BTS Marketing กลยุทธ์ครองตลาดโลกของบอยแบนด์จากค่ายเล็ก ๆ

Share
Share

ปัจจุบันวงไอดอลเคป๊อบสร้างความร้อนแรงไปทั่วโลก เพลงเคป๊อบหลายเพลงได้รับความนิยมจนติดชาร์ต Billboard เบียดอันดับกับเพลงป๊อบภาษาอังกฤษ และหากจะพูดถึงวงเคป๊อบที่ทรงอิทธิพลในตอนนี้ จะเป็นวงไหนไปไม่ได้หากไม่ใช่วง BTS วงศิลปินไอดอลสัญชาติเกาหลีใต้ที่เปิดตัวในปี 2013 ซึ่งได้สร้างปรากฎการณ์ และทำสถิติเอาไว้มากมาย

ไอติมอ่าน ep นี้จะมาเล่าเนื้อหาในหนังสือ “BTS Marketing” ซึ่งเขียนโดย พัคฮยองจุน ผู้เชี่ยวชาญด้านบิ๊กดาต้าของเกาหลีใต้ หนังสือเล่มนี้ได้ถอดความสำเร็จด้านการตลาดของค่ายเพลง Big Hit Entertainment ค่ายต้นสังกัดของวง BTS


people.com

BTS เป็นวงที่ก่อตั้งโดย บังชีฮยอก นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่มีผลงานเพลงฮิตมามากมาย บังชีฮยอกก่อตั้งบริษัท Big Hit Entertainment ในปี 2005 ซึ่งในตอนแรกเป็นเพียงธุรกิจ SME ขนาดเล็กที่ไม่ได้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ จึงมีข้อจำกัดด้านการเงิน แต่วง BTS ได้พาบริษัท Big Hit Entertainment เติบโต จนปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น HYBE และมีค่ายย่อยอยู่ภายใต้สังกัดอีกมากมาย ผลิตศิลปินออกมาสร้างกระแสในวงการอย่างต่อเนื่อง

อะไรเป็นกลยุทธ์ที่ค่ายเล็ก ๆ ขนาด SME ใช้ในการพา BTS ไปตีตลาดโลก และสร้างแฟนคลับได้มากมาย นักวิเคราะห์ได้วิเคราะห์ในมุมมองธุรกิจว่า ความสำเร็จของ BTS อาศัย 4 ปัจจัยหลัก เรียกว่า T.T.W.V. โดยแต่ละตัวอักษรย่อมาจาก

  • Timing ช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • Target กลุ่มเป้าหมาย
  • Whole Product สินค้าที่สมบูรณ์
  • Viral กระแสในสังคม

เรามาไล่เรียงกันดูครับว่าแต่ละกลยุทธ์ BTS เอาไปใช้ยังไง


กลยุทธ์ที่ 1 – Timing ช่วงเวลาที่เหมาะสม

ช่วงเวลาที่ BTS เปิดตัวในฐานะศิลปินคือปี 2013 และช่วงเวลาที่พวกเขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือปี 2015 แต่หาก BTS เดบิวต์ก่อนหน้านี้ไปสัก 10 ปี หรือ 5 ปี พวกเขาจะประสบความสำเร็จเหมือนตอนนี้เหรอไม่?

BTS เปิดตัวในช่วงเวลาที่เหมาะสม นั่นคือช่วงที่ตลาดเคป๊อบกำลังสุกงอม และร้อนแรง เนื่องจากช่วง 10 ปีก่อนหน้าที่ BTS จะเปิดตัว เคยมีวงเคป๊อบรุ่นพี่วงอื่น ๆ พยายามบุกตลาดระดับโลกมาก่อนแล้ว เช่น Rain, Wonder Girls, TVXQ, BIGBABG, Super Junior และ EXO วงเหล่านี้ได้ทำให้ชาวอเมริกันรู้จัก และคุ้นเคยกับเคป๊อบ

BTS ไม่อาจประสบความสำเร็จได้จากความพยายามของตัวเองเพียงเท่านั้น พวกเขาทำสำเร็จเพราะความพยายามของวงเคป๊อบหลายวงที่เคยไปบุกเบิกในตลาดต่างชาติ BTS มาในช่วงที่ผู้คนทั่วโลกเปิดรับเคป๊อบแล้ว กระแสตลาดในภาพรวมกำลังเติบโต ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายวงพยายาม แต่ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้

ในการทำธุรกิจ การจับตาดูตลาดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็ว เป็นการยากมากที่จะเปลี่ยนกระแสของตลาด และประสบความสำเร็จด้วยความพยายามของผู้บริหารเพียงเท่านั้น

มีความลับอยู่ 2 อย่างในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ อย่างแรกคือ การจับความต้องการปัจจุบันของลูกค้า แล้วนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริหารใหม่ ๆ กับอีกอย่างคือ การอ่านแนวโน้มของตลาดอย่างแม่นยำ แล้วกระโดดเข้าสู่ธุรกิจที่กำลังเติบโต

กรณีของ BTS คืออย่างหลัง นั่นคือพวกเขากระโดดเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโต และปรับตัวไปกับการไหลของกระแสได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่กระโดดเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโตจะประสบความสำเร็จทั้งหมด มีกลุ่มไอดอลเคป๊อบจำนวนมากพยายามบุกตลาดต่างประเทศในเวลาเดียวกันกับ BTS แต่ก็ล้มเหลว การตามกระแสเป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่การสร้างสินค้าให้เหมาะสมกับกระแสให้ได้ต่างหาก ธุรกิจจึงจะประสบความสำเร็จ


กลยุทธ์ที่ 2 – Targeting การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

BTS แต่งเพลงเกี่ยวกับเรื่องราวที่วัยรุ่นยุคปัจจุบันรู้สึกกังวล ทั้งยังส่งต่อข้อความถึงคนที่ประสบกับความยากลำบาก หรือผู้ด้อยโอกาสที่ถูกละเลย ตัวอย่างเช่นเพลง Fake Love ที่พูดถึงความวิตกกังวลของคนหนุ่มสาวว่า

ฉันปลูกดอกไม้ที่ไม่อาจเบ่งบาน ในความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง

และในเพลง Paradise ก็มีเนื้อหาว่า

หากจะหยุดก็ไม่เป็นไร คุณไม่จำเป็นต้องวิ่ง โดยที่ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปทำไม หากไม่มีความฝันก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่มีเวลาใดในชีวิตที่คุณรู้สึกมีความสุข

ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า BTS ยืนเคียงข้างผู้ที่อ่อนแอ และสื่อสารกับแฟน ๆ ของพวกเขาอยู่เสมอ

latimes.com

นิตยสารโรลลิ่งสโตนของสหรัฐฯ ได้เขียนคอลัมน์ถึง BTS ว่า

ในประเทศเกาหลีใต้ ไอดอล และการเมืองไม่ค่อยปะปนกัน ไอดอลส่วนใหญ่เดินบนเส้นทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพื่อให้อัลบั้มของพวกเขาประสบความสำเร็จ แต่ BTS แหกขนบเหล่านั้น พวกเขาร้องเพลงที่วิจารณ์สังคมที่ไร้สาระ, ความกดดันต่าง ๆ ที่ต้องประสบความสำเร็จ และพูดถึงสิทธิของ LGBTQ

BTS ปกป้องผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และพยายามเพื่อคนเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม ศิลปินเคป๊อบในอดีตอย่างเรนหรือวันเดอร์เกิร์ลส์มุ่งเป้าไปที่ลูกค้าทั่วไป ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักเมื่อเข้าสู่ตลาดอเมริกา แต่พวกเขากลับล้มเหลว ทั้งที่มีเงินทุนเพียงพอ และมีทักษะความสามารถ ความแตกต่างระหว่าง BTS และศิลปินเคป๊อบอื่น ๆ คือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

แจ็กกี้ ฮูบา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดได้อธิบายถึงความสำเร็จของเลดี้กาก้าว่า ความสำเร็จของเลดี้กาก้าอยู่ที่การทุ่มเทให้กับกลุ่มเป้าหมายเพียงแค่ 1% เท่านั้น เธอสารภาพว่าตัวเองเป็นคนนอก เป็นคนที่เพื่อนไม่คบ เธอจึงสร้างฐานแฟนคลับที่เป็นคนนอกซึ่งมีประสบการณ์เช่นเดียวกับเธอ จากนั้นวัยรุ่นช่วงอายุ 10-20 ปีก็ให้การสนับสนุนเธอ เลดี้กาก้าบริจาคเงินเพื่อรณรงค์ให้ยุติการบูลลี่ และต่อต้านความรุนแรงในโรงเรียน นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุน LGBTQ เพื่อขยายฐานแฟนคลับไปยังผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไปด้วย

ชื่อแฟนคลับของเลดี้กาก้าคือ Little Monster หมายถึงผู้ที่ถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นตัวประหลาด โดยเลดี้กาก้าถูกเรียกว่า Mama Monster หมายถึงผู้พิทักษ์ของเหล่า Little Monster ยิ่ง Mama Monster มีอิทธิพลทางสังคมมากเท่าไหร่ สัตว์ประหลาดตัวน้อยก็ยิ่งรวมตัวกันมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้แฟน ๆ ของเลดี้กาก้าจึงกลายเป็นฐานสนับสนุนที่แข็งแรง และผลักดันให้เกิดกระแสทางสังคม

BTS มีกลยุทธ์คล้ายกับเลดี้กาก้า เพียงแต่เลดี้กาก้ามุ่งเป้าไปยังคนนอกที่ถูกทอดทิ้ง ขณะที่ BTS กำหนดเป้าหมายไปยังคนกลุ่มเล็ก ๆ ในเอเชีย แฟน ๆ ของเลดี้กาก้า และ BTS มีลักษณะคล้ายกันคือ ไม่ใช่กลุ่มในกระแสหลัก แล้วถ้าอย่างนั้น BTS โด่งดังระดับโลก และอยู่ในกระแสหลักได้ยังไง ผู้เขียนบอกว่า BTS ใช้หลักการตลาดแบบเครือข่ายครับ

ผู้บริหารหลายคนมักเข้าใจผิดว่า การกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นการตัดความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มอื่น แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม หากคุณไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมายเลย คุณจะสูญเสียลูกค้าทั้งหมดไป

มนุษย์มีความสัมพันธ์กันเพราะเป็นสัตว์สังคม คงไม่มีใครที่ไม่เคยซื้อของเพราะอิทธิพลของคนรอบข้าง ยิ่งยุคสมัยนี้ที่มีสังคมออนไลน์ การซื้อเพราะได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมจึงเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม การตลาดในปัจจุบันจึงต้องคำถึงถึงผลกระทบของเครือข่าย ที่คล้ายกับการล้มโดมิโน

abcnews.go.com

ลูกค้ากลุ่มแรกที่ BTS กำหนดเป็นโดมิโนแถวแรกคือ กลุ่มวัยรุ่นจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีความเหนียวแน่นอย่างมาก การสร้างกระแสให้เกิดขึ้นในกลุ่มที่มีความเหนียวแน่นนั้นค่อนข้างง่าย เพราะมีจำนวนคนไม่เยอะ ในทางกลับกัน หากพยายามสร้างกระแสในวงกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป กลุ่มเป้าหมายจะกระจัดกระจาย จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดกระแสได้ยาก เพราะมีจำนวนคนเยอะเกินไป

ตัวอย่างเช่น Facebook ที่เริ่มต้นจากการเป็นเครือข่ายสังคมสำหรับนักเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังจากนั้นเมื่อเกิดกิจกรรมที่เหนียวแน่นในเครือข่ายเด็กฮาร์วาร์ด ความร้อนแรงนี้ก็ล้น และแผ่ขยายออกไปยังมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ และร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นวงจรที่ดีแผ่ขยายไปทั่วโลก

แฟนคลับของ BTS พวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และเชื่อมโยงถึงกัน ต่างรับรู้ถึงความยากลำบากของคนในกลุ่ม และเห็นอกเห็นใจในความเจ็บปวดของกันและกัน ทุกคนในกลุ่มเล็ก ๆ นี้ต่างรู้จักกัน หากมีอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับ BTS เกิดขึ้น ข่าวก็จะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อการแลกเปลี่ยนอิทธิพลซึ่งกันและกันก่อให้เกิดกระแส ทุกคนก็จะเข้าร่วมกระแสนั้น เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ผีเสื้อขยับปีก หรือ Butterfly Effect ซึ่งเริ่มต้นด้วยคนกลุ่มเล็ก ๆ แล้วกลายเป็นกระแสในตลาดขนาดใหญ่


กลยุทธ์ที่ 3 – สินค้าที่สมบูรณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องยอดเยี่ยมที่สุดเสมอไป

BTS มีเพลงที่โดดเด่น สื่ออารมณ์ สมาชิกในวงมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหล่า แสดงบนเวทีได้ยอดเยี่ยม ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยเหล่านี้คือที่มาของความสำเร็จของพวกเขา แต่ไม่ใช่ว่าศิลปินเคป๊อบอื่น ๆ อย่าง EXO, Twice หรือ iCON มีความสามารถด้อยกว่า BTS จริง ๆ แล้วไอดอลเคป๊อบมีทักษะสูง และทำงานหนักกันมานานแล้ว

BTS เป็นที่รู้จักในต่างประเทศอย่างจริงจังตอนปล่อยอัลบั้มที่ 2 ที่ชื่อ Wings ซึ่งมีเพลงไตเติล Blood, Sweat & Tear เป็นเพลงแนวมูมบาทอนแทร็ป ที่มีกลิ่นอายมาจากดนตรีแนวเร็กเก้ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ตลาดเพลงระดับโลกกำลังนิยมในตอนนั้น BTS นำแนวเพลงดังกล่าวมาผสมผสานกับเคป๊อบ เพื่อนำเสนอเพลงที่ตอบสนองรสนิยมสำหรับคนทั้งใน และนอกประเทศ ในขณะที่ศิลปินเคป๊อบอื่น ๆ ทำเพลงแดนซ์ที่เหมือน ๆ กัน

สินค้าที่สมบูรณ์คือ สินค้าที่เสร็จพร้อมนำเสนอลูกค้า ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด ขอเพียงปรับแต่งให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย มีองค์ประกอบที่ลูกค้าต้องการครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว


กลยุทธ์ที่ 4 – การตลาดแบบไวรัลที่เชื่อมต่อหลายมิติ

Big Hit Entertainment ค่ายต้นสังกัดของ BTS ที่เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ SME ในตอนนั้นค่ายไม่ได้มีเงินสำหรับทำการตลาดมากนัก ทำให้ BTS มีโอกาสปรากฎตัวในรายการใหญ่ของเกาหลีค่อนข้างน้อย และรายการที่ออกอากาศที่เกาหลีมีลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่ในช่องทางที่ไม่ใช่ช่องทางการจะถูกลบทั้งหมด พวกเขาจึงหันมาปล่อยคอนเทนต์ของตัวเองบนอินเตอร์เน็ตแทน

globe.co.th

ช่องยูทูบของพวกเขาลงคอนเทนต์อยู่ตลอด แม้จะอยู่ในช่วงที่ไม่มีงานโปรโมทอัลบั้มก็ตาม พวกเขาโพสต์กิจกรรมต่าง ๆ ลงช่อง โพสต์ชีวิตประจำวันของสมาชิกในวงตามแต่โอกาส แม้แฟน ๆ ที่อยู่ต่างประเทศก็สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ของพวกเขาได้ อีกทั้งแฟน ๆ ยังเอาคอนเทนต์ของวงไปตัดต่อใหม่แล้วอัปโหลด แฟน ๆ จึงได้ร่วมผลิตคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่ไม่มีศิลปินเคป๊อบไหนทำได้มาก่อน

วัยรุ่นทั่วโลกโดยเฉพาะคนกลุ่มน้อยในสังคมมีความปรารถนาที่จะรวมกันเป็นหนึ่ง แล้วพวกเขาก็มารวมตัวกัน โดยมี BTS เป็นศูนย์กลาง นอกจากคอนเทนต์ที่ BTS สื่อสารกับแฟนคลับแล้ว ยังมีการสื่อสารระหว่างแฟนคลับด้วยกันเองอีกด้วย

BTS ได้สร้างอาณาจักรสำหรับแฟนคลับจนกลายเป็นประเทศเสมือนจริง มีคนที่ฟังเพลงของพวกเขา ดูวิดีโอ มีคนตัดต่อเพื่อผลิตคอนเทนต์ใหม่ ๆ และมีนักรีวิวที่แบ่งปันความเห็นกันอย่างเพลิดเพลิน เมื่อการมีส่วนร่วมของแฟน ๆ เพิ่มมากขึ้น BTS ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นักการตลาดได้มองว่า BTS เป็นแพลตฟอร์มที่เหมือนกับ Facebook และ Amazon ในยุคนี้ที่ผู้บริโภคมีอำนาจเลือกผู้ผลิต ผู้ผลิตต้องดึงความสนใจจากผู้บริโภคให้ได้ เมื่อผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจ พวกเขาก็จะใช้เวลากับสินค้าอย่างยาวนาน และได้รับอิทธิพลจากมัน

เหล่านี้คือเนื้อหาจากในหนังสือ BTS Marketing ที่ผู้เขียนได้นำประสบการณ์การให้คำปรึกษาทางธุรกิจกว่า 10 ปี มาอธิบายความสำเร็จของ BTS แม้หลักการแห่งความสำเร็จของ BTS อาจนำไปใช้ไม่ได้กับทุกธุรกิจ แต่การได้ศึกษากรณีตัวอย่างก็ช่วยให้คุณสามารถไตร่ตรองหลักการ และพบกับผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้ในที่สุดครับ

สนใจหนังสือ BTS Marketing กลยุทธ์ครองตลาดโลก

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/5pr9xt91MY
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

Related Articles

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ...

ทำไมต้องเริ่มต้นด้วย “ทำไม” ปลดล็อกศักยภาพสู่ความสำเร็จ เริ่มต้นที่การตั้งคำถามให้ถูกต้อง

โลกของเรานั้นมีทั้งคนที่เป็น “หัวหน้า” และคนที่เป็น “ผู้นำ” คนที่เป็นหัวหน้าคือคนที่ถือครองอำนาจ ส่วนคนที่เป็นผู้นำคือคนที่สร้างแรงบันดาลใจ ไม่ว่าใครก็ล้วนอยากจะเดินตามผู้นำ ไม่ใช่เพราะว่าผู้นำบังคับให้คนอื่นทำตามคำสั่งได้ แต่เป็นเพราะผู้นำสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นลงมือทำด้วยความปรารถนาจากข้างในได้อย่างเต็มใจต่างหากครับ ทักษะสำคัญที่ผู้นำระดับโลกล้วนมีเหมือนกันคือทักษะด้านการสื่อสาร พวกเขาสามารถสื่อสารความต้องการของตัวเองออกไปได้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนรอบข้าง...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!