ไอติมอ่าน

The Compound Effect สะสมนิสัยเล็ก ๆ สร้างความสำเร็จให้ทวีคูณ

Share

ไอติมอ่าน ep นี้ หยิบหนังสือยอดฮิตซึ่งเป็นที่พูดถึงทั้งในไทยและต่างประเทศ ถูกชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ควรอ่าน หนังสือเล่มนั้นคือ “The Compound Effect สะสมนิสัยเล็ก ๆ สร้างความสำเร็จให้ทวีคูณ” สาระหลักที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอ คือการนำเอา compound effect หรือแนวคิดผลกระทบแบบทบต้นมาใช้กับทุกด้านของชีวิต

หนังสือไม่ได้ยาวมาก ผมอ่านจบแล้วพบว่าแก่นของสาระมีเพียงแนวคิดผลกระทบแบบทบต้นเพียงแค่ประเด็นเดียว เนื้อหาในหนังสือแทบทั้งเล่มหมดไปกับการยกกรณีตัวอย่างถึงคนนั้นคนนี้ว่าพวกเขานำแนวคิดนี้ไปใช้แล้วได้ผลยังไง ชีวิตเปลี่ยนไปหรือดีขึ้นยังไงบ้าง


ไอเดียของผลกระทบแบบทบต้น คือการทำสิ่งเล็ก ๆ ที่แทบไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการทำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเล็ก ๆ ที่ทำจะก่อให้เกิดผลลัพธ์แบบทวีคูณ ผู้เขียนยกตัวอย่างของผลกระทบแบบทบต้นในด้านการเงินว่า

ถ้าคุณมี 2 ทางเลือก คุณจะเลือกทางไหนระหว่าง

  1. คุณได้รับเงินสด 3 ล้านบาทไปในทันที
  2. คุณจะได้เงิน 1 สตางค์ และทุกวันเงินนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นาน 31 วัน

หากคุณเลือกรับข้อเสนอที่สอง เมื่อถึงวันที่ 5 คุณจะมีเงิน 16 สตางค์ พอถึงวันที่ 10 คุณจะมีเงิน 5.12 บาท ผ่านไป 20 วัน คุณจะมีเงิน 5,243 บาท ผ่านมาครึ่งทางแล้ว คุณได้เงินยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงิน 3 ล้านบาทเลย แต่หลังจากนั้นพลังของผลกระทบแบบทบต้นจะเริ่มส่งผลชัดเจนแล้ว ในวันที่ 31 คุณจะมีเงิน 10,737,418 บาท ซึ่งมากกว่าเงิน 3 ล้านบาทซึ่งเป็นตัวเลือกแรกถึง 3 เท่า

นี่คือตัวอย่างที่เห็นภาพได้อย่างง่าย ๆ ของผลกระทบแบบทบต้น เพื่อให้เข้าใจแนวคิดนี้ยิ่งขึ้น ผมจะยกอีกหนึ่งตัวอย่าง คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกินของคน 3 คน

  • คนแรกกินอาหารเท่าเดิม
  • คนที่ 2 ลดอาหารที่กินลงวันละ 125 แคลอรี
  • คนที่ 3 เพิ่มอาหารที่กินขึ้นวันละ 125 แคลอรี

ผ่านไป 5 เดือนเรายังไม่เห็นความแตกต่างของทั้งสามคนนี้ แต่พอผ่านไปสัก 18 เดือน เราจะเริ่มเห็นแล้วว่ามีคนหนึ่งหน้าอวบขึ้นมาเล็กน้อย และเมื่อผ่านไป 31 เดือน ความเปลี่ยนแปลงจะเด่นอย่างเห็นได้ชัด คนแรกยังคงน้ำหนักเท่าเดิม คนที่ 2 ซึ่งลดอาหารที่กินลงวันละ 125 แคลอรี ผ่านไป 31 เดือนหรือ 940 วัน เขาจะลดปริมาณแคลอรีลงได้ถึง 117,500 แคลอรี เทียบเป็นปริมาณไขมันหนัก 15 กก. เขาจึงน้ำหนักลดลงไป 15 กก.

ในขณะที่คนที่ 3 กินอาหารเพิ่มวันละ 125 แคลอรี ผ่านไป 940 วัน ร่างกายของเขาจึงสะสมไขมันไว้ถึง 15 กก. เทียบน้ำหนักของคนที่ 2 และ 3 ทั้งคู่มีน้ำหนักต่างกันถึง 30 กก. ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมาก หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าการปรับเพิ่มหรือลดปริมาณแคลอรีขึ้นหรือลงเพียงวันละ 125 แคลอรี จะพาคนทั้งคู่มาสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกันได้มากขนาดนี้

นี่คือตัวอย่างที่เห็นภาพได้ง่าย ๆ ของไอเดียผลกระทบแบบทบต้น ไอเดียนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ, การเงิน หรือความสัมพันธ์ ผมขอเน้นย้ำความหมายของไอเดียผลกระทบแบบทบต้น หรือ compound effect กันอีกสักครั้งนะครับ มันคือการทำสิ่งเล็ก ๆ ที่แทบไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการทำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำจะก่อให้เกิดผลลัพธ์แบบทวีคูณ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่มหาศาล

ไอเดียนี้เรียบง่ายแค่นี้ครับ หากคุณเข้าใจความหมายง่าย ๆ ที่อธิบายจบได้ในเพียงไม่กี่ประโยค คุณไม่ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ทั้งเล่มก็ได้ อย่างที่บอกว่าเนื้อหาที่ผู้เขียนได้เขียนให้เราอ่านในหนังสือเล่มนี้ เป็นการยกตัวอย่างบุคคลที่นำไอเดียนี้ไปปรับใช้ แล้วชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง บุคคลในเล่มส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่โด่งดังอะไร เป็นคนรู้จักของผู้เขียน แต่ถึงยังไงการได้รู้ว่าคนอื่น ๆ นำไอเดีย compound effect ไปใช้ยังไงบ้าง ก็จุดประกายให้กับเราได้เหมือนกันครับ หรือใครที่เข้าใจไอเดียนี้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ผู้เขียนก็ได้แนะนำแนวทางสำหรับเริ่มต้นเอาไว้ครับ ผมสรุปมาให้เพื่อน ๆ ได้ฟังครับ


ผู้เขียนกล่าวว่าสมุดบันทึกคืออาวุธลับที่คุณเองก็มีได้เช่นกัน การติดตามทุกการกระทำในด้านที่คุณต้องการพัฒนา ช่วยให้คุณรับรู้ถึงทางเลือกที่คุณเลือก ถ้าคุณต้องการปลดหนี้ที่ตัวเองมี คุณต้องติดตามทุกการใช้จ่ายของคุณ ถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก คุณต้องติดตามทุกอย่างที่คุณกินเข้าไป

การจดทุกสิ่งที่คุณเลือกทำ ช่วยให้คุณกลับมาติดตามทีหลังได้ว่า คุณทำสิ่งที่ถูกและสิ่งที่พลาดอะไรไปบ้าง วิธีนี้ช่วยให้คุณรับรู้การตัดสินใจของตัวเองได้ การจดบันทึกลงสมุดเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย คุณแค่พกสมุดเล่มเล็ก ๆ และปากกาสักแท่งไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายก็เลี่ยงไม่ทำได้ง่ายเช่นกัน จงระมัดระวัง อย่าละเลยสิ่งที่เรียบง่ายที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ คนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จต่างกันตรงนี้


เวลาคือสิ่งสำคัญ

ยิ่งคุณเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้เร็วเท่าไหร่ พลังแห่งผลลัพธ์ทวีก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อคุณมากขึ้นเท่านั้น สมมุติว่าเพื่อนของคุณสนใจนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมเดือนละ 7,500 บาท ตั้งแต่เขาเรียนจบมหาลัยในวัย 23 ปี ส่วนคุณเพิ่งมาเริ่มสนใจวิธีเดียวกันนี้ตอนอายุ 40 ปี เข้าไปแล้ว

สมมุติว่ากองทุนที่คุณและเพื่อนของคุณลงทุนไป ให้ผลตอนแทนปีละ 8% เมื่อเพื่อนของคุณอายุ 40 ปี เขาจะมีเงินจากกองทุนประมาณ 3.3 ล้านบาท ขณะที่คุณเพิ่งลงทุนเดือนแรกไปได้ 7,500 บาท

แม้เพื่อนของคุณจะหยุดเพิ่มเงินเข้าไปในกองทุนเมื่ออายุครบ 40 ปี แต่พลังของผลลัพธ์ทวียังคงทำงานอยู่ ขณะที่คุณลงเงินเดือนลง 7,500 บาทไปเรื่อย ๆ เมื่อคุณและเพื่อนอายุถึง 60 ปี เงินต้นที่คุณลงทุนไปจะอยู่ที่ 2,340,000 บาท ขณะที่เพื่อนคุณเงินต้นอยู่ที่ 1,530,000 บาท เท่ากับว่าคุณลงเงินต้นไปมากกว่าเพื่อนประมาณ 1 ล้านกว่าบาท

โดยจำนวนเงินต้นรวมผลตอบแทนเมื่ออายุ 60 ปี ของเพื่อนคุณจะอยู่ที่ 15 ล้านบาท ขณะที่คุณจะมีเงินไม่ถึง 10 ล้านบาท ทั้งที่เงินต้นของคุณมากกว่า นั่นเป็นเพราะว่าเพื่อนของคุณเริ่มลงทุนก่อนคุณ เขาได้รับพลังของเงินทบต้นทบดอก หากคุณอยากได้บ้าง ยิ่งคุณลงทุนเร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งได้ใช้ประโยชน์จากพลังผลลัพธ์ทวีเหล่านี้ได้มากขึ้นเท่านั้น


ความสำเร็จคือการวิ่งมาราธอน

หากคุณอยากหันมาออกกำลังกายโดยการวิ่ง เมื่อมองคนที่วิ่งได้วันละ 5-10 กม. อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองจะทำอย่างนั้นไม่ได้ คุณสามารถวิ่งมาราธอนได้เลยด้วยซ้ำ หากตั้งเป้าหมายไว้อย่างจริงจัง

ผู้เขียนแนะนำให้คุณเริ่มต้นจากเล็ก ๆ โดยเริ่มจากการเดินสัก 2 กม. จากนั้นเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้น พอร่างกายคุณเริ่มปรับตัวกับการออกกำลังกายได้แล้ว คุณค่อยเปลี่ยนมาวิ่งจ็อกกิ่งแบบช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นวันละ 200 เมตร คุณจะไม่รู้สึกว่าระยะทางไกลขึ้นเลยสักนิด เพราะมันเพิ่มอีกแค่ 300 ก้าวเท่านั้น หากทำแบบนี้ไปสัก 9 เดือน คุณจะวิ่งไกลได้ระยะถึง 21 กม. ซึ่งเป็นระยะฮาล์ฟมาราธอนแล้ว

ผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นผลพวงจากทางที่คุณเลือกในชีวิต เมื่อคุณค่อย ๆ ลงมือทำทีละนิดในทุกวัน ทางที่คุณเลือกจะหล่อหลอมจนกลายเป็นนิสัย และการทำซ้ำจะช่วยให้นิสัยเหล่านั้นอยู่กับคุณตลอดไป


กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

พลังของผลลัพธ์ทวีนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา มันอาจเกิดขึ้นกับเรื่องที่ดีหรือแย่ และจะพาคุณไปลงเอยที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณ คุณสามารถควบคุมพลังผลลัพธ์ทวีให้มันพาคุณไปจุดที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณอยากไปที่ไหน เป้าหมาย ความฝัน และปลายทางที่คุณปรารถนาคืออะไร

มนุษย์แสวงหาเป้าหมายโดยธรรมชาติ สมองเรามักเชื่อมโยงโลกภายนอกกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้ในใจอยู่เสมอ สิ่งที่คุณอยากได้อาจอยู่รอบตัวคุณมาโดยตลอด แค่จิตใจคุณยังไม่เปิดกว้างที่จะมองเห็นมัน

ผู้เขียนได้พูดถึง “กฏแรงดึงดูด (Law of Attraction)” ซึ่งมันเรียบง่ายและมีประโยชน์มาก โดยในแต่ละวันเราถูกรายล้อมด้วยข้อมูลมหาศาลทั้งจากการมองเห็น ได้ยิน และสัมผัส เราจึงมองข้ามข้อมูลส่วนใหญ่โดยอัตโนมัติ แล้วสนใจเฉพาะสิ่งที่จิตใจของเราให้ความสำคัญจริง ๆ

ตัวอย่างเช่น คุณกำลังคิดจะซื้อรถใหม่ จากนั้นคุณจะเริ่มเห็นรถรุ่นนั้นปรากฎให้เห็นในทุกที่ที่คุณไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วรถรุ่นนั้นวิ่งอยู่บนถนนเป็นปกติอยู่แล้ว ที่ผ่านมาคุณแค่ไม่ได้สนใจมันเองต่างหาก

เมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน จิตใจคุณจะมีดวงตาคู่ใหม่ คุณจะเห็นผู้คน เหตุการณ์ บทสนทนา วิธีการ มุมมอง และไอเดียใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายในใจ ง่ายแค่นี้เองครับ พอคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน คุณจะมองทุกสิ่งในชีวิตได้ลึกซึ้งขึ้น มองเห็นทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา

กฏการเคลื่อนที่ของ เซอร์ไอแซค นิวตัน ข้อที่ 1 เรียกว่า “กฏของความเฉื่อย” กฏนี้บอกว่า “วัตถุที่อยู่นิ่งจะตั้งนิ่งอยู่แบบนั้น ถ้าไม่มีแรงภายนอกมากระทำ ส่วนวัตถุที่เคลื่อนที่ก็จะเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีบางสิ่งมาหยุดยั้งมัน” ผู้เขียนเปรียบเทียบว่า คนที่ขี้เกียจก็จะขี้เกียจอยู่วันยังค่ำ ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จจะเดินหน้าทำตามเป้าหมาย และพบกับความสำเร็จต่อไป

การเริ่มต้นนั้นยาก ก้าวแรกยากที่สุดเสมอ เหมือนการปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศที่จรวดจะใช้เชื้อเพลิงมหาศาลในช่วงไม่กี่นาทีแรกที่ปล่อยตัว มากกว่าเชื้อเพลิงที่ใช้ตลอดระยะเวลาเดินทางที่เหลือเสียอีก ที่จรวดต้องใช้เชื้อเพลิงมหาศาล เพราะต้องเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อจรวดพ้นแรงโน้มถ่วงสำเร็จ มันจะแล่นต่อได้โดยใช้พลังงานที่ต่ำ

นิสัยเก่า ๆ ที่ไม่ดีของคุณก็เหมือนแรงโน้มถ่วง คุณต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อเอาชนะแรงเฉื่อยและก้าวไปข้างหน้า แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มขยับ มันจะไปต่อด้วยตัวมันเอง คุณจะหยุดไม่อยู่ คุณจะได้ผลลัพธ์ที่สูงขึ้น ทั้งที่ออกแรงน้อยลง

อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้นคลิปว่าคอนเซปต์หลักของหนังสือเล่มนี้มีเพียงเรื่องเดียวคือ “การทำอะไรสักอย่างที่ต่างจากเดิมเพียงเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ซึ่งผลลัพธ์สามารถออกมาได้เป็นทั้งด้านดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือกทำ” ผู้เขียนเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า พลังของผลลัพธ์ทวี หรือ Compound Effect หากใครเข้าใจแก่นนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าบรรลุจุดประสงค์ที่ผู้เขียนตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา

แต่การเข้าใจพลังของผลลัพธ์ทวีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ลงมือทำก็ไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชีวิตคุณได้ คุณต้องพร้อมที่จะถอนรากถอนโคนนิสัยเก่า ๆ ที่ไม่ดีของตัวคุณ พร้อมกับลงมือสร้างนิสัยใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งต้องอาศัยวินัย หากคุณไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเอง การอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรแก่ตัวคุณได้


แต่หากคุณพร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ หนังสือเล่มนี้มีวิธีการฝึกทำสิ่งต่าง ๆ จนเป็นนิสัย และยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จให้คุณได้มีกำลังใจ ใครสนใจลองหามาอ่านดูครับกับหนังสือ THE COMPOUND EFFECT สะสมนิสัยเล็กๆ สร้างความสำเร็จให้ทวีคูณ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บิงโก ราคา 230 บาท

สนใจหนังสือ The Compound Effect สะสมนิสัยเล็กๆ สร้างความสำเร็จให้ทวีคูณ

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/3VTFB2wN6U
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

Effortless คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก วิธีลงมือทำแบบง่ายดาย เหนื่อยน้อยลง แต่ผลลัพธ์มากขึ้น

หลายคนที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง พยายามสร้างความก้าวหน้าโดยการทำงานอย่างหนัก ช่วงแรกเราอาจพบว่าการทำงานหนักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ยิ่งพยายามมากก็ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มออกมาไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไป แม้จะพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราพอจะคิดออกคือพยายามให้มากขึ้นไปอีก ทำงานให้มากขึ้น เรื่องพักผ่อนช่างมันไปก่อน แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิดครับ...

Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยวุ่นวายใจเมื่อเห็นเวลาเดินเข้าใกล้เดดไลน์ไปเรื่อย ๆ แต่งานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่สามารถตั้งสมาธิให้จดจ่อกับงานได้ เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า แต่เทคนิคโพโมโดโรเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ การนำเทคนิคนี้มาใช้จะเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ได้ติดอาวุธที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จได้ ไอติมอ่าน...

error: Content is protected !!