ไอติมอ่าน

The Art of War ข้อคิดพิชิตศึก ยุทธศาสตร์สู่ชัยชนะแบบซุนวู

Share

ไอติมอ่าน ep นี้จะมาสรุปข้อคิดจากหนังสือ The Art of War ซึ่งเป็นตำรายุทธศาสตร์ทางทหารเล่มแรกของโลก เขียนโดน ซุนวู นักการทหารและนักปกครองผู้เชี่ยวชาญ ซุนวูมีชีวิตอยู่ในสมัยชุนชิว หรือประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล แม้ในหนังสือ The Art of War จะพูดถึงการทำสงคราม แต่ปัจจุบันยุทธศาสตร์ที่เขียนไว้ในหนังสือถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจและการเมือง มาฟังสรุปข้อคิดที่คุณอาจนำไปใช้กับชีวิตได้กันครับ


1. รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

ประโยคนี้คือประโยคคลาสสิกที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ประโยคนี้สะท้อนถึงการวางแผน การคำนวนปัจจัยต่าง ๆ และเปรียบเทียบหลาย ๆ ด้านของทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายของเรา นักวางกลยุทธที่เก่งจะเข้าสู้ในสงครามที่รู้ว่าฝ่ายตนเองจะชนะแน่นอน กลับกันนักกลยุทธที่ไม่ค่อยเก่งจะลุยก่อนแล้วค่อยมาคิดทีหลังว่าต้องทำยังไงถึงจะชนะ

นักรบที่เก่งจะไม่สู้ในการรบที่รู้ว่าว่าตนเองอาจจะแพ้ คุณต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสู้ เมื่อไหร่ไม่ควรสู้ ต้องรู้วิธีการต่อสู้กับทั้งกองกำลังที่อ่อนแอกว่า และกองกำลังแข็งแกร่งกว่า ต้องสู้ในตอนที่กองกำลังของตัวเองพร้อม ในขณะที่กองกำลังของศัตรูไม่พร้อม โจมตีตอนที่ได้เปรียบ อย่าโจมตีในตอนที่ศัตรูแข็งแกร่ง มีกำลังใจเข้มแข็ง หรือศัตรูอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ

อย่าบุกโจมตีเพราะถูกศัตรูยั่วยุให้โกรธ ทุกครั้งที่ทำการโจมตีคุณจะต้องได้บางอย่างกลับมา ความโกรธแค้นปล่อยไว้ให้ใจเย็นเดี๋ยวก็หาย แต่หากเสียดินแดน เสียประเทศ หรือผู้คนล้มตายเพราะไฟโกรธ คุณจะไม่ได้อะไรเลย

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ หากอยากชนะคู่แข่ง คุณต้องรู้จักคู่แข่งของคุณให้ดี ต้องศึกษาว่าคู่แข่งเป็นใคร ใช้กลยุทธ์อะไร เมื่อได้ศึกษาแล้วคุณก็จะรู้ว่าจุดอ่อนของคู่แข่งคืออะไร คุณสามารถนำจุดอ่อนนั้นไปพัฒนาเป็นจุดแข็งของธุรกิจคุณได้


2. การใช้กลอุบายและเล่ห์เหลี่ยม ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำสงครามได้

ซุนวูกล่าวเอาไว้ว่าการดูแลกองกำลังที่มีทหารมากถึง 100,000 นาย อาจมีค่าใช้จ่ายถึง 1,000 ตำลึงต่อวัน สำหรับในการจัดหาทรัพยากรต่าง ๆ ทั้ง อาหาร รถม้า หอก ธนู ชุดเกราะ เป็นต้น ยิ่งสงครามยืดเยื้อเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ทรัพยากรเยอะขึ้นเท่านั้น อาจทำให้เงินในคลังของรัฐหมดลงได้ กลายเป็นประเทศที่สถานะทางการเงินอ่อนแอ ดังนั้นจงพยายามทำให้สงครามจบเร็วที่สุดเท่าที่จะได้

พยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีเมืองที่มีป้อมปราการหนาแน่น เพราะมักต้องใช้เวลาเตรียมการนาน และหากนายพลไม่มีความอดทน อาจจะพากองพลของตัวเองไปตายอย่างไม่มีเหตุผล

วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามอย่างประหยัดคือการยึดประเทศ ยึดเมือง หรือยึดกองกำลังของศัตรู ดีกว่าทำลายให้สิ้นซาก การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ คุณต้องมีกองกำลังที่ใหญ่กว่าของศัตรูมาก

อีกวิธีในการประหยัดทรัพยากรของประเทศคือ ปล้นทรัพยากรทั้งเสบียงและอาวุธของศัตรูในพื้นที่สงคราม แล้วเอามาเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพของตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนเสบียงและอาวุธจากบ้านมาส่งที่สนามรบ แถมไม่ต้องรบกวนชาวบ้านตาดำ ๆ มาทำงานให้กองทัพอีกด้วย

ข้อมูลสำคัญบางอย่างอาจพลิกสงครามได้ การใช้สายลับเข้าไปขโมยความลับ หรือนำความเท็จไปส่งให้ศัตรูเข้าใจผิด อาจทำให้สงครามจบได้ โดยมีการรบกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตัดสินแพ้ชนะแบบไม่ยืดเยื้อ

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ หากคุณพบวิธีในการเพิ่มกำไรหรือลดต้นทุนลงโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย ให้ลงมือทำทันที อย่าช้า เพราะโอกาสมาถึงมือคุณแล้ว


3. หมั่นหลอกศัตรู บงการวิธีการเดินเกมของศัตรูให้ได้

คุณต้องหลอกให้ศัตรูคิดว่ากองทัพของคุณอ่อนแอ ในตอนที่กองทัพของคุณแข็งแกร่ง หลอกให้ศัตรูคิดว่ากองทัพของคุณขี้ขลาด ในตอนที่กองทัพของคุณกำลังหึกเหิม หลอกให้ศัตรูคิดว่ากองทัพของคุณไร้ระเบียบ ทั้งที่ทหารมีวินัยยอดเยี่ยม หากกำลังเข้าใกล้ศัตรู จงหลอกให้ศัตรูเข้าใจว่าคุณยังอยู่อีกไกล

ปั่นหัวศัตรูให้เหมือนกับแมวกำลังเล่นไล่จับหนู หากศัตรูกำลังมีอารมณ์โกรธ จงยั่วยุให้โกรธยิ่งขึ้นไปอีก หากศัตรูกำลังอารมณ์สงบ จงกวนใจเขาให้ว้าวุ่นเล่น หากศัตรูกำลังตั้งฐานที่มั่นได้ จงทำให้เขาต้องเคลื่อนทัพ หากอยากให้ศัตรูเคลื่อนทัพ จงสร้างความเสียหายแก่เขา

โจมตีศัตรูในจุดที่เขาอ่อนแอที่สุด แล้วศัตรูจะต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ จงบีบบังคับให้ศัตรูออกมาจากที่ซ่อน ทำให้ศัตรูต้องเดาอยู่เสมอว่าคุณจะโจมตีจุดไหน บีบบังคับให้ศัตรูต้องแบ่งกองกำลังออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ให้มีความเสียเปรียบด้านจำนวนพล

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ไม่ใช่คุณฝ่ายเดียวที่จะศึกษาคู่แข่งได้เท่านั้น ฝ่ายคู่แข่งก็สามารถศึกษาคุณได้เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อก้าวนำคู่แข่งให้ได้ก้าวหนึ่งเสมอ จงหลอกคู่แข่งให้ตายใจ หรือชะล่าใจให้ได้


4. สังเกตสภาพแวดล้อมแล้วปรับตัว

แม่ทัพที่ดีรู้ว่ามีจุดยุทธศาสตร์บางแห่งที่ไม่สามารถป้องกันได้ ต้องปล่อยเลยตามเลยให้มันแตกไป เหมือนสายน้ำที่ไหลตามลักษณะของพื้นดิน คุณต้องปรับตัวตามสถานการณ์ ตามสภาพแวดล้อม และตามเกมศัตรูให้เป็น

ซุนวูแนะนำให้สังเกตภูมิศาสตร์สภาพแวดล้อม หาจุดที่ได้เปรียบทางธรรมชาติ และเลี่ยงเข้าไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบ อย่าต่อสู้ในเส้นทางที่ต้องสูงที่ขึ้น ห้ามสวนกระแสน้ำ ห้ามอยู่ห่างจากแหล่งน้ำ หรือจุดที่สามารถตั้งค่ายได้ หลีกเลี่ยงบริเวณรบที่มีผาชัน เข้าไปอยู่ในที่แคบที่กองพลขนาดเล็กสามารถแอบซุ่ม เพื่อทำลายกองทัพขนาดใหญ่ของศัตรู

นอกจากสังเกตสภาพแวดล้อมแล้ว คุณต้องสังเกตท่าทีทหารของศัตรูด้วย เวลาที่ทหารยืนพิงหอกของตนเอง แสดงว่าพวกเขากำลังเหนื่อยจากการอดอาหาร หากเห็นทหารกำลังดื่มน้ำที่พวกเขาถูกสั่งให้ตักกลับไปที่ค่าย แสดงว่ากองทัพศัตรูกำลังขาดน้ำ เป็นโอกาสดีที่จะโจมตีตอนที่ทหารของฝ่ายศัตรูกำลังอ่อนแอ หรือหากทหารเลิกแขวนหม้อข้าวไว้เหนือกองไฟ และทำตัวเหมือนว่าจะไม่กลับมาที่ค่ายแล้ว แสดงว่าพวกเขาพร้อมสู้จนตายไปข้าง

จงปรับยุทธวิธีให้ตรงกับสถานการณ์ จงรู้จักใช้โอกาสให้เป็น

เช่นเดียวกับธุรกิจ แม้คุณจะทำตามแผนธุรกิจหรือกลยุทธ์ที่ได้วางเอาไว้ บางครั้งผลลัพธ์ก็ไม่ได้ออกมาตามที่วางไว้เสมอไป คุณต้องคิดและแก้ไขแผนนั้นอยู่เสมอ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ


5. จะทำสงครามให้สำเร็จต้องจัดการกองทัพให้เข้มงวด

ขนาดของกองทัพไม่ใช่ปัญหาในการจัดการ การจัดการกองทัพที่มหึมา ไม่ต่างจากการจัดการกองทัพเล็ก ๆ เท่าไหร่นัก คุณเพียงจัดการการออกคำสั่งเป็นทอด ๆ ให้เป็นกลุ่มที่เล็กลง ๆ แล้วใช้สัญญาณต่าง ๆ เช่น ฆ้อง กลอง ธง หรือสัญญาณไฟในการสั่งการ

พวกทหารจะเคลื่อนพลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทหารที่ขี้ขลาดจะไม่กล้าถอย ทหารที่กล้าหาญจะไม่ถูกทิ้งให้รบคนเดียว แม่ทัพที่เก่งสามารถนำทหารทั้งกองทัพได้ง่ายเหมือนกับการเดินจูงมือคน ๆ เดียว

วินัยที่เข้มงวดมักการันตีชัยชนะ หากอยากให้ทหารในกองทัพของคุณมีวินัย ต้องทำให้พวกเขาเคารพรักและเทิดทูนคุณ ฉะนั้นคุณต้องดูแลเหล่าทหารเหมือนเป็นลูก แต่ให้กวดขันวินัยอย่างหนัก ลงโทษหากจำเป็นและสมควร

ในฐานะแม่ทัพ คุณต้องทำตัวลึกลับพอสมควร อย่าบอกทุกอย่างกับทหารของคุณ จงเปลี่ยนแผนบ่อย ๆ เพื่อให้ทั้งทหารของคุณและทหารของศัตรูต้องเดาทางของคุณอยู่เสมอ หากสถานการณ์กำลังไปได้ดี จงบอกทหารของคุณให้มีกำลังใจ แต่หากสถานการณ์กำลังแย่ ให้เก็บไว้ในใจก่อน

ยิ่งคุณบุกเข้าไปในแดนศัตรูได้ลึกเท่าไหร่ ทหารของคุณจะยิ่งรู้สึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น

หากอยากให้ทหารฮึดสู้จนตัวตาย จงนำพาทหารของคุณไปเจอสถานการณ์คับขันที่พวกเขาหนีไม่ได้ แล้วพวกเขาจะทิ้งความกลัว และสู้ด้วยความแข็งแกร่งที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ นอกจากต้องบริหารตัวธุรกิจแล้ว การบริหารทรัพยากรบุคคลก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่มีใครอยากโดนเอาเปรียบ หากคุณรีดคั้นพนักงานมากจนเกินไป โดยหวังว่าต้องได้ผลลัพธ์หรือผลกำไรที่มากขึ้น แต่ไม่ยอมตอบแทนอะไรพนักงานเลย อย่างนี้ไม่มีใครยอมอยู่ทำงานให้คุณนาน ๆ แน่ อัตรา turn over ของบริษัทคุณจะสูงลิ่ว

ไม่มีใครกลัวการทำงานจนเหนื่อย หากความเหนื่อยนั้นได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทุกคนยอมเหนื่อยเพื่อแลกกับมัน หากคุณอยากให้พนักงานทำงานให้คุณอย่างเต็มที่ คุณต้องตอบแทนพนักงานอย่างเต็มที่เช่นกัน


ทั้งหมดนี้คือข้อคิดบางส่วนจากหนังสือ The Art of War ตำรายุทธศาสตร์ทางทหารเล่มแรกของโลกที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ที่ข้อคิดข้อเขียนหลาย ๆ ข้อยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตคนในปัจจุบันได้อยู่ เหมาะสำหรับคนที่เป็นหัวหน้างานหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องดูแลคนทำงานจำนวนมาก


หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มเล็ก ๆ แต่อ่านยากอยู่พอสมควร ต้นฉบับเป็นภาษาจีน แต่มีทั้งแปลไทยและอังกฤษ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มากมายเพราะหนังสือเล่มนี้กลายเป็นสมบัติสาธารณะแล้ว ใครอยากประหยัดสามารถซื้อได้บน Amazon Kindle ผมซื้อมาในราคา $0.99 หรือประมาณ 36 บาทเท่านั้นเองครับ

สนใจหนังสือ The Art of War ตำราพิชัยสงครามซุนวู

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/6KnQY4YyoF
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

จากบ้านช่างเซรามิค สู่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ “อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน)...

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

Related Articles

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง...

error: Content is protected !!