Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล

Share

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยวุ่นวายใจเมื่อเห็นเวลาเดินเข้าใกล้เดดไลน์ไปเรื่อย ๆ แต่งานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่สามารถตั้งสมาธิให้จดจ่อกับงานได้ เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า แต่เทคนิคโพโมโดโรเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ การนำเทคนิคนี้มาใช้จะเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ได้ติดอาวุธที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จได้

ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล เขียนโดยฟรานเเซสโก ชิริลโล ซึ่งเขาเป็นคนคิดค้นเทคนิคโพโมโดโรขึ้นมาตอนสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยช่วงปี 1980 คุณฟรานแซสโกเป็นชาวอิตาลี และคำว่า Pomodoro แปลว่ามะเขือเทศในภาษาอิตาลีครับ

อธิบายคอนเซปต์ของเทคนิคโพโมโดโรให้เพื่อน ๆ เห็นภาพก่อนนะครับ เทคนิคนี้ใช้การจับเวลา 2 ช่วงครับ ช่วงแรกจับเวลา 25 นาที ช่วงนี้ใช้สำหรับลงมือทำงาน และอีกช่วงจับเวลา 5 นาที ช่วงนี้ใช้สำหรับพักอยู่เฉย ๆ รวมทั้งหมดจะกินเวลา 30 นาที เรียกว่า 1 โพโมโดโรครับ และเมื่อครบทุก ๆ 4 โพโมโดโร ให้หยุดพักประมาณ 15-30 นาทีครับ

เทคนิคนี้ต้องใช้อุปกรณ์สักเล็กน้อยครับ อย่างแรกคือนาฬิกาจับเวลา ของต้นฉบับของคุณฟรานแซสโกจะเป็นนาฬิกาทรงมะเขือเทศครับ แต่เราไม่จำเป็นต้องหาซื้อนาฬิกาแบบนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้มีแอปจับเวลาสำหรับทำโพโมโดโรให้โหลดมาใช้บนมือถือครับ หรือจะเปิดคลิปโพโมโดโรบนยูทูปก็ได้ คลิปพวกนี้มีดนตรีชิลล์ ๆ ให้เราฟังเพื่อสร้างสมาธิระหว่างทำโพโมโดโรด้วยครับ

อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างคือชีตสำหรับจดบันทึกอีก 3 ใบ ใบแรกคือชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ (To Do Today Sheet) เอาไว้เขียนตอนเริ่มวันว่าวันนี้มีอะไรต้องทำบ้าง ชีตนี้เป็นชีตหลักที่เราจะใช้ตลอดระหว่างทำโพโมโดโรครับ ชีตใบที่ 2 คือ ชีตคลังรายการกิจกรรม (Activity Inventory Sheet) เอาไว้จดชื่อกิจกรรมที่ได้รับระหว่างวัน และชีตใบสุดท้ายคือ ชีตบันทึกข้อมูล (Record Sheet) ซึ่งจะทำเมื่อหมดวัน โดยจะบันทึกจำนวนโพโมโดโรที่ใช้ไปครับ เพื่อเอามาพิจารณาประสิทธิภาพของการทำงานของตัวเรา


เริ่มต้นทำโพโมโดโร

สำหรับการเริ่มต้นทำโพโมโดโร ขั้นแรกให้หยิบชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ขึ้นมาดูครับ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้เลยว่าอยากทำงานไหนก่อน เมื่อเลือกงานที่จะทำได้แล้วให้ตั้งนาฬิกาโพโมโดโรไว้ 25 นาทีครับ โดยตลอดเวลา 25 นาทีนี้เราต้องมองเห็นนาฬิกานับเวลาถอยหลังได้ตลอด จากนั้นให้เพื่อน ๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่เลือกแล้ว เมื่อนาฬิกาดังเพราะหมดเวลา 25 นาทีแล้ว ให้เพื่อน ๆ วางมือจากงานที่กำลังทำทันที ถึงแม้จะคิดว่า “ถ้าทำต่ออีกไม่กี่นาทีงานก็จะเสร็จแล้ว” ก็ห้ามทำงานต่อครับ จากนั้นให้กาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงไปบนช่องด้านหลังงานที่เพิ่งทำไปที่อยู่ในชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ครับ

ต่อมาให้เพื่อน ๆ ตั้งนาฬิกาจับเวลาไว้ 5 นาที สำหรับเวลาพักครับ ช่วงเวลานี้ให้ตัดขาดจากงานที่เพิ่งทำไป เพื่อน ๆ จะใช้เวลานี้ลุกขึ้นไปเดินเล่น ไปยืดเส้นยืดสาย ไปดื่มน้ำ ไปเข้าห้องน้ำ หรือแวะไปตบมุกตลกกับเพื่อนในที่ทำงานก็ได้ แต่อย่าคุยเรื่องงาน อย่าตอบอีเมล หรืออย่าโทรศัพท์คุยงาน เพราะหากทำแบบนี้จะทำให้การทำโพโมโดโรครั้งต่อไปไม่มีประสิทธิภาพครับ

เมื่อพักครบ 5 นาทีแล้วก็ถึงเวลาสำหรับการทำโพโมโดโรครั้งต่อไป ให้เพื่อน ๆ ทำเหมือนเดิมเลยครับคือจับเวลา 25 นาที แล้วเลือกงานที่เหลืออยู่จากชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้มาทำ หรือหากงานในโพโมโดโรครั้งที่แล้วยังไม่เสร็จ ให้เพื่อน ๆ ทำงานนั้นต่อในโพโมโดโรนี้ ทำแบบนี้โพโมโดโรแล้วโพโมโดโรเล่า จนงานนั้นเสร็จแล้วค่อยขีดฆ่างานนั้นบนชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ครับ

กฏของโพโมโดโรคือต้องเป็นจำนวนเต็มเช่น 1, 2 หรือ 3 โพโมโดโรเท่านั้น ไม่มีครึ่งโพโมโดโรนะครับ หากเพื่อน ๆ ทำงานเสร็จก่อนที่เวลาจะหมด ให้ใช้เวลาที่เหลือไปกับการทบทวนเพื่อให้งานไม่มีข้อผิดพลาด หรือหากเพื่อน ๆ ทำงานเสร็จโดยที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่ 5 นาที และเห็นว่าการทบทวนไม่คุ้มค่ากับเวลา กรณีนี้มีข้อยกเว้นคือไม่ต้องนับโพโมโดโรนั้นครับ ให้หางานชิ้นอื่นและเริ่มโพโมโดโรใหม่ได้เลย

อย่าลืมนะครับ เมื่อครบทุก ๆ 4 โพโมโดโร ให้หยุดพักประมาณ 15-30 นาทีครับ


การจัดการกับสิ่งรบกวน

แม้หนึ่งโพโมโดโรจะมีเวลาแค่ 25 นาที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำงานไปได้ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่มีสิ่งรบกวน ผู้เขียนได้แบ่งสิ่งรบกวนออกเป็น 2 ประเภท คือ สิ่งรบกวนภายใน และสิ่งรบกวนภายนอก สำหรับสิ่งรบกวนภายในก็อย่างเช่น ความรู้สึกอยากลุกไปหาอะไรกิน อยากคุยโทรศัพท์ อยากเล่นโซเชียลมีเดีย สิ่งรบกวนภายในมักเกิดขึ้นตอนที่เรามีสมาธิต่ำ เมื่อมันเกิดขึ้นให้เพื่อน ๆ เขียนเครื่องหมายอะพอสทรอฟี (‘) ไปบนชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ พร้อมกับจดสิ่งนั้นลงในชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ โดยแยกเป็นหัวข้อ “งานที่ไม่ได้วางแผน” และกลับไปลุยงานต่อครับ

ในหนึ่งโพโมโดโร เราอาจเจอสิ่งรบกวนได้หลายครั้ง ดังนั้นเราควรใช้เวลาน้อยที่สุดแค่ไม่กี่วินาทีในการจัดการกับมัน และต้องเขียนเครื่องหมายอะพอสทรอฟีทุกครั้ง จากตัวอย่างที่ผมขึ้นบนจอให้เพื่อน ๆ เห็นอาจดูตลก แต่หลายครั้งเรามักเผลอคิดถึงอะไรสนุก ๆ อย่าง อยากสั่งพิซซ่า อยากกินอาหารจีน อยากไปเลือกจักรยานที่ร้าน อยากไปคอนเสิร์ต อยากจัดลิ้นชักโต๊ะ หรืออยากเหลาดินสอ

พอจบโพโมโดโรหนึ่งแล้ว เราค่อยมาคิดว่าจะจัดการกับสิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นยังไงดี บางอย่างอาจย้ายไปจดไว้ในคลังรายการกิจกรรมแทน และเขียนวันที่ที่จะทำกำกับไว้ เช่น ค่อยไปเลือกจักรยานที่ร้านในวันเสาร์นี้ บางอย่างอาจเอาไว้ทำช่วงพักยาว 15-30 นาทีได้ เช่น เสิร์ชหางานคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า บางอย่างอาจลบทิ้งไปได้เลย เช่น เราจะอยากกินทั้งพิซซ่าและอาหารจีนพร้อมกันจริงหรือ คงต้องเลือกอย่างหนึ่ง แล้วลบอย่างหนึ่งทิ้งไป หรือบางอย่างอาจนำมาทำในโพโมโดโรถัดไปได้เลย ถ้าทำเสร็จแล้วให้ทำเครื่องหมายกากบาทไว้ด้านหลังงานที่เสร็จด้วย

ต่อไปมาพูดถึงสิ่งรบกวนภายนอกกันครับ คนที่ทำงานกับคนหมู่มากมักจะถูกรบกวนโดยเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วยกันเงียบ ๆ จู่ ๆ อาจเอ่ยชวนเราไปดูหนัง แม้เราจะจัดการกับสิ่งรบกวนภายในได้ แต่ก็มีความท้าทายอย่างสิ่งรบกวนภายนอกรอให้เราจัดการครับ

ความแตกต่างระหว่างสิ่งรบกวนภายในกับสิ่งรบกวนภายนอกคือ สิ่งรบกวนภายนอกเราต้องสื่อสารกับคนอื่น แต่วิธีจัดการกับสิ่งรบกวนทั้งสองอย่างนี้เหมือนกันเลยครับ โดยเมื่อมีสิ่งรบกวนจากภายนอก เช่น เพื่อนร่วมงานขอให้ทำรายงานสรุปการประชุม หรือมีสายด่วนโทรเข้ามา สิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องทำมีอยู่ 2 ขั้นตอนครับ คือ

1. ทำให้สิ่งรบกวนเหล่านั้นเห็นได้ชัดเจน โดยทุกครั้งที่เกิดสิ่งรบกวนภายนอก ให้เขียนเครื่องหมายแดช (Dash: -) ลงในชีตสิ่งที่ต้องทำใันวันนี้

2. ตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับสิ่งรบกวนนั้น ระหว่างจดมันเพิ่มลงไปในชีตสิ่งที่ต้องทำวันนี้ ใต้หัวข้องานที่ไม่ได้วางแผน หรือจดใส่ชีตคลังรายการกิจกรรม พร้อมเขียนเดดไลน์กำกับไว้


ทำชีตบันทึกข้อมูล

เมื่อสิ้นสุดวันก็ถึงเวลาทำชีตบันทึกข้อมูล โดยเราจะนำข้อมูลจากชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้มาบันทึก เพื่อติดตามและสังเกตว่าแต่ละงานเราใช้ไปกี่โพโมโดโร ในหนึ่งวันเราทำได้ทั้งหมดกี่โพโมโดโร ในชีตบันทึกข้อมูลจะมีข้อมูล เช่น วันที่ ชื่องาน จำนวนโพโมโดโรที่ใช้ และหมายเหตุ โดยให้ทำชีตบันทึกข้อมูลอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งครับ

เมื่อเราใช้โพโมโดโรและทำชีตบันทึกข้อมูลไปได้สักระยะ เราจะเริ่มรู้พลังงานของตัวเองแล้วว่า งานประเภทไหนใช้เวลาทำกี่โพโมโดโร ครั้งต่อไปที่ได้งานในลักษณะคล้าย ๆ กันมา เราก็จะสามารถประเมินได้ว่างานนั้นจะเสร็จเมื่อไหร่ ทำให้วางแผนจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองครับ

จริง ๆ แล้วเทคนิคโพโมโดโรไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร และไม่ใช่เทคนิคที่ซับซ้อนเลย เพื่อน ๆ สามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนและการทำงานของเพื่อน ๆ ได้ นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้ยังแนะนำวิธีการทำเทคนิคโพโมโดโรไปปรับใช้กับทีมอีกด้วย เพื่อน ๆ คนไหนที่เป็นหัวหน้าทีม และกำลังต้องการปรับปรุงวิธีทำงานของทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถหาซื้อมาอ่านได้ครับกับหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล เขียนโดยฟรานเเซสโก ชิริลโล ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์เชนจ์พลัส ราคา 195 บาท

สนใจหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคการเคลียร์งาน 25 นาทีจบ

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/8UwQXO35D6
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

Effortless คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก วิธีลงมือทำแบบง่ายดาย เหนื่อยน้อยลง แต่ผลลัพธ์มากขึ้น

หลายคนที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง พยายามสร้างความก้าวหน้าโดยการทำงานอย่างหนัก ช่วงแรกเราอาจพบว่าการทำงานหนักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ยิ่งพยายามมากก็ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มออกมาไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไป แม้จะพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราพอจะคิดออกคือพยายามให้มากขึ้นไปอีก ทำงานให้มากขึ้น เรื่องพักผ่อนช่างมันไปก่อน แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิดครับ...

วิชาคนตัวเล็ก บทเรียนการทำงานกว่า 20 ปี ของผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ฮาวทูอันดับ 1 ในไทย

การได้อ่านหรือได้ฟังประสบการณ์ของคนอื่น ถือเป็นทางลัดที่ทำให้เราได้เรียนรู้โดยไม่ต้องลงมือทำเอง ทั้งเรื่องราวที่พวกเขาประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนมีประโยชน์ต่อเราทั้งนั้น เพื่อน ๆ ที่ชอบอ่านหนังสือแนวฮาวทูน่าจะคุ้นตากับสำนักพิมพ์วีเลิร์น สำนักพิมพ์แถวหน้าของเมืองไทยที่ผลิตหนังสือแนวฮาวทูคุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือวิชาคนตัวเล็ก...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!