ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

Share
Share

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา

ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ

ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ ของจีน เคยทำการตลาดให้แบรนด์จีนมาแล้วมากมาย เช่น Tencent บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน, Shizuren (สือจูเหริน) แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดฮิตของวัยรุ่นจีน, Luckin Coffee ร้านกาแฟจีนที่เติบโตเร็ว จนขึ้นมาเป็นคู่แข่งหมายเลขหนึ่งของ Starbucks ในจีนได้

เพื่อน ๆ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักการตลาด หรือเปิดกิจการเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ลองมาฟังแนวคิดของคุณเสี่ยวหม่าซ่งกันครับ อาจจะได้มุมมองใหม่ ๆ ในการทำการตลาดครับ


แก่นแท้ของการตลาดคือการช่วยเหลือผู้อื่น และสร้างคุณค่า

ผู้เขียนบอกว่าแก่นแท้ของการตลาดนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการช่วยเหลือผู้อื่น สร้างคุณค่า และช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น ส่วนผลกำไรที่ได้มา ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับการสร้างคุณค่านั้นครับ

ผู้เขียนยกตัวอย่างโดยสมมุติว่ามีย่านธุรกิจเปิดใหม่ แต่ย่านนั้นยังไม่มีร้านอาหารมาเปิด คนที่ทำงานแถวนั้นมีความลำบากในการหามื้อเช้ากิน บางคนเลยต้องกินมาจากบ้าน บางคนต้องซื้อระหว่างทาง แล้วเอามานั่งกินที่โต๊ะทำงาน หรือบางคนก็อดมื้อเช้าไปเลย

หากเพื่อน ๆ ไปเปิดร้านอาหารเช้าที่ย่านนั้น ขายซาลาเปา เกี๊ยว น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ นี่คือการสร้างคุณค่าครับ เพื่อน ๆ ไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ช่วยให้พนักงานในย่านนั้นมีอาหารเช้ากินอย่างสะดวกสบายครับ

ถ้าเพื่อน ๆ เพิ่มบริการสั่งอาหารได้ล่วงหน้า หรือมีบริการจัดส่งเดลิเวอรี นั่นยิ่งเป็นการสร้างคุณค่าให้เพิ่มมากขึ้น เพราะช่วยให้พนักงานออฟฟิศประหยัดเวลา บริการแบบนี้สร้างความแตกต่าง และเป็นหัวใจหลักสำคัญของการตลาดครับ

ยิ่งหากร้านอาหารของเพื่อน ๆ สะอาด รสชาติอร่อย มาตรฐานคงเส้นคงวา และบริการด้วยรอยยิ้ม จนลูกค้าวางใจและกลับมาซื้อซ้ำ นี่คือวิธีสร้างความผูกพันแบบเรียบง่าย แต่ได้ผลครับ

การสร้างแบรนด์ก็เปรียบเหมือนการสร้างร้านอาหาร เราต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือกำลังมีปัญหาอะไร แล้วหาทางตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืนไปด้วยครับ


เพื่อน ๆ ที่ฟังหรืออ่านเกี่ยวกับการตลาดมาเยอะ คงเคยได้ยินหลักการที่เรียกว่า 4P หลักการนี้มีมานานแล้วครับ หลายคนอาจมองข้ามมันไป เพราะความเรียบง่ายของมัน ผู้เขียนบอกว่าหากกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันคือรากฐานของวิชาฟิสิกส์ หลักการ 4P ก็คือรากฐานของการตลาดครับ

หลักการ 4P ประกอบไปด้วย

  • Product: สินค้า
  • Price: ราคา
  • Place: ช่องทางจัดจำหน่าย
  • Promotion: การส่งเสริมการขาย

หลักการ 4P เป็นกรอบความคิดที่ช่วยให้เรามองภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้เราไม่พลาดประเด็นสำคัญ แถมยังใช้วิเคราะห์กลยุทธ์ของคู่แข่งได้อีกด้วย ช่วยให้รู้จุดอ่อน-จุดแข็งของคู่แข่งได้อย่างชัดเจนครับ

ทั้ง 4P นั้นเชื่อมโยงกันหมด ผู้เขียนยกตัวอย่างร้าน HEYTEA ที่ขายชานมระดับพรีเมียม พวกเขาขายของคุณภาพดี เลยต้องตั้งราคาเอาไว้สูงเพื่อให้มีกำไร และสินค้าที่ราคาสูงก็ต้องการลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมักเป็นคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ร้านเลยต้องไปเปิดในทำเลแถวนั้น การทำการตลาดก็ต้องทำให้มีระดับ เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ต้องให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ภาพจาก – tripadvisor.com

ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนอธิบายแค่ Product และ Price โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงที่ผู้เขียนเคยทำงานให้กับลูกค้า หรือยกตัวอย่างเคสที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศในจีน ส่วน Place และ Promotion ผู้เขียนแยกออกมาเป็นหนังสืออีกเล่มครับชื่อ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน เผยสูตรลับที่เถ้าแก่ไม่ยอมบอก ไว้ผมจะหามาอ่าน และเอามาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังครับ

ผู้เขียนบอกว่าหากอยากสร้างธุรกิจที่เติบโต สิ่งแรกที่ต้องดูคือตลาดว่าตลาดที่ต้องการเข้าไปนั้นมีมูลค่ามากแค่ไหน ตลาดเครื่องดื่มแบบ non-alcohol ในจีนมีมูลค่าสูงถึงปีละ 500,000 ล้านหยวน ถ้าเข้าไปทำธุรกิจในตลาดนี้ แล้วแย่งส่วนแบ่งมาได้สักนิด ก็อาจสร้างรายได้ระดับ 100-1,000 ล้านหยวนได้เลยครับ ผู้เขียนเปรียบเทียบว่า ถ้าอยากเป็นปลาใหญ่ต้องว่ายในบ่อใหญ่ ถ้าอยากสร้างธุรกิจใหญ่ต้องเลือกตลาดที่ใหญ่พอ


แก่นแท้ของสินค้าคือคุณค่าที่มอบให้ลูกค้า

ทุกธุรกิจต้องมี Product: สินค้า ถ้าไม่มีสินค้าก็ไม่มีเรื่องธุรกิจให้พูดถึง เพราะธุรกิจคือเรื่องของการแลกเปลี่ยน และสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนคือสินค้านั่นเองครับ แต่บางธุรกิจก็ไม่ได้ขายสินค้าที่จับต้องได้ ผู้เขียนยกตัวอย่างบ้านเกิดของเขาที่เมืองชิงโจว มณฑลซานตง เมืองนี้มีเกษตรผู้ปลูกดอกไม้จำนวนมาก ในสมัยก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารยังไม่แพร่หลาย คนในพื้นที่หลายคนทำอาชีพเป็นนายหน้าค้าดอกไม้ครับ

หน้าที่ของพวกเขาคือการเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของไร่ดอกไม้ให้มาทำการซื้อขายกัน ดูเหมือนนายหน้าค้าดอกไม้จะทำธุรกิจโดยไม่มีสินค้าใช่ไหมครับ แต่สินค้าของพวกเขาคือเส้นสายคนรู้จัก หรือ connection นั่นเองครับ

สินค้าต้องเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ถ้าไม่มีใครสักคนอยากได้ของสิ่งนั้น มันก็ขายไม่ออกใช่ไหมครับ และความต้องการของลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ยุคหนึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายดี เพราะคนต้องการอาหารที่ทำกินได้ไว ๆ แต่พอยุคหลังมีอาหารแช่แข็ง และบริการสั่งอาหารให้มาส่งแบบเดลิเวอรี ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในจีนก็หดตัวลง เพราะลูกค้ามีตัวเลือกอาหารที่กินได้ไว ๆ เพิ่มมากขึ้นนั่นเองครับ

ภาพจาก – chinaservicesinfo.com

ความต้องการของลูกค้าก็มีหลายระดับครับ ถ้าอยากกินแค่เอาอิ่ม ร้านอาหารข้างทางก็ตอบสนองความต้องการนี้ได้ แต่เมื่อคนเรามีเงินมากขึ้นจะมองหาสิ่งที่ตอบสนองความต้องการในระดับที่สูงขึ้น ไม่ใช่แค่พออยู่รอด แต่เพื่อความสุข และความพึงพอใจในชีวิต

ถ้าลูกค้ามีกำลังซื้อมากขึ้น พวกเขาจะเริ่มมองหาอย่างอื่นเพิ่มเติม ทั้งรสชาติที่อร่อย คุณค่าด้านสารอาหาร บรรยากาศร้านที่ดี การบริการที่ยอดเยี่ยม ยิ่งลูกค้ามีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งขยับความต้องการเพิ่มขึ้นตาม เพื่อความสะดวกสบายของตัวเอง และได้รับการยอมรับจากคนในสังคมรอบข้างครับ


บทเรียนจากแพนด้าปู้โจว ธุรกิจที่ไม่ได้มีแค่เค้ก

ในปี 2017 มีลูกค้าติดต่อผู้เขียนเพื่อขอคำปรึกษา ลูกค้าคนนี้เป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อหลายร้อยสาขาในเมืองฮุ่ยโจว และเป็นเจ้าของร้านทำเล็บที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ลูกค้าบอกว่าอยากเข้าธุรกิจร้านเค้กวันเกิด เพราะมีร้านเค้กเจ้าใหม่เพิ่งเข้ามาเปิดในเมืองฮุ่ยโจว และเติบโตเร็วมาก แม้ลูกค้าคนนี้จะไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำเค้ก แต่เขามั่นใจว่าทำเค้กออกมาได้ดีกว่าร้านนั้นแน่นอน เพราะจ้างเชฟขนมหวานจากโรงแรมห้าดาวมาแล้ว และไปจดทะเบียนชื่อแบรนด์เรียบร้อยแล้วชื่อ แพนด้าปู้โจว

จุดขายของแพนด้าปู้โจวคือ วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติอร่อย แต่ไม่ได้มีแผนการตลาดอะไร ผู้เขียนเลยต้องช่วยคิดแผนการตลาดโดยเริ่มต้นจากศูนย์ ในโฆษณาครั้งแรกใช้สโกแลนว่า “สำหรับคนสำคัญ แน่นอนว่าคุณควรให้เค้กที่ดีกว่า”

ผ่านไปหลายเดือนพวกเขาทำการทบทวนยอดขาย แม้จะขายได้บ้าง แต่ไม่ถึงยอดที่ตั้งเอาไว้ เพราะเค้กของพวกเขาก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเจ้าอื่น แต่พวกเขาได้ข้อมูลสำคัญมาอย่างหนึ่งคือ คนที่สั่งเค้กวันเกิดไม่ได้สั่งไปกินที่บ้านอย่างเดียว แต่สั่งไปส่งที่ร้านอาหาร ออฟฟิศ ร้านคาราโอเกะ และสถานที่อื่น ๆ ด้วย คนส่งเค้กมักบอกว่าสถานที่ที่ไปส่งมักจะเป็นงานที่มีคนเยอะ ๆ ซึ่งก็มีเหตุผล เพราะคงไม่มีใครกินเค้กทั้งก้อนคนเดียว

นอกจากคิดสโลแกนให้ลูกค้าแล้ว ผู้เขียนยังคิดไอเดียให้คนส่งเค้กของแพนด้าปู้โจวแต่งชุดมาสคอตแพนด้า พร้อมกับร้องเพลง และเต้นตอนส่งเค้กให้ลูกค้า ไอเดียนี้ลูกค้าชอบมาก และกลับมารีวิวร้านในแอพ เด็ก ๆ ที่ไปงานวันเกิดเพื่อน แล้วเห็นแพนด้ามาส่งเค้กก็อ้อนพ่อแม่ให้สั่งเค้กจากร้านนี้ในวันเกิดของตัวเองบ้าง

ภาพจาก – 36kr.com

ผู้เขียนได้มุมมองใหม่ว่าคนที่ซื้อเค้กวันเกิด ไม่ได้ซื้อเพราะอยากกินเค้ก แต่ซื้อไปเพื่อฉลองวันเกิด เค้กวันเกิดเป็นแค่อุปกรณ์หนึ่งในงานที่มีไว้ให้ปักเทียน อธิษฐาน ถ่ายรูป และแบ่งกันกินเพื่อสร้างประสบการณ์ สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ คือวันเกิดที่สนุกและน่าจดจำ และแพนด้าที่มาส่งเค้กคือตัวนำความสุขและเสียงหัวเราะมาให้ในงานครับ

เมื่อเข้าใจแบบนี้ เจ้าของแพนด้าปู้โจวก็ปรับกลยุทธ์ใหม่ เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำเค้กให้อร่อยเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องสร้างประสบการณ์วันเกิดที่สนุกและมีความสุขด้วย เค้กจะเป็นแค่ตัวช่วยเสริมบรรยากาศเท่านั้น

นอกจากพนักงานส่งเค้กจะแต่งตัวด้วยชุดมาสคอตแพนด้าแล้ว พวกเขายังฝึกร้องและเต้นเพลงใหม่ ๆ ทุกเดือน มีการร่วมถ่ายรูปกับลูกค้าในงาน และลูกค้าก็แชร์รูปลงโซเชียลมีเดีย จนเกิดสโกแกนใหม่ว่า “แพนด้ามาส่ง ร้องเพลงเต้นรำ สนุกสุดๆ”

พูดง่าย ๆ คือ แพนด้าปู้โจวไม่ได้ขายเค้ก แต่ขายประสบการณ์งานวันเกิดแบบครบวงจร แพ็กเกจราคา 1,999 หยวน นอกจากได้เค้กแล้ว ยังมีทีมแพนด้าหกคนมาร้องเพลงและเต้น สร้างสีสันให้งานวันเกิดของลูกค้า

ในเดือนพฤษภาคม 2018 แพนด้าปู้โจวขึ้นเป็นร้านเค้กยอดขายอันดับหนึ่งในเมืองฮุ่ยโจว ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน พวกเขาขยายบริการไปยังเมืองฝอซาน และใช้เวลาแค่สามเดือนก็ขึ้นเป็นร้านเค้กอันดับหนึ่งของที่นั่น จากนั้นธุรกิจก็เติบโตแบบก้าวกระโดด ไปเปิดสาขาในเมืองใหญ่ ๆ จนสิ้นปี 2019 แพนด้าปู้โจวสร้างยอดขายได้ถึง 30 ล้านหยวน


กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้า

มาถึง P ตัวที่สอง Price: ราคาสินค้า ผู้เขียนบอกว่าการเลือกคู่ชีวิตไม่มีสูตรตายตัว ทุกอย่างยืดหยุ่นได้ การตั้งราคาสินค้าก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ผู้เขียนก็ให้กรอบความคิดไว้ 3 ข้อ ซึ่งมีผลต่อการตั้งราคาคือ คุณค่า การแข่งขัน และต้นทุน

การตั้งราคาตามคุณค่าในสายตาของลูกค้า

ตัวอย่างคือ iPhone ที่ตั้งราคาขายไว้สูง แต่ก็ขายดีจนสร้างกำไรให้บริษัทแอปเปิลได้มหาศาล แอปเปิลตั้งราคาโทรศัพท์ของพวกเขาตามคุณค่าที่ลูกค้ารู้สึก ลูกค้ายอมเสียเงินแพงเพื่อให้ได้ใช้ระบบ iOS ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อให้ได้โทรศัพท์ที่ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ของแอปเปิลได้อย่างไร้รอยต่อ

วัฒนธรรมที่ต่างกันก็ทำให้เห็นคุณค่าต่างกันด้วยครับ คนจีนให้คุณค่ากับหยกมาก ในขณะที่คนตะวันตกมองว่าหยกเป็นเพียงหินสวย ๆ ก้อนหนึ่ง จึงมีคนจีนนำเข้าหยกจากฟ้ากตะวันตกเข้ามาขายในจีนครับ

การตั้งราคาตามการแข่งขัน

ในธุรกิจที่มีการแข่งขัน การตั้งราคาต้องคำนึงถึงคู่แข่งด้วย ถ้าสินค้าเหมือนกันทุกอย่าง ราคาของคู่แข่งคือเพดานราคาสูงสุดที่เราจะตั้งให้กับสินค้าของตัวเองได้ แต่ในความเป็นจริงไม่มีสินค้าไหนที่จะเหมือนกันเป๊ะทุกอย่าง ยกตัวอย่างกระดาษทิชชูที่เนื้อกระดาษแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน สัมผัสตอนใช้งานคนละแบบกัน ภาพลักษณ์แบรนด์ และความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ก็ไม่เหมือนกัน

ดังนั้นเลยแทบจะไม่มีสินค้าที่เหมือนกันเป๊ะทุกอย่าง แต่ถึงยังไงราคาสินค้าของคู่แข่งก็มีผลต่อการตั้งราคาสินค้าของเราอยู่ดีครับ บางตลาดมีผู้ขายหน้าใหม่เข้ามาพร้อมกับทุนหนา แล้วขายสินค้าตัดราคา เพื่อหวังจะทำลายคู่แข่งให้เรียบ การแข่งขันกันแบบนี้ส่งผลต่อการตั้งราคาสินค้าของเรามากครับ

การตั้งราคาตามต้นทุน

ปกติแล้วต้นทุนคือราคาต่ำสุดของสินค้าที่เราจะตั้งได้ ซึ่งหมายความว่าเราขายแบบไม่ได้กำไร แต่ต้นทุนไม่ได้หมายถึงค่าผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียวครับ ยังรวมถึงค่าบริหารจัดการภายในบริษัท ค่าทำการตลาด และค่าขนส่งสินค้า ถ้าเราไม่ได้คำนวณต้นทุนพวกนี้เข้าไปในราคาสินค้า แล้วขายเท่าต้นทุนค่าผลิตสินค้า นั่นหมายความว่าเรากำลังขายราคาขาดทุนอยู่ครับ

ผู้เขียนยกตัวอย่าง MIXUE ร้านชานมไข่มุกที่มีสาขามากที่สุดในจีน กลยุทธ์ของพวกเขาคือขายเครื่องดื่มราคาถูก ไม่เกินแก้วละ 10 หยวน หรือประมาณ 40 บาท อย่างแรกที่ MIXUE ทำตอนจะออกสินค้าใหม่คือ พวกเขาจะตั้งราคาขายเอาไว้ก่อนว่าจะขายเท่าไหร่ดี แล้วค่อยไปดูว่าวัตถุดิบอะไรบ้างที่เหมาะสมในกรอบราคานั้น พวกเขามักเลือกใช้วัตถุดิบที่หาง่าย ต้นทุนเลยต่ำมาก จุดเด่นของ MIXUE ไม่ใช่เรื่องรสชาติที่ดีกว่าใคร แต่คือราคาที่จับต้องได้ ถ้าพวกเขารักษาสมดุลนี้ได้ต่อไป คู่แข่งรายใหม่ก็ยากที่จะเข้ามาเจาะตลาดของพวกเขาครับ


ผู้เขียนบอกว่าในโลกธุรกิจ โจทย์ข้อเดียวกันอาจมีคำตอบได้หลายแบบ ลองมาดูโจทย์การตั้งราคาแฮมเบอร์เกอร์กันครับ สมมุติว่าเพื่อน ๆ เป็นเจ้าของร้านเบอร์เกอร์ที่ขายเพียงแค่เมนูเดียว และมีลูกค้าอยู่ 4 คนที่มีกำลังซื้อไม่เท่ากัน

  • คนแรกยอมจ่ายได้สูงสุด 25 หยวน
  • คนที่สองยอมจ่ายได้สูงสุด 20 หยวน
  • คนที่สามยอมจ่ายได้สูงสุด 15 หยวน
  • คนที่สี่ยอมจ่ายได้สูงสุด 10 หยวน

โจทย์ง่าย ๆ คือ ถ้าเพื่อน ๆ ตั้งราคาไว้ต่ำกว่าที่พวกเขายอมจ่าย พวกเขาก็จะซื้อ ถ้าตั้งแพงกว่านั้น พวกเขาก็จะไม่ซื้อ โดยสมมุติให้ต้นทุนเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นอยู่ที่ 5 หยวน เพื่อน ๆ ต้องตั้งราคาเท่าไหร่ถึงจะได้กำไรสูงสุดจากลูกค้าทั้งสี่คนนี้

  • ถ้าเพื่อน ๆ ตั้งราคา 25 หยวน จะมีคนแรกซื้อแค่คนเดียว ได้กำไร 20 หยวน
  • ถ้าตั้งราคา 20 หยวน จะมีคนซื้อสองคน ได้กำไรคนละ 15 หยวน รวมเป็น 30 หยวน
  • ถ้าตั้งราคา 15 หยวน จะมีคนซื้อสามคน ได้กำไรคนละ 10 หยวน รวมเป็น 30 หยวนเท่าเดิม
  • ถ้าตั้งราคา 10 หยวน ทุกคนจะซื้อ แต่กำไรลดลงเหลือคนละ 5 หยวน รวมเป็น 20 หยวน

จากการคำนวณจะเห็นว่ากำไรสูงสุดที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้จากการขายเบอร์เกอร์คือ 30 หยวน ถ้าเพื่อน ๆ ไม่อยากเหนื่อยขายเบอร์เกอร์หลายชิ้นก็ให้ตั้งราคา 20 หยวน ดูเป็นการคำนวณที่เรียบง่ายใช่ไหมครับ แต่คนทำธุรกิจฉลาดกว่านั้นครับ

ผู้เขียนยกตัวอย่าง KFC ที่ตั้งราคาเมนูมื้อกลางวันไว้ 25 หยวน แต่ช่วงพักเที่ยงที่คนวุ่นวาย ร้านจะลดราคาเหลือ 15 หยวน เพื่อให้ลูกค้ายอมรอ ลูกค้าคนแรกไม่ชอบความวุ่นวายจึงมาซื้อช่วงที่ยังไม่จัดโปรโมชั่นในราคา 25 หยวน ได้กำไร 20 หยวน ส่วนลูกค้าคนที่สองและสามชอบโปรโมชั่น เลยยอมต่อคิวนาน เพื่อซื้อในราคา 15 หยวน ได้กำไรจากสองคนนี้เพิ่มมาอีก 20 หยวน รวมแล้วได้กำไรจากลูกค้าทั้ง 3 คนถึง 40 หยวน ได้กำไรดีกว่าตั้งราคาตายตัวเยอะเลย

แล้วอย่างนี้หมายความว่าลูกค้าคนแรกโง่หรือเปล่าที่ยอมจ่ายแพง? ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ เขาจ่ายเงินแพงกว่า เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย และเลี่ยงช่วงพักกลางวันที่คนวุ่นวาย ทั้งร้านและลูกค้าก็ต่างได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่


นอกจากนี้ผู้เขียนแนะนำให้รู้จักเทคนิคจิตวิทยาในการตั้งราคาที่เรียกว่า การยึดโยงราคา (anchoring effect) มีตัวอย่างเป็นสองพี่น้องชาวอเมริกาในยุค 1930 ที่เปิดร้านตัดสูทด้วยกัน พี่ชายเป็นพนักงานขาย ส่วนน้องชายเป็นช่างตัดสูท เมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้านและถามราคา พี่จะแกล้งตะโกนถามน้องว่าสูทตัวนี้ราคาเท่าไหร่

น้องตะโกนตอบมาว่า “สูทตัวนั้นราคา 42 ดอลลาร์” แต่พี่จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วตะโกนถามย้ำอีกครั้งว่าราคาเท่าไหร่นะ น้องก็จะตะโกนมาอีกครั้งว่า “42 ดอลลาร์” จากนั้นพี่จะหันไปตอบลูกค้าว่า “สูทตัวนี้ราคา 22 ดอลลาร์ครับ”

ลูกค้าตกใจกับราคาที่ถูกกว่าที่ได้ยินในตอนแรก เลยรีบหยิบสูทตัวนั้นไปจ่ายเงินทันที แล้วเดินออกจากร้านไปด้วยความรู้สึกดีใจที่ได้สูทชุดใหม่มาในราคาที่คุ้มค่า นี่แหละครับคือพลังของการยึดโยงราคา

ผู้เขียนบอกว่าในการเจรจาธุรกิจ คนที่กล้าเสนอราคาก่อนมักได้เปรียบ เพราะจะได้เป็นคนกำหนดจุดเริ่มต้นของการเจรจาต่อรอง แทนที่จะพยายามเดาใจอีกฝ่าย การเสนอราคาสูง ๆ ไปก่อน อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่า หากเขาตกลงในราคานั้นก็ถือว่าเราโชคดีมาก แต่ถ้าเขาขอต่อรองก็ไม่สามารถจะกดราคาเราลงมาได้มาก เพราะเราเสนอราคาเอาไว้สูง ๆ แล้ว


ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาแบบสรุปจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้นของจีน เล่มนี้พูดถึงแค่สองข้อแรกของหลักการ 4P ยังเหลือ Place และ Promotion ที่ผู้เขียนแยกออกมาเป็นหนังสืออีกเล่มครับ ส่วนเล่มนี้ถ้าเพื่อน ๆ สนใจเนื้อหาแบบละเอียด สามารถหาซื้อมาอ่านได้ครับ ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์บิงโก ราคา 300 บาทครับ

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/1Ld27pMdz6

หรือซื้อแบบ ebook: https://www.mebmarket.com

ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

Related Articles

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ...

วัฒนธรรมคำจีน จากกงสีถึงอั่งเปา คำยืมที่เล่าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน

ปี พ.ศ. 2568 เป็นวาระครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงคนไทยและคนจีนมีความเชื่อมโยงกันมากว่า 2,000 ปีแล้ว โดยมีหลักฐานโบราณบ่งบอกว่าดินแดนแถบบ้านเรามีการค้าขายกับแผ่นดินจีนมาตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น การค้าขายกับจีนสร้างความมั่งคั่งให้กับกรุงศรีอยุธยาและเมืองท่าต่าง ๆ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!