ณเรศนั่งดูภาพยนตร์อยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ในขณะที่แป้งหอมถูกบังคับให้ทำความสะอาดบ้านอย่างไม่เต็มใจ ในมือของเธอถือไม้ถูพื้น ออกแรงถูพื้นให้ขึ้นเงา เธอตวัดหางตามามองเขาที่นั่งเอาเปรียบ สองเท้าจ้ำเข้ามาเสือกไม้ถูเข้าไปทำความสะอาดใต้โซฟา แล้วดันด้ามไม้กระแทกกับเท้าของเขา “โอ๊ย… อะไรของเธอเนี่ย ที่อื่นไม่มีให้ถูหรือไง?” “ก็ตรงนี้มันสกปรกมากกว่าตรงอื่น ความเลวความชั่วจากใครไม่รู้ หล่นมากองอยู่เต็มพื้น ฉันเลยต้องออกแรงถูมากเป็นพิเศษ” “แล้วเธอไม่เห็นฉันนั่งอยู่หรือไง ก่อนจะถูน่ะบอกกันบ้างจะได้หลบให้” “อ้าว? ก็คุณสั่งให้ฉันถูพื้น แล้วทำไมฉันต้องขออนุญาตคุณอีกล่ะคะ?” “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ อยู่ที่นี่เธอไม่มีสิทธิ์เถียง!” “มากเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่ขี้ข้าคุณนะ...
ถึงฤกษ์ที่ต้องสวมแหวนแต่งงานกันแล้ว แต่แป้งหอมยังไม่ปรากฏตัวออกมาเลย พิธีจึงชะงัก แขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ต่างติฉินจนไอยราต้องขึ้นมาแจ้งสาเหตุบนเวที “ขออภัยแขกทุกท่านด้วยนะคะ ตอนนี้เรายังไม่สามารถเริ่มทำพิธีได้ เนื่องจากขาดเจ้าสาวไปคนหนึ่งค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าเธอจะกลับมาร่วมพิธีได้เร็ว ๆ นี้แน่นอน” แขกในงานได้ยินแล้วก็เลิกลั่ก เจ้าสาวหายไป หายไปได้ยังไง เสียงนินทาดังทั่วพื้นที่จัดงาน “เป็นไงบ้าง ได้เรื่องไหมศกร?” แสงสรวลถามลูกชาย ศกรลดมือถือลง เขากดต่อสายหาแป้งหอมไปนักต่อนัก แต่เธอไม่ยอมรับสาย จนสายถูกตัดไปเอง “ติดต่อไม่ได้เลยครับ...
หลังจากส่งแขกทุกคนเข้าห้องพักหมดแล้ว ไอยรากำลังจะกลับบ้าน เมื่อครู่นี้ยังเห็นลูกชายอยู่แวบ ๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้หายหน้าไปไหนแล้ว “เอ… เมื่อกี้ยังเห็นณเรศอยู่เลย หายไปไหนซะแล้ว หนูแป้งหอมเห็นเขาไหมจ๊ะ?” แป้งหอมสะดุ้ง เธอกำลังเหม่อลอยคิดเรื่องเขาอยู่ “มะ… ไม่เห็นค่ะ!” “งั้นเหรอ คงปล่อยให้เหลวไหลเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว” พลันไอยราก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าถือแล้วต่อสายหาลูกชาย ในผับตอนนี้เป็นที่สนุกครื้นเครงของทุกคน รวมทั้งณเรศและนิตาที่ตอนนี้พ่ายฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปแล้ว ตื๊ด… ดดด! มือถือของณเรศสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขานอนฟุบกับโต๊ะ ล้วงออกมารับสาย...
กลางขุนเขาที่แน่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ บรรยากาศแวดล้อมไปด้วยหมอกจาง ๆ ที่มีตลอดทั้งปี วันนี้เป็นวันแถลงข่าวเปิดกิจการบ้านเนินดอยรีสอร์ท ณเรศเนรมิตที่พักอาศัยให้มาอยู่กลางบรรยายกาศเช่นนี้ได้อย่างลงตัว ขณะนี้มีแขกผู้ใหญ่และนักข่าวหลายสำนักมากันคับคั่ง พวกเขาแบ่งกันนั่งล้อมโต๊ะที่มีอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ไอยราเดินขึ้นมากลางเวที เธอพูดใส่ไมโครโฟน “ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมวานเปิดบ้านเนินดอยรีสอร์ทในวันนี้ ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่จะนำเสนอรีสอร์ทแห่งนี้ให้ลูกค้าทุกท่านได้มาใช้บริการ เราสัญญาว่าจะดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี ดิฉันขอใช้ชื่อเสียงของบริษัทดิเรกธานนท์การเงินจำกัดการันตีค่ะ” ไอยราพูดเสร็จก็ถอยลงเวทีไป เสียงปรบมือตามมารยาทดังขึ้น ศกรที่อยู่ด้านล่างเดินควงแขนแป้งหอมอวดแขกผู้ใหญ่พร้อมแจกบัตรเชิญงานแต่งไปด้วย ทั้งคู่ยิ้มแย้ม แต่ใครรู้ว่าข้างในใบหน้าอันสดใสนี้ แป้งหอมได้ซ่อนความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ข้างใน เจ้าของผลงานอย่างณเรศ เดินทอดน่องอยู่ท้ายรีสอร์ท สีหน้าเขาดูไม่ยินดีกับผลงานที่ทุกคนต่างยอมรับ ...
แสงแดดตอนเช้าให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวย ท่ามกลางทรายหาดที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บรรยากาศชักชวนให้หญิงสาวออกมาเดิน หาดทรายตอนเช้าอย่างนี้ยังไม่มีคนพลุกพล่าน เงียบสงบและรู้สึกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การเดินเล่นพักสมองและสามารถคิดเรื่องราวที่ค้างคาอยู่ในหัวได้ดีขึ้น เมื่อคืนเราทำกับเขาเกินไปหรือเปล่านะ? แป้งหอมถามตัวเอง “แบบนั้นสมควรแล้ว ผู้ชายที่ไม่รู้จักให้เกียรติผู้หญิง ไม่จำเป็นที่ผู้หญิงจะให้เกียรติด้วยเหมือนกัน” แป้งหอมตอบใจตัวเองเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ที่จริงแล้วในใจของเธอรู้สึกผิดกับการกระทำที่ทำกับเขา ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเธอปวดใจ ไม่ใช่ณเรศที่ทำให้เธอเจ็บ แต่เป็นเธอเองต่างหาก “อีกไม่กี่วันต้องแต่งงานกันคุณศกรแล้ว ถึงวันนี้ฉันจะยังไม่ได้รักคุณ แต่ฉันมั่นใจว่าสักวัน ฉันจะสามารถรักคุณอย่างเต็มหัวใจได้ไม่ยาก” “เพ้อถึงใครอยู่เหรอแป้งหอม?” เสียงดังมาจากข้างหลัง ทำให้แป้งหอมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ...
ช่วงสายที่บ้านดิเรกธานนท์ หลังจากผ่านมื้อเช้า แป้งหอมก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อจัดเตรียมของสำหรับไปทำงานที่หาดพันแสงและค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน ตอนนี้ถึงเวลาต้องออกเดินทาง แต่แป้งหอมยังเตรียมของไม่เสร็จและยังไม่ลงมาเสียที ศกรจึงขึ้นไปตาม “แป้งหอม… คุณยังจัดของไม่เสร็จอีกเหรอ เราจะไปกันแล้วนะ” ศกรพูด “เสร็จแล้วค่ะ ฉันกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” แป้งหอมตะโกนก่อนตัวจะออกมา เธอหอบกระเป๋าเดินทางท่าทางจะหนักออกมาอย่างทุลักทุเล “ให้ผมช่วย” ศกรเอื้อมมือไปช่วยแป้งหอมถือกระเป๋า “ขอบคุณค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “รีบไปกันเถอะ ผมอยากให้คุณไปสูดอากาศที่หาดพันแสงเร็ว ๆ” ศกรพูด เอามือข้างที่ว่างกำแขนแป้งหอมแล้วเดินพาลงไปข้างล่าง ...
ในห้างสรรพสินค้า แป้งหอมเดิมมากับศกร ในมือของพวกเขาหิ้วถุงกระดาษจากร้านเสื้อผ้า “คุณนิตานี่เลือกเสื้อผ้าเก่งจังเลยนะคะ ดูซิเลือกมาให้ฉันตั้งเยอะ คุณก็บ้าซื้อให้ฉันหมด” แป้งหอมพูดพลางยกถุงกระดาษขึ้นมาให้ศกรดู “ยายนั้นก็รสนิยมดีเหมือนกันนะ คุณชอบเสื้อผ้าพวกนี้ไหม?” “ชอบค่ะ!” “แล้ว… ชอบผู้ชายอย่างผมไหม?” ได้ยินคำถามแป้งหอมก็อึ้ง เธอฝืนยิ้มก่อนตอบศกรไปไม่ให้เสียน้ำใจ “ชอบค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้องพาฉันมาซื้อของแพง ๆ แบบนี้อีกนะ ฉันเกรงใจคุณ” “ครับผม!” ศกรตอบเสียงหนักพร้อมทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหาร ทั้งคู่หัวเราะให้กันท่าทางสนุกสนาน ก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง...
มอดขับรถพาไอยราและณเรศมาที่บ้านของวรา หลังจากเมื่อวานเกิดเรื่องกับนิตา ณเรศประกาศว่าจะแต่งงานกับนิตาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และไอยราผู้เป็นแม่ของฝ่ายชายจึงมาคุยถึงเรื่องงานแต่ง “ฉันต้องขอโทษคุณวราอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะให้ณเรศรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ไอยรายิ้มสู้พูดกับวรา วรานั่งหราบนโซฟา ใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดกับลูกสาวที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ “แล้วคุณจะให้ลูกชายคุณรับผิดชอบลูกสาวผมยังไง?” “ณเรศจะแต่งงานกับหนูนิตาค่ะ วันนี้ฉันมาคุยเรื่องสินสอดกับคุณ” วราเบี้ยวปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งในท่าเรียบร้อย “พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย ฮ่ะ… ฮ่า”...
อาทิตย์ทอแสงสีส้มแสงสุดท้ายของวันนี้ สีนั้นตัดกับเมฆสีครามอมม่วง อีกไม่นานอาทิตย์ดวงนี้ก็จะลาลับขอบฟ้าแล้ว ศกรพาแป้งหอมมาเลี้ยงอาหารเย็นที่ร้านหรูในตัวเมือง เขาสั่งอาหารราคาแพงที่แป้งหอมไม่รู้จักหลายอย่างมาที่โต๊ะ เขาอยากให้ว่าที่เจ้าสาวได้ลิ้มรสชาติสิ่งดี ๆ เหล่านี้ “ลงมือกินกันเลยแป้งหอม” “มีแต่อาหารแพง ๆ ทั้งนั้น ฉันว่ามันไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยเหรอคะ?” แป้งหอมกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจ “ไม่หรอกน่า คุณอย่าคิดมากเลย ถือว่านี่เป็นรางวัลชีวิตก็แล้วกัน เราไม่ได้มากินอาหารอย่างนี้ทุกวันนะ นาน ๆ มากินทีไม่สิ้นเปลื้องอะไรหรอก” ศกรกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “คุณดีกับฉันจริง...