ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ
ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ
หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million Dollar Weekend สุดสัปดาห์ ล่าเงินล้าน เขียนโดยโนอาห์ เคแกน (Noah Kagan) ผู้ก่อตั้ง AppSumo เว็บไซต์ขายดีลซอฟต์แวร์ลดราคาที่ทำเงินได้ปีละกว่า 65 ล้านดอลลาร์ โนอาห์ใช้เวลาในวันหยุด 48 ชั่วโมง ในการคิดไอเดียธุรกิจ เขาทำแบบนี้มาหลายครั้งจนเชี่ยวชาญ ปั้นธุรกิจหลักล้านมาแล้ว 7 ครั้ง ผมสรุปวิธีที่เขาเขียนไว้ในหนังสือมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังครับ
โนอาห์ เคแกนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ตอนอายุ 24 ปี เขาได้ทำงานใน Facebook ซึ่งตอนนั้นเป็นแค่บริษัทเล็ก ๆ เขาเป็นพนักงานคนที่ 30 ของที่นั่น รอบตัวเขามีแต่คนเก่ง ๆ เต็มไปหมด แต่ทำงานที่นั่นได้แค่ 9 เดือน เขาก็ถูกไล่ออก เพราะถูกมองว่าเป็นตัวถ่วงของบริษัทครับ
หลังจากนั้นโนอาห์จมอยู่กับความเจ็บปวดอยู่นาน พอสภาพจิตใจกลับมาตั้งหลังได้ เขาทักไปขอร่วมงานกับเพื่อนที่เพิ่งก่อตั้งสตาร์ตอัพชื่อ MyMint ซึ่งเป็นแอปจัดการการเงินส่วนบุคคล เขาขอรับหน้าที่ดูแลด้านการตลาด คิดแคมเปญโปรโมทแอป จนมีผู้ใช้งานถึงล้านคนได้ในเวลาไม่นาน หลังจากเปิดตัวได้เพียงสองปีก็มีบริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังของอเมริกามาเข้าซื้อกิจการ MyMint ในราคา 170 ล้านดอลลาร์ โนอาห์ได้ส่วนแบ่งมา 1.7 ล้านดอลลาร์ แล้วเขาก็ออกมาทำธุรกิจที่เป็นของตัวเองครับ
โนอาห์เป็นคนชอบทดลองไอเดียใหม่ ๆ เขาลองทำมาแล้วมากมาย แต่ธุรกิจที่ทำเงินให้โนอาห์มากที่สุดคือ AppSumo ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายดีลซอฟต์แวร์ราคาถูก ปัจจุบันมีรายได้ทะลุ 65 ล้านดอลลาร์ต่อปีแล้วครับ ในหนังสือเล่มนี้โนอาห์จะมาสอนวิธีสร้างธุรกิจมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์แบบจับมือทำ เขาเคยสอนวิธีนี้ให้คนกลุ่มเล็ก ๆ จนสร้างธุรกิจ 1 ล้านดอลลาร์สำเร็จมาหลายคนแล้วครับ
ทำไมคนถึงไม่เริ่ม และจะเอาชนะมันได้อย่างไร
โนอาห์บอกว่ามีหลายคนเลยที่มาเล่าความฝันเกี่ยวกับธุรกิจให้เขาฟัง แต่ไม่มีใครเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจในฝันให้เกิดขึ้นมาจริง ๆ นั่นทำให้โนอาห์รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของคนอยากทำธุรกิจ ไม่ใช่พวกเขาไม่รู้จะทำอะไร แต่คือพวกเขาไม่เคยเริ่มลงมือทำเลยต่างหาก
เวลาคนเราตัดสินใจจะทำธุรกิจ สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่จะทำคือการเรียนรู้เพิ่มเติม อ่านหนังสือ เข้าอบรม ไปถามผู้รู้ แล้วค่อยลงมือทำหลังจากคิดละเอียดครบถ้วนดีแล้ว วิธีนี้ดูเหมือนเป็นวิธีที่ฉลาดรอบคอบ แต่โนอาห์บอกว่าคนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ๆ จะทำตรงกันข้าม พวกเขาจะลงมือทำก่อน ดูผลตอบรับ และเรียนรู้จากสิ่งนั้นครับ
การนั่งคิดวิเคราะห์ก่อนลงมือทำเป็นเพียงการคาดคะแนนเท่านั้น เราไม่มีทางเข้าใจอะไรบางอย่างแบบแท้จริง จนกว่าจะได้ทำมัน แทนที่จะวางแผนให้รอบคอบจนมั่นใจเต็มร้อย โนอาห์แนะนำให้ลองมือทำเลยตอนนี้ วิธีการเอาไว้ก่อน แล้วค่อยมาปรับวิธีการลงมือทำ หลังจากได้ผลตอบรับจากประสบการณ์จริง วิธีนี้ทำให้การลงมือทำของเราเฉียบคมขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ตัวเลขแห่งอิสระภาพที่ทำให้เราโบยบิน
โนอาห์บอกว่าเขาไม่เคยมีภาพฝันว่าอยากจะเป็นมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ ความฝันของเขาคือการมีอิสระภาพ ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ และสิ่งนั้นทำเงินให้เขาเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
หลายคนอยากมีอิสระภาพ ไม่อยากทนทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ การจะทำความฝันนี้ให้เป็นจริงขึ้นได้ เราต้องตั้งตัวเลขแห่งอิสระภาพขึ้นมาก่อนครับ ตัวเลขที่ว่านี้คือรายได้ต่อเดือนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือนของเรา
โนอาห์ยกตัวอย่างตัวเอง ตอนอายุ 25 ปี เขาตั้งตัวเลขแห่งอิสระภาพไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยตัวเลขนั้นเพียงพอสำหรับจ่ายค่าบ้าน 1,000 ดอลลาร์ ค่าอาหารและค่าเดินทาง 1,000 ดอลลาร์ และอีก 1,000 ดอลลาร์สำหรับนำไปลงทุนครับ
ตัวเลขแห่งอิสระภาพช่วยสร้างแรงผลักดันให้เราอย่างต่อเนื่อง มันเป็นตัวเลขที่ทำได้จริง มากกว่าความฝันว่าอยากมีทรัพย์สินให้ได้ 20 ล้านก่อนอายุ 40 ปี ซึ่งฟังดูไกลตัว และเป็นไปได้ยากในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้เราผัดวันประกันพรุ่งไว้ลงมือทำในวันหลังครับ
นอกจากนี้ตัวเลขแห่งอิสระภาพยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ในเวลาที่เราไขว้เขวไปกับทฤษฎีที่ซับซ้อน มันย้ำเราว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่ทำเงินให้ถึงตัวเลขแห่งอิสระภาพที่ตั้งเอาไว้ก็พอ
ประโยชน์อันไร้ขีดจำกัดของการขอ
หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือการขอครับ ไม่ว่าจะเป็นการขอให้ลูกค้าซื้อ การขอเงินจากนักลงทุน การขอส่วนลดจากคู่ค้า ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยการขอทั้งหมด ถ้าอายเกินกว่าจะเอ่ยปากขออะไรสักอย่าง ธุรกิจก็ไม่สามารถจะเริ่มต้นได้ แล้วทุกอย่างก็จะจบลงแค่ตรงนั้นครับ
โนอาห์เล่าถึงพ่อของตัวเองครับ พ่อของเขาเป็นผู้อพยพชาวอิสราเอล มาสร้างครอบครัวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทำงานเป็นคนขายเครื่องถ่ายเอกสาร ที่จะตระเวนไปเคาะประตูร้านค้าหรือออฟฟิศเล็ก ๆ แล้วขายเครื่องถ่ายเอกสารให้เจ้าของร้านแบบตรง ๆ ซื่อ ๆ
ตอนโนอาห์เป็นเด็ก เขาเคยตามพ่อไปขายเครื่องถ่ายเอกสารด้วย เพราะเทคนิคการขายที่ไม่มีลูกเล่นอะไร ลูกค้าส่วนมากที่พ่อของโนอาห์เข้าไปหาล้วนปฏิเสธไม่สนใจซื้อ แต่พ่อของเขาก็พยายามไปขายร้านอื่น ถูกปฏิเสธวันหนึ่งนับครั้งไม่ถ้วน โนอาห์รู้สึกขายหน้าแทนพ่อครับ
วันหนึ่งพ่อของเขาขายเครื่องถ่ายเอกสารได้ถึง 2 เครื่องในวันเดียว พ่อดีใจมาก และชวนโนอาห์ไปกินของอร่อย ๆ แต่โนอาห์ไม่มีท่าทีดีใจตามไปด้วยเลย พ่อถามว่าทำไม แล้วโนอาห์ก็พูดว่า พ่อทนฟังคำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปได้ยังไงทุกวัน ไม่ท้อ เหนื่อย หรือขายหน้าบ้างเหรอ?
คำตอบของพ่อในวันนั้น โนอาห์จำมาจนถึงทุกวันนี้ครับ พ่อตอบเขาว่า ในบรรดาคำปฏิเสธที่พูดว่า “ไม่” มักจะมีคำตอบตกลงว่า “ได้” ปนอยู่เสมอ การเอ่ยปากขอไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว ข้อเสียอย่างเดียวของการขอคือแค่โดนปฏิเสธเท่านั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ขณะที่ข้อดีคือการขายของได้ และช่วยพาเราไปยังเป้าหมายที่เราต้องการ การขอไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไร แค่ขอไปเถอะ เพราะการขอมีพลังอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว
คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเอ่ยปากขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พวกเขาใช้วิธีบอกใบ้เป็นนัย ๆ หรืออธิษฐานหวังให้มันเกิดขึ้น แต่ในโลกธุรกิจ การขอคือนิสัยพื้นฐานของผู้ประกอบการครับ การขอคือวิธีเดียวที่ทำให้เราได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้าไม่ขอก็ไม่ได้ สัจธรรมง่าย ๆ แค่นี้เลยครับ
โนอาห์บอกให้เราโอบรับความกลัว การกลัวว่าจะถูกตัดสิน การกลัวว่าจะดูโง่ตอนถูกปฏิเสธ สิ่งเหล่านี้จำกัดศักยภาพของเราครับ ให้ทิ้งความกลัวเหล่านี้ แล้วก้าวไปหาความไม่แน่นอน ให้กล้าเอ่ยปากขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการแบบไม่ต้องกลัวคำปฏิเสธ
วิธีค้นหาไอเดียธุรกิจเงินล้าน
โนอาห์บอกว่าการสร้างธุรกิจโดยไม่คำนึงว่าลูกค้าต้องการซื้อหรือไม่ นั่นคือทางเดินสู่หายนะครับ ลูกค้าไม่ได้สนใจว่าไอเดียของเราจะดีเยี่ยมแค่ไหน ลูกค้าสนใจแค่ว่าเราช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้หรือเปล่า อย่าเพิ่งนำไอเดียอะไรก็ตามไปทำธุรกิจ ถ้ายังไม่มั่นใจ 100% ว่ามันคือทางแก้ปัญหาที่ลูกค้าพร้อมจะจ่ายเงินซื้อ
วิธีสร้างธุรกิจในแบบของโนอาห์คือใช้หลักการ ลูกค้ามาก่อนเสมอ เพื่อจำกัดตลาดที่ต้องการจะเข้าไปทำ จากนั้นคิดหาไอเดียใหม่ ๆ แล้วเลือกไอเดียที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จไปขายให้คนกลุ่มเล็ก ๆ โดยยังไม่ต้องสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจริง ๆ เพื่อทดสอบว่าไอเดียนั้นคือสิ่งที่ผู้คนต้องการ และยอมจ่ายเงินให้เราหรือเปล่า ถ้าไอเดียนั้นคนยังไม่ซื้อ ให้กลับไปทำซ้ำแบบเดิมเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอไอเดียที่ใช่ วิธีนี้เรายังไม่เสียเงินลงทุนอะไรเลยครับ
โนอาห์บอกว่าผู้ประกอบการที่ยอดเยี่ยมมักไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ พวกเขามักจะคิดว่าสิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้นได้ยังไง ความลำบากที่เราเจอ คนอื่นก็เจอเหมือนเราครับ และนี่ก็อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจ ไอเดียที่ดีมาจากการเป็นนักมองปัญหา ลองมองดูว่ารอบตัวเรามีอะไรน่ารำคาญบ้าง โนอาห์แชร์สิ่งที่รบกวนชีวิตของเขาเอาไว้ดังนี้ครับ
- อะไรคืออาหารเช้าที่ทำง่าย ดีต่อสุขภาพ และมีคาเฟอีน
- จะหาคนทำความสะอาดบ้านที่น่าเชื่อถือได้จากไหน
- จะพาแฟนไปดินเนอร์ที่ไหนดี
- จะเอาเงินที่หาได้เพิ่มไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรดี
สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่เขาเจอในชีวิต และมันก็มีทางทำให้ดีขึ้นได้มากมายนับไม่ถ้วน ในโลกออนไลน์มีหลายคนยอมจ่ายเงินให้ใครก็ตามที่ช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ พวกเขามักเอาปัญหาที่ตัวเองมีไปค้นหาใน Google และ Google ก็มีเครื่องมือที่ให้เราเข้าไปส่องได้ครับ ว่าตอนนี้คนบนโลกออนไลน์กำลังค้นหาอะไรกันอยู่ เครื่องมือนั้นคือ Google Trend ครับ
วิธีปั้นไอเดียให้กลายเป็นเงินล้าน
เมื่อได้ไอเดียแล้วโนอาห์จะเอาไอเดียนั้นไปค้นหาใน Google Trend เพื่อดูว่าไอเดียนั้นมีโอกาสกลายเป็นธุรกิจเงินล้านหรือไม่ ตลาดนั้นกำลังเติบโตหรือใกล้ตาย เขายกตัวอย่างไอเดียขายน้ำมันบำรุงหนวด เขาจะใช้คีย์เวิร์ดว่า หนวด และ การดูแลหนวด ค้นหาใน Google Trend แล้วจะได้ออกมาเป็นกราฟที่แสดงความนิยมของคีย์เวิร์ดนั้น ไอเดียที่ดีสำหรับเอาไปทำเป็นธุรกิจ กราฟที่แสดงออกมาต้องสูงขึ้นไปทางขวาครับ
อีกเครื่องมือหนึ่งที่โนอาห์ใช้คือ Facebook Ads Library ที่เอาไว้ใช้หาว่ามีกี่คนบนเฟซบุ๊คที่สนใจเรื่องนั้น โนอาห์ค้นหาคำว่าหนวด และพบว่าคนอเมริกาสนใจเรื่องนี้ 16-19 ล้านคน เมื่อเจาะจงลงไปเป็นคำว่าน้ำมันใส่หนวด มีคนสนใจประมาณ 2.5 ล้านคน เครื่องมือนี้สามารถเจาะจงค้นหากลุ่มเป้าหมายให้แคบลงได้ เช่น คนกรุงเทพที่สนใจน้ำมันบำรุงหนวด
หลังจากพอรู้จำนวนคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าคร่าว ๆ แล้ว ให้กำหนดราคาที่เพื่อน ๆ คิดว่าเหมาะสม แล้วเอาไปคูณกับจำนวนลูกค้า ถ้าผลลัพธ์ออกมาอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ หรือ 30 ล้านบาทก็ถือว่าไอเดียนั้นใช้ได้ครับ
ลองดูตัวอย่างน้ำมันบำรุงหนวดของโนอาห์กัน
Google Trend: กราฟคงที่ มีการเติบโตบ้าง
ขนาดของตลาด: 2.5 ล้านคน
ราคาสินค้า: 50 ดอลลาร์
มูลค่าทั้งหมด: (2,500,000 x 50) 125 ล้านดอลลาร์
ไอเดียน้ำมันบำรุงหนวดนี้ถือเป็นไอเดียเงินล้านครับ
โนอาห์ยกอีกหนึ่งตัวอย่างคือบริการติดตั้งออฟฟิศที่บ้าน เพราะหลังจากโควิดระบาด หลายบริษัทหันมาทำงานแบบไฮบริด เข้าออฟฟิศสลับกับทำงานที่บ้าน หลายคนเลยอยากมีมุมทำงานแบบจริงจังไว้ที่บ้าน
Google Trend: เติบโตอย่างเห็นได้ชัด
ขนาดของตลาด: 50,000 คน
ราคาสินค้า: 500 ดอลลาร์
มูลค่าทั้งหมด: (50,000 x 500) 25 ล้านดอลลาร์
ไอเดียบริการติดตั้งออฟฟิศที่บ้านถือเป็นไอเดียเงินล้านครับ
พอเห็นว่าไอเดียของเรามีโอกาสเป็นไอเดียเงินล้าน ต่อมาเรามาคำนวณกำไรและจำนวนสินค้าที่ต้องขายให้ได้กันครับ
ราคาน้ำมันบำรุงหนวด: 50 ดอลลาร์
ต้นทุนการผลิต ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง: 37.50 ดอลลาร์
กำไร: 12.50 ดอลลาร์
จากนั้นเอาตัวเลข 1,000,000 ที่เราต้องการทำให้ได้มาหารด้วยกำไร จะได้ตัวเลขจำนวนของสินค้าที่เราต้องขายครับ สำหรับน้ำมันบำรุงหนวดของโนอาห์ต้องขายให้ได้ 80,000 ชิ้น ถึงจะทำเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ให้เขาได้ครับ
ตัวเลข 80,000 ชิ้นอาจดูทำได้ยาก แต่ตัวเลขนี้มาจากสินค้าแค่อย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถขายผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวกับหนวดได้ครับ และหากมีลูกค้าคนเดิมกลับมาซื้อซ้ำ ตัวเลข 80,000 นี้ก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่อยู่เรื่อย ๆ ครับ
อย่าเพิ่งผลิตสินค้า ถ้ายังหาคนจ่ายเงินซื้อไม่ได้
โนอาห์บอกว่าธุรกิจส่วนใหญ่ตายตั้งแต่ยังไม่ทันขาย เพราะมัวแต่เอาเวลาไปสร้างสินค้าที่ไม่มีใครอยากซื้อ โนอาห์แนะนำคนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจว่า ขายให้ได้ก่อนผลิตจริง ซึ่งคือการ pre-order นั่นแหละครับ เมื่อได้ไอเดียว่าจะขายอะไร โนอาห์จะโพสต์ประกาศบนโซเชียลมีเดีย หรือส่งอีเมลหาคนรู้จัก ถามว่าฉันกำลังจะทำอันนี้ขาย มีใครสนใจจะซื้อไหม?
หลังจากนั้นอาจมีหลายคนตอบมาว่าสนใจ แต่แค่นั้นยังไม่พอครับ โนอาห์เจอมาหลายครั้งแล้ว คนที่บอกว่าจะซื้อ แต่พอทำสินค้าออกมาจริง คน ๆ นั้นก็ไม่ได้จ่ายเงินซื้อจริง ๆ ดังนั้นต้องทำให้เขาจ่ายเงินก่อนครับ จะส่งเลขบัญชี ลิงก์ paypal หรือแปะ QR Code Promptpay ไปด้วยก็ได้ หลังจากได้เงินแล้ว ค่อยเอาเงินจำนวนนั้นไปเป็นทุนผลิตสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าครับ
วิธีทำธุรกิจให้เติบโต โดยไม่ต้องทุ่มเงินทำการตลาด
สำหรับผู้ประกอบการตัวคนเดียวอาจไม่มีงบสำหรับทุ่มโฆษณา บางทีการ boost ads บนโซเชียลมีเดียก็ไม่ได้การันตีว่าจะขายสินค้าได้ โนอาห์แนะนำเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดของผู้ประกอบการตัวคนเดียว นั่นคือผู้ติดตามออนไลน์ครับ
ผู้ติดตามตัวจริงแค่ 100 คน ที่ชื่นชอบและเชื่อถือในตัวเรา มีคุณค่ามากกว่าผู้ติดตาม 10,000 คน ที่มีความสนใจเราต่ำอย่างเทียบไม่ติดเลยครับ คนที่เป็นผู้ติดตามตัวจริงจะคอยสนับสนุนทุกความเคลื่อนไหวของเรา เมื่อเราทำอะไรออกมาขาย พวกเขาก็จะคอยอุดหนุนไปอีกนานหลายปีเลยครับ
โนอาห์รีวิวแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตามประสบการณ์จริงที่เขาเคยใช้งานดังนี้ครับ
Instagram: โนอาห์ไม่ใช่คนชอบถ่ายรูป แพลตฟอร์มนี้เลยไม่เหมาะกับเขา แต่ลูกศิษย์ของเขาที่ทำธุรกิจรับตกแต่งภายในได้ลูกค้าจากอินสตาแกรมหลายคนเลยครับ เพราะโพสต์รูปผลงานสวย ๆ ลงในนี้
LinkedIn: เหมาะสำหรับหาผู้ติดตามที่เป็นคนทำธุรกิจ การจะทำคอนเทนท์ให้ไวรัลในนี้ทำได้ยาก แต่มีลูกศิษย์ของเขาขายคอร์สเรียนออนไลน์ในนี้ได้ 1.3 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาสองปีครับ
ทำพอดแคสต์: โนอาห์เคยลองทำอยู่หลายปี แต่ทำให้กลุ่มคนฟังเติบโตได้ยาก เพราะคนที่ชอบฟังพอดแคสต์มีจำนวนไม่มาก
เขียนบล็อก: โนอาห์ชอบเขียนบล็อกมาก ทุกวันนี้เขายังเขียนอยู่ แต่ตอนนี้การทำบล็อกให้ติดหน้าแรกในการค้นหาของ Google กลายเป็นเรื่องยากแล้ว และคนอ่านบล็อกน้อยลง เพราะหันไปเล่นโซเชียลมีเดียมากกว่าครับ
X: โนอาห์ชอบมันมาก แต่ผู้ติดตามของเขาไม่เพิ่มขึ้นมาหลายปีแล้ว เป็นแพลตฟอร์มที่เกาะไปกับกระแสได้ง่าย แต่ขายของให้คนในนี้ไม่ค่อยได้ครับ
TikTok: โนอาห์บอกว่าผู้ติดตาม 1 ล้านคนบนติ๊กต็อก เทียบกับผู้ติดตาม 1 แสนคนบนยูทูบไม่ได้เลย เขาเคยทำช่องติ๊กต็อกจนได้ผู้ติดตามมา 150,000 คน แต่ขายของให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เลย
YouTube: เป็นแพลตฟอร์มที่โนอาห์รักที่สุด ยูทูบคือบริการสตรีมมิงวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนใช้วันละกว่า 122 ล้านคน ดูวิดีโอรวมกันนานกว่า 1 พันล้านชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ยูทูบยังสร้างรายได้ให้เจ้าของคลิปผ่านโฆษณา และเก็บวิดีโอของเราให้ฟรีไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ถ้าไม่โดนยูทูบแบน วิดีโอที่เราอัพโหลดไว้ก็ไม่มีทางหายครับ
แต่สิ่งที่ท้าทายในการทำยูทูบคือ การสร้างวิดีโอออกมาสักคลิปยากกว่าการโพสต์บน X ทำให้หลายคนหมดแรงที่จะทำ แต่ถ้าทำต่อเนื่องจะได้ผู้ติดตามที่มีคุณภาพ โนอาห์ยกตัวอย่างช่องของ Ali Abdaal (อาลี อับดาล) ที่ในปี 2017 เขาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แล้วทำวิดีโอแชร์เทคนิคการอ่านหนังสือที่ทำให้เขาเข้าคณะแพทย์ของอังกฤษได้ จากนั้นขยายมาแชร์เทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพ จนตอนนี้ช่องของอาลีมีผู้ติดตามกว่า 6.6 ล้านคนแล้วครับ
โนอาห์ถอดบทเรียนการปั้นช่องยูทูบของอาลีออกมาได้เป็น ขอบเขตคอนเทนต์ตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นทำเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง ก่อนจะขยายมาสู่คนกลุ่มใหญ่ขึ้นครับ เทคนิคนั้นมี 3 ขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ขอบเขตในสุด
เริ่มต้นด้วยกลุ่มเป้าหมายที่เล็กที่สุดก่อน อย่างอาลีเริ่มต้นด้วยการพูดถึงการสอบเข้าเรียนแพทย์ในอังกฤษ ซึ่งเฉพาะเจาะจง มีคนจำนวนไม่มากที่สนใจหัวข้อนี้
2. ขอบเขตตรงกลาง
เนื้อหาของเรายังเกี่ยวโยงกับกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ แต่ควรเข้าถึงกลุ่มคนที่กว้างขึ้นด้วย อย่างอาลีที่พูดถึงวิธีเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักศึกษาทุกคนต้องการอยู่แล้ว
3. ขอบเขตนอกสุด
จุดนี้เราต้องเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างที่สุด โดยยังมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเราอยู่ คลิปของอาลีที่มีคนดูมากที่สุดคือคลิปที่เขาพูดถึงเงินเดือนในการทำงานเป็นหมอของตัวเอง และคลิปที่พูดถึงสินค้าใหม่ของบริษัทแอปเปิล
ตัวอย่างอาลี อับดาล ที่มีผู้ติดตามถึง 6.6 ล้านคนอาจทำให้หลายคนท้อ ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถสร้างผู้ติดตามจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้ โนอาห์ก็เลยยกตัวอย่างคนที่ปั้นธุรกิจล้านดอลลาร์ได้จากผู้ติดตามจำนวนไม่มากครับ
ดัสติน วันเดอร์ลิช เจ้าของร้าน Dustin’s Fish Tanks เริ่มจากการทำคลิปรีวิวตู้ปลา เมื่อเวลาผ่านไป เขาขยายไปแตะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับปลา เช่น ควรซื้อปลาแบบไหนไม่ให้ตู้ปลามีตะไคร่น้ำ พืชน้ำชนิดไหนดีที่สุดสำหรับตู้ปลา จนตอนนี้เขามีผู้ติดตามในยูทูบกว่า 177,000 คน สามารถขายปลาและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับตู้ปลาทางออนไลน์แตะล้านดอลลาร์ได้
อีกตัวอย่างคือไคล์ ลาซอตา เจ้าของช่องยูทูป kylegot-camera เขาสนใจเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ทำคลิปรีวิวการทำ ice bath การบำบัดด้วยแสงอินฟราเรด ซาวน่า อุปกรณ์ช่วยในการนอนหลับ อาหารเสริม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพอีกมากมาย แม้เขาจะมีผู้ติดตามเพียง 16,000 คน แต่เขาทำเงินได้ปีละ 1 ล้านดอลลาร์ จากการทำ affiliate ให้คนดูคลิกไปซื้อสินค้า แล้วเขาได้รับค่าคอมมิชชันครับ
ผมเข้าไปดูช่องของไคล์ ในปี 2026 นี้ ช่องของเขาเปลี่ยนชื่อเป็น Wellness Daddy และมีผู้ติดตาม 119,000 คนแล้วครับ ตอนนี้เขาต่อยอดมาทำสินค้าขายเอง และขายคอร์สออนไลน์สอนเรื่องสุขภาพ ถือเป็นช่องที่เติบโตเร็วมาก อาจเพราะได้กระแส longevity ช่วยหนุนด้วยครับ
เจ้าของช่องยูทูบทั้ง 3 คนนี้เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่า ให้เริ่มต้นสร้างช่องจากสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ ก่อน เป้าหมายในตอนแรกเจาะจงเฉพาะกลุ่ม ก่อนจะค่อย ๆ ขยายขอบเขตมาสู่ผู้ชมในวงที่กว้างขึ้นครับ
ออกแบบธุรกิจ และชีวิตที่คุณต้องการจะมี
ปี 2014 AppSumo ที่โนอาห์ทุ่มพลังสุดตัวในการสร้าง สามารถทำเงินได้ประมาณ 4 ล้านดอลลาร์ เขาทำธุรกิจเงินล้านอย่างที่ตัวเองเคยฝันสำเร็จแล้ว แต่กลายเป็นว่าเขาไม่มีความสุข รู้สึกหลงทาง รู้สึกเศร้า เขาบอกว่าเหมือนความทุกข์หยั่งรากลึกลงไปในจิตวิญญาณ และส่งผลเสียต่อทุกอย่างในชีวิต
เขาคิดว่าความรู้สึกนี้ไม่สมเหตุสมผล ทั้งที่ประสบความสำเร็จ แต่กลับรู้สึกแย่ เขาพยายามเยียวยาจิตใจตัวเองด้วยหลาย ๆ วิธี แต่ก็ไม่ได้ผล เขาเลยตัดสินใจเดินทางไปประเทศอินเดียครับ ไปเข้าคอร์สฝึกสมาธิกับโยคีในถ้ำ เดินทางไปทั่วอินเดียเป็นเวลาหนึ่งเดือน จนตกผลึกได้ว่า ที่ผ่านมาเขาทำแต่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรทำ แทนที่จะทำสิ่งที่ตัวเองต้องการทำจริง ๆ
โนอาห์เลือกเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ เพราะอยากใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ มีอิสรภาพ อยากพักผ่อนตอนไหน หรือทำงานจากที่ไหนก็ได้ ระหว่างที่นั่งเครื่องบินกลับสหรัฐอเมริกา โนอาห์ก็ตัดสินใจว่าจะเลิกคบเพื่อนบางคนที่ toxic เลือกรับรีวิวเฉพาะแอปที่ใช้ได้จริง 100% เท่านั้น เลือกจะไม่ประชุมพร่ำเพรื่อ เลือกจะไม่ทำงานล่วงเวลาในวันศุกร์ แต่จะใช้เวลานั้นไปกับการพักผ่อนกับเพื่อนแทน
ในบทสุดท้ายของหนังสือ โนอาห์ชวนให้มาตัดสินใจว่าความฝันไหนที่เราต้องการไปต่อ ชวนจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องทำ ซึ่งเริ่มต้นโดยการระบุความฝันของเราออกมา เขียนทุกอย่างที่เราอยากทำให้สำเร็จในชีวิต เขียนให้เฉพาะเจาะจงครับ เช่น
- AppSumo สร้างรายได้ต่อปีถึง 30 ล้านดอลลาร์
- ไปปั่นจักรยานเสือภูเขาที่แอชวิลล์ ซันแวลลีย์ แจ็กสันโอล เซโตนา
- ซื้อทัวร์ให้พ่อกับแม่ไปเที่ยวด้วยกันสองคนที่ยุโรป
- เพิ่มผู้ติดตามในยูทูปให้ถึง 50,000 คน
- ซื้อบ้านในฝันที่มีสระว่ายน้ำ มีชุดโฮมเธียเตอร์เจ๋ง ๆ
โนอาห์บอกว่าเขียนความฝันให้ใหญ่ไปเลย ยังไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้สำเร็จได้ยังไง เมื่อเรามีภาพความฝันที่ชัดเจนแล้ว เราจะสามารถโฟกัสไปกับการทำมันให้เกิดขึ้นจริงได้
เมื่อได้รายการความฝันทั้งหมดแล้ว เราจะเปลี่ยนให้มันเป็นเป้าหมายโดยการแบ่งมันออกเป็นสี่หมวดหมู่ ได้แก่ งาน สุขภาพ เรื่องส่วนตัว และการเดินทางครับ
ตัวอย่างการแบ่งหมวดหมู่เป้าหมายของโนอาห์
งาน:
- มีรายได้ 30 ล้านดอลลาร์จาก AppSumo
- เขียนหนังสือ Million Dollar Weekend ให้เสร็จ
สุขภาพ:
- ปั่นจักรยานทั่วอเมริกา
- วิดพื้น 75,000 ครั้ง
เรื่องส่วนตัว:
- สอบใบขับขี่เครื่องบินให้ผ่าน
- ซื้อบ้านสวย ๆ ในออสติน
การเดินทาง:
- ออกไปเที่ยวคนเดียวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
- ไปเที่ยวกับพ่อ แม่ และพี่ชาย
โนอาห์บอกว่าอย่าไปกังวลว่าต้องทำทุกเป้าหมายให้สำเร็จในปีนี้ ให้เลือกทำเป้าหมายที่คิดว่าน่าตื่นเต้นที่สุด และเป้าหมายไหนที่ยังรู้สึกลังเลกับมันว่าควรมีไหม ให้ตัดมันทิ้งไปได้เลยครับ และวิธีที่ช่วยให้เราทำเป้าหมายได้สำเร็จคือ การเห็นมันบ่อย ๆ โนอาห์มักเขียนเป้าหมายของตัวเองไปแปะตามที่ต่าง ๆ เช่น ตรงจอคอมพิวเตอร์ ตรงแฟ้มที่ต้องเปิดทุกสัปดาห์ และตรงกระจกในห้องน้ำ
อย่าเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ลำพัง
ผู้ประกอบการที่เก่ง ๆ จะมีเครือข่ายผู้ประกอบการที่เก่ง ๆ เหมือนตัวเอง ไม่มีใครสร้างทุกอย่างขึ้นมาได้เพียงลำพัง ในฐานะผู้ประกอบการเราควรมีกลุ่มคนที่ใช่อยู่รอบ ๆ ตัว ซึ่งอาจเป็นผู้ประกอบการคนอื่น ๆ ที่เส้นทางคล้ายกับเรา อาจเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้เรามุ่งมั่นรับผิดชอบ
โนอาห์มีเพื่อนชื่ออดัม ทุกวันอาทิตย์พวกเขาจะส่งอีเมลสรุปสิ่งที่ทำไปในสัปดาห์นี้ และสิ่งที่จะทำในสัปดาห์หน้าแลกเปลี่ยนกันอ่าน แล้วอีกฝ่ายก็จะส่งความเห็นกลับมา โนอาห์บอกว่าการมีคู่หูแบบนี้เพื่อไว้คอยช่วยเหลือกัน สนับสนุนกัน คอยยินดีกับชัยชนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ของอีกฝ่าย และช่วยกระตุ้นให้เราเกิดความรับผิดชอบ
ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาคร่าว ๆ ในการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวจากหนังสือ Million Dollar Weekend สุดสัปดาห์ ล่าเงินล้าน เขียนโดยโนอาห์ เคแกน เล่มนี้มีความเป็น playbook มีแบบฝึกหัดให้ทำหลังจากจบแต่ละบท ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ลีฟริช ราคา 255 บาทครับ

Million Dollar Weekend: สุดสัปดาห์ล่าเงินล้าน
สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/3B4o0QDMvc
หรือซื้อแบบ ebook: https://www.aitim.co/s/vgi3
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ
Leave a comment