ใส่ใจไว้ในเมือง เบื้องหลังหัวใจของการออกแบบเมืองของคนญี่ปุ่นที่ใครก็ตกหลุมรัก

Share
Share

ประเทศญี่ปุ่นในความคิดของนักท่องเที่ยวมีภาพลักษณ์ที่เป็นระเบียบ บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ผู้คนมีวินัย ผู้เขียนบอกว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นแบบนี้เพราะการออกแบบเมือง ถนนที่มีเส้นตีเลนให้รถวิ่งอย่างชัดเจน ถังขยะที่ใช้สีและสัญลักษณ์ทำให้คนแยกขยะง่ายขึ้น หรือเส้นต่อคิวที่หน้าเคาน์เตอร์ที่ช่วยให้ลูกค้าต่อแถวจ่ายเงินอย่างเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีระเบียบ ในทางกลับกันการออกแบบเหล่านี้เหมือนเป็นการสร้างกรอบกติกาในการใช้ชีวิตในสังคมแก่คนญี่ปุ่น ซึ่งคนญี่ปุ่นหลายคนที่คนเขียนได้พูดคุยด้วยมักบอกว่าเวลาอยู่ในที่สาธารณะ มักเป็นตัวของตัวเองไม่ได้

การออกแบบเมืองในความหมายของญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการออกแบบสิ่งก่อสร้างให้สวยงาม แต่รวมถึงการออกแบบนโยบายการพัฒนาที่ดิน ออกแบบกฏหมายที่ทำให้คนอยู่ร่วมในเมืองด้วยกันอย่างมีความสุข รวมถึงการใช้ material design การนำวัสดุใหม่ ๆ มาแก้ปัญหาที่ทีอยู่เดิม มาดูกันครับว่าญี่ปุ่นใส่การออกแบบอะไรเอาไว้ในเมืองบ้าง


TOD จักรวาลอันกว้างใหญ่รอบสถานีรถไฟ

TOD ย่อมาจาก Transit-Oriented Development ในกรณีของญี่ปุ่นหมายถึงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟให้ใช้ได้คุ้มค่าและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด หัวใจหลักของ TOD คือมีสถานีรถไฟเป็นศูนย์กลาง รายล้อมด้วยตึกออฟฟิศ คอนโด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ จุดเชื่อมต่อการเดินทาง ลานกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้บริเวณนั้นกลายเป็นเมืองย่อม ๆ

ฟังแล้วอาจปกติที่ถ้าสถานีรถไฟมาถึงก็จะนำพาความเจริญมาสู่พื้นที่รอบข้างด้วย แต่ TOD นั้นต่างตรงที่มีการวางแผนระยะยาว โดยความร่วมมือของรัฐและเอกชน ไม่ใช่การเติบโตของเมืองตามธรรมชาติ ตามใจใครอยาก ใครอยากจะสร้างอะไรก็สร้าง แต่เติบโตโดยวางกลยุทธการพัฒนาเมืองไว้ตั้งแต่แรก

ปกติแล้วเมืองจะมาก่อน พอมีคนอยู่ย่านนั้นเยอะ ๆ จึงจะมีการสร้างขนส่งมวลชนตามมา แต่ญี่ปุ่นคิดรวบพร้อมกันไปเลย หรือให้มีระบบขนส่งก่อนเมืองจะเจริญได้เลยยิ่งดี ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะเพราะมีพื้นที่ใช้สอยน้อย ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีพื้นที่ราบเพียง 27% เท่านั้น และประชากรกว่า 3 ใน 10 หรือประมาณ 38 ล้านคนกระจุกอยู่ในโตเกียว

เมื่อเมืองหนาแน่นทำให้ไม่สามารถรองรับการใช้งานรถยนต์จำนวนมหาศาลได้ ที่จอดรถไม่พอ ถนนไม่พอ จึงต้องให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน TOD ช่วยให้ทุกอย่างมาบรรจบกันที่สถานีรถไฟ องค์กรต่าง ๆ ในญี่ปุ่นก็ตอบรับแนวคิดนี้โดยการออกค่าเดินทางมาทำงานให้แก่พนักงาน และเงินจำนวนนี้ที่พนักงานได้รับจะไม่ถูกนำมาคิดภาษีอีกด้วย

นอกจากนี้ TOD ยังเป็นกลยุทธ์ในการกระจายความเจริญสู่เมืองโดยรอบ เกิดเป็นย่านใหญ่ ๆ มากมายทุกทิศทาง ทำให้คนย่านนั้นออกมาใช้ชีวิตละแวกนั้นได้อย่างสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปแออัดกันในเมือง

แต่ TOD ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เนื่องจากเป็นการพัฒนาสเกลใหญ่ ทำให้ที่ดินบริเวณนั้นมีมูลค่าสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้นตาม คนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยมาก่อนบางคนก็รับกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ไหว จึงอยู่ย่านเดิมต่อไปไม่ได้ ความเจริญที่พุ่งเข้ามาได้ผลักคนบางกลุ่มออกห่างจากความเจริญด้วยเช่นกัน


เครื่องตรวจตั๋วที่เป็นมากกว่าเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติ

เครื่องตรวจตั๋วของญี่ปุ่นมีขนาดยาวกว่าของประเทศอื่น ๆ จุดสอดตั๋วและรับตั๋วอยู่ห่างกันพอสมควร เพราะต้องการให้ผู้โดยสารสามารถเดินได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องหยุดเพื่อสอดและรอรับตั๋วคืน ทำให้ประหยัดเวลาได้แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่เวลาเพียงเสี้ยววิของหลาย ๆ คนรวมกันก็ประหยัดเวลาไปได้มาก ทำให้ระบายผู้โดยสารเข้าออกสถานีได้อย่างไม่มีสะดุด ผู้โดยสารไม่กระจุกเป็นคอขวดอยู่หน้าเครื่องตรวจตั๋ว

นอกจากจะใช้ระบบสอดตั๋วเข้าเครื่องแบบดั้งเดิมแล้ว สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นยังมีระบบตั๋วแบบสแกนที่ยิ่งทำเวลาได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก โดยเครื่องตรวจตั๋วสามารถสแกนตั๋วได้ด้วยความเร็ว 0.2 วินาที/คน เซนเซอร์ที่ใช้สแกนตั๋วถูกติดตั้งทำมุม 13.5 องศา ซึ่งเป็นมุมที่วิจัยมาแล้วว่าคนสามารถหยิบตั๋วออกมายื่นแตะได้สะดวกกว่าการติดตั้งเซนเซอร์แบบแนวราบ

และเครื่องตรวจตั๋วบางเครื่องไม่ได้กางที่กั้นออกมาขวางผู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารแตะสแกนแล้วเดินผ่านเข้าช่องไปได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ที่กั้นเปิด แต่กลับกันที่กั้นจะปิดเข้ามาก็ต่อเมื่อมีผู้โดยสารใช้ตั๋วผิด เป็นวิธีคิดแบบกลับด้านว่าคนส่วนใหญ่มักจะใช้ตั๋วถูก การออกแบบนี้จึงโฟกัสไปที่คนส่วนใหญ่และมอบความสะดวกสบายให้แก่คนกลุ่มนั้น

นอกจากเครื่องตรวจตั๋วที่ยาวเป็นพิเศษ บางสถานีเครื่องตรวจตั๋วมีความกว้างมากกว่าปกติด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้วีลแชร์หรือผู้ที่ลากกระเป๋าเดินทาง สามารถเข้าสถานีได้อย่างสะดวก


อากาศดีสร้างได้

หลายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นคงรู้สึกได้ว่าประเทศนี้อากาศดี แทบทุกพื้นที่ในประเทศดัชนีค่า AQI เป็นสีเขียว จะแซมสีเหลืองอยู่บ้างในบางพื้นที่ ตามหัวเมืองใหญ่และพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ญี่ปุ่นก็เคยผ่านช่วงเวลาที่บ้านเมืองปกคลุมไปด้วยมลพิษ ซึ่งแลกมากับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ในช่วงปี 1930 โอซาก้าได้รับสมญานามว่า “เมืองหลวงแห่งหมอกควัน” บนฟ้าเต็มไปด้วยควันที่มาจากโรงงานรอบ ๆ เมือง แต่คนพื้นที่สมัยนั้นไม่ตระหนักว่าควันเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซ้ำยังคิดว่าควันคือสัญลักษณ์แห่งความโมเดิร์นเสียอีก

หลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศย่อยยับและต้องเริ่มสร้างกันใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ญี่ปุ่นยุคนั้นมีเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดด จนได้รับสมญานามว่า “Ecomonic Miracle” จากสากลโลก ญี่ปุ่นฟื้นตัวได้ด้วยอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ รถไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

จนช่วงปี 1959 ชาวเมืองยกกะอิจิหลายคนมีอาการของโรคหืด เพราะที่นั่นเป็นที่ตั้งของโรงงานปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในอากาศมีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์เจือปนอยู่ หมอกควันพื้นที่นั้นบดบังรัศมีการมองเห็นให้เหลือระยะแค่ 50 เมตรเท่านั้น จนปี 1969 ชาวเมืองยกกะอิจิรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้านสุขภาพจากโรงงานอุตสาหกรรม

ชาวเมืองยกกะอิจิเป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลให้ชุมชนอื่นที่ได้รับผลกระทบแบบเดียวกันออกมาเรียกร้องเพิ่มมากขึ้น มีการยื่นหนังสือเรียกร้องและเข้าประชุมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหา กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้เรียกร้องให้แค่ตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อคนรุ่นหลังด้วย เพราะพวกเขามองขึ้นไปบนฟ้าแล้วท้องฟ้าไม่เป็นสีฟ้า จึงอยากให้คนรุ่นหลังได้มองท้องฟ้าเป็นสีฟ้าอย่างที่มันควรจะเป็น

สิ่งนี้สะท้อนถึงความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนตระหนักถึงสิทธิและเสียงที่จะตั้งคำถามและรวมกลุ่มเพื่อเสนอการแก้ไข มีสิทธิออกมาประท้วงร้องเรียน อันที่จริงพวกเขาเลือกที่จะเงียบแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปก็ได้ แต่พวกเขาตระหนักว่าสุดท้ายความเงียบจะกลับมาทำลายพวกเขาและคนอื่น ถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรเลย ของบางอย่างต้องสู้จึงจะได้มา

ญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฏหมายควบคุมมลพิษทางอากาศเพื่อวางรากฐานอากาศที่ดี ควบคุมการปล่อยการซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงงานและไนโตรเจนออกไซด์จากยานยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมถูกตรวจสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ขั้นตอนการตรวจสอบโปร่งใส มีสื่อมวลชนช่วยกันจับจ้อง ฝั่งผู้ประกอบการก็เริ่มมีทัศนคติอยากให้กิจการของตนมีภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงรักษาระดับมลภาวะให้อยู่ในเกณฑ์ ด้วยความตระหนักและร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน สื่อสารมวลชน รัฐบาลและผู้ประกอบการ ทุกอย่างจึงผลิดอกออกผลเป็นอากาศบริสุทธิ์ในศตวรรษที่ 21 นี้

เรื่องปอดของเมืองก็สำคัญ แม้แต่โตเกียวที่เป็นมหานครที่มีผู้คนแออัดก็ยังมีพื้นที่สีเขียวในอัตราเฉลี่ย 12 ตรม./คน ซึ่งสูงกว่าที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดเอาไว้ที่ 9 ตรม./คน ขณะที่กรุงเทพของเรามีพื้นที่สีเขียวเพียง 3.3 ตรม./คน เท่านั้น

แม้ปัญหาภายในประเทศจะสามารถจัดการและควบคุมได้ แต่หลายปัญหาก็มาจากปัจจัยภายนอก เช่น ในปี 2013 เมืองฟุกุโอกะเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 ในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเกิน 3 เท่า ซึ่งฝุ่นเหล่านี้พัดมาจากจีน เรื่องนี้จะแก้ปัญหาได้ต้องพึงประชาคมโลกเข้าช่วย

คุณภาพอากาศของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่าเมืองนั้นเปลี่ยนแปลงได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ซึ่งสุดท้ายประโยชน์จะตกไปถึงทุกคน


ถนนไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ มีแต่รูพรุน

ยุคหลังมานี้ญี่ปุ่นเริ่มนำวัสดุใหม่มาปูถนนในถนนสำคัญ วัสดุใหม่นี้มีชื่อว่า Porous Asphalt Pavement หรือถนนยางมะตอยแบบมีรูพรุน ที่ผิวถนนจะมีช่องว่างที่เล็กมาก ๆ ในระดับมิลลิเมตร โดยวัสดุนี้เริ่มใช้ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1987 เริ่มใช้บนทางด่วนข้ามจังหวัด และพัฒนามาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันใช้บนถนนสายหลักหลายสายของประเทศ

เดิมทีผิวถนนปกติจะมีปัญหาเรื่องน้ำที่ซึมลงไปใต้ดินได้ยาก เมื่อฝนตกจึงเกิดน้ำขัง วิธีแก้คือต้องทำให้ถนนเอียงเพื่อให้น้ำไหลระบายลงข้างทาง แต่ถนนที่เอียงก็ขับลำบากและเสี่ยงเกิดอันตราย ถนนรูพรุนจึงเป็นทางออกด้วยวัสดุที่มีลักษณะเป็นรูพรุนให้น้ำฝนไหลผ่านลงไปได้ ลดโอกาสการเกิดน้ำขัง ช่วยไม่ให้ถนนลื่น ไม่เกิดแหล่งน้ำขัง เมื่อรถวิ่งผ่านจึงไม่มีน้ำกระเซ็นไปโดนคนเดินถนน และเมื่อพื้นถนนไม่เปียก คนก็สามารถเดินข้ามได้ง่าย ไม่ต้องหลบแอ่งน้ำ

แต่ถนนรูพรุนนี้มีค่าก่อสร้างที่แพงกว่าปกติ ต้องพิจารณาให้ดีว่าสร้างไปแล้วจะคุ้มค่ากับมูลค่าเศรษฐกิจย่านนั้นไหน ปัญหาของถนนรูพรุนคือรูของมันที่เล็กมากระดับมิลลิเมตรที่เสี่ยงต่อการอุดตัน จึงต้องดูแลรักษาถนนอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี


ทางเท้าญี่ปุ่นเดินสนุก

หนึ่งในพื้นฐานที่สุดของทางเท้าคือมันต้องกว้างพอที่จะให้เดิน ที่ญี่ปุ่นมีการกำหนดความกว้างขั้นต่ำของทางเท้าเอาไว้ด้วยอยู่ที่ 2 เมตร เพื่อให้เดินสวนกันได้และสะดวกต่อผู้ใช้วีลแชร์ โดยญี่ปุ่นมีแนวคิดในการออกแบบทางเท้าโดยคำนึงถึงผู้บกพร่องด้านการเคลื่อนไหวมาก่อนเสมอ วิศวกรต้องถามตัวเองว่า “ถ้าเป็นทางเท้าแบบนี้ คนนั่งวีลแชร์จะสามารถผ่านทางได้ไหม?”

ผิวทางเท้าที่ญี่ปุ่นเรียบสนิท สม่ำเสมอ เดินไม่สะดุด ไม่ขรุขระ นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้ทางเท้าญี่ปุ่นน่าเดินคือเรื่องของความสะอาด สาเหตุมาจากการก่อสร้างที่รัดกุม เก็บกวาดงานได้เนี้ยบ และทางการทำความสะอาดเป็นประจำ อีกหนึ่งอย่างคือประชาชนญี่ปุ่นช่วยกันดูแลความสะอาดด้วย แทบไม่มีการทิ้งขยะข้างทาง และวัฒนธรรมไม่เดินไปกินไปของคนญี่ปุ่น ช่วยให้ไม่มีอาหารหกเลอะพื้น

นอกจากทางเท้าที่ญี่ปุ่นจะเดินสนุกแล้ว ทางม้าลายในญี่ปุ่นยังข้ามง่ายอีกด้วย โดยขนาดความกว้างของทางม้าลายจะแปรผันให้เหมาะกับการใช้งานตามพื้นที่ ถ้าเป็นหน้าสถานีรถไฟที่คนเยอะ ทางม้าลายก็จะกว้างตามไปด้วย

นอกจากนี้แทบทุกแยกจะมีสัญญาณไฟคนข้ามเป็นไฟเขียวไฟแดง พร้อมเลขนับถอยหลังบอกให้คนรู้ว่าควรข้ามดีไหม เช่น ถ้าเป็นแยกใหญ่แล้วเหลือเวลา 5 วิ คนก็จะรู้ว่าข้ามไม่ทันแน่ ควบคู่ไปกับเสียงที่ใช้บอกผู้พิการทางสายตาให้รับรู้ถึงสัญญาณไฟคนข้ามนี้ไปด้วย

ในประเทศไทยหลายคนคงเคยเห็นบล็อกสีเหลืองที่มีแถบนูนสำหรับใช้นำทางผู้พิการทางสายตา  รู้ไหมครับว่าบล็อกสีเหลืองนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่า “เท็นจิบล็อก” คิดค้นโดยคุณเซอิชิ มิยาเกะ เมื่อปี 1965 ทดลองใช้ครั้งแรกที่โรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งหนึ่งในเมืองโอกายาม่า ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ คนตาบอดสามารถเดินตามบล็อกนี้ได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย จากนั้นจึงนำเท็นจิบล็อกมาใช้ตรงสี่แยกแถวโรงเรียนคนตาบอก และขยายไปหลายแห่ง จนกลายเป็นมาตรฐานที่ต้องมี

เท็นจิบล็อกสะท้อนถึงความเท่าเทียมกันในสังคม บอกถึงวิสัยทัศน์และทัศนคติของรัฐที่มองประชาชนทุกคนว่าพวกเขาล้วนเป็นประชาชนผู้เสียภาษี มีศักดิ์ศรีและสิทธิ์ที่จะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี แม้แต้ผู้ใช้วีลแชร์หรือคนตาบอดก็สามารถออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้ นี่คืออิสรภาพพื้นฐานในชีวิตอย่างหนึ่ง อิสรภาพในการไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง


สุดท้ายผู้เขียนสรุปเอาไว้ว่าเรารู้เรื่องการพัฒนาเมืองหรือทางเท้าของญี่ปุ่น เป็นจุดเริ่มต้นให้เราสงสัยและตั้งคำถามกับสิ่งแวดล้อมในเมืองที่เราอาศัยอยู่ ทำให้เราเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ คิดถึงส่วนรวมมากขึ้น และอยากจะทำให้รอบตัวเราดีขึ้น ผู้เขียนเชื่อว่าเมืองต้องการคนที่คิดแบบนี้ และคนเองก็ต้องการอยู่ในเมืองแบบนั้นด้วยเช่นกัน

สนใจหนังสือ LIVABLE JAPAN ใส่ใจไว้ในเมือง

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/8pUhC7oHRd
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ...

ไสยเวทญี่ปุ่น ตำนานและความเชื่อที่หล่อหลอมจิตวิญญาณคนญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีตำนานและเรื่องเล่ามากมายที่ถูกหยิบมาดัดแปลงเป็นสื่อสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนินจา ซามูไร ภูติผีปีศาจ ไสยศาสตร์และเวทมนตร์ ล่าสุดมีการ์ตูนเรื่องมหาเวทผนึกมารได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยอดค้นหาในอินเตอร์เน็ตของคำว่าจุจูซึและโนโร่ยที่หมายถึงไสยเวทพุ่งสูงขึ้น ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ...

กาล่า ยูซาว่า เที่ยวสโนว์รีสอร์ท แวะเก็บสตรอว์เบอร์รีสด ๆ จากสวน

คลิปนี้ไอติมจะเพื่อน ๆ ไปเที่ยวสกีรีสอร์ท ไปเล่นหิมะช่วงปลายฤดูหนาวกันครับ และแวะไปเก็บสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ ๆ สด ๆ จากสวนกันที่ “กาล่ายูซาว่า” จังหวะนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่นครับ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!