นิยาย

ชุดขาว – ตอนที่ 1/5

Share

อากาศยานลำยักษ์เหินอยู่กลางเวหา เหนือแผ่นดินที่มีภูมิทัศน์เป็นภูเขาสูงต่ำเขียวขจี เมฆเกาะกลุ่มก้อนสีหม่นคล้ำ ดูคล้ายพร้อมจะสาดสายฟ้าสู่เบื้องล่างในเร็วนี้ ไฟสัญญาณแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่งสว่างขึ้น เสียงนักบินประจำเครื่องดังขึ้นผ่านลำโพง แจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าเครื่องบินลำนี้กำลังจะถึงที่หมายในอีกไม่ช้า

ทิวทัศน์ด้านล่างเริ่มมีตึกรามบ้านช่องให้เห็นบ้างแล้ว ท้องถนนแม้จะมีรถราหลายคันสัญจรแต่ยังดูโล่งมาก เมื่อเทียบกับท้องถนนในเมืองหลวงที่แน่นขนัดไปเสียทุกสาย เครื่องบินลดระดับความสูงลงกะทันหัน ทำเอาผู้โดยสารเสียวตรงท้องน้อย หัวใจหล่นวูบไปตาตุ่ม

ในที่สุดเครื่องบินจากเมืองหลวงลำนี้ก็พาผู้โดยสารมาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มวัยรุ่นนั่งรออยู่ตรงที่นั่งเพื่อรอผู้โดยสารคนอื่นทยอยลงจากเครื่อง เมื่อเครื่องบินโล่งดีแล้วเขาค่อยลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าของตนเอง จากช่องเก็บสัมภาระเหนือที่นั่งลากตามคนอื่นออกไป เมื่อมองออกมาจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าจะเห็นเครื่องบินจอดอยู่บนลานไม่กี่ลำ มีภูเขาสีเขียวสดบดบังบางส่วนด้วยหมอกจาง ๆ เป็นฉากหลัง สายฝนโปรยปรายเบา ๆ พอให้บรรยากาศสดชื่น ดูแล้วคงไม่ตกหนักไปมากกว่านี้ เขารู้สึกอิ่มเอมใจเหลือเกิน ที่อีกสี่ปีต่อจากนี้จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ ได้ฟอกปอดให้สะอาด จากที่เคยสูดแต่มลภาวะในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต

ชายหนุ่มผู้นี้ชื่อว่า “เหรียญ” เขาใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ตั้งให้ เป็นชื่อที่ใครต่างบอกว่าแปลก ที่ผ่านมาเขายังไม่เคยเจอใครชื่อซ้ำกับเขา เขาภูมิใจกับชื่อนี้เพราะคิดว่ามันเท่ดี ประเทศนี้หรือทั้งโลกนี้ อาจมีเขาเพียงคนเดียวที่มีชื่อว่าเหรียญก็เป็นได้ เหรียญหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเครื่อง รอสักพักให้เครื่องพร้อมใช้งานก็กดโทรไปหาพี่ปอนด์ ลูกพี่ลูกน้องที่มาเรียนหมอได้สามปี ณ มหาวิทยาลัยที่เขากำลังจะมาเรียน

พี่ปอนด์บอกว่าขับรถมาจอดรอที่ลานจอดรถหน้าสนามบินแล้ว ให้เหรียญเดินออกประตูสองมาหาได้เลย เหรียญทราบดังนั้นก็เดินลากกระเป๋าหาทางออกจากสนามบิน เขาเป็นว่าที่นักศึกษามหาวิทยาลัยประจำจังหวัดนี้ เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ใคร ๆ ต่างใฝ่ฝันอยากเข้ามาเรียนในรั้วแห่งนี้ ด้วยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย คุณพ่อคุณแม่ของเหรียญที่ห่วงลูกชายคนเดียวมาก จึงยอมตัดสินใจให้ลูกชายมาอยู่ไกลหูไกลตา อีกอย่างยังมีหลานชายผู้เอาดีร่ำเรียนถึงหมอ อยู่เป็นหูเป็นตาคอยดูแลลูกชายแทนก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงนัก

ปรี๊น!

เสียงแตรดังมาจากรถเก๋งสีขาวมุก เหรียญสะดุ้งหันไปมอง เห็นหน้าต่างฝั่งตรงข้ามคนขับหมุนลง พี่ปอนด์พยายามชะโงกหน้าออกมาตะโกนเรียกให้ขึ้นรถ เหรียญยิ้มทักทาย เปิดประตูหลังรถเก๋งแล้วเอาสัมภาระเข้าไปวางก่อนจะมุดเข้าไปนั่ง พอปิดประตูพี่ปอนด์ก็ออกรถ

“เป็นไง ห่างบ้านครั้งแรกจะคิดถึงบ้านหรือเปล่าเนี่ย?” พี่ปอนด์เปิดการสนทนา

“ไม่รู้สิพี่ แล้วพี่ปอนด์ล่ะคิดถึงบ้านบ้างไหม? ไม่ค่อยเห็นกลับบ้านเท่าไรเลยนะ”

“แต่ละวันของพี่มีแต่ตำราสุมหัว ไม่ค่อยมีเวลาให้คิดเรื่องอื่นเท่าไร ยิ่งถ้าช่วงสอบยิ่งอ่านหนังสือชนิดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลย”

“ก็พี่เรียนหมอนี่นะ ต้องเรียนหนักเป็นธรรมดา”

“แล้วเราเรียนคณะอะไรนะ บริหารหรือเศรษฐศาสตร์?”

“เศรษฐศาสตร์ครับ”

“จบมาคงทำงานธนาคารเหมือนพ่อกับแม่ใช่ไหม?”

“ผมยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้เลยพี่ แต่ตอนนี้รู้ตัวแน่ ๆ แล้วว่าตัวเองไม่ชอบทำงานออฟฟิศ ผมไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน”

พี่ปอนด์มีคอนโดมิเนียมอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ช่วง 2-3 วันนี้ เหรียญจะขออาศัยอยู่กับพี่ปอนด์ไปก่อน จนกว่าจะหาเช่าหอพักได้ ค่อยคืนความเป็นส่วนตัวให้พี่ปอนด์ เพิ่งได้สัมผัสเมืองนี้ไม่ทันไร เหรียญก็หลงรักเข้าไปเสียแล้ว หลงรักบรรยากาศที่สามารถสูดหายใจได้เต็มปอด หลงรักพ่อค้าแม่ค้าที่ยิ้มแย้มเป็นกันเอง ไปไหนมาไหนก็สะดวกรถไม่ติด อาหารการกินรอบมหาวิทยาลัยก็อุดมสมบูรณ์ เริ่มคิดเสียแล้วว่าชีวิตสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสั้นไปหรือเปล่า


เช้าวันถัดมา เหรียญมีนัดรายงานตัวนักศึกษาใหม่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ เขาแต่งตัวชุดนักเรียนจากโรงเรียนที่จบการศึกษามา ถือซองกระดาษสีน้ำตาลบรรจุเอกสารที่ต้องใช้สำหรับการรายงานตัว ที่คณะมีเพื่อนร่วมรุ่นมากหน้าหลายตารอให้เขาได้ทำความรู้จัก ขณะกำลังต่อแถวเพื่อถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวนักศึกษา เหรียญรู้สึกเหมือนถูกใครสะกิดที่ไหล่จากด้านหลัง เขาหันไปมอง

“สวัสดี เราชื่อแบงก์นะ นายชื่ออะไร?” หนุ่มวัยรุ่นท่าทางขี้เล่น เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง

“เราชื่อเหรียญ ยินดีที่ได้รู้จัก” เหรียญยิ้มตอบกลับไป

“ชื่อเหรียญเหรอ ชื่อแปลกดีเราชอบ แล้วนายมาจากที่ไหน เราไม่คุ้นตราโรงเรียนนายเลย”

เหรียญและแบงก์พูดคุยกันอย่างถูกคอ คงเพราะนิสัยของเหรียญเป็นคนเปิดรับที่จะรู้จักคนใหม่ ๆ และแบงก์เองก็คุยสนุก ยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยได้ไม่หยุด ทั้งสองคนคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว

หลังรายงานตัวเสร็จ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว แบงก์ออกปากชวนเหรียญไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน โดยจะมีแฟนของแบงก์ไปด้วย เหรียญรับคำ แล้วแบงก์ก็พาเขาซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ ขี่ไปยังคณะมนุษยศาสตร์ซึ่งแฟนของแบงก์เรียนคณะนี้และมารายงานตัวนักศึกษาใหม่ด้วยเช่นกัน

แฟนของแบงก์ชื่อสตางค์ หน้าตาน่ารัก ผมสีดำขลับเงางามยาวถึงกลางหลัง เธอใส่ชุดนักเรียนที่ตรงอกเสื้อนักเรียนปักอักษรย่อเดียวกับเสื้อนักเรียนของแบงก์ เธอมีรถมอเตอร์ไซด์จึงขี่ตามแบงก์ออกมากินมื้อเที่ยงที่ร้านด้านนอกมหาวิทยาลัย เหรียญเห็นว่าการมีรถมอเตอร์ไซด์ใช้เป็นส่วนตัวนั้น ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกสบายดี เขาอยากครอบครองไวสักคัน

ไม่กี่วันก่อนการเปิดเรียน รุ่นพี่ที่คณะจัดกิจกรรมค่ายสานสัมพันธ์ เป้าหมายคือเพื่อให้รุ่นน้องนักศึกษาใหม่ได้ทำความรู้จักเพื่อน ๆ ในรุ่น ได้รู้จักการเรียนการสอนของคณะ ได้รู้จักรูปแบบการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แนะนำทุนการศึกษาต่าง ๆ อันเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ปกครอง เป็นการเข้าค่ายสองวันหนึ่งคืน โดยค้างคืนที่อาคารประชุมของคณะ

ในเช้าวันแรกมีการแบ่งกลุ่มสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ กลุ่มของเหรียญที่นอกจากแบงก์เพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของเขาแล้ว ยังประกอบด้วยเพื่อใหม่อีกสองคนคือ หยวน หนุ่มหน้าตี๋ ตัวสูงชะลูด เคยเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย จึงไม่ต้องแปลกใจหน่วยก้านของเขา ที่ดูราวกับหุ่นในตู้กระจกร้านเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า บุคลิกของเขาเป็นคนนิ่ง ๆ ฟังมากกว่าพูด

อีกหนึ่งคนเป็นสาวตัวเล็กชื่อว่า ฟรังก์ เธอดูบอบบาง ดูน่าทะนุถนอม ท่าทางน่าจะโดนเลี้ยงมาแบบลูกคุณหนู แต่หากได้มาทำความรู้จักจะรู้ว่าเธอเป็นคนไม่ห่วงสวย ไม่เรื่องมาก บนโลกนี้จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันที่ยอมเอาหน้าเลอะแป้ง เลอะสีเหมือนเธอคนนี้ เวลาหัวเราะก็หัวเราะอ้าปากกว้าง จนเห็นไปถึงลิ้นไก่โดยไม่อายคนรอบข้าง

กิจกรรมช่วงกลางวันวันแรกจบลงด้วยรอยยิ้มของผู้เข้าร่วม หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนในค่ายมีเวลาทำธุระส่วนตัวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากนั้นจะเข้าสู่กิจกรรมในช่วงกลางคืน ซึ่งจัดที่ชั้นล่างของอาคารประชุม มีรุ่นพี่มาแนะนำชมรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย พูดคุยถามตอบเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา และกิจกรรมท้ายสุดที่ทุกคนต่างรอคอยไม่ว่าจะรุ่นน้องหรือรุ่นพี่นั่นคือ กิจกรรมล้อมวงเล่าเรื่องผี มีการสร้างบรรยากาศโดยการให้นักศึกษาใหม่นั่งล้อมวงกันกลางห้องประชุม ไฟทุกดวงปิดหมด กลางวงมีเทียนจุดวางอยู่ให้แสงสลัว ใครมีเรื่องสยองอยากเล่าประสบการณ์ให้ยกมือขึ้น โดยมีเวลาเล่าคนละห้านาที

คนแรกที่ยกมือเพื่อจะเล่าเรื่องสยองขวัญอันจะทำให้ทุกคนที่ได้ฟังต้องนอนไม่หลับคือ อัฐ ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ

“เรื่องที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ตรงของเราเอง เพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่กี่เดือนก่อน”

เรื่องที่อัฐเล่ามีอยู่ว่า อัฐและกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมที่ต้องแยกย้ายกันไปเรียนคนละมหาวิทยาลัย ได้วางแผนชักชวนกันไปเที่ยวทะเล เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ พวกเขาทั้งห้าคนไปเที่ยวทะเลแถวภาคใต้ เตรียมพร้อมและวางแผนกิจกรรมที่จะทำกันดิบดี แต่ลืมจองที่พัก กว่าจะนึกขึ้นได้ก็เกือบถึงที่หมายแล้ว

พวกเขาเสาะหาที่พักทำเลดี ๆ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แต่ทุกที่ห้องเต็มหมด พยายามหาจนได้ที่พักแห่งหนึ่งเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ค่อนข้างไกลจากชายหาด สภาพเก่าแต่ไม่ถึงกับโทรม ราคาถูกจึงรวบรวมเงินกันไปจ่ายค่าห้องล่วงหน้าสำหรับ 2 คืน หลังจากเที่ยวเล่นเสร็จ กลับมาถึงที่พักเวลาเกือบ 5 ทุ่ม จัดแจงทำธุระส่วนตัวและกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนแล้ว

ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางหรือเหนื่อยจากการเที่ยวเล่นทั้งวันก็ดี อัฐหัวถึงหมอนก็หลับอย่างง่ายดาย หลับไปได้สักประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อนที่นอนติดกันคนหนึ่งก็สะกิดปลุกเขา เพื่อนคนนั้นกระซิบบอกอัฐเสียงเบาและสั่นไปด้วยความกลัวว่า

เฮ้ยมึง! ใครไม่รู้มาเคาะกระจกเรียกว่ะ

เหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ จะรู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น ค่อย ๆ ตื่นงัวเงียขึ้นมาทีละคน

เมื่อตั้งใจฟังทุกคนก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกจริง เสียงดัง ก๊อง ก๊อง ก๊อง ตามด้วยเสียงครางแหบเหมือนเรียกชื่อใครไม่รู้ จากนั้นเงียบไปและกลับมาดังอีกวนไปอย่างนี้

ทุกคนใจหายวาบ กลางดึกต่างถิ่นเช่นนี้มีใครไม่รู้มาเคาะกระจก ส่งเสียงประหลาดทำเอาขนลุก ไม่น่ามีคนปกติที่ไหนประพฤติตัวอย่างนี้ แล้วทุกคนก็ขนลุกขนชันไปทั้งตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าบ้านเช่าหลังนี้หน้าต่างเป็นหน้าต่างไม้ ไม่ใช่หน้าต่างกระจก และเสียงเคาะเรียกนั้นดังมาจากข้างในกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่อีกมุมของห้อง คืนนั้นทุกคนต่างทำอะไรไม่ถูก นอนลืมตาฟังเสียงเคาะนั้นทั้งคืนจนเงียบไปเมื่อฟ้าสว่าง

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!