของตัวเอง หมายความว่าเมื่อได้เวลาคิวอาบน้ำของผม ผมก็ต้องไปอาบน้ำเดี๋ยวนั้น ไม่อย่างนั้นป๊าที่คิวต่อจากผมจะเริ่มบ่น เพราะแกจะรีบอาบน้ำแล้วไปดูรายการโปรดในเคเบิลทีวี ซึ่งเป็นงานอดิเรกเดียวที่ป๊ามี

ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย ผมชื่อ รัฐศาสตร์ มงคลธรรมศิริ ชื่อเล่นว่า ตู้เย็น ครับ อย่าเพิ่งขำชื่อเล่นผมนะ ถึงแม้ว่ามันจะน่าตลกก็เถอะ ผมเขินทุกครั้งเวลาต้องแนะนำตัวเองให้คนใหม่ ๆ ได้รู้จัก เพราะเมื่อพวกเขาได้ยินชื่อเล่นของผมก็จะหลุดหัวเราะออกมาและถามต่อว่าได้ชื่อนี้มาได้ยังไง

ผมต้องขอท้าวความไปยังที่มาของชื่อพี่สาวผมก่อน ผมมีพี่สาวอยู่หนึ่งคนชื่อว่า กับข้าว ที่พี่ได้ชื่อนี้มาเพราะตอนพี่สาวของผมเกิด ป๊ากับแม่ทำอาชีพขายแกงถุง สมัยที่พวกเขาเพิ่งเริ่มตั้งตัวน่ะ แล้วพออีก 9 ปีต่อมาป๊ากับแม่ก็มีผม ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้ขายแกงถุงแล้ว มาเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแทน ป๊าเลยอยากให้ชื่อลูกชายคนใหม่เกี่ยวข้องกับชื่อลูกสาว แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรที่เกี่ยวข้องกับกับข้าวบ้างล่ะ? ก็ตู้เย็นไงครับเอาไว้แช่กับข้าว ดีนะป๊าไม่ตั้งชื่อผมว่าหม้อหุงข้าว ไม่งั้นถ้าเวลาเพื่อน ๆ อยากจะเรียกผมสั้น ๆ คงเรียกผมว่าไอ้หม้อ แต่ชื่อตู้เย็นก็ไม่ได้ดีกว่าชื่อหม้อหุงข้าวนัก

อาบน้ำเสร็จผมก็เข้ามาแต่งตัวในห้องนอน ในตู้เสื้อผ้าฝั่งของผมตอนนี้เหลือเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ตัว เพราะผมจัดเสื้อผ้าส่วนใหญ่ใส่กระเป๋าเดินทางล้อลากสำหรับย้ายออกแล้ว ข้างตู้เสื้อผ้าโล่ง ๆ ของผมมีกระเป๋าเดินทางล้อลากขนาดถือขึ้นเครื่องอยู่สองใบ ใบหนึ่งเป็นของผม อีกใบยืมพี่ข้าวมา ก็ถือว่าเสื้อผ้าข้าวของของผมไม่เยอะนะ แต่งตัวเสร็จพี่ข้าวก็โผล่หน้ามาเรียกจากหน้าประตู

“ตี๋ เสร็จแล้วลงไปช่วยป๊าขนของหน่อย รถมาส่งของแล้ว”

ได้ยินแล้วผมถึงกับเซ็ง ก็โดนเรียกให้ไปใช้แรงนี่นา เดี๋ยวเหงื่อก็ออกอีก

“ไม่เรียกตั้งแต่ก่อนอาบน้ำล่ะเจ๊ เพิ่งอาบน้ำเสร็จเนี่ย เดี๋ยวเหงื่อออกตัวก็เหม็นอีก”

“มาเถอะน่า ช้าเดี๋ยวป๊าบ่นนะ ไว้ขนของให้ป๊าเสร็จแล้วเดี๋ยวพาขนของไปคอนโด ถึงตอนนั้นค่อยอาบน้ำใหม่ก็ได้ ยังไงตี๋เก็บของเข้าคอนโดเหงื่อก็ต้องออกอยู่ดีปะ?”

ผมยอมตามพี่ลงไปชั้นล่างแต่โดยดี บ้านนี้ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งป๊าหรอก คำไหนคำนั้นถ้าป๊าสั่งมาแล้ว

บ้านผมขายเครื่องใช้ไฟฟ้าใช่ไหม พวกของที่ผมต้องช่วยยกลงจากรถบรรทุกไปเก็บไว้ในร้านก็เป็นพวกตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี 50 นิ้ว แต่ละอย่างกล่องทั้งใหญ่และหนักทั้งนั้นเลย ช่วยเสร็จแผ่นหลังและหน้าอกของผมก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เลยต้องรีบเข้ามานั่งพักในออฟฟิศกับแม่ซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ

“มีไรกินบ้างแม่?” ผมถามแม่เพราะตอนนี้ 9 โมงแล้ว ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย และเมื่อกี้ก็ใช้แรงยกของไปจนหมดแล้วด้วย

“แม่เก็บข้าวต้มกุ้งไว้ในตู้เย็น ถ้าหิวก็เอามาเข้าเวฟกินได้เลย เหลือเราคนเดียวนี่แหละที่ยังไม่ได้กิน คนอื่นกินข้าวเช้ากันเรียบร้อยแล้ว” แม่ผมตอบ แต่สายตาไม่ละจากกองบิลสินค้าบนโต๊ะ

“ข้าวต้มกุ้งเมื่อคืนอ่ะเหรอแม่ ยังไม่หมดอีกเหรอ แม่ทำไว้เยอะแค่ไหนเนี่ย?”

“ก็หม้อหนึ่งนั่นแหละ ป๊าเขาอยากกิน นาน ๆ ทีบ้านเราจะได้กินกุ้ง แม่ก็เลยทำทีเดียวให้กินได้หลายมื้อไปเลย เออ… แม่แบ่งใส่ถุงไว้ให้ด้วยนะ เผื่อลูกเอาไปเวฟกินเย็นนี้ที่โน่น”

บ้านผมเป็นอย่างนี้แหละ แม่ชอบทำกับข้าวหม้อใหญ่ ๆ สงสัยติดนิสัยมาจากสมัยขายแกงถุง แกบอกปรุงหม้อเล็ก ๆ ไม่ถนัด สู้ทำทีเดียวหม้อใหญ่ ๆ ปรุงมันมือกว่า บ้านเราเลยกินข้าวเมนูเดิมซ้ำ ๆ ติดกันหลายมื้ออยู่บ่อย ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมจำได้ดี ตอนที่แม่ทำต้มจับฉ่ายแล้วบ้านเราต้องกินเมนูนี้ติดกัน 6 มื้อ เล่นเอาผมเอียนผักไปเลย

“แล้วนี่จะขนของไปที่โน่นกี่โมงล่ะ?” แม่ถาม คราวนี้ละสายตาจากกองบิลมามองหน้าผมแล้ว

“พี่ข้าวบอกไว้ว่าก่อนเที่ยง น่าจะอีกสักเดี๋ยวแหละแม่”

“อยู่ที่โน่นไกลหูไกลตาป๊ากับแม่ ยังไงลูกต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ป๊ากับแม่เป็นห่วงลูกนะรู้ไหม?”

แม่พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย แกเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วหยิบแบงก์พันใบหนึ่งยื่นให้ผม ผมกำลังจะยื่นมือไปรับอยู่แล้วเชียว แต่ป๊าดันเปิดประตูเข้ามาในออฟฟิศซะก่อน ผมเลยต้องรีบหดมือกลับอย่างไว ส่วนแม่ก็รีบยัดแบงก์พันเข้าที่เดิมที่หยิบมา

“ไม่เป็นไรแม่ เงินเดือนของเดือนนี้พอใช้อยู่ ไว้ขาดเหลือผมค่อยขอใหม่ละกันนะ” ผมเสียงอ่อย ฝืนใจปฏิเสธไป ทั้งที่อยากกำแบงก์พันใบนั้นไว้ในมือใจจะขาด

ป๊าแกรู้แหละว่าแม่ชอบแอบให้เงินผมบ่อย ๆ มาเห็นคาตาอย่างนี้เลยต้องบ่นอีกตามเคย

“เงินน่ะใช้ให้มันประหยัด ๆ หน่อยนะ เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อน ค้าขายก็ได้กำไรน้อย เงินเดือนที่ให้แกไป ก่อนจะใช้ต้องคิดให้รอบคอบ ของฟุ่มเฟือยอย่าได้ไปซื้อเชียว อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ค่าเทอมของแกก็แพงเอาเรื่อง…”

ดูทีท่าว่าป๊าสามารถบ่นผมเรื่องการใช้เงินได้จนถึงค่ำ ทั้งที่ผมเป็นคนใช้จ่ายน้อยมาก ต้องขอบคุณพี่ข้าวที่โผล่เข้ามาในออฟฟิศ เรียกผมให้ออกไปจากการลงทัณฑ์อันไร้ซึ่งความผิด

“ตี๋ ไปกันได้แล้ว”

“รถราน่ะขับให้มันดี ๆ นะ เห็นถนนโล่ง ๆ ก็อย่าขับเร็ว เข็มขัดนิรภัยน่ะพอขึ้นรถแล้วต้องคาดทันทีเลย ป๊าหมายถึงทั้งสองคนเลยนะ” คราวนี้ป๊าหันไปบ่นพี่ข้าวบ้าง ทั้งที่พี่เขาใช้รถมาเป็นสิบปีไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยสักครั้ง

“ค่า… ไปก่อนนะคะป๊า ไปแล้วนะคะแม่” พี่ข้าวรีบตัดบท

ผมไหว้ลาป๊ากับแม่แล้วขึ้นไปยกกระเป๋าเดินทางมาใส่ท้ายรถอีโค่คาร์ของพี่สาว จากนั้นมาขนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของตัวเองที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างไปไว้ที่เบาะหลังรถ ผมเอาเจ้าลูกชายสุดที่รักของผมไปด้วย เจ้าคอมพิวเตอร์ที่ผมเก็บหอมรอมริบหลายปีกว่าจะได้มันมา

ขับรถมาประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเราก็มาถึงคอนโดของพี่ข้าว พี่ข้าวซื้อคอนโดห้องนี้ไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วไว้ปล่อยเช่า เป็นห้องขนาด 36 ตารางเมตร โชคดีว่าเมื่อปีที่แล้วคนเช่าคนก่อนเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ มาปีนี้เลยย้ายออกและพี่ข้าวก็ไม่ได้หาผู้เช่ารายใหม่ ให้ผมมาอยู่แทน ซึ่งน่าจะให้อยู่ฟรีนะ เท่าที่รู้ตอนนี้คือพี่ข้าวยังไม่ได้พูดเรื่องค่าเช่าอะไร แต่คิดว่าพี่ผมคงไม่เก็บเงินน้องในไส้ได้ลงคอ

“เจ๊ ค่าไฟออกให้ผมนะ ขึ้นปีหนึ่งแล้วแต่ป๊าไม่ยอมขึ้นค่าขนมให้เลย ลำพังเงินแต่ละเดือนที่ป๊าให้ก็แทบไม่พอกินละ”

พี่ข้าวหันมามองผม แล้วเหลือบตาขึ้นข้างบน

“ช่วยได้แค่ 500 พอ เกินกว่านั้นตี๋ออกเอง ไม่งั้นถ้าเจ๊จ่ายให้ทั้งหมด ตี๋ก็จะใช้ไฟไม่บันยะบันยังอีก ถ้าค่าขนมไม่พอใช้จริง ๆ ก็ต้องไปคุยกับป๊าดู เผื่อแกจะขึ้นให้”

“ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจฟังป๊าบ่น”

“แล้วเงินที่ได้จากยูทูปล่ะ ตี๋ทำช่องเกี่ยวกับเกมนี่”

“เพิ่งเริ่มทำตอนปิดเทอมนี้เองเจ๊ คนตามยังไม่เยอะ นาน ๆ ถึงจะได้เงินที คาดเดายากว่าจะได้อีกทีเมื่อไหร่”

“เห็นตี๋เล่นกีต้าร์กับเพื่อนนี่ ไม่ลองชวนกันไปเล่นตามร้านอาหารดูล่ะ”

“ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันน่ะสิ ไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างตรงกันหรือเปล่า”

พี่ข้าวแค่มาส่งผมที่ห้องเท่านั้น สักพักเขาก็กลับบ้านไป บอกว่ามีออเดอร์ขนมเข้า นอกจากจะช่วยที่บ้านดูแลร้านแล้ว พี่ข้าวยังทำขนมขายออนไลน์อีกด้วย ผมมองดูรอบ ๆ ห้องของพี่ข้าว คอนโดห้องนี้อายุ 5 ปีแล้ว ผ่านการอยู่อาศัยมาแล้วหลายคน แต่สภาพยังดีเหมือนใหม่ พี่ข้าวเลือกลูกค้าเป็น ลูกค้าแต่ละคนที่เคยมาเช่าไม่ทำห้องเละเลย

เข้ามาในห้องจะเจอตู้เก็บรองเท้าและห้องครัวแบบเปิดโล่ง มีตู้เย็นขนาด 9 คิวสีเงินเงาวับตั้งอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัว ถัดมาเป็นโต๊ะกินข้าว 2 ที่นั่ง แล้วเป็นห้องนั่งเล่นที่มีโซฟา โต๊ะกลางและทีวีแขวนผนัง ตรงข้ามห้องครัวเป็นห้องน้ำ ถัดจากนั้นเป็นห้องนอน

ผมจัดการย้ายเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางมาเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าในห้องนอน จัดแจงปูผ้าปูที่นอน พอเสร็จทุกอย่างก็บ่ายโมงพอดี เมื่อเช้าผมยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่หว่า พี่ข้าวบอกว่าเขาเอาของกินจากที่บ้านติดมาด้วย ใส่ไว้ในตู้เย็น ผมเดินไปเปิดตู้เย็น คงไม่ต้องเดาให้ยากว่าผมจะเจออะไรอยู่ในนั้น

ข้าวต้มกุ้ง

ของโปรดป๊า

แม่ทำแต่ของโปรดป๊าตลอด ถึงแม้ผมจะไม่แน่ใจว่าอาหารจานโปรดของตัวเองคืออะไร แต่มันไม่ใช่ข้าวต้มกุ้งหรือต้มจับฉ่ายแน่นอน แต่ทำไงได้ ตอนนี้ท้องผมหิวและไม่มีเมนูอื่นให้เลือก จึงหยิบข้าวต้มกุ้งออกมาแกะออกจากถุง เทลงชามกระเบื้องแล้วเอาไปตั้งให้ไมโครเวฟอุ่นนาน 3 นาที

ครบเวลาไมโครเวฟก็ดีดดังกริ๊ง พอผมเปิดฝาไมโครเวฟ กลิ่นข้าวต้มกุ้งก็ลอยฟุ้งทั่วห้อง ผมใส่ถุงมือกันความร้อนแล้วหยิบอาหารมื้อแรกในวันนี้ของผมออกมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว จากนั้นเดินไปเปิดประตูตู้เย็น พี่ข้าวซื้อน้ำผลไม้ขนาด 1 ลิตรมาให้ไว้ตั้งหลายกล่อง ผมเลือกหยิบน้ำส้มมาเทใส่แก้ว เอามากินคู่กับข้าวต้มกุ้ง

ที่ชั้นล่างของคอนโดมีร้านซักรีด ผมก็อยากเอาชุดนักศึกษาไปให้ร้านรีดให้อยู่หรอก แต่ช่วงนี้ผมอยากประหยัดเงินเอาไว้ก่อน ไม่รู้ว่าชีวิตนักศึกษาจะมีเรื่องอะไรให้เสียเงินบ้าง หลังจากรีดเสื้อผ้าเสร็จผมก็มานั่งเล่นเกมออนไลน์ในคอม รู้ตัวอีกทีนอกระเบียงก็มืดสนิทแล้ว แถมลมยังแรง ท่าทางฝนกำลังจะตก แรงจากข้าวต้มกุ้งมื้อเที่ยงก็หมดไปแล้ว ผมเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาดูว่าพี่ข้าวเอาอะไรมาติดไว้ให้กินอีกบ้าง แต่ไม่เจอของกินอย่างอื่นนอกจากข้าวต้มกุ้งอีก 2 ถุง กับน้ำผลไม้รสชาติไม่ซ้ำกัน 4 กล่อง พูดตามตรงคือผมเบื่อข้าวต้มกุ้งแล้วล่ะ กินติดกันมา 2 มื้อแล้ว

ผมเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาเข้าแอพสั่งอาหาร จริงอยู่ที่อยากประหยัดเงินเอาไว้ก่อน แต่ก็ทนกินข้าวต้มกุ้งติดกันเป็นมื้อที่ 3 ไม่ได้ เลยว่าจะสั่งอาหารมากิน เลื่อน ๆ ไปผมเจอร้านข้าวแกงกะหรี่ที่ราคาไม่แพงมาก แถมค่าส่งยังแค่ 10 บาทอีกด้วย เลยกดสั่งข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูชุบแป้งทอดไป แค่เพียงแป๊บเดียวในแอพก็บอกว่ามีคนขับรับออเดอร์ของผมแล้ว ที่เหลือก็แค่รออาหารมาส่ง

แล้วฝนก็กระหน่ำลงมา ตกหนักมากจนผมเริ่มห่วงว่าข้าวแกงกะหรี่ที่ผมสั่งจะถูกคนขับยกเลิกไหม แต่สถานะในแอพสั่งอาหารขึ้นว่าคนขับกำลังรอรับอาหาร ผ่านไปสัก 20 นาทีได้ มือถือของผมก็ดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมากดรับสาย

“สวัสดีครับคุณลูกค้า ตอนนี้ผมอยู่ด้านล่างคอนโดแล้วครับ”

“อ๋อครับ เดี๋ยวผมลงไปเลยครับ” ผมกดวางสายแล้วเดินลงลิฟท์ไปที่ล็อบบี้คอนโด

ประตูลิฟต์เปิดผมก็เห็นคนใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวตัวโคร่งยืนหิ้วถุงพลาสติกอยู่ในมือเลยเดินเข้าไปหา เขาเปียกโชกตั้งแต่ปลายผมยันรองเท้า พอเขาเห็นผมก็ขยับเข้ามาหาแล้วถามว่า

“คุณสั่งข้าวแกงกะหรี่ใช่ไหมครับ?”

ผมพยักหน้า แล้วคนขับส่งอาหารก็ยื่นถุงในมือให้

“ฝนตกหนักเลยมาช้าไปหน่อย ทานอาหารให้อร่อยนะครับ”

ผมรับมาแล้วคนขับส่งอาหารก็หันหลังกลับ เดินฝ่าสายฝนกระหน่ำออกไปนอกคอนโด ไม่รู้ว่าเขาต้องรีบไปวิ่งส่งอาหารต่อหรือรีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าผมเป็นเขาจะเลือกอย่างหลัง เพราะสภาพอย่างนั้นมีโอกาสถูกหวัดกินเอาได้ ต้องขอบคุณคนขับส่งอาหารคนนั้นที่ช่วยให้ผมรอดจากข้าวต้มกุ้งไปได้หนึ่งมื้อ แต่ที่เหลืออยู่ในตู้เย็นอีก 2 ถุงยังไงผมก็ต้องกินแน่ ถ้าจะให้ทิ้งก็น่าเสียดาย


Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 27 (จบ)

ตู้เย็น ช่วงก่อนสอนปลายภาค ไอ้นนท์ช่วยเก็งข้อสอบให้ผมล่วงหน้าตั้ง 2 สัปดาห์ ช่วงนั้นผมหัวหมุนมากเป็นพิเศษ และแปลกใจมากที่ไอ้นนท์ไม่กังวลเกี่ยวกับการสอบเลย วันธรรมดาหลังเลิกเรียน มันยังไปทำงานพิเศษที่ร้านกรีนเฮาส์คาเฟ่และลมเย็นบาร์จนถึงเที่ยงคืน เสาร์อาทิตย์ยังออกไปขี่รถรับส่งอาหาร ระหว่างที่มันไม่อยู่ด้วย ผมก็พยายามทบทวนหนังสือ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 26

นนท์ ถึงแม้ผมจะคุ้นเคยกับคอนโดของไอ้ตู้เย็นแล้ว แต่พอมันไม่อยู่ ห้องนี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียว ผมเกิดอาการคิดถึงมันขึ้นมา เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ตามลำพังมาได้ตลอด พอห่างจากผม ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เย็นจะรู้สึกเหงาและคิดถึงแบบเดียวกันหรือเปล่า อยู่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำ วันนี้ผมเลยจะออกไปขี่รถรับส่งอาหารไวกว่าปกติละกัน ขณะกำลังจะลุกไปเตรียมตัว...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 25

ตู้เย็น อาบน้ำเย็น ๆ ชำระล้างเหงื่อไคลจนสะอาดสะอ้านแล้วผมก็สดชื่นขึ้นมาทันที ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ กำลังจะเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนก็เห็นไอ้นนท์นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี หัวเราะคิกคัก สายตาจ้องไปที่หน้าจอมือถือในมือ “ขำอะไรวะ แบ่งกูดูบ้างสิ” “พี่แองโจลี่ส่งคลิปที่มึงใส่ชุดมาสคอตมาให้ดู มึงนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ...

รักไม่รับจ้าง – ตอนที่ 24

นนท์ ผมตามพี่แองโจลี่มาลองชุดกับพี่ไก่แจ้ เสื้อผ้าวันนี้มาในธีมสีแดงสดใสร้อนแรง พี่ไก่แจ้เลือกให้พวกเราคนละ 2 ชุด จากนั้นพาทุกคนมาที่หน้าเวทีเพื่อซ้อมเดินแบบ ซ้อมกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้พัก พี่แองโจลี่เอาน้ำเย็นมาให้ผมกับไมค์คนละขวด ผมรับมาดื่มแล้วถามหาไอ้ตู้เย็น...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!