ภาณุแต่งตัวด้วยชุดทำงานสะอาดสะอ้าน ถือกระเป๋าเอกสารทำจากหนังจระเข้ดูหรูหราเดินลงบันไดจากชั้นสองมุ่งมายังห้องรับประทานอาหาร เขาดูยิ้มแย้มแจ่มใส รับบรรยากาศสดชื่นข้างนอกบ้าน เมื่อถึงห้องรับประทานอาหารก็ชะงัก ทันทีที่เห็นภรรยาสาวผู้อ่อนเยาว์กว่าเขาแปดปี เธอนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหัวโต๊ะตัวยาวสีขาว เขี่ยข้าวต้มปลาตรงหน้าให้ไอร้อนระอุออก ภาณุยิ้มเจื่อนให้ เมื่อคืนเขาไม่เห็นเธอในห้องนอน คิดว่างอนหนีกลับบ้านแม่ แต่คงไปนอนห้องอื่นมากกว่า เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่โต ห้องหับมากมาย เธอมักเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อเขากลับบ้านดึก ภาณุเดินมานั่งข้าง ๆ ภรรยา แม่บ้านรีบนำข้าวต้มปลาร้อน ๆ มาเสิร์ฟทันที “ข้าวต้มปลาเป็นไงบ้างจ๊ะ...
มุกลัดดาเขย่าตัวจ้อน ไม่นานเขาก็ตื่นด้วยอาการมึนงงว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ถามมุกลัดดาเธอก็เลิกคิ้วใส่ แล้วตอบกลับมาว่านายเป็นคนนำทุกคนมาช่วยณภัทรที่นี่เอง เพื่อน ๆ ช่วยกันแบกณภัทรซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ต่ายเป็นคนขี่ ประกบท้ายด้วยต้อมแล้วแล่นออกไป พาณภัทรส่งยังโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล เพราะการบังคับรถจักรยานยนต์ที่แบกน้ำหนักไว้เกือบสองร้อยกิโลกรัมไม่ใช่เรื่องง่าย จ้อนขึ้นซ้อนท้ายต้า น้ำเพชรซ้อนท้ายมุกลัดดา ทั้งหมดตามคันข้างหน้าไป มาถึงโรงพยาบาลณภัทรยังคงไม่ได้สติ บุรุษพยาบาลรีบเข็นเตียงมารับ นางพยาบาลเอาเครื่องมือมาวัดความดันโลหิตของณภัทรได้ 90 จากนั้นก็จัดแจงนำท่อออกซิเจนมาเสียบรูจมูกณภัทร บอกกับเพื่อน ๆ ของเขาว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแค่หมดสติเพราะอ่อนเพลียได้นอนพักอาการจะดีขึ้นเอง คาดว่าไม่น่าเกินหกชั่วโมงเขาคงฟื้น...
อารมณ์ร้อนรุ่มในใจของณภัทรลุกโชนเหมือนไฟสุมขอน เขาก้าวจากตึกพักฟื้นคนไข้มายังที่จอดรถจักรยานยนต์ของตนเอง ควักกุญแจในกระเป๋าด้านหลังกางเกงมาเสียบรู จากนั้นบิดแล้วเครื่องยนต์ก็ติด ชายหนุ่มนั่งควับเบาะ บิดคันเร่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง แดดเที่ยงวันที่สะท้อนจากกระจกรถเก๋งคันหน้าแยงตาจนต้องยกมือข้างซ้ายขึ้นมาบัง ไฟแดงตรงหน้าเพิ่งสว่าง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนรอมันดับมาค่อนชั่วโมงแล้ว เมื่อไฟเขียวสว่าง รถจักรยานยนต์ของณภัทรก็วิ่งฉิวออกไปเป็นคันแรก ตำรวจไม่รู้เบาะแสเรื่องที่นางปลีลักลอบเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนเลยหรือยังไง ถึงผ่านหูผ่านตามาได้จนถึงทุกวันนี้ ณภัทรจะเข้าไปแจ้งเบาะแสเรื่องนี้กับตำรวจ แล้วขอให้นำกำลังเข้าจับกุมทั้งนางปลีและสามีของเธอในข้อหาสมรู้ร่วมคิด เขาเลี้ยวเข้ามาในสถานีตำรวจ บังคับรถจักรยานยนต์เข้าไปหยุดในช่องจอดได้พอดิบพอดี แล้วเดินปรี่เข้าไปในอาคาร ตำรวจในชุดสีเข้มหลายนายอยู่กันพลุกพล่าน “มีเรื่องอะไรหรือน้องชาย?” จ่าสิบตำรวจที่นั่งประจำโต๊ะรับแจ้งเรื่องร้อนทุกข์เอ่ยทักชายในชุดนักศึกษาที่เดินเข้าไปหา “ผมมาแจ้งเบาะแสคลินิกทำแท้งเถื่อน” ณภัทรกล่าวอย่างร้อนรน...
เวลาช่วงปิดเทอมสองอาทิตย์ผ่านไปรวดเร็วมาก ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยอีกครั้งเพื่อศึกษาหาความรู้ หนี้สินที่ครอบครัวบรรจงธรรมต้องชดใช้แทนผู้อื่น ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดลงง่าย ๆ ดังนั้นณภัทรยังจำต้องเปิดสำนักหมอดูต่อไป เพื่อหาเงินใช้จ่ายส่วนตัวไม่ให้เป็นภาระรบกวนที่บ้าน เปิดเทอมมาวันแรกอาจารย์เพียงชี้แจงเนื้อหาของรายวิชา ยังไม่ได้เริ่มสอนจึงเลิกคาบเรียนก่อนเวลาพอสมควร ณภัทรและจ้อนจึงมาประจำการที่สำนักพ่อหมอ แม้ปิดเทอมสำนักพ่อหมอปิดทำการไปชั่วคราว แต่กระแสความนิยมในตัวพ่อหมอณภัทรไม่ได้ลดน้อยลงเลย เพียงประกาศลงสังคมออนไลน์ได้เดี๋ยวเดียว ลูกค้าก็มากันเพียบ คำถามก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องความรัก บางครั้งณภัทรก็เบื่อหน้าที่การงานนี้ แต่จะเลิกก็เลิกไม่ได้ “พ่อหมอช่วยหาวิธีทำให้แฟนเก่าฉันกลับมาหน่อย จะเล่นไสยศาสตร์มืดมนตร์ดำยังไงก็ได้ ฉันกระเป๋าหนาทุ่มจ่ายได้ไม่อั้น” ลูกค้าคนล่าสุดบอกกับเขา บุคลิกเธอดูเปรี้ยวจี๊ดท่าทางมั่นใจตนเองเหลือล้น ณภัทรจ้องสายตาแน่วแน่ไปสบตากับลูกค้าสาว...
แม่ของจ้อนโทรถามเพียงแขว่ามื้อเย็นนี้จะทำอะไรเลี้ยงชาวค่าย เพียงแขบอกว่าเธอและป้าแจ๋วทำหมูกระทะ แม่ของจ้อนบอกว่าดีเลยจะซื้อของไปสมทบและจัดหาขนมหวานไปเลี้ยงทุกคน ขอให้รอเธอและสามีอีกไม่กี่สิบนาทีก็จะถึงที่บ้านทุ่งวัวคะนองแล้ว เพียงแขบอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ ลุงทมเพิ่งไปรับชาวค่ายกลับมาจากน้ำตก ตอนนี้ทุกคนกำลังทำธุระส่วนตัวกันอยู่ มื้อเย็นจะเริ่มก็คงอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า กลับมาเยี่ยมอีกครั้งที่โรงพยาบาลก็พบว่าจ้อนฟื้นแล้ว ทั้งหมดพากันกลับที่พัก เมื่อมาถึงก็เห็นชาวค่ายช่วยกันติดไฟให้ถ่านในเตาอั้งโล่ เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำในถาดใบใหญ่ถูกลุงทมยกเข้ามาในวงหมูกระทะ กะละมังรวมลูกชิ้น ไส้กรอก ปูอัดและอีกสารพัดถูกศรีชัยยกตามมา รั้งท้ายด้วยผักสด ๆ ปลอดสารในตะกร้าใบใหญ่ซึ่งเพียงแขหิ้วมา เครื่องดื่มนั้นป้าแจ๋วยกมาเตรียมไว้ก่อนหน้านานแล้ว ทั้งน้ำลำไย น้ำใบบัวบกและน้ำมะนาว เมื่อถ่านแดงได้ที่ก็ยกกระทะปิ้งย่างขึ้นไปวางเหนือเตาอั้งโล่ เติมน้ำต้มกระดูกไก่ใส่รอบร่องข้างกระทะ...
ฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว ทุกคนขึ้นจากน้ำกลับมารวมกันที่รถ ยกเว้นจ้อนและมุกลัดดา ตอนนี้ทั้งน้ำตกเหลือเพียงพวกเขากลุ่มเดียว บรรยากาศเริ่มวังเวงอ้างว้าง อีกไม่กี่นาทีน้ำตกก็จะปิดให้เข้าแล้ว “เอ… นี่นายจอห์นกับมุกลัดดาไปอยู่ไหนเนี่ย ป่านนี้แล้วยังไม่มาตามเวลานัดอีก” การะเกดบ่นพึมพำ เมื่อสังเกตเห็นคนมาไม่ครบ เจ้าหน้าที่สาวของน้ำตกเดินมาบอกทุกคน “น้ำตกจะปิดแล้วนะคะ” “เอ่อ… ขอเวลาอีกเดี๋ยวค่ะ เพื่อนพวกหนูยังไม่มาอีกสองคน ไม่รู้ว่าหายไปไหน” การะเกดบอก “ค่ะ งั้นช่วยทำเวลาหน่อยนะคะ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดที่นี่แล้ว” “ค่ะ ๆ...
รถกระบะขนผักเก่าบุโรทั่ง พาทุกคนมาถึงน้ำตกหลงหมอก ศรีชัยหาที่จอดรถได้ทุกคนก็ลงมากางแขนสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเข้าปอด ที่นี่รายล้อมด้วยแมกไม้สูงใหญ่นานาพันธุ์หนาทึบ เสียงน้ำตกดังซู่ซ่าอยู่ไม่ไกล น้ำตกหลงหมอกแห่งนี้มีสามชั้น แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นได้เพียงชั้นล่างชั้นเดียว เนื่องจากทางขึ้นไปชั้นสองนั้นลาดชั้นยากต่อการทำทางเดิน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงชื่อว่าน้ำตกหลงหมอก เพราะละอองน้ำจากน้ำตกฟุ้งไปทั่วบริเวณคล้ายกับหมอก ในฤดูหนาวหมอกคงหนาตากว่านี้ จนนักท่องเที่ยวมองทางไม่ชัด พานจะหลงทางเพราะหมอกเอาได้ “เป็นไง… อึ้งกิมจิกันไปเลย” ณภัทรว่าเมื่อเห็นชาวค่ายทุกคนตื่นตากับความสวยงามของที่นี่ “อึ้งกิมกี่!” ชาวค่ายประสานเสียงแก้คำผิดของณภัทร “เออ… นั่นแหละ คำมันออกเสียงคล้ายกัน ฉันเลยสับสน อีกสองชั่วโมงที่นี่จะปิด...
เช้ามืดวันนี้ ชาวค่ายมารวมกันที่หน้าตึกสโมสรนักศึกษา รอบข้างของพวกเขามีแต่ความมืด มองออกไปไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงแสงไฟนีนอนส่องสว่างล่อแมลงอยู่ใต้ตึก แม้จะตื่นก่อนไก่โห่ แต่ทุกคนก็ไม่มีอาการง่วงเหงาหาวนอน เพราะเมื่อวานนอนตั้งแต่หัวค่ำ ทิพย์และแก๊งสามหนุ่มตัว ต. ต่าย ต้อม ต้า ดูจะตื่นเต้นกว่าใครเพื่อน เพราะเป็นการออกค่ายครั้งแรกของพวกเขา ผิดกับการะเกดพี่ใหญ่ของชมรมผู้ซึ่งออกค่ายมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งไปออกค่ายกับชมรมอาสาเพื่อสังคมเมื่อปีก่อน ๆ ทั้งไปออกค่ายกับเพื่อนร่วมคณะแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพของชาวชุมชนที่อยู่ห่างไกล นั่นทำให้เธอรู้ว่าประเทศของเรายังมีกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงพื้นฐานด้านการรักษาพยาบาลอีกมาก โมทย์พี่คนรองสวมชุดนุ่งขาวห่มขาวราวกับจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าไหนสักแห่ง ไม่ใช่จะไปออกค่ายพัฒนาชุมชน ฟ้าผู้เป็นเหรัญญิกและรับหน้าที่ติดต่อประสานงาน...
สี่หนุ่มสาวออกจากรถเดินตรงมายังบ้านไทยทรงโบราณที่ประกอบอย่างประณีตโดยไม่ใช้ตะปูสักตัว แม่ของณภัทรชื่อ “เพียงแข” ได้ยินเสียงรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาในบ้านก็ยกน้ำกระเจี๊ยบลงมาเลี้ยงต้อนรับพร้อมสามีชื่อ “ศรีชัย” คนอายุน้อยกว่าไหว้ทักทายผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ได้แต่ยิ้มตอบไม่สามารถรับไหว้ได้เนื่องจากมือไม่ว่าง “คิดถึงแม่จังเลย ขอหนูกอดให้หายคิดถึงหน่อยนะ” ณภัทรโผเข้าหาแม่ กอดแม่เข้าอ้อมแขนแน่น เกือบทำแก้วน้ำกระเจี๊ยบบนถาดสแตนเลสหล่นพื้น “ไอ้หนูระวังหน่อย น้ำจะหกหมดแล้วเห็นไหม ปล่อยแม่ก่อนไม่อายเพื่อนหรือยังไงโตป่านนี้แล้ว” น้ำเพชรและมุกลัดดาแอบขำ ใครจะเชื่อเล่าว่าผู้ชายที่ปากร้าย ผู้มักต่อปากต่อคำกับพวกเธอบ่อย ๆ จะเป็นลูกแหง่ติดแม่มากขนาดนี้ แถมแทนตนเองว่าหนูเวลาคุยกับแม่ ถึงจะดูไม่เข้ากันกับอายุอานามเท่าไหร่ แต่ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ...