ไอติมอ่าน

Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล

Share

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยวุ่นวายใจเมื่อเห็นเวลาเดินเข้าใกล้เดดไลน์ไปเรื่อย ๆ แต่งานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่สามารถตั้งสมาธิให้จดจ่อกับงานได้ เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า แต่เทคนิคโพโมโดโรเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ การนำเทคนิคนี้มาใช้จะเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ได้ติดอาวุธที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จได้

ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล เขียนโดยฟรานเเซสโก ชิริลโล ซึ่งเขาเป็นคนคิดค้นเทคนิคโพโมโดโรขึ้นมาตอนสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยช่วงปี 1980 คุณฟรานแซสโกเป็นชาวอิตาลี และคำว่า Pomodoro แปลว่ามะเขือเทศในภาษาอิตาลีครับ

อธิบายคอนเซปต์ของเทคนิคโพโมโดโรให้เพื่อน ๆ เห็นภาพก่อนนะครับ เทคนิคนี้ใช้การจับเวลา 2 ช่วงครับ ช่วงแรกจับเวลา 25 นาที ช่วงนี้ใช้สำหรับลงมือทำงาน และอีกช่วงจับเวลา 5 นาที ช่วงนี้ใช้สำหรับพักอยู่เฉย ๆ รวมทั้งหมดจะกินเวลา 30 นาที เรียกว่า 1 โพโมโดโรครับ และเมื่อครบทุก ๆ 4 โพโมโดโร ให้หยุดพักประมาณ 15-30 นาทีครับ

เทคนิคนี้ต้องใช้อุปกรณ์สักเล็กน้อยครับ อย่างแรกคือนาฬิกาจับเวลา ของต้นฉบับของคุณฟรานแซสโกจะเป็นนาฬิกาทรงมะเขือเทศครับ แต่เราไม่จำเป็นต้องหาซื้อนาฬิกาแบบนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้มีแอปจับเวลาสำหรับทำโพโมโดโรให้โหลดมาใช้บนมือถือครับ หรือจะเปิดคลิปโพโมโดโรบนยูทูปก็ได้ คลิปพวกนี้มีดนตรีชิลล์ ๆ ให้เราฟังเพื่อสร้างสมาธิระหว่างทำโพโมโดโรด้วยครับ

อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างคือชีตสำหรับจดบันทึกอีก 3 ใบ ใบแรกคือชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ (To Do Today Sheet) เอาไว้เขียนตอนเริ่มวันว่าวันนี้มีอะไรต้องทำบ้าง ชีตนี้เป็นชีตหลักที่เราจะใช้ตลอดระหว่างทำโพโมโดโรครับ ชีตใบที่ 2 คือ ชีตคลังรายการกิจกรรม (Activity Inventory Sheet) เอาไว้จดชื่อกิจกรรมที่ได้รับระหว่างวัน และชีตใบสุดท้ายคือ ชีตบันทึกข้อมูล (Record Sheet) ซึ่งจะทำเมื่อหมดวัน โดยจะบันทึกจำนวนโพโมโดโรที่ใช้ไปครับ เพื่อเอามาพิจารณาประสิทธิภาพของการทำงานของตัวเรา


เริ่มต้นทำโพโมโดโร

สำหรับการเริ่มต้นทำโพโมโดโร ขั้นแรกให้หยิบชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ขึ้นมาดูครับ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้เลยว่าอยากทำงานไหนก่อน เมื่อเลือกงานที่จะทำได้แล้วให้ตั้งนาฬิกาโพโมโดโรไว้ 25 นาทีครับ โดยตลอดเวลา 25 นาทีนี้เราต้องมองเห็นนาฬิกานับเวลาถอยหลังได้ตลอด จากนั้นให้เพื่อน ๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่เลือกแล้ว เมื่อนาฬิกาดังเพราะหมดเวลา 25 นาทีแล้ว ให้เพื่อน ๆ วางมือจากงานที่กำลังทำทันที ถึงแม้จะคิดว่า “ถ้าทำต่ออีกไม่กี่นาทีงานก็จะเสร็จแล้ว” ก็ห้ามทำงานต่อครับ จากนั้นให้กาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงไปบนช่องด้านหลังงานที่เพิ่งทำไปที่อยู่ในชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ครับ

ต่อมาให้เพื่อน ๆ ตั้งนาฬิกาจับเวลาไว้ 5 นาที สำหรับเวลาพักครับ ช่วงเวลานี้ให้ตัดขาดจากงานที่เพิ่งทำไป เพื่อน ๆ จะใช้เวลานี้ลุกขึ้นไปเดินเล่น ไปยืดเส้นยืดสาย ไปดื่มน้ำ ไปเข้าห้องน้ำ หรือแวะไปตบมุกตลกกับเพื่อนในที่ทำงานก็ได้ แต่อย่าคุยเรื่องงาน อย่าตอบอีเมล หรืออย่าโทรศัพท์คุยงาน เพราะหากทำแบบนี้จะทำให้การทำโพโมโดโรครั้งต่อไปไม่มีประสิทธิภาพครับ

เมื่อพักครบ 5 นาทีแล้วก็ถึงเวลาสำหรับการทำโพโมโดโรครั้งต่อไป ให้เพื่อน ๆ ทำเหมือนเดิมเลยครับคือจับเวลา 25 นาที แล้วเลือกงานที่เหลืออยู่จากชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้มาทำ หรือหากงานในโพโมโดโรครั้งที่แล้วยังไม่เสร็จ ให้เพื่อน ๆ ทำงานนั้นต่อในโพโมโดโรนี้ ทำแบบนี้โพโมโดโรแล้วโพโมโดโรเล่า จนงานนั้นเสร็จแล้วค่อยขีดฆ่างานนั้นบนชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ครับ

กฏของโพโมโดโรคือต้องเป็นจำนวนเต็มเช่น 1, 2 หรือ 3 โพโมโดโรเท่านั้น ไม่มีครึ่งโพโมโดโรนะครับ หากเพื่อน ๆ ทำงานเสร็จก่อนที่เวลาจะหมด ให้ใช้เวลาที่เหลือไปกับการทบทวนเพื่อให้งานไม่มีข้อผิดพลาด หรือหากเพื่อน ๆ ทำงานเสร็จโดยที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่ 5 นาที และเห็นว่าการทบทวนไม่คุ้มค่ากับเวลา กรณีนี้มีข้อยกเว้นคือไม่ต้องนับโพโมโดโรนั้นครับ ให้หางานชิ้นอื่นและเริ่มโพโมโดโรใหม่ได้เลย

อย่าลืมนะครับ เมื่อครบทุก ๆ 4 โพโมโดโร ให้หยุดพักประมาณ 15-30 นาทีครับ


การจัดการกับสิ่งรบกวน

แม้หนึ่งโพโมโดโรจะมีเวลาแค่ 25 นาที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำงานไปได้ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่มีสิ่งรบกวน ผู้เขียนได้แบ่งสิ่งรบกวนออกเป็น 2 ประเภท คือ สิ่งรบกวนภายใน และสิ่งรบกวนภายนอก สำหรับสิ่งรบกวนภายในก็อย่างเช่น ความรู้สึกอยากลุกไปหาอะไรกิน อยากคุยโทรศัพท์ อยากเล่นโซเชียลมีเดีย สิ่งรบกวนภายในมักเกิดขึ้นตอนที่เรามีสมาธิต่ำ เมื่อมันเกิดขึ้นให้เพื่อน ๆ เขียนเครื่องหมายอะพอสทรอฟี (‘) ไปบนชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ พร้อมกับจดสิ่งนั้นลงในชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ โดยแยกเป็นหัวข้อ “งานที่ไม่ได้วางแผน” และกลับไปลุยงานต่อครับ

ในหนึ่งโพโมโดโร เราอาจเจอสิ่งรบกวนได้หลายครั้ง ดังนั้นเราควรใช้เวลาน้อยที่สุดแค่ไม่กี่วินาทีในการจัดการกับมัน และต้องเขียนเครื่องหมายอะพอสทรอฟีทุกครั้ง จากตัวอย่างที่ผมขึ้นบนจอให้เพื่อน ๆ เห็นอาจดูตลก แต่หลายครั้งเรามักเผลอคิดถึงอะไรสนุก ๆ อย่าง อยากสั่งพิซซ่า อยากกินอาหารจีน อยากไปเลือกจักรยานที่ร้าน อยากไปคอนเสิร์ต อยากจัดลิ้นชักโต๊ะ หรืออยากเหลาดินสอ

พอจบโพโมโดโรหนึ่งแล้ว เราค่อยมาคิดว่าจะจัดการกับสิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นยังไงดี บางอย่างอาจย้ายไปจดไว้ในคลังรายการกิจกรรมแทน และเขียนวันที่ที่จะทำกำกับไว้ เช่น ค่อยไปเลือกจักรยานที่ร้านในวันเสาร์นี้ บางอย่างอาจเอาไว้ทำช่วงพักยาว 15-30 นาทีได้ เช่น เสิร์ชหางานคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า บางอย่างอาจลบทิ้งไปได้เลย เช่น เราจะอยากกินทั้งพิซซ่าและอาหารจีนพร้อมกันจริงหรือ คงต้องเลือกอย่างหนึ่ง แล้วลบอย่างหนึ่งทิ้งไป หรือบางอย่างอาจนำมาทำในโพโมโดโรถัดไปได้เลย ถ้าทำเสร็จแล้วให้ทำเครื่องหมายกากบาทไว้ด้านหลังงานที่เสร็จด้วย

ต่อไปมาพูดถึงสิ่งรบกวนภายนอกกันครับ คนที่ทำงานกับคนหมู่มากมักจะถูกรบกวนโดยเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วยกันเงียบ ๆ จู่ ๆ อาจเอ่ยชวนเราไปดูหนัง แม้เราจะจัดการกับสิ่งรบกวนภายในได้ แต่ก็มีความท้าทายอย่างสิ่งรบกวนภายนอกรอให้เราจัดการครับ

ความแตกต่างระหว่างสิ่งรบกวนภายในกับสิ่งรบกวนภายนอกคือ สิ่งรบกวนภายนอกเราต้องสื่อสารกับคนอื่น แต่วิธีจัดการกับสิ่งรบกวนทั้งสองอย่างนี้เหมือนกันเลยครับ โดยเมื่อมีสิ่งรบกวนจากภายนอก เช่น เพื่อนร่วมงานขอให้ทำรายงานสรุปการประชุม หรือมีสายด่วนโทรเข้ามา สิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องทำมีอยู่ 2 ขั้นตอนครับ คือ

1. ทำให้สิ่งรบกวนเหล่านั้นเห็นได้ชัดเจน โดยทุกครั้งที่เกิดสิ่งรบกวนภายนอก ให้เขียนเครื่องหมายแดช (Dash: -) ลงในชีตสิ่งที่ต้องทำใันวันนี้

2. ตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับสิ่งรบกวนนั้น ระหว่างจดมันเพิ่มลงไปในชีตสิ่งที่ต้องทำวันนี้ ใต้หัวข้องานที่ไม่ได้วางแผน หรือจดใส่ชีตคลังรายการกิจกรรม พร้อมเขียนเดดไลน์กำกับไว้


ทำชีตบันทึกข้อมูล

เมื่อสิ้นสุดวันก็ถึงเวลาทำชีตบันทึกข้อมูล โดยเราจะนำข้อมูลจากชีตสิ่งที่ต้องทำในวันนี้มาบันทึก เพื่อติดตามและสังเกตว่าแต่ละงานเราใช้ไปกี่โพโมโดโร ในหนึ่งวันเราทำได้ทั้งหมดกี่โพโมโดโร ในชีตบันทึกข้อมูลจะมีข้อมูล เช่น วันที่ ชื่องาน จำนวนโพโมโดโรที่ใช้ และหมายเหตุ โดยให้ทำชีตบันทึกข้อมูลอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งครับ

เมื่อเราใช้โพโมโดโรและทำชีตบันทึกข้อมูลไปได้สักระยะ เราจะเริ่มรู้พลังงานของตัวเองแล้วว่า งานประเภทไหนใช้เวลาทำกี่โพโมโดโร ครั้งต่อไปที่ได้งานในลักษณะคล้าย ๆ กันมา เราก็จะสามารถประเมินได้ว่างานนั้นจะเสร็จเมื่อไหร่ ทำให้วางแผนจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองครับ

จริง ๆ แล้วเทคนิคโพโมโดโรไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร และไม่ใช่เทคนิคที่ซับซ้อนเลย เพื่อน ๆ สามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนและการทำงานของเพื่อน ๆ ได้ นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้ยังแนะนำวิธีการทำเทคนิคโพโมโดโรไปปรับใช้กับทีมอีกด้วย เพื่อน ๆ คนไหนที่เป็นหัวหน้าทีม และกำลังต้องการปรับปรุงวิธีทำงานของทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถหาซื้อมาอ่านได้ครับกับหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล เขียนโดยฟรานเเซสโก ชิริลโล ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์เชนจ์พลัส ราคา 195 บาท

สนใจหนังสือ The Pomodoro Technique เทคนิคการเคลียร์งาน 25 นาทีจบ

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/8UwQXO35D6
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

จากบ้านช่างเซรามิค สู่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ “อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน)...

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

Related Articles

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

error: Content is protected !!