นิยาย

สาวใช้ – ตอนที่ 2/4

Share

แววยกมือไหว้ทุกคนตรงม้านั่ง ทุกคนเป็นผู้หญิงและดูอายุมากกว่าเธอ บัวแนะนำให้เธอรู้จักเพื่อนร่วมงานทีละคน เริ่มจาก “ป้าอารี” ผู้อาวุโสที่สุด เปรียบเสมือนหัวหน้าแม่บ้าน คอยดูแลความเรียบร้อยเป็นระเบียบทุกอย่างของบ้านหลังนี้ อยู่ที่นี่มานานกว่าใครเป็นสิบปีเห็นจะได้ แกดูเป็นคนใจดี ท่าทางโอบอ้อมอารีเหมือนชื่อ พูดจาไพเราะน่าฟัง ไม่ปากร้ายเหมือนคนใช้ในละคร

“ดาว” หลานสาวแท้ ๆ ของป้าอารี ดูอายุห่างจากแววไม่มาก หลังเรียนจบชั้น ม.3 ก็ติดสอยห้อยตามป้าอารีมาทำงานเป็นแม่บ้านที่กรุงเทพ รับหน้าที่ดูแลทำความสะอาดเครื่องแต่งกายให้แก่นายจ้างทั้งสอง

“นุ้ย” สาวใต้ร่างท้วมผิวทนแดด พูดกลางสำเนียงทองแดงน้ำเสียงดังฉะฉาน สาวผู้ยิ้มไม่ยอมหุบ สามารถหัวเราะคิกคักให้กับทุกเรื่องได้ เธอรับหน้าที่ดูแลสวนและงานบ้านต่าง ๆ มาอยู่ที่นี่ทีหลังเพื่อน เพิ่งจะครบ 3 ปี

ส่วนบัวดูแลเรื่องความสะอาดเรื่องงานบ้าน ช่วงที่ขาดแม่ครัวประจำบ้านก็เป็นเธอที่รับหน้าที่หุงหาอาหาร บางทีไปทำธุระแทนคุณสุดาบ้าง เป็นคนที่รู้ใจและได้รับความไว้วางใจจากคุณสุดามากสุด

แววเข้ากับเพื่อนร่วมงานทั้งสี่ได้เป็นอย่างดี พูดคุยกันสนุกสนาน ไม่มีท่าทีกระอักกระอวนใจใด ๆ อาจเป็นเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นผู้หญิงเหมือนกันและมาจากต่างจังหวัด จึงมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

อาหารฝีมือบัวรสชาติไม่เลว หลังรับประทานกันอิ่มดีแล้ว บัวอาสาขับมอเตอร์ไซค์พาแววออกสำรวจรอบบริเวณ เผื่อเวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่หลง จะได้รู้ทันวินมอเตอร์ไซค์ไม่โดนพาอ้อมแล้วโก่งราคา

เมื่อได้เวลาบ่ายสามโมง บัวก็มุ่งไปยังตลาดสด แววตกใจเล็กน้อยกับความใหญ่โตของตลาด ที่นี่น่าจะใหญ่กว่าตลาดบ้านเธอเป็นสิบเท่าได้ ใครหาอะไรมีให้หมดสารพัดทั้ง ผักสด ผักดอง ผลหมากรากไม้ ของแห้ง ของแปรรูป เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ เครื่องปรุง กับข้าวปรุงสำเร็ว ฯลฯ

“เออ พี่ลืมบอกไป คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายกินเฉพาะเนื้อขาวนะ พวกไก่กับปลา ไม่กินเนื้อหมูเนื้อวัวอะไรพวกนั้น” บัวเพิ่งนึกเรื่องสำคัญที่เป็นข้อจำกัดในการเลือกวัตถุดิบสำหรับนำมาประกอบอาหารขึ้นมาได้

“อ้อ งั้นหรือคะ ทั้งสองท่านใส่ใจเรื่องอาหารการกินจังเลยนะคะ”

“ใส่ใจมากเลยล่ะ พี่ว่าดีนะ คนเราไม่ต้องรอให้แก่ ป่วยโรคนั้นโรคนี้แล้วค่อยมาใส่ใจดูแลสุขภาพหรอก”

ระหว่างเดินเลือกของ บัวก็แนะนำแววกับพ่อค้าแม่ค้าให้เป็นที่รู้จัก วันหลังเผื่อแววมาจ่ายตลาดคนเดียว พ่อค้าแม่ค้าใจดีในตลาดจะได้ลดได้แถมให้ สองสาวเดินเพลินจนเวลาล่วงมาถึงสี่โมงเย็น แววได้วัตถุดิบครบสำหรับทำมื้อเย็นวันนี้ ต้องรีบกลับบ้านไปเตรียมสำรับอาหารให้พร้อมก่อนคุณผู้หญิงคุณผู้ชายของบ้านจะกลับมาตอนหนึ่งทุ่ม

สำรับมื้อเย็นวันนี้ประกอบด้วย แกงส้มมะละกอกุ้ง ผัดพริกแกงเขียวหวานไก่ และฟักทองผัดไข่ กินพร้อมกับข้าวคลุกปลาทูย่าง ตั้งแต่เข้าครัวมาในชีวิตนี้ แววไม่เคยมีลูกมือล้อมหน้าล้อมหลังมากขนาดนี้ ทั้งบัว ป้าอารี ดาว และนุ้ย ต่างมาแอบส่องเสน่ห์ปลายจวักของแวว อนึ่งเพื่อมาดูแลความสะดวกสบายในการใช้ห้องครัวด้วย เนื่องจากแววเพิ่งใช้งานครัวนี้เป็นครั้งแรก จึงยังไม่ทราบว่าเครื่องไม้เครื่องมืออะไรเก็บไว้ตรงไหน

“น้องแววทะมัดทะแมงจังเลยนะ ตอนอยู่ที่บ้านนี่ทำกับข้าวขายหรือเปล่า?” นุ้ยถามสำเนียงทองแดง แววไม่ค่อยคุ้นหูเสียเท่าไร

“เปล่าจ้ะพี่นุ้ย อยู่บ้านนอกหนูรับจ้างทั่วไป ใครใช้ไปทำอะไรที่ได้เงินหนูทำหมด”

“หนูแววชอบทำขนมหวานหรือเปล่าจ๊ะ ถ้าชอบหรือสนใจ วันเสาร์วันอาทิตย์มาทำด้วยกันกับหนูดาวสิ แม่คนนี้ชอบทำขนมเอาใจคุณผู้หญิง” ป้าอารีถามระหว่างกำลังแกะก้างปลาทู

“ไม่ค่อยได้ทำเลยจ้ะ ดูแล้วท่าทางดาวน่าจะทำขนมหวานอร่อย แล้ววันนี้ไม่ทำขนมหวานกันหรือจ๊ะ?” แววหันมาถาม ขณะที่มือกำลังโขลกน้ำพริกแกงเขียวหวาน

“อย่างที่พี่เคยบอก คุณผู้หญิงท่านใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ท่านจะอนุโลมยอมให้ตัวเองกินของหวานได้แค่วันเสาร์อาทิตย์ ของหวานกับผู้หญิงเป็นของคู่กันอยู่แล้ว จะให้เลิกเด็ดขาดก็คงไม่ได้” บัวพูดไปยิ้มไป เหมือนว่าการกินของหวานแค่วันเสาร์อาทิตย์ของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องตลก

เลยเวลาหนึ่งทุ่มนิดหน่อย รถยุโรปคันเมื่อเช้านี้เข้ามาจอดเทียบโถงหน้าบ้าน คนขับลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ทั้งสองขึ้นไปผ่อนคลายอิริยาบถบนห้องที่ชั้นสอง ระหว่างนี้เหล่าคนรับใช้ก็ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร เชิงเทียนถูกนำมาตั้งไว้กลางโต๊ะ ดาวเป็นคนจุดไฟให้เทียนทั้งสี่เล่มส่องแสงสว่างไสว บัวยืนอยู่ข้างแผงสวิตซ์ไฟ ปิดไฟบางดวงจึงทำให้ห้องสลัวลง ดูแล้วโรแมนติกดีเหมือนกันกับการกินข้าวใต้เสียงเทียนเช่นนี้

พอดีกันนั้นเจ้านายทั้งสองเดินลงมายังห้องรับประทานอาหาร ทั้งคู่ยังอยู่ในชุดเดิมเดียวกับเมื่อเช้านี้ สุดาสวมชุดแซกลายดอกไม้แขนกุดสีพาสเทล ผ้าพันคอยังคงพันปิดรอบคอดูแล้วอึดอัดแทน มาร์คสวมชุดทักซิโด้เต็มยศสีกรมท่า เพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อนอกออก สวมถุงมือสีขาวไว้ทั้งสองข้าง หมวกมีปีกเมื่อเช้านี้ไม่อยู่แล้วจึงเผยให้เห็นผมสีทองที่จัดทรงไว้อย่างดีจนเลื่อมวับ แว่นตาดำที่เคยใส่บัดนี้ถอดออกแล้ว แววจึงได้เห็นใบหน้าของคุณผู้ชายของบ้านเป็นครั้งแรก เบ้าตาลึกอย่างชนชาติตะวันตก นัยน์ตาสีเทาดูแข็งกระด้างและเด็ดขาดน่าเกรงขาม แก้มตอบทำให้ใบหน้าดูยาวกว่าคนอื่นทั่วไปที่เป็นชนชาติเดียวกัน

“กลิ่นหอม หน้าตาน่ากินดี ขอฉันชิมเลยแล้วกันนะ” สุดามองอาหารบนโต๊ะแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเจือไปด้วยไมตรี เธอใช้ช้อนกลางตักแกงส้มมาวางไว้บนข้าวในจานของตัวเอง จากนั้นตักอาหารคำนั้นเข้าปาก เคี้ยวพอละเอียดแล้วกลืนลงคอ หันหน้าที่ดวงตาเป็นประกายไปยังแวว

“อือหือ… รสชาติยอดเยี่ยมไปเลยจ้ะ ฉันไม่คาดหวังเลยว่าเธอจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้ แหม… ฝีมือดีอย่างนี้เราคงต้องเพิ่มเงินเดือนให้เธอแล้วล่ะ เธอจะได้อยู่เป็นแม่ครัวให้บ้านเราไปนาน ๆ ตกลงตามนี้ไหมคะมาร์ค?” สุดาหันไปพูดกับสามี พลางเลือนมือไปจับมือของสามีซึ่งมีถุงมือหุ้มอยู่

“ขอบคุณค่ะคุณสุดา ถ้าคุณทั้งสองอยากกินอาหารอะไรเป็นพิเศษ สั่งหนูได้เลยนะคะ แต่พวกอาหารฝรั่งหนูทำไม่เป็นเลย แต่จะฝึกหัดไว้ทำให้คุณมาร์คกินค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ทำแต่อาหารไทยนี่แหละ มาร์คเขาอยู่เมืองไทยมานาน ลิ้นถูกกับรสอาหารไทยแล้ว จริงไหมคะมาร์ค?” สุดาหันไปหาสามีพร้อมจับมือเขาอีกรอบ ฝ่ายนั้นเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ออกอาการยิ้มแย้มเช่นเดียวกับภรรยา

หลังเสร็จจากมื้ออาหาร เจ้านายทั้งสองขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องบนชั้นสอง เหล่าคนรับใช้ช่วยกันเก็บโต๊ะ แววสังเกตว่าจานของมาร์คนั้นข้าวพร่องไปไม่ถึงครึ่ง อาหารฝีมือเธอรสชาติไม่ถูกปากหรืออย่างไร

เมื่อเก็บถ้วยเก็บจานมาไว้ในครัวแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็นของเหล่าคนรับใช้ อาหารที่แบ่งเก็บไว้ถูกนำออกมาจัดบนโต๊ะรับประทานอาหารตัวเล็กในห้องครัว หญิงทั้งสี่ล้อมวงกันกินอาหารมื้อเย็น เมื่ออิ่มดีแล้วก็ช่วยกันทำความสะอาดจานชามแล้วเก็บกลับเข้าที่ งานวันนี้เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี บัวจัดการปิดบ้านให้เจ้านาย จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกับกลับห้องพักของใครของมัน

“น้องแวว” บัวเรียกไว้ก่อนแววจะทันผลักประตูห้องของตัวเอง สีหน้าของเธอเป็นจริงเป็นจัง “ตอนกลางคืนให้อยู่แต่ในห้องของตัวเอง อย่าออกมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกเด็ดขาดนะ เจ้านายเขาไม่ชอบ ถ้าเห็นเข้าจะเป็นปัญหาเอาได้”

แววพยักหน้ารับ ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลนัก อาจเป็นเพราะเจ้านายทั้งสองทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ไม่ต้องการให้ใครออกมาเดินเพ่นพ่านส่งเสียงดังก่อความรำคาญอันเป็นการรบกวนการพักผ่อน หลังอาบน้ำเสร็จแววก็เข้านอนทันที ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็ดี จากการทำงานมาทั้งวันก็ดี ทำให้เธอหลับทันทีที่หัวถึงหมอน หลับสนิทโดยไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างคืน


แววตื่นนอนตอนตีห้า หลังทำธุระส่วนตัวในตอนเช้าเสร็จก็เข้าครัวมาเตรียมทำอาหารเช้า บัวบอกไว้ว่ามื้อเช้าบ้านนี้ทำอาหารง่าย ๆ แค่ข้าวต้มเพียงอย่างเดียวเจ้านายก็พอใจแล้ว เมื่อวานตอนไปตลาดบัวซื้อเนื้อไก่มาเยอะแยะ มื้อเย็นเมื่อวานใช้ไม่หมดแววจึงเก็บใส่ตู้เย็นไว้ มื้อเช้าวันนี้เลยจะเอาเนื้อไก่ที่เหลือมาทำข้าวต้มไก่ฉีก แต่เมื่อเปิดประตูตู้เย็นออกดูไม่พบเนื้อไก่ที่ว่า เมื่อวานมันยังมีอยู่เลยนี่นา แววจำได้เพราะเธอเป็นคนเก็บใส่ตู้เย็นด้วยตัวเอง

“ป้าอารีเอาไปทิ้งหมดแล้ว คุณผู้หญิงท่านเคร่งครัดเรื่องความสดมาก ต้องไปซื้อใหม่จากตลาดทุกวัน” บัวเดินเข้ามาสมทบในครัว อภิปรายเรื่องที่แววสงสัยอยู่ในหัวราวกับอ่านใจคนได้

แววนึกเสียดายเนื้อไก่ที่โดนเอาไปทิ้ง มันเหลืออยู่หลายกิโลกรัม สามารถนำมาปรุงอาหารได้อีกหลายมื้อ บัวอาสาพาแววไปจ่ายตลาด ตลาดตอนเช้าคึกคักกว่าตอนกลางวันหลายเท่า หอมกลิ่นอาหารปรุงสุกอบอวนไปทั่ว

อาหารเช้าวันนี้คือข้าวต้มโรยหน้าด้วยไก่ฉีก เจ้านายทั้งสองคนเดินมากินที่โต๊ะในห้องรับประทานอาหาร แม้เป็นวันหยุด แต่ทั้งสองยังแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ามากชิ้นเช่นเดียวกับวันทำงาน สุดาสวมชุดแซกยาว ที่คอมีผ้าพันคอหนาดูแล้วอึดอัดแทน อากาศไม่ได้หนาวแม้เพียงเล็กน้อย แววสงสัยว่าจะใส่ผ้าพันคอทำไม มาร์คผู้เป็นสามีสวมชุดทักสิโด้ ใส่ถุงมือสีขาวทั้งสองข้าง หมวกมีปีกปิดอยู่บนหัว ที่น่าแปลกที่สุดคือเขาสวมแว่นกันแดดสีดำสนิททั้งที่อยู่ในบ้าน

เมื่อเสร็จจากมื้อเช้า สุดาหยิบผ้าขึ้นมาปัก อันเป็นงานอดิเรกของเธอ โดยอยู่ในห้องนั่งเล่น เปิดเพลงบรรเลงสบาย ๆ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายในวันหยุด โดยไร้วี่แววของสามีอยู่เคียงข้าง ตอนนี้ในครัวถูกดาวยึดพื้นที่สำหรับทำขนมหวาน บนเตาไฟมีซึ้งสำหรับนึ่งตั้งอยู่ เมื่อฝาถูกเปิดไอน้ำก็พวยพุ่ง ดาวเทวัตถุดิบที่เตรียมไว้แล้วใส่ลงพิมพ์ที่อยู่ในซึ้งจากนั้นปิดฝา รอประมาณห้านาที เปิดฝาแล้วเทวัตถุดิบเดิมแต่คนละสีใส่ลงพิมพ์อีกเป็นชั้นที่สอง เธอกำลังทำขนมชั้น เป็นขนมชั้นที่ไม่ธรรมดา เพราะเมื่อทำเสร็จเธอจะเอาออกมาจัดม้วนให้มีรูปทรงเหมือนดอกกุหลาบ

ต่อมาดาวจะทำขนมใส่ไส้หน้ากระฉีก เริ่มจากการทำหน้ากระฉีก โดยการกวนมะพร้าวขูดกับน้ำตาลมะพร้าวผสมน้ำต้มสุกในกระทะด้วยไฟอ่อน จนส่วนผสมเหนียวและแห้ง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ จากนั้นนำแป้งที่เตรียมไว้มาหุ้ม ห่อด้วยใบตองแล้วนำไปนึ่ง ขนมอย่างสุดท้ายที่ดาวทำคือตะโก้ในกระทงใบเตย เมื่อทำเสร็จแล้วดาวก็นำขนมมาจัดจานสวยงาม นำไปเสิร์ฟให้สุดาที่ห้องนั่งเล่น โดยมีแววตามไปด้วย

สุดายิ้ม รับจานขนมมาวางบนโต๊ะข้าง ๆ

“วันนี้มีขนมชั้นดอกกุหลาบ ขนมใส่ไส้ และตะโก้ของโปรดฉันด้วย ขอบใจมากนะดาวที่อุตส่าห์ทำขนมอร่อย ๆ ให้ฉันกินทุกอาทิตย์”

พูดแล้วสุดาก็ยกส้อมขึ้นมาจิ้มขนมชั้นเข้าปาก เมื่ออาหารว่างรสหวานแตะลิ้นของเธอ ความสุขสดใสก็แผ่ซ่าน จนแสดงออกทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

แววได้ชิมขนมหวานฝีมือดาวแล้ว รสชาติอร่อยชนิดที่หากินจากที่ไหนไม่ได้ เพราะวัตถุดิบที่ดาวเลือกใช้ล้วนคุณภาพดี แววมองเจ้านายเคี้ยวขนมในปากอย่างเอร็ดอร่อยก็พลอยดีใจแทนดาว ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนทำอาหาร คือการได้เห็นคนกินอาหารฝีมือเราอย่างเอร็ดอร่อย

ทว่าเมื่อสุดาเคี้ยวได้สักพัก เธอก็ก้มลงหยิบกระโถนที่อยู่ใต้เก้าอี้ ขึ้นมาคายของที่อยู่ในปากทิ้ง สุดาเคี้ยวไปเจออะไรเข้าจนถึงขึ้นต้องคายทิ้ง แววตกใจรีบหันขวับไปมองดาว สีหน้าดาวเรียบเฉยราวกับนี่คือเรื่องปกติธรรมดา

ความสงสัยของแววไม่ได้รับการคลี่คลาย ไม่มีใครพูดอะไร สุดาจิ้มตะโก้เข้าปาก เคี้ยวหงุบหงับไม่กี่คำแล้วคายใส่กระโถนเหมือนเดิม เธอทำเช่นนี้กับขนมทุกชิ้นบนจาน พิลึกชะมัด หันมาเอ่ยปากชื่นชมฝีมือดาวแล้วส่งจานคืนให้ สองสาวเดินกลับมาในครัว แววไม่รั้งรอรีบถามให้หายสงสัย

“คุณสุดาเป็นอะไร ทำไมคายขนมของดาวทิ้งหมดเลย?”

“ท่านเป็นปกติแบบนี้แหละ ชอบกินขนมหวานมาก แต่ต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เคี้ยวแค่ให้ลิ้นรู้รสชาติพอให้หายอยาก แต่ไม่กลืนลงท้อง มันจะทำลายสุขภาพเอา” ดาวพูดด้วยรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีเสียใจใด ๆ กับการที่ขนมฝีมือตัวเองถูกคายทิ้งลงกระโถน หนำซ้ำกลับดูเข้าอกเข้าใจด้วยซ้ำ

“พิลึกชะมัด สองผัวเมียบ้านนี้พิลึกพิลั่นนัก” แววคิดอยู่ในใจ

Share

Leave a Reply

What's New

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!