ยามเช้าที่บ้านดิเรกธานนท์ ในห้องอาหารมีศกรนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ไม่นานแป้งหอมก็เดินเข้ามา ชายหนุ่มรีบทิ้งใบหน้าเฉยชาแล้วเปลี่ยนมายิ้มแย้ม เขากล่าวทักทายเธอ “อรุณสวัสดิ์แป้งหอม วันนี้ลงมาเร็วนะ หรือว่าไอ้ณเรศโทรมาเร่งให้คุณไปทำงานก่อนเวลา?” “เปล่าค่ะ คุณอย่าพูดชื่อนั้นอีกเลยนะคะ ฉันขอร้อง” ศกรรู้สึกดีใจที่เห็นแป้งหอมเกิดอาการรำคาญณเรศ เขาเห็นหน้าตาเธอวันนี้ดูหม่นหมองผิดปกติ เธอมีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่า “ถ้าคุณมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ผมฟังได้นะ” แป้งหอมยิ้มเจื่อน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันว่าเรารีบกินข้าวเช้ากันเถอะค่ะ” แป้งหอมลงมือตักข้าวร้อน ๆ ใส่จานให้ตนเอง วันนี้ป้าสีทำกับข้าวน่ากินหลายอย่าง...
ณเรศขับรถออกมาจากบ้านเนินดอย แทนใจนั่งตักแป้งหอม สีหน้าณเรศดูจะโกรธแป้งหอมอยู่ แป้งหอมหน้าจ๋อยพยายามง้อณเรศ “คุณโกรธฉันเหรอ ฉันขอโทษนะ” ณเรศหันมามองแป้งหอมแล้วเมินใส่ แป้งหอมชูนิ้วก้อยจะขอเกี่ยวคืนดีกับเขา แต่เขากลับปัดมือเธอ กว่าที่ทั้งสามจะกลับมาถึงบ้านประภากรณ์ก็มืดแล้ว ณเรศขับรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ ทั้งหมดพากันเดินออกมาจะเข้าบ้าน เจอนิตาที่มาดักรออยู่นาน ด้วยความคิดถึงนิตาเข้าสวมกอดณเรศทันที “ไปไหนมาคะ นิตาเข้าไปหาที่บริษัทก็ไม่เจอ เลยมารอคุณที่บ้านตั้งแต่หัวค่ำ วันนี้นิตาซื้อ เอ๊ย! ทำกับข้าวมากินมื้อเย็นกับคุณตั้งหลายอย่างแน่ะ ไปค่ะ เราไปกินข้าวกันเถอะ นิตาให้แหววจัดโต๊ะรอแล้ว”...
แป้งหอม ไอยรา ศกร และแสงสรวล ยืนล้อมเตียงณเรศ ทุกคนเป็นห่วงอาการของเขา ที่อดนอนแถมยังตากฝนทั้งคืน หมอวินิจฉัยว่าณเรศปอดชื้น ต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน “เมื่อคืนที่ณเรศไม่กลับบ้าน เพราะไปยืนคอยหนูแป้งหอมงั้นเหรอ?” ไอยราพูดขึ้น กำมือซีด ๆ ของลูกชายไว้ “หนูขอโทษด้วยนะคะ หนูไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ ถ้าหนูยอมกลับไปกับเขา เขาคงไม่มานอนป่วยแบบนี้หรอกค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างสลด เธอโทษว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเธอ “ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องจิตใจบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว...
โครงสร้างเหล็กหล่อปูนถูกทำขึ้นตามแบบแผนโดยวิศวกรผู้ชำนาญ โครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานที่นี่คงเปิดบริการได้เร็ว ๆ นี้ แสงแดดร้อนแผดเผาทุกอย่างไม่เลือก ทั้งผู้ควบคุมงานก็ไม่เว้น เขาผู้นี้ถูกแดดเผามาแต่เช้า ทำงานมากว่าสี่ชั่วโมง เพิ่งจะได้พัก ณเรศถอดหมวกสานปีกกว้างออกมาพัดคลายร้อน เดินเข้าร่มนั่งพักที่แคร่ใต้ต้นไม้ใหญ่ “ป๊าเหนื่อยไหมครับ ดื่มน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจก่อนนะ” แทนใจเดินเข้ามานั่งข้างณเรศ พร้อมส่งน้ำเย็นเต็มแก้วให้ “อ้าว… แทน ขอบใจมากนะ” ณเรศรับแก้วมาจากเจ้าหนู ยกดื่มอย่างกระหาย...
อาทิตย์สาดส่องแสงเป็นใหญ่อยู่บนฟ้า คอยบงการทุกคนให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตนเอง แสงแดดยามสายแยงตาของณเรศ เขาลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง ตอนนี้ยังสะลึมสะลืออยู่ นี่กี่โมงแล้วเนี่ย? ณเรศหันไปมองนาฬิกาที่แขวนผนัง เข็มสั้นของมันชี้เลขสิบ โห… นี่สายมากขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครมาปลุกเขาเลยนะ หน้าที่นี้เป็นของแป้งหอมนี่ ทำไมเธอถึงไม่ทำตามหน้าที่ ละเลยงานอย่างงั้นเหรอ ใช่ไม่ได้เอาเสียเลย ณเรศรีบมุ่งไปที่ห้องแป้งหอมทันที ชายหนุ่มผลักประตูเข้าห้องของแป้งหอม กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่หาใครไม่พบ เขาเพิ่งนึกได้ว่าแป้งหอมหนีออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้ว ณเรศรีบเข้าที่ทำงาน หลังจากเมื่อวานเขาไม่ได้เข้า...
เช้าวันใหม่นี้ดูน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเขา ณเรศ ศกร นิตา วรา แสงวรวล และไอยรา ทุกคนต่างอยู่พร้อมกันที่บ้านดิเรกธานนท์ วันนี้ทุกคนจะดำเนินการตามแผนที่ศกรวางไว้ ถ้าทุกคนทำตามแผน ไม่ว่าโจรมันจะเก่งแค่ไหนก็พ่ายพลังสมองและพลังสามัคคีของพวกเขา “ที่ผมบอกให้คุณยื่นข้อเสนอให้มัน คุณทำแล้วหรือยัง?” ศกรถามนิตา “ฉันส่งข้อความตามที่คุณบอกไปให้มันแล้ว ตามเบอร์ที่มันเคยส่งข้อความเข้ามาในรายการ” “งั้นก็ดี แล้วมันตอบกลับมาหรือยัง?” “อืม… เอาไปอ่านดูสิ” นิตายื่นโทรศัพท์ของเธอให้ศกร ที่หน้าจอแสดงข้อความตอบกลับจากโจรโรคจิต คุณยอมแพ้ผมจนได้นะ...
รถคันเล็กขนาดกะทัดรัดของนิตาเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านประภากรณ์ เธอก้าวลงมาจากรถ ถอดแว่นกันแดดแล้วเก็บเข้ากระเป๋าถือ จากนั้นเดินตรงมาหาแหววซึ่งกำลังกวาดใบไม้ที่เรี่ยราดเต็มลานหน้าบ้านอย่างขะมักเขม้น ปากก็ฮัมเพลงโปรดของเธอไปด้วย “นี่นังคนใช้! คุณณเรศอยู่บ้านไหม?” นิตาเท้าเอว ยืนถามแหววด้วยน้ำเสียงดูแคลน “อยู่ค่ะ คุณนิตาจะให้แหววไปเรียนคุณณเรศไหมคะว่าคุณมาหา” “ไม่ต้อง! สาระแนสมกับเป็นคนใช้จริง ๆ” นิตาด่าแหววแล้วเดินต่อ เห็นเข่งใส่ใบไม้วางขวางทางเลยบ่นออกมา “โอ๊ย… อะไรเนี่ย เกะกะขวางที่ขวางทาง” เธอเตะเข่งล้ม ใบไม้ทะลักออกมาเรี่ยพื้น ลำบากแหววต้องเก็บกวาดอีกรอบ สาแก่ใจแล้วนิตาก็เดินเข้าบ้านไป...
ณเรศให้แทนใจขี่หลัง สามคนพ่อแม่ลูกเดินชมทัศนียภาพกันอีกครั้ง ณเรศเอ่ยถามแทนใจเกี่ยวกับแถวนี้ “แถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง?” “ก็มีหลายที่นะครับ แต่ผมชอบไปเที่ยวน้ำตก แล้วป๊ากับม๊าชอบน้ำตกไหม ผมพาไปได้นะ” “ป๊าชอบน้ำตก ไว้วันหลังแทนพาป๊ากับม๊าไปหน่อยนะ” “ครับ” “แล้วแทนเรียนอยู่ชั้นอะไรแล้วจ๊ะ?” แป้งหอมถามบ้าง “ผมไม่ได้ไปโรงเรียนครับ ลุงเข้มไม่มีเงินส่งผม” “แล้วแทนไม่อยากไปโรงเรียนเหรอ?” “ไม่อยากครับ ลุงเข้มเล่าว่าที่โรงเรียนน่ากลัวมาก คุณครูจะตีเด็กที่บวกเลขไม่ได้ จะกินตับเด็กที่สอบตก ผมกลัว ไม่อยากโดนกินตับ” ณเรศและแป้งหอมหัวเราะให้กับความใสซื่อของแทนใจ...
“ผมว่าที่ดินที่บ้านเนินดอยบรรยากาศดี เหมาะแก่การจัดสร้างเป็นรีสอร์ท และแถวนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเยอะ น่าจะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี” ณเรศเสนอแผนโครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทเข้าที่ประชุม “ทุกท่านเห็นด้วยกับโครงการของผมไหมครับ?” “อืม… ลุงเห็นด้วยนะ” แสงสรวลผู้ประธานในที่ประชุมเอ่ย “จะสร้างรีสอร์ทที่บ้านเนินดอยก็ดีเหมือนกัน ที่ตรงนั้นก็รกร้างมานานแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องกอบโกยผลกำไรบ้างล่ะ ทุกท่านเห็นว่าอย่างไรครับ?” องค์ประชุมต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับโครงการของณเรศ ณเรศภูมิใจยิ้มแก้มแทบปริ ต่อจากนี้เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจให้กับโครงการบ้านเนินดอยรีสอร์ทอย่างเต็มที่ เพื่อให้มันออกมาดี ไม่เสียชื่อเสียงบริษัท “ดีใจด้วยนะคะคุณณเรศที่โครงการของคุณผ่านที่ประชุม” แป้งหอมเดินมายินดีกับณเรศ ขณะที่แยกย้ายออกมาหลังจากจบการประชุม “ขอบใจ แต่เธอต้องมาช่วยงานฉันด้วยนะ”...