จิตวิทยาชมคนให้ได้ใจ 100% วิธีพูดให้คนรู้สึกดีอย่างคนที่รู้หลักจิตวิทยา

Share
Share

การได้รับคำชมที่น่าประทับใจแค่ครั้งเดียว สามารถเปลี่ยนแปลงคนเราได้มากกว่าการได้รับคำแนะนำ 10 ครั้ง การชมรูปลักษณ์ภายนอกหรือผลงานของอีกฝ่าย ถือเป็นการชมที่ยอดเยี่ยม แต่การชมสิ่งเหล่านั้นเพียงแค่ผิวเผินจะสร้างความประทับใจได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หนังสือเล่มนี้จะแนะนำวิธีชมที่สร้างความประทับใจและตึดตรึงอยู่ในความทรงจำของอีกฝ่ายครับ

ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ “วิธีพูดให้คนรู้สึกดีอย่างคนที่รู้หลักจิตวิทยา” เขียนโดยฮาระ คุนิโอะ ผู้พัฒนาหลักสูตรการฝึกอมรมด้านการชม เขาฝึกอบรมคนมาแล้วกว่า 500,000 คน สอนวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นด้วยวิธีการชม

ผู้เขียนบอกว่าการชมเก่งไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ฝึกกันได้ ผู้เขียนแบ่งการชมออกเป็น 3 แบบ หากเราเรียนรู้และนำไปฝึกใช้บ่อย ๆ ในที่สุดก็จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนได้ และรู้ว่าคนแบบไหนต้องใช้คำชมแบบใด ในสถานการณ์แบบนี้ต้องใช้คำชมแบบไหน

คำชม 3 แบบที่ผู้เขียนพูดถึงได้แก่

  1. คำชมที่สื่อถึงความรู้สึกขอบคุณ
  2. คำชมที่สื่อถึงความรู้สึกยกย่อง
  3. คำชมที่สื่อถึงความรู้สึกพึงพอใจ

มีนักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า มนุษย์มีความปรารถนาที่จะได้รับคำชมทั้ง 3 แบบนี้ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองให้คน ๆ นั้น และดึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ออกมา คนเราปรารถนาที่จะได้คำชมว่า “ขอบคุณ” เพราะอยากได้รับการยอมรับว่าตัวเองสำคัญ ปรารถนาที่จะได้รับคำชมที่ยกย่องว่า “สุดยอด” เพราะอยากได้รับการยอมรับว่าเป็นคนมีความสามารถ และปรารถนาที่จะได้คำชมว่า “ชอบ” เพราะอยากเป็นที่ชื่นชอบหรือเป็นที่พึงพอใจของคนอื่น

เมื่อความปรารถนาทั้ง 3 ประการนี้ได้รับการเติมเต็มก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ส่งผลให้ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ อย่างกระตือรือร้น และสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาได้ ผู้เขียนแนะนำให้เราสร้างวัฒนธรรมการผลัดกันชมกันเองในองค์กร เพื่อเพิ่มพลังบวกและพาองค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดดครับ


จริง ๆ แล้วเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญของเล่มนี้มีไม่เยอะครับ เนื้อหาเกือบครึ่งเล่มเล่าถึงประโยชน์ของการชม เล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนที่เคยเข้าร่วมการอบรมของผู้เขียน ค่อนข้างขายของเหมือนกำลังอ่านโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทจัดฝึกอบรมเลยครับ แต่ส่วนนั้นผมจะไม่เอามาพูดถึง ผมจะพูดถึงสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบ นั่นคือ “เทคนิคการชม 3 ขั้นตอน” ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ขั้นตอนที่ 1 – สร้างพื้นฐานความสัมพันธ์
  • ขั้นตอนที่ 2 – ค้นหาประเด็นที่จะชม
  • ขั้นตอนที่ 3 – ชมแบบได้ใจ 100 คะแนน

เรามาลงรายละเอียดแต่ละขั้นตอนกันครับ โดยเริ่มที่ขั้นตอนที่ 1 สร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ ผู้เขียนบอกว่าก่อนที่จะชมใครสักคนหนึ่ง เราต้องเริ่มจากการแสดงท่าทีว่า “อยากรู้จักและอยากเข้าใจเรื่องของคุณ” เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกว่า “คน ๆ นี้ตั้งใจฟังเรื่องที่ฉันพูด” แบบนี้เราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ และทำให้คำชมที่พูดออกไปมีประสิทธิภาพครับ

สิ่งสำคัญของขั้นตอนนี้คือการตั้งใจฟังและพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย พร้อมกับคิดด้วยมุมมองของอีกฝ่ายไปด้วย ระหว่างที่ฟังให้สบตากับอีกฝ่าย พร้อมทั้งพยักหน้าและพูดตอบรับให้สอดคล้องกับเรื่องที่อีกฝ่ายพูดอยู่ เช่น “นั่นสินะครับ” หรือ “จริงด้วยครับ”

จากนั้นให้แสดงความรู้สึกร่วมไปกับอีกฝ่ายด้วยการพูดทำนองว่า “ผมก็เคยเป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ” หรือ “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ” เมื่อเราฟังด้วยความรู้สึกว่ายอมรับทุกสิ่งทุกอย่างในตัวอีกฝ่าย เขาจะเกิดความรู้สึกเป็นมิตรกับเรา และเมื่อถึงเวลาที่เราเอ่ยชมเขา เขาจะดีใจกับคำชมของเราโดยอัตโนมัติ


ขั้นตอนที่ 2 ของเทคนิคนี้คือการค้นหาประเด็นที่จะชม โดยผู้เขียนแนะนำคำถามที่จะช่วยดึงความในใจของอีกฝ่ายออกมา ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 คำถามคือ

  • สิ่งที่ชอบคืออะไร
  • สิ่งที่ทำมาอย่างต่อเนื่องคืออะไร
  • สิ่งที่ให้ความสำคัญคืออะไร

ตัวอย่างการสนทนาเช่น

“คุณ B ชอบทำกิจกรรมอะไรครับ?”

“ผมชอบการปืนเขาครับ”

“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วชอบไปปืนเขาที่ไหนครับ?”

“ถึงจะบอกว่าชอบปืนเขา แต่ส่วนมากผมจะปืนเขาที่ใช้เวลาปีนแค่ครึ่งวันครับ มันช่วยให้ผมได้ออกกำลังกาย แถมยังรู้สึกภูมิใจด้วย แต่ที่จริงแล้วจุดประสงค์หลักของผมคือการดื่มเบียร์หลังจากลงเขามากกว่าครับ”

การถามถึงสิ่งที่ชอบ ทำให้เรารู้ว่าคุณ B ชอบปีนเขาและชอบดื่มเบียร์หลังเสร็จจากการได้ออกกำลัง ต่อไปมาดูตัวอย่างของการสนทนาโดยใช้คำถามที่ 2 กันครับ

“สิ่งที่คุณ B ทำมาโดยตลอดคืออะไรครับ?”

“ผมเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน แต่ยังไม่ค่อยเก่งหรอกครับ”

“อย่างนั้นเหรอครับ ทั้งที่ทำงานจนดึกดื่นแท้ ๆ สุดยอดมากเลยครับ ว่าแต่ทำไมถึงเรียนภาษาอังกฤษล่ะครับ?”

“พอดีว่าผมอยากเรียน MBA ภาคพิเศษครับ และมันต้องเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ ผมเลยจำเป็นต้องเรียนภาษาอังกฤษเอาไว้ครับ”

การถามถึงสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้เรารู้ว่าคุณ B กำลังเรียนภาษาอังกฤษและอยากเรียน MBA ภาคพิเศษ ต่อไปมาดูตัวอย่างของการสนทนาโดยใช้คำถามที่สุดท้ายกันครับ

“คุณ B ให้ความสำคัญกับอะไรบ้างครับ?”

“มีหลายอย่างเลยครับ ขอคิดก่อนนะ อ้อ! ผมให้ความสำคัญกับการเขียนบล็อก เพื่อจัดระเบียบความคิดของตัวเอง เพราะในแต่ละวันงานผมยุ่งมาก จนสับสนไปหมด”

“เข้าใจแล้ว คุณคงงานยุ่งทุกวัน แล้วคุณเขียนเรื่องแบบไหนลงในบล็อกครับ?”

“ในแต่ละครั้งจะแตกต่างกันไปครับ ผมชอบเขียนความรู้สึกของตัวเองเก็บไว้ เพราะอยากนึกทบทวนแต่ละเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนน่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง! พองานยุ่งมากก็จะจำอะไรไม่ค่อยได้สินะ ผมชักอยากลองเขียนบล็อกดูบ้างแล้ว”

“มันง่ายมากเลย ผมสอนให้ได้นะครับ”

การถามถึงสิ่งที่ให้ความสำคัญ ทำให้เรารู้ว่าคุณ B เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความทรงจำ และเขายินดีสอนวิธีการเขียนบล็อก ทั้ง 3 คำถามนี้ ช่วยให้เรารู้ว่าค่านิยมที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญว่าคืออะไร เมื่อรู้แล้วก็ให้พูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยเรื่องที่น่าจะต่อยอดการสนทนาไปได้แบบเจาะลึก

แต่หากเมื่อถามแล้วเพื่อน ๆ รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของอีกฝ่าย ให้ยับยั้งความรู้สึกนั้นไว้ แล้วลองยอมรับความคิดของอีกฝ่ายดู พร้อมปรับเปลี่ยนทิศทางของหัวข้อการสนทนา หรือถ้ายอมรับไม่ได้จริง ๆ ให้คิดว่าต่างคนก็ต่างความคิด พวกเราต่างเติบโตมากันคนละสภาพแวดล้อม หากอีกฝ่ายจะคิดไม่เหมือนกับเราก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


เราผ่านขั้นตอนที่ 1 ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนที่จะชมแล้ว และผ่านขั้นตอนที่ 2 ในการค้นหาประเด็นที่จะชมด้วย 3 คำถามที่ผู้เขียนแนะนำให้เอาไปใช้ ตอนนี้เรารู้จักอีกฝ่ายเป็นอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลาของขั้นตอนที่ 3 ซึ่งคือการชมแบบให้ได้ใจ 100% แล้วครับ

ถ้าเพื่อน ๆ อยากชมคนให้ได้ใจเขาแบบ 100% ก็ต้องกล่าวชมด้วยความรู้สึกยอมรับตัวตนทั้งหมดของอีกฝ่าย ต้องนึกทบทวนชีวิตของอีกฝ่ายทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต กล่าวชมความยากลำบากที่เขาได้ผ่านพ้นมา กล่าวชมสิ่งที่เขาทำอยู่ และชื่นชมความสำเร็จที่รอเขาอยู่ในอนาคต  ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างการชมแบบได้ใจ 100% เอาไว้ว่า

คุณสร้างโมเดลธุรกิจได้ดีเลยนะครับ ผมคิดว่าในการสร้างคอนเนคชั่นและการออกแบบบริการโดยเริ่มต้นจากศูนย์ จนกระทั่งมีชื่อเสียงในวงการนี้ คุณต้องใช้ความพยายามกับความเอาใจใส่อย่างมาก และต้องมีเซนส์ทางธุรกิจดีด้วย แถมพนักงานของบริษัทคุณก็มีแต่บุคลากรที่ดี เรียกได้ว่าประธานเป็นยังไงก็ดูได้จากพนักงานนี่แหละ จากนี้ไปผมจะตั้งตาคอยผลงานของบริษัทคุณนะครับ


นอกจากนี้ผู้เขียนยังแนะนำท่าทางที่ช่วยสร้างความประทับใจ สำหรับเสริมวิธีชมคนให้ได้ใจแบบ 100% ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่าทางที่ช่วยสร้างความประทับใจมีดังนี้ครับ

  • ยิ้ม
  • สบตา
  • ทวนคำพูด
  • จดบันทึก

สำหรับการยิ้ม ผู้เขียนแนะนำให้ยิ้มกว้างในขณะที่ฟังอีกฝ่ายพูด แต่หากอีกฝ่ายเป็นผู้บริหารหรือหัวหน้า หลายคนอาจรู้สึกประหม่าและไม่กล้ายิ้มกว้าง ในกรณีนี้เพียงแค่ยิ้มน้อย ๆ ก็เพียงพอแล้วครับ ส่วนคนที่ยิ้มไม่เก่ง เวลาที่ล้างหน้าหรือแปรงฟัน ให้ลองฝึกยิ้มหน้ากระจกจนเป็นนิสัยดูครับ

สำหรับการสบตา ผู้เขียนบอกว่ามันมีพลังในการถ่ายทอดความตั้งใจและความไว้วางใจให้อีกฝ่ายรับรู้ เป็นการสื่อสารว่า “ฉันกำลังฟังและพยายามเข้าใจคุณอยู่” แต่หากจ้องนานเกินไปก็อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดหรือกดดันได้ ทางที่ดีควรละสายตาไปมองอย่างอื่น เพื่อรักษาระยะห่างที่ทำให้ตัวเราและอีกฝ่ายสบายใจครับ

สำหรับการทวนคำพูดนี่ช่วยได้มากเลยในสถานการณ์ที่กำลังคุยกันอยู่แล้วคิดคำถามต่อไปไม่ทัน ในสถานการณ์แบบนี้ผู้เขียนแนะนำให้ทวนคำพูดของอีกฝ่ายครับ เมื่อทำแบบนี้อีกฝ่ายจะรู้สึกสบายใจ และรู้สึกว่าเราเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด นอกจากนี้เขายังจะช่วยต่อบทสนทนาให้เราอีกด้วย

สำหรับการจดบันทึกขณะที่ฟังไปด้วย ช่วยให้เราสามารถเห็นข้อมูลด้วยตาได้ ช่วยจัดระเบียบความคิด และค้นพบทางแก้ปัญหา นอกจากนี้การจดบันทึกขณะที่อีกฝ่ายกำลังพูด อีกฝ่ายจะรู้สึกสบายใจว่า “คน ๆ นี้กำลังฟังฉันอยู่”

ถ้าเพื่อน ๆ จดบันทึกขณะฟังไปด้วย พร้อมทั้งสบตาด้วยรอยยิ้มและทวนคำพูดของอีกฝ่ายเป็นระยะ ก็จะสามารถสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายและได้ใจเขาแบบ 100% ครับ

ผู้เขียนได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “คนเราเกิดมาเพื่อได้รับคำชม และดำรงอยู่เพื่อชมซึ่งกันและกัน” คำชมอย่าง “ทำได้ดีมากเลย” “เป็นกำลังใจให้เสมอนะ” หรือ “ขอบคุณนะ” คำพูดเหล่านี้ทำให้คนเรามีชีวิตชีวา เป็นบ่อเกิดของความกระตือรือร้น ช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดี มีคนที่อยากหัวเราะไปด้วยกัน อยากชมซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความสุขที่เงินหาซื้อไม่ได้ครับ


เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญในหนังสือเล่มนี้มีประมาณที่ผมสรุปมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังนี่แหละครับ อีกกว่าครึ่งเล่มเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเพราะการชม และเทคนิคอื่นอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การชมตัวเอง หรือการชมควบคู่กับการตำหนิ เพื่อน ๆ คนไหนสนใจสามารถหามาอ่านเพิ่มเติมได้ครับกับหนังสือ วิธีพูดให้คนรู้สึกดีอย่างคนที่รู้หลักจิตวิทยา เขียนโดยฮาระ คุนิโอะ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วีเลิร์น ราคา 230 บาท

สนใจหนังสือ วิธีพูดให้คนรู้สึกดีอย่างคนที่รู้หลักจิตวิทยา

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/60E3EX9kIo
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026...

จิตวิทยาต่อรอง จะต้องพูดและทำอะไรในการต่อรองที่แพ้ไม่ได้

ในชีวิตประจำวันเราต้องพบเจอกับเรื่องมากมายที่ต้องอาศัยการเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองขอลดราคาสินค้า ต่อรองกับลูกค้า หรือต่อรองเพื่อขอขึ้นเงินเดือน เทคนิคการต่อรองมีสอนกันมานานแล้ว แต่เทคนิคเหล่านั้นเน้นไปที่การท่องจำประโยคสำเร็จรูป ทั้งที่จริง ๆ แล้วการเจรจาต่อรองเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับอารมณ์มากกว่าเหตุผลครับ ดังนั้นการต่อรองต้องมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับอารมณ์ของอีกฝ่าย แทนที่จะยกเหตุผลต่าง...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!